Best of the Year 2025 สรุปบิวตี้ไอเท็ม สกินแคร์-เมคอัพตัวท็อปแห่งปี จากรีวิวผู้ใช้จริง
สกินแคร์

สิวที่หน้าอก เกิดจากอะไร? เฉลยสาเหตุ พร้อมวิธีรับมือแบบไม่ทิ้งรอย

1,428
27 ต.ค. 2568
สิวที่หน้าอก เกิดจากอะไร

นอกจาก “สิวที่หลัง” ก็ยังมี “สิวที่หน้าอก” นี่แหละค่ะ คือปัญหาสุดกวนใจของใครหลายคน เคยไหม? อยู่ดี ๆ สิวก็ขึ้นที่หน้าอกแบบไม่มีสาเหตุ โดยเฉพาะสิวที่หน้าอกไม่มีหัวที่ทั้งเจ็บและทิ้งรอยไว้ให้ปวดใจ ต้องบอกเลยค่ะว่า สาเหตุของสิวที่หน้าอกเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยตั้งแต่เหงื่อ เสื้อผ้า ไปจนถึงฮอร์โมน วันนี้ Cosmenet* จะพามาหาคำตอบพร้อมกันว่า “สิวหน้าอก” เกิดจากอะไร? และมีวิธีไหนบ้างที่ช่วยให้หายไวและไม่ทิ้งรอย


สิวที่หน้าอก เกิดจากอะไร?

สิวที่หน้าอกเป็นอีกหนึ่งปัญหาผิวที่ใครหลายคนเจอ โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนหรือหลังออกกำลังกาย ซึ่งสาเหตุหลักมักมาจาก “การอุดตันของรูขุมขน” จากเหงื่อ ความมัน และสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ใต้ผิว รวมถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เรามักมองข้ามโดยไม่รู้ตัว เช่น

สิวที่หน้าอก เกิดจากอะไร?

  • เหงื่อ : หลังออกกำลังกายหรืออยู่ในอากาศร้อน เหงื่อและความมันจะผสมกันบนผิว หากไม่ได้อาบน้ำหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที จะกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย จนเกิดการอุดตันและสิวอักเสบได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกที่มีต่อมไขมันเยอะ
  • การทำความสะอาดไม่ทั่วถึง : หลายคนใส่ใจการล้างหน้า แต่กลับละเลยการดูแลผิวบริเวณลำตัว โดยเฉพาะหน้าอกและหลังที่มีต่อมไขมันเยอะไม่แพ้กัน หากล้างไม่สะอาดหรือใช้ผลิตภัณฑ์ล้างตัวที่แรงเกินไป ก็อาจทิ้งสิ่งตกค้างบนผิว จนกลายเป็นสิวในที่สุด
  • ฮอร์โมนไม่สมดุล : ช่วงก่อนมีประจำเดือนหรือเวลาที่เครียดจัด ระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนจะเพิ่มขึ้น ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากกว่าปกติ ส่งผลให้สิวขึ้นได้ทั้งที่หน้า หน้าอก และหลัง
  • น้ำหอมและซิลิโคน : แม้จะให้กลิ่นหอมและผิวเนียนนุ่ม แต่ผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจมีส่วนผสมที่ทำให้รูขุมขนอุดตัน (Comedogenic) เมื่อใช้บ่อย ๆ โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกซึ่งมีต่อมไขมันมาก ก็อาจกระตุ้นให้สิวขึ้นได้ง่ายกว่าที่คิด
  • การเสียดสีจากเสื้อผ้า : เสื้อผ้าที่แน่นเกินไปหรือสปอร์ตบราที่รัดแน่นจะทำให้ผิวระคายเคือง เหงื่อไม่สามารถระบายออกได้ดี ส่งผลให้รูขุมขนอุดตันและเกิดสิวเม็ดเล็ก ๆ ตามมาในที่สุด


สิวที่หน้าอกมีกี่แบบ?


5 ประเภทสิวที่หน้าอก

1. สิวอุดตัน (Comedonal Acne)

  • ลักษณะ : เป็นตุ่มเล็ก ๆ ไม่มีหัว หรือหัวขาว/หัวดำ
  • สาเหตุ : การอุดตันของรูขุมขนจากเหงื่อ ความมัน หรือเซลล์ผิวที่ตายแล้ว
  • วิธีดูแลรักษา : สครับผิวเบา ๆ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และใช้สบู่หรือเจลอาบน้ำที่มี BHA (Salicylic Acid)

2. สิวอักเสบ (Inflammatory Acne)

  • ลักษณะ : แดง บวม เจ็บ อาจมีหัวหนอง
  • สาเหตุ : เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes
  • วิธีดูแลรักษา : หลีกเลี่ยงการบีบสิว ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Benzoyl Peroxide หรือ Niacinamide ช่วยลดการอักเสบ

3. สิวหัวหนอง (Pustules)

  • ลักษณะ : เป็นตุ่มแดง มีหัวหนองสีขาวตรงกลาง
  • สาเหตุ : การอักเสบของสิวที่รุนแรงขึ้น
  • วิธีดูแลรักษา : ใช้ยาทาแต้มสิวเฉพาะจุด และรักษาความสะอาดผิวบริเวณหน้าอกให้แห้งอยู่เสมอ

4. สิวหัวดำ (Blackheads)

  • ลักษณะ : จุดดำ ๆ เล็ก ๆ บนผิว คล้ายฝุ่นอุดตัน
  • สาเหตุ : การอุดตันของไขมันและสิ่งสกปรกที่สัมผัสอากาศจนเปลี่ยนเป็นสีดำ
  • วิธีดูแลรักษา : ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดรูขุมขนที่มี BHA ช่วยละลายสิ่งอุดตัน

5. สิวที่หน้าอก ไม่มีหัว

  • ลักษณะ : ตุ่มนูนเล็ก ๆ ใต้ผิว ไม่มีหัวขาวหรือหัวดำ กดแล้วเจ็บเล็กน้อย หรือบางจุดแข็งเหมือนมีก้อนไขมันใต้ผิว
  • สาเหตุ : เกิดจากการอุดตันของรูขุมขนจากเหงื่อ ความมัน และเซลล์ผิวที่ตายสะสม รวมถึงการเสียดสีจากเสื้อผ้าแน่นหรือผ้าสังเคราะห์
  • วิธีดูแลรักษา : ใช้เจลอาบน้ำที่มี BHA หรือ AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตัน หลีกเลี่ยงการบีบหรือเกา และสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี


วิธีรักษาสิวที่หน้าอก


วิธีรักษาสิวที่หน้าอก

  • รักษาความสะอาด : เริ่มจากพื้นฐานที่สำคัญที่สุดอย่างการรักษาความสะอาดผิวกาย เพราะสิวที่หน้าอกมักเกิดจากเหงื่อ ความมัน และสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่บนผิว โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนหรือหลังออกกำลังกาย เมื่อเหงื่อและคราบไขมันไม่ได้ถูกล้างออกทันที จะกลายเป็นตัวกระตุ้นให้รูขุมขนอุดตันและเกิดสิวตามมาได้ง่าย ดังนั้นควร อาบน้ำทุกครั้งหลังมีกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออก เพื่อชำระสิ่งสกปรกออกจากผิว และช่วยให้รูขุมขนได้หายใจ
  • ไม่สวมเสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไป : อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้สิวที่หน้าอกไม่หายสักที คือ การสวมเสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไป เพราะเสื้อผ้าที่แนบชิดผิวหรือทำจากผ้าสังเคราะห์จะกักเหงื่อและความมันไว้ใต้ผิว ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนและการระคายเคือง โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนหรือเวลาที่เหงื่อออกมาก จึงควร หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไปหรือระบายอากาศไม่ดี ทางที่ดีควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่ทำจาก “ผ้าฝ้าย (Cotton)” หรือเนื้อผ้าที่โปร่ง เบา และซึมซับเหงื่อได้ดี จะช่วยให้ผิวหายใจได้สะดวก ลดการสะสมของความอับชื้นและแบคทีเรีย อีกทั้งยังช่วยลดการเสียดสีระหว่างผิวกับเสื้อผ้า ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวบริเวณหน้าอกได้ง่ายด้วยเช่นกัน
  • อย่าบีบหรือแกะสิว : สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุดเมื่อมีสิวที่หน้าอกคือ การบีบ แกะ หรือเกาสิว เพราะการกระทำเหล่านี้อาจดูเหมือนช่วยให้สิวหายเร็ว แต่จริง ๆ แล้วจะยิ่งทำให้เชื้อแบคทีเรียกระจายลุกลามไปยังบริเวณอื่น ๆ และกระตุ้นให้เกิดการอักเสบมากขึ้น จนกลายเป็นสิวหัวหนองหรือทิ้งรอยดำและแผลเป็นที่รักษายากในภายหลัง
  • ใช้ยาทาแต้มสิวเฉพาะจุด : หากสิวบริเวณหน้าอกเริ่มอักเสบหรือบวมแดง แนะนำให้ใช้ “ยาทาแต้มสิวเฉพาะจุด” ที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide ซึ่งช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของสิว หรือ Niacinamide ที่ช่วยลดการอักเสบและรอยแดงได้อย่างอ่อนโยน ควรทาเฉพาะบริเวณที่เป็นสิวหลังทำความสะอาดผิว และหลีกเลี่ยงการใช้ในปริมาณมากเกินไป เพื่อไม่ให้ผิวแห้งหรือระคายเคืองเพิ่มเติม
  • การผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน : เป็นอีกขั้นตอนสำคัญในการดูแลสิวที่หน้าอก เพราะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขน ซึ่งมักเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวใหม่ ควรสครับผิวเบา ๆ ประมาณสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้ผิวสะอาดเรียบเนียน และช่วยให้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวซึมซาบได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรเลือกสครับที่มีเม็ดละเอียด ไม่หยาบ และหลีกเลี่ยงการถูแรงเกินไป เพราะการขัดแรงอาจทำให้ผิวระคายเคืองหรือกระตุ้นให้สิวอักเสบมากกว่าเดิม สำหรับคนที่มีสิวอักเสบจำนวนมาก แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ โทนเนอร์หรือเจลผลัดเซลล์ผิวที่มีส่วนผสมของ AHA หรือ BHA แทน เพื่อผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนโดยไม่ต้องขัดผิวโดยตรง


-----------------------
*Cosmenet Smart Beauty รีวิวดีบอกต่อ
ค้นหารีวิวเครื่องสำอาง สกินแคร์ แบบจริงใจได้ที่นี่ www.cosmenet.in.th
-----------------------


สรุปได้ว่า “สิวที่หน้าอก” ไม่ได้เกิดจากความสกปรกเพียงอย่างเดียว แต่มีหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้ง เหงื่อ ความมัน การเสียดสีจากเสื้อผ้า ฮอร์โมน รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อุดตันรูขุมขน ซึ่งล้วนกระตุ้นให้ผิวบริเวณหน้าอกเกิดการอุดตันและอักเสบได้ง่ายกว่าที่คิด การดูแลให้สิวหายโดยไม่ทิ้งรอยจึงต้องเริ่มจากพื้นฐานง่าย ๆ อย่างวิธีรักษาสิวที่หน้าอกที่เรานำมาฝากกัน


อ่านคอนเทนต์เคล็ดลับดูแลตัวเองอื่น ๆ เพิ่มเติมคลิกเลย!

FAQs คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิวที่หน้าอก

Q: สิวที่หน้าอกต่างจากสิวบนหน้าไหม?
A: สิวที่หน้าอกต่างจากสิวบนหน้า เพราะสิวหน้าอกมักเกิดจากเหงื่อ ความอับชื้น และการเสียดสีของเสื้อผ้า ส่วนสิวบนหน้ามักเกิดจากความมันส่วนเกิน ฮอร์โมน หรือเครื่องสำอางอุดตัน สิวหน้าอกจึงมักเป็นสิวอักเสบหรือสิวผด ขณะที่สิวบนหน้าพบทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ การดูแลก็ต่างกัน สิวหน้าอกควรเน้นความสะอาดและหลีกเลี่ยงเสื้อผ้ารัดแน่น ส่วนสิวบนหน้าควรใช้สกินแคร์ลดสิวและควบคุมความมัน
Q: ต้องไปหาหมอไหมถ้าสิวขึ้นหน้าอกเยอะมาก?
A: ถ้าสิวขึ้นหน้าอกเยอะ แดง เจ็บ หรือมีหนอง ควรไปหาหมอผิวหนัง เพราะอาจเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา ต้องใช้ยารักษาเฉพาะ แต่ถ้าเป็นไม่มากให้เริ่มดูแลเองได้ เช่น อาบน้ำหลังเหงื่อออก ใช้สบู่ลดสิว หลีกเลี่ยงเสื้อผ้ารัดแน่น ถ้าไม่ดีขึ้นใน 2-3 สัปดาห์ควรพบแพทย์เพื่อรักษาให้ตรงจุด
What's new
10 โฟมล้างหน้าลดสิว ยี่ห้อไหนดี 2026 ลดหน้ามัน ผิวหน้าสะอาดใสไร้สิวอุดตันรีวิวเจาะลึกครีมแต้มสิว TOMEI Anti Acne Cream Plus จากผู้ใช้จริง 413 รีวิว ลดสิวอักเสบ สิวยุบไว ผิวแพ้ง่ายใช้ได้รีวิวครีมจับลอน Belonné ตัวดัง! จัดทรงง่าย ลอนคมชัดนานตลอดวันGUERLAIN ต้อนรับศักราชใหม่ของปี 2026 ถ่ายทอดเสน่ห์ของเดนิมผ่านความงามร่วมสมัยPDRN คืออะไร? เจาะลึกส่วนผสมสุดฮิต ทำไมปี 2026 ถึงขึ้นแท่นลูกรักของวงการสกินแคร์9 ครีมลดเลือนรอยแผลเป็น ดูแลรอยแผลหลังผ่าตัด แผลผ่าคลอด แผลศัลยกรรม ให้ดูจางลง ผิวฟื้นตัวดูเรียบเนียน14 ครีมลดรอยสิว เห็นผลไวใน 2 วีค! ประจำปี 2026ดูดวงความรัก การงาน การเรียน การเงิน ระหว่าง 1 - 7 ก.พ. 69 (ทุกราศี) แนะนำ 5 ทรงผมหน้าร้อน พร้อมวิธีดูแลเส้นผมช่วงซัมเมอร์!ชวนสาว ๆ มาเป็น Beauty Tester ร่วมรีวิวและทดลองใช้สกินแคร์ เมคอัพแบรนด์ดังฟรี !!
COMMENTS
14 ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 14
Thanks
9 ธ.ค. 2568 เวลา 16:34 น.
ความคิดเห็นที่ 13
ขอบคุณนะคะ
8 ธ.ค. 2568 เวลา 16:53 น.
ความคิดเห็นที่ 12
Thanks
19 พ.ย. 2568 เวลา 17:42 น.
ความคิดเห็นที่ 11
Thanks
17 พ.ย. 2568 เวลา 23:45 น.
ความคิดเห็นที่ 10
ขอบคุณ​คะ
10 พ.ย. 2568 เวลา 17:28 น.
ความคิดเห็นที่ 9
มีเหมือนกันค่ะ
9 พ.ย. 2568 เวลา 20:11 น.
ความคิดเห็นที่ 8
ขอบคุณค่ะ
7 พ.ย. 2568 เวลา 11:08 น.
ความคิดเห็นที่ 7
ขอบคุณค่ะ
7 พ.ย. 2568 เวลา 9:17 น.
ความคิดเห็นที่ 6
ขอบคุณนะคะ
6 พ.ย. 2568 เวลา 18:51 น.
ความคิดเห็นที่ 5
ขอบคุณค่ะ
6 พ.ย. 2568 เวลา 18:20 น.
ความคิดเห็นที่ 4
Thanks
6 พ.ย. 2568 เวลา 18:08 น.
ความคิดเห็นที่ 3
ขอบคุณค่ะ
6 พ.ย. 2568 เวลา 10:31 น.
ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณค่ะ
5 พ.ย. 2568 เวลา 16:46 น.
ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณค่ะ
5 พ.ย. 2568 เวลา 15:04 น.