ผิวมันแต่ขาดน้ำ เกิดจากอะไร? ทำไมยิ่งบำรุงยิ่งไม่ดีขึ้น พร้อมวิธีแก้ที่ได้ผลจริง!
สกินแคร์

เท้าแตก ทําไงดี? 5 สูตรสครับแก้เท้าแตก ให้ผิวเนียนนุ่ม ไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์

5,772
6 ธ.ค. 2567
สครับแก้เท้าแตก

‘ส้นเท้าแตก’ หนึ่งในปัญหาชวนหงุดหงิดที่สาว ๆ หลายคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาวที่อากาศแห้ง หากดูแลเท้าได้ไม่ดีพอก็อาจจะทำให้เกิดรอยแยกหรือรอยแตกของผิวบริเวณส้นเท้าได้ นอกเหนือจากการบำรุงแล้ว การสครับ หรือขัดผิวก็เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ช่วยป้องกันและบรรเทาปัญหาส้นเท้าแตกได้เป็นอย่างดี ซึ่งในวันนี้ Cosmenet* ก็ไม่พลาดนำ 5 สูตรสครับแก้เท้าแตก ให้ผิวเนียนนุ่ม ไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์มาบอกต่อกันแล้วค่าา~


ปัญหาส้นเท้าแตก เกิดจาก


ปัญหาส้นเท้าแตก เกิดจาก

1. ผิวแห้งขาดน้ำ : สภาพผิวที่ขาดความชุ่มชื้นจากผิวมีน้ำหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสภาพผิว โดยมีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอกอย่าง สภาพอากาศและมลภาวะ ทำให้ผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น และอาจเกิดปัญหาผิวแห้งแตกตามมาได้

2. การอาบน้ำด้วยน้ำอุ่น : ถึงแม้จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่การอาบน้ำอุ่น หรือเอาเท้าแช่น้ำอุ่นบ่อย ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาส้นเท้าแตก เพราะน้ำอุ่นจะดึงความชุ่มชื้นและน้ำมันตามธรรมชาติของผิวออกไป จึงทำให้ผิวแห้งกร้านนั่นเองค่ะ

3. ละเลยการดูแลผิวบริเวณเท้า : อย่ามัวแต่ดูแลผิวหน้าและผิวกาย จนละเลยผิวบริเวณเท้ากันนะคะ แนะนำให้บำรุงด้วย
ครีมทาเท้าเป็นประจำ เพื่อป้องกันปัญหาส้นเท้าแตก และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวเนียนนุ่มอยู่เสมอ

4. สภาพอากาศที่เย็นและแห้ง : ปัญหาส้นเท้าแตกมักจะพบได้บ่อยในช่วงหน้าหนาว ช่วงที่สภาพอากาศแห้ง หรือคนที่อยู่ในห้องแอร์เป็นประจำ ซึ่งเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้ผิวแห้งและแตกได้ง่าย

5. ปัญหาด้านสุขภาพ : ปัญหาส้นเท้าแตกพบได้บ่อยในผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกิน หรือเป็นโรคเบาหวาน


5 สูตรสครับแก้เท้าแตก


1. วาสลีน + น้ำตาล


ใครที่รู้สึกว่าการทำสครับใช้เองเป็นเรื่องยุ่งยาก แนะนำให้ลองสครับแก้เท้าแตกสูตรนี้เลยค่ะ เพราะใช้แค่วาสลีนและน้ำตาลเท่านั้น! โดยวาสลีนจะช่วยบำรุงจุดแห้งกร้าน เช่น ข้อศอก,หัวเข่า, ตาตุ่ม และส้นเท้า ให้เนียนนุ่มน่าสัมผัสมากขึ้น แถมยังช่วยป้องกันปัญหาส้นเท้าแตกด้วยน้าา ส่วนน้ำตาลก็จะทำหน้าที่เป็นเม็ดสครับ ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกอย่างอ่อนโยน


วาสลีน + น้ำตาล

วิธีทำ
  • นำวาสลีนประมาณ 2-3 ช้อนชา มาผสมกับน้ำตาลทราย 1-2 ช้อนชา
  • คนส่วนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
  • นำมาขัดวน ๆ ที่บริเวณส้นเท้า
  • เช็ดทำความสะอาดด้วยทิชชู่ และทาออยล์ หรือครีมบำรุงเท้าอีกครั้ง


2. กากกาแฟ + น้ำตาลทราย + น้ำมันมะพร้าว


ทำสครับแก้เท้าแตกใช้เองได้ง่าย ๆ โดยมีส่วนผสมหลักจากกากกาแฟ นอกจากจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดเซลล์ผิวใหม่ที่เรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้นมาทดแทนด้วย นอกจากนี้นังมีน้ำตาลทราย และน้ำมันมะพร้าวที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวเนียนนุ่ม น่าสัมผัส

กากกาแฟ + น้ำตาลทราย + น้ำมันมะพร้าว

วิธีทำ
  • นำกากกาแฟ 2 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  • คนส่วนผสมให้เข้ากัน
  • นำมาขัดวน ๆ ประมาณ 15-20 นาที โดยเน้นบริเวณที่มีปัญหาส้นเท้าแตก
  • ล้างออกด้วยน้ำสะอาด


3. มะนาว + น้ำมันมะกอก + เกลือ


หากใครมีปัญหาส้นเท้าแตก ร่วมกับกลิ่นเท้า แนะนำว่าต้องลองสครับสูตรน้ำเลยค่ะ โดยมีส่วนผสมของมะนาวที่มีกรด AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกอย่างง่ายดาย ผสานน้ำมันมะกอกที่อุดมไปด้วยวิตามินและสารบำรุงต่าง ๆ ช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชชื้น และพระเอกของสูตรนี้คือ “เกลือ” ที่มีคุณสมบัติช่วยลดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย จึงมีส่วนช่วยแก้ปัญหาเท้าเหม็นได้นั่นเองค่ะ

มะนาว + น้ำมันมะกอก + เกลือ

วิธีทำ
  • นำน้ำมะนาว และน้ำมันมะกอกอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับเกลือ 2-3 ช้อนโต๊ะ
  • คนส่วนผสมให้เข้ากัน
  • นำมาขัดวน ๆ บริเวณส้นเท้า และซอกเท้า
  • ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และเช็ดเท้าให้แห้ง


4. น้ำอุ่น + เบกกิ้งโซดา + น้ำตาลทรายแดง


เท้าดำ สีผิวไม่เรียบเนียน ส้นเท้าแตก แก้ได้ด้วยสูตรครับแก้เท้าแตกที่มีส่วนผสมของน้ำอุ่น น้ำตาลทรายแดง และเบกกิ้งโซดาที่ไม่เพียงแค่ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกเท่านั้นนะคะ แต่เค้ายังมีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี จึงช่วยแก้ปัญหาเท้าเหม็นได้อยู่หมัด! 


น้ำอุ่น + เบกกิ้งโซดา + น้ำตาลทรายแดง

วิธีทำ

  • เริ่มจากนำเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมลงในน้ำอุ่น 1 ลิตร
  • แช่เท้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที
  • นำเบกกิ้งโซดา 3 ส่วน มาผสมกับน้ำ 1 ส่วน และน้ำตาลทรายแดง 1 ส่วน
  • นำมาขัดวน ๆ ให้ทั่วเท้า โดยเน้นบริเวณที่มีปัญหาส้นเท้าแตก และผิวหมองคล้ำ
  • ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และเช็ดเท้าให้แห้ง


5. เกลือ + น้ำผึ้ง + เบบี้ออยล์


ปิดท้ายด้วยสูตรสครับแก้เท้าแตกที่เหมือนได้ทำสปาที่บ้าน โดยสูตรนี้มีส่วนผสมของเกลือ น้ำผึ้ง และเบบี้ออยล์ นอกจากจะช่วยผลัดเซลล์ผิวและช่วยป้องกันปัญหาส้นเท้าแตกแล้ว ยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเมื่อยล้าด้วยน้าา เหมาะสำหรับวันที่เดินเยอะ หรือเมื่อยเท้าสุด ๆ เลยค่ะ

เกลือ + น้ำผึ้ง + เบบี้ออยล์

วิธีทำ
  • นำเกลือ 1 ถ้วย มาผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และเบบี้ออยล์ 1/4 ถ้วย
  • คนส่วนผสมให้เข้ากัน
  • นำมาขัดวน ๆ บริเวณส้นเท้า
  • ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และเช็ดเท้าให้แห้ง


สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีแก้เท้าแตก บอกเลยว่า 5 สูตรสครับแก้เท้าแตกเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่อยากแนะนำ นอกจากจะช่วยบรรเท้าและป้องกันปัญหาส้นเท้าแตกแล้ว ยังช่วยปรับผิวให้กระจ่างใน เรียบเนียน และแก้ปัญหาเท้าเหม็นได้อยู่หมัด!


-----------------------
*Cosmenet Smart Beauty รีวิวดีบอกต่อ
ค้นหารีวิวเครื่องสำอาง สกินแคร์ แบบจริงใจได้ที่นี่ www.cosmenet.in.th
-----------------------


อ่านคอนเทนต์การบำรุงผิวอื่น ๆ เพิ่มเติม

What's new
10 โฟมล้างหน้าลดสิว ยี่ห้อไหนดี 2026 ลดหน้ามัน ผิวหน้าสะอาดใสไร้สิวอุดตันรีวิวเจาะลึกครีมแต้มสิว TOMEI Anti Acne Cream Plus จากผู้ใช้จริง 413 รีวิว ลดสิวอักเสบ สิวยุบไว ผิวแพ้ง่ายใช้ได้รีวิวครีมจับลอน Belonné ตัวดัง! จัดทรงง่าย ลอนคมชัดนานตลอดวันGUERLAIN ต้อนรับศักราชใหม่ของปี 2026 ถ่ายทอดเสน่ห์ของเดนิมผ่านความงามร่วมสมัยPDRN คืออะไร? เจาะลึกส่วนผสมสุดฮิต ทำไมปี 2026 ถึงขึ้นแท่นลูกรักของวงการสกินแคร์9 ครีมลดเลือนรอยแผลเป็น ดูแลรอยแผลหลังผ่าตัด แผลผ่าคลอด แผลศัลยกรรม ให้ดูจางลง ผิวฟื้นตัวดูเรียบเนียน14 ครีมลดรอยสิว เห็นผลไวใน 2 วีค! ประจำปี 2026ดูดวงความรัก การงาน การเรียน การเงิน ระหว่าง 1 - 7 ก.พ. 69 (ทุกราศี) แนะนำ 5 ทรงผมหน้าร้อน พร้อมวิธีดูแลเส้นผมช่วงซัมเมอร์!ชวนสาว ๆ มาเป็น Beauty Tester ร่วมรีวิวและทดลองใช้สกินแคร์ เมคอัพแบรนด์ดังฟรี !!
COMMENTS
29 ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 29
น่าสนใจมาก
28 มิ.ย. 2568 เวลา 18:32 น.
ความคิดเห็นที่ 28
ขอบคุณค่ะ
18 มิ.ย. 2568 เวลา 11:53 น.
ความคิดเห็นที่ 27
ขอบคุณค่ะ
27 ม.ค. 2568 เวลา 9:52 น.
ความคิดเห็นที่ 26
ขอบคุณมากนะคะ
17 ม.ค. 2568 เวลา 18:59 น.
ความคิดเห็นที่ 25
ขอบคุณค่ะ
17 ม.ค. 2568 เวลา 18:48 น.
ความคิดเห็นที่ 24
ต้องลองบ้างแล้ว
16 ม.ค. 2568 เวลา 21:31 น.
ความคิดเห็นที่ 23
ว้าว
16 ม.ค. 2568 เวลา 11:21 น.
ความคิดเห็นที่ 22
ขอบคุณค่า ได้เวลาประหยัดค่าสปาเท้าแล้ว
8 ม.ค. 2568 เวลา 23:04 น.
ความคิดเห็นที่ 21
ขอบคุณค่ะ
8 ม.ค. 2568 เวลา 10:32 น.
ความคิดเห็นที่ 20
ขอบคุณค่า
2 ม.ค. 2568 เวลา 22:29 น.
ความคิดเห็นที่ 19
Thanks
27 ธ.ค. 2567 เวลา 8:19 น.
ความคิดเห็นที่ 18
ขอบคุณคาะ
20 ธ.ค. 2567 เวลา 12:02 น.
ความคิดเห็นที่ 17
เลิฟเลยค่ะ
19 ธ.ค. 2567 เวลา 21:22 น.
ความคิดเห็นที่ 16
น่าลอง
19 ธ.ค. 2567 เวลา 8:39 น.
ความคิดเห็นที่ 15
ขอบคุณค่ะ
19 ธ.ค. 2567 เวลา 8:37 น.
ความคิดเห็นที่ 14
Thanks
14 ธ.ค. 2567 เวลา 21:26 น.
ความคิดเห็นที่ 13
ต้องลองๆ
10 ธ.ค. 2567 เวลา 22:05 น.
ความคิดเห็นที่ 12
ขอบคุณค่ะ
10 ธ.ค. 2567 เวลา 13:25 น.
ความคิดเห็นที่ 11
ขอบคุณค่ะ
10 ธ.ค. 2567 เวลา 9:16 น.
ความคิดเห็นที่ 10
ขอบคุณค่ะ
9 ธ.ค. 2567 เวลา 22:53 น.
ความคิดเห็นที่ 9
ขอบคุณนะคะ
9 ธ.ค. 2567 เวลา 21:47 น.
ความคิดเห็นที่ 8
ขอบคุณค่ะ
9 ธ.ค. 2567 เวลา 20:32 น.
ความคิดเห็นที่ 7
ขอบคุณมากนะคะ
9 ธ.ค. 2567 เวลา 17:59 น.
ความคิดเห็นที่ 6
Thanks
9 ธ.ค. 2567 เวลา 17:48 น.
ความคิดเห็นที่ 5
ดีมากๆๆเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ
9 ธ.ค. 2567 เวลา 17:09 น.
ความคิดเห็นที่ 4
ขอบคุณค่ะ
9 ธ.ค. 2567 เวลา 16:02 น.
ความคิดเห็นที่ 3
ขอบคุณทริคดีๆค่า
9 ธ.ค. 2567 เวลา 15:10 น.
ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณค่ะ
9 ธ.ค. 2567 เวลา 14:48 น.
ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณค่ะ
9 ธ.ค. 2567 เวลา 14:38 น.