Pages: 1 2 3 4 Next
ทดสอบรองพื้น Sola ราคาเบาๆ ที่เค้าบอกว่า...คุณภาพเทียบเท่า Counter Brand, มาดูกันว่ารองพื้น Sola ราคาเบาๆ ที่เค้าบอกว่า...คุณภาพเทียบเท่า Counter Brand จะดีแค่ไหน?
 
สวัสดีค่าาาา

ช่วงนี้เห็นสาวๆหนุ่มๆ หลายคนหวีดร้องกันเรื่องการแต่งหน้าเป็นพิเศษโดยเฉพาะปัญหาของเรื่องรองพื้นที่ผิดเบอร์ ผิดฝาผิดตัวได้ตลอด ถ้าไม่คล้ำเกินไปก็ขาวจนวอก เพราะคิดเอาไว้ว่ามันจะดรอประหว่างวัน จนทำให้หน้าเทาไปเลยก็มี

แล้วไหนจะปัญหาในเรื่องของความเหนียวเหนอะหนะการอุดตันรูขุมขน รวมถึงการเป็นคราบระหว่างวันหรือการปกปิดขั้นเทพแบบไม่ต้องให้ผิวได้หายใจหายคอกันเลยก็มี




วันนี้มาดูรองพื้นเนื้อบาง ที่ทางแบรนด์เค้ามั่นใจว่าคุณภาพเทียบเท่ากับรองพื้นเค้าเตอร์แบรนด์ดัง ให้สาวๆ หนุ่มๆ ได้เผยผิวสวยแบบไม่เหนียวเหนอะหนะและไม่เป็นคราบ ไม่ดรอประหว่างวันอีกด้วยค่ะ

นั่นคือรองพื้นจากแบรนด์Solaแบรนด์ดังจากเกาหลี ในรุ่น Sola Primer Teint Foundation ซึ่งทางแบรนด์เค้าได้เคลมเอาไว้เกี่ยวกับประสิทธิภาพของรองพื้นว่าเป็นรองพื้นที่มีความโดดเด่นในเรื่องของความบางเบาเป็นธรรมชาติสีไม่ดรอประหว่างวัน และเป็นสูตรควบคุมความมันค่ะ





โดยรองพื้นในรุ่นนี้ของSolaเค้าจะมาด้วยกัน 3 เฉดสี


ซึ่งนอกจากจะมารีวิวเนื้อสีให้ชมแล้วเรายังจะมาทดสอบประสิทธิภาพของรองพื้นเพื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความบางเบาสบายผิวอย่างแบรนด์Cที่ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมานานแสนนานในเรื่องความบางเบาสบายผิวนั่นเองค่ะ





การทดสอบของเราจะดูประสิทธิภาพทั้งหมด6ด้าน ด้วยกันค่ะ ซึ่งก็คือ
- การคุมมัน
- การปกปิด
- ความกระจ่างใส
- ทดสอบความแห้งไว/บางเบา
- กันเหงื่อกันน้ำ
-ราคา (ราคาต่อ 1 มล.) โดยจะเปรียบเทียบกันต่อ1 มิลลิลิตรเลยค่ะ


เรามาเริ่มกันเลยที่การทดสอบเรื่องความมันโดยในเรื่องของการคุมมัน เราจะดูกัน 2 แบบคือความมันจากเนื้อครีม และการทาบนผิว


มาดูกันที่แบบแรกกันก่อนโดยจะทำการหยดเนื้อรองพื้นลงบนกระดาษซับมัน และทิ้งไว้ 15 นาทีค่ะ





และเมื่อทิ้งไว้15นาทีผลที่ออกมาจะเห็นว่าเนื้อครีมแต่ละตัวเริ่มมีความมันกระจายออกมาบ้างในระยะที่ใกล้เคียงกัน


มาต่อกันที่ความบางเบาและแห้งไวของรองพื้นซึ่งจะทำการทดสอบโดยการทารองพื้นทั้ง 2 ตัวลงบนผิวแล้วทิ้งไว้ 30 วินาที แล้วนำกระดาษซับมันซับดูค่ะซึ่งผลออกมาก็คือ...








ทั้ง 2 แบรนด์เสมอกันค่ะ


กระดาษซับมันทั้ง2ตัวแทบจะไม่มีคราบความมันของเนื้อครีมหลงเหลืออยู่เลยค่ะจะมีของแบรนด์ C ที่มีคราบรองพื้นติดออกมาเล็กน้อยจนแทบจะมองไม่เห็นและเมื่อแตะดูที่ผิวทั้ง 2 ด้าน ด้านของ C จะค่อนข้างแห้งกว่าเล็กน้อย ต่างจาก Sola ที่จะมีความชุ่มชื้นเหลืออยู่ค่ะแต่ก็ไม่มากเกินไป





และการทดสอบด้านต่อไปเพื่อเป็นให้เห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น จะทำการทดสอบบนผิวหน้ากันนะคะโดยสภาพผิวเป็นคนผิวมัน ปัญหาผิวคือเรื่องของสีผิวไม่สม่ำเสมอและรอยสิวบนใบหน้าเล็กน้อย




เมื่อทารองพื้นลงบนผิวเนื้อรองพื้นของ Sola จะมีความชุ่มชื่นเล็กน้อยและมีเนื้อที่เหลวกว่าทำให้เกลี่ยง่ายและหลังจากที่ทาก็จะเหลือความชุ่มชื้นที่ผิว แต่ก็ไม่เหนียวหรือเหนอะหนะ




ส่วนรองพื้นของCจะมีเนื้อที่ข้นกว่าเล็กน้อยนะคะ เมื่อลงรองพื้นที่ผิวจะไม่สามารถทาทิ้งไว้แล้วค่อยเกลี่ย เพราะเนื้อรองพื้นจะแห้งไวและเมื่อลงจนเสร็จก็จะแห้งจนเหมือนกับแป้งไปเลย




และเห็นได้ชัดเจนว่ารองพื้นทั้ง 2 ตัวจะให้การปกปิดในระดับกลางๆค่อนข้างจะเผยผิวนิดๆ แต่ก็สามารถจะลงเพิ่มได้ถ้าต้องการการปกปิดที่ดีกว่าเดิมแต่ก็ไม่ถึงขั้นที่ปกปิดทุกอย่างได้เรียบกริ๊บไปเลยค่ะ


ในเรื่องของความกระจ่างใสอันนี้ก็เทียบกันชัดๆ เลยไม่ได้ เนื่องจากเป็นรองพื้นคนละยี่ห้อ เฉดสีของ C เลยมีเฉดที่สว่างกว่าเล็กน้อยค่ะ จะเห็นได้ว่าเมื่อทาลงบนผิวหน้าฝั่งของ Cจะสว่างกว่าเล็กน้อย ส่วนในฝั่งของ Sola จะสีออกโทนเหลืองกว่าและดูเป็นผิวกว่าค่ะ




และเมื่อทิ้งไว้เป็นเวลา3ชั่วโมงโดยไม่ทาแป้ง (ทำงานเข้า-ออกห้องแอร์) จะเห็นได้ว่า





ใบหน้าในส่วนที่ทารองพื้นSolaก็ยังคงมีความชุ่มชื้นเหลืออยู่ และสีรองพื้นก็ยังคงไม่ดรอปหรือทำให้หน้าหมองลงส่วนในฝั่ง C เมื่ออยู่ในที่แสงจ้าจะเห็นว่าผิวยังคงแห้งสนิทเหมือนเดิม





เมื่อลองนำกระดาษซับมันมาซับดูผลออกมาก็พบว่าผิวมีความมันเล็กน้อยเท่านั้น
มาต่อกันที่การกันเหงื่อ และกันน้ำของรองพื้น จะทดลองเปิดน้ำให้ไหลผ่านค่ะ เรามาดูกันดีกว่าว่าผลออกมาจะเป็นยังไงกันบ้าง




จะเห็นว่าตัวรองพื้นทั้ง2ตัว สามารถกันน้ำได้ค่อนข้างดี คือไม่ทำให้เป็นคราบอาจจะมีสีรองพื้นไหลตามน้ำออกมาบ้าง แต่เมื่อซับน้ำออกก็ยังคงติดอยู่ค่ะ


และในด้านสุดท้าย ปริมาณ เมื่อเทียบกับราคา

ในส่วนของรองพื้นแบรนด์Cจะอยู่ที่ราคา 30 ml. 2,400 บาท เฉลี่ยแล้วมิลลิลิตรละ 80 บาท


ส่วนรองพื้นSolaPrimer Teint Foundation ขนาด30 ml. ราคาเต็มอยู่ที่ 850 บาทเฉลี่ยแล้ว มิลลิลิตรละ 29 บาทค่ะ


และจากการทดสอบประสิทธิภาพทั้ง6ด้านกันไปแล้ว ขอสรุปให้เห็นภาพกันได้ง่ายๆ ดังนี้นะคะ





โดยสามารถแยกข้อดีและข้อด้อยของรองพื้นทั้ง 2 ตัวออกมาได้ดังนี้


Sola Primer TeintFoundation SPF20

ข้อดี
1. บางเบาสบายผิว
2. ผิวดูกระจ่างใสและฉ่ำน้ำแบบสาวเกาหลี
3. ไม่ทำให้หน้ามันเพิ่มระหว่างวันแม้ไม่ทาแป้ง
4. ราคาถูก คุ้มค่า
5. ติดทนนานกันน้ำและเหงื่อได้ดี
6. เนื้อรองพื้นเกลี่ยง่าย


ข้อด้อย
1. ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวเยอะ
2. มีเฉดสีให้เลือกเพียง3 เฉดสี (แต่จริงๆก็ไม่ถือว่าเป็นข้อเสีย เพราะสามารถซื้อมาผสมกันเป็นเฉดสีของเราได้)






แบรนด์C

ข้อดี
1. บางเบาสบายผิว
2. เนื้อรองพื้นแห้งไวมาก
3. ติดทนนานกันน้ำและเหงื่อได้ดี
4. ผิวดูกระจ่างใส
5. หน้าไม่มันไม่เงาแม้ไม่ทาแป้ง
6. เฉดสีมีให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย


ข้อด้อย
1. ราคาแพงเมื่อเทียบกับปริมาณ
2. ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวเยอะ
3. ไม่เหมาะกับคนหน้าแห้งและผิวผสม
4. เนื้อรองพื้นเกลี่ยยากเพราะแห้งเร็ว
หวังว่าเพื่อนๆคงได้ข้อมูลในการตัดสินใจเพิ่มมากขึ้นไม่มากก็น้­อยนะคะแล้ววันหลังจะมีรีวิวสินค้าเด็ดๆ ตัวไหนอีก ต้องมาติดตามกันต่อนะคะ
02/11/2015 10:24:00
 
ใช้อยู่ เริศอ่ะ แห้งดี ชอบๆ
02/11/2015 15:24:49
 
ขอบคุณค่ะ
02/11/2015 22:08:34
 
ขอบคุณจร้า
24/11/2015 12:19:05
 
น่าใช้จัง
05/01/2016 16:20:42
 
กำลังเล็งตัวนี้พอดีเลย ขอบคุณคะ
06/01/2016 21:55:45
 
ขอบคุณจ้า
09/01/2016 14:25:11
 
เยี่ยมไปเลย น่าใช้
09/01/2016 16:23:08
 
ขอบคุณค่ะ
10/01/2016 20:06:38
 
ขอบคุณสำหรับการรีวิวค่ะ
22/01/2016 09:50:47
Pages: 1 2 3 4 Next
Dev-Cha USED CACHE: home_widget_rangking_v01_20170427 ... home_widget_rangking_v02_20170427

RANKING

Body Soap (Bar)

Johnson & Johnson

Baby Soap (Classic)
349 pt. จำนวน 92 รีวิว

Deleaf Thanaka

Moisturizing and Whitening Soap
187 pt. จำนวน 49 รีวิว
more +

REVIEW

Argan Oil Hair Treatment Oil
LUCIDO-L
Argan Oil Hair Treatment Oil

ชอบมากนะตัวนี้ ไม่เหนียวเหนอหนะ ซึมเร็ว ไม่มัน ผมนุ่ม ลื่นขึ้น สุขภาพดี

Argan Oil Hair Treatment Oil
2 hour ago
SmileSine
Creamy Tint Color Balm
Mamonde
Creamy Tint Color Balm

ปกติไม่ค่อยใช้ลิปดินสอ เพราะรู้สึกว่ามันไม่น่าจะติดทน สึก็มีซ้ำซ้ำซากซากเออันนี้มี 30 สี เห็นวางเรียงเรียงกันนึกว่าสีคล้ายๆกัน ปรากฏว่าแต่ละอันไม่เหมือนกันเลยจ้า มีทั้งแบบ light ให้ลุคฉ่ำวาวเนื้อเชียร์ ส่วน intense สีสดกว่า แนะนำว่าทา light แล้วทาตามด้วย intense จะสบายปากมากๆ ให้สีสวยมากด้วย

UV White Magic Cover Protection SPF 50+ PA++++
KA
UV White Magic Cover Protection SPF 50+ PA++++

เห็นจากเพจค่ะเลยลองซื้อมาใช้ ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะ คุมมันระหว่างวันได้ โดยรวมถือว่าโอเคนะ ใช้มาสักพักละเจอแดดแรงตอนกลางวันหน้าไม่หมอง ไม่มันเยิ้ม เมคอัพไม่หลุด ไม่แสบผิวเวลาเจอแดดด้วย ดียยยย์ ผิวไม่ลอกไม่มีแอลกอฮอล์ ติดที่มีกลิ่นน้ำหอมแรงไปหน่อยน๊าาา

UV White Magic Cover Protection SPF 50+ PA++++
3 hour ago
SukieGraph
Perfect Cleansing Water Oil Clear
Biore
Perfect Cleansing Water Oil Clear

ล้างเครื่องสำอางได้ดี เหมาะกับคนหน้ามัน หน้าผสม หลังใช้รู้สึกหน้าไม่มัน เเต่ไม่ตึง

Perfect Cleansing Water Oil Clear
4 hour ago
Gift
more +