ปัญหาผมบาง ไรผมน้อย หรือหัวเถิก ไม่ได้เกิดแค่กับคนอายุเยอะเท่านั้น แต่ยังเจอได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ ฮอร์โมน ความเครียด การทำผมซ้ำ ๆ หรือแม้แต่การพักผ่อนน้อยโดยไม่รู้ตัว
เมื่อผมบางลง เส้นผมดูไม่หนาแน่น หน้าเลยดูโล่งกว่าปกติ ทำให้หลายคนเสียความมั่นใจ โดยเฉพาะเวลามัดผม รวบผม หรือแสกกลางที่ยิ่งเผยจุดบกพร่องชัดเข้าไปอีก แต่ข่าวดีคือปัญหาเหล่านี้มีตัวช่วยแบบเร่งด่วนที่ทั้งง่ายและเป็นมิตรกับมือใหม่ นั่นก็คือ “แฮร์แชโดว์” ไอเท็มลับที่ช่วยปิดผมบาง เติมไรผม แก้หัวเถิก ให้ดูเนียนเป็นธรรมชาติราวกับผมหนามาแต่เกิด
แฮร์แชโดว์คืออะไร
แฮร์แชโดว์ (Hair Shadow) คือ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วย เติมเต็มช่องว่างบนหนังศีรษะและเส้นผมโดยเฉพาะหรืออีกชื่อที่เรียกกันว่า “แป้งปิดผมบาง แป้งปิดหัวเหม่ง” ไม่ว่าจะเป็นรอยแสกผม ไรผมด้านหน้า หรือบริเวณที่ผมดูบางเป็นพิเศษ หลักการใช้งานจะคล้ายกับการทาอายแชโดว์ เพียงแต่เปลี่ยนจากเปลือกตามาเป็นการปัดเบา ๆ บนหนังศีรษะ เพื่อช่วยสร้างเงาและมิติให้เส้นผมดูหนาแน่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
แฮร์แชโดว์ต่างจากสเปรย์ปิดผมบางอย่างไร
แฮร์แชโดว์มาในรูปแบบฝุ่นเนื้อละเอียดอัดแข็ง ลักษณะคล้ายอายแชโดว์ ใช้แปรงแต้มเบา ๆ ลงบนหนังศีรษะบริเวณที่ผมบาง เช่น รอยแสกผม ไรผม หรือแนวหน้าผาก ข้อดีคือสามารถควบคุมทิศทางได้แม่นยำ ค่อย ๆ เติมเฉพาะจุดที่ต้องการ ทำให้ผลลัพธ์ดูเนียน กลมกลืนไปกับหนังศีรษะ ให้ลุคเป็นธรรมชาติ ไม่ดูโป๊ะ และไม่ทำให้ผมแข็งหรือเหนียว เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการปรับไรผม เติมแนวผมให้ดูเต็มขึ้นแบบแนบเนียน
ในขณะที่สเปรย์ปิดผมบางหรือไฟเบอร์ จะเป็นละอองสีหรือเส้นใยขนาดเล็กที่พ่นหรือโรยลงบนเส้นผมและหนังศีรษะ จุดเด่นคือช่วยให้ผมดูหนาขึ้นทันที โดยเฉพาะแบบไฟเบอร์ที่ช่วยเพิ่มวอลลุ่มได้ชัดเจน เหมาะกับการปิดผมบางในบริเวณกว้าง หรือคนที่มีผมเหลือน้อยมาก อย่างไรก็ตาม การควบคุมทิศทางอาจทำได้ยากกว่า และเมื่อสัมผัสเส้นผม อาจรู้สึกแข็งหรือเหนอะมือได้บ้าง
วิธีเลือกแฮร์แชโดว์ให้เข้ากับสีผม
เลือกเฉดสีให้ใกล้เคียงกับโคนผม : หลักง่าย ๆ คือ เลือกสีที่ใกล้เคียงหรืออ่อนกว่าโคนผมเล็กน้อย จะทำให้ผมดูหนาขึ้นช่วยสร้างเงาได้อย่างเป็นธรรมชาติและไม่รู้ว่าแต่ง
- ผมดำธรรมชาติ : แนะนำให้เลือกโทน Dark Brown (น้ำตาลเข้ม) จะดูนุ่มกว่าและกลืนกับหนังศีรษะได้ดี ควรหลีกเลี่ยงสีดำสนิท เพราะสีที่เข้มเกินไปจะตัดกับผิวหนังศีรษะชัดเจน ทำให้ดูแข็งและหลอกตา คล้ายการใช้ปากกาเมจิกเขียนลงบนศีรษะ ซึ่งยิ่งเน้นให้เห็นจุดที่ต้องการปิดมากขึ้นไปอีก
- ผมสีน้ำตาล / น้ำตาลช็อกโกแลต : ควรเลือกโทน Natural Brown จะช่วยให้ลุคดูละมุน มีมิติ และดูเป็นธรรมชาติกว่าสีดำ เพราะสีดำมักจะดูทึบเกินไปและไม่กลืนกับโคนผมจริง ส่งผลให้รอยแสกหรือไรผมดูชัดขึ้นแทนที่จะเนียน
เลือกให้เหมาะกับ Undertone สีผม : แฮร์แชโดว์ต้องมีอันเดอร์โทนไปในทิศทางเดียวกับสีผมจริง เพื่อให้เงาที่ได้ดูสมจริง เหมือนเป็นความหนาของผม ไม่ใช่สีที่ถูกแต้มเพิ่มเข้าไป
- ผมโทนอุ่น : ถ้าสีผมของคุณมีประกายทอง แดง หรือส้ม ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำตาลทอง น้ำตาลคาราเมล หรือโทนมะฮอกกานี แสดงว่าคุณอยู่ในกลุ่มผมโทนอุ่น ควรเลือกแฮร์แชโดว์โทน Brown หรือ Light Brown ที่มีติ่งอุ่นอมแดงหรืออมทองเล็กน้อย จะช่วยให้สีดูกลืนไปกับโคนผม และให้ลุคดูเป็นธรรมชาติ ไม่หม่นหรือดรอปจนเกินไป
- ผมโทนเย็น : สำหรับคนที่มีผมสีหม่น เทา หรือน้ำตาลอมเขียว เช่น สีน้ำตาลแอช หรือสีดำหม่น ควรเลือกแฮร์แชโดว์โทน Ash Brown หรือ Greyish Brown จะช่วยให้เงาที่ได้ดูละมุนและเนียนไปกับเส้นผมจริง
8 แป้งปิดผมบาง ปิดหัวเหม่ง ยี่ห้อไหนดี 2026
1. Etude Pang Pang Hair Shadow

แฮร์แชโดว์ Etude ที่มาพร้อมชื่อสุดคิวท์อย่าง Pang Pang มาจากเสียงตบพัฟฟ์เบา ๆ ตอนใช้ ตัวตลับเป็นดีไซน์สองชั้น มีพัฟฟ์และกระจกในตัว ใช้งานง่าย พกพาสะดวกไม่เลอะ พัฟฟ์หนานุ่มช่วยให้สีฟุ้งเนียน ไม่เป็นก้อน จุดเด่นคือความติดทน กันเหงื่อได้ดี เดินทั้งวันสีก็ยังอยู่ แถมมีสารสกัดจากธรรมชาติช่วยปลอบประโลมหนังศีรษะ มือใหม่ใช้รอด เป็นตัวคลาสสิกที่หยิบมาใช้เมื่อไหร่ก็ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ
- จุดเด่น : กระจายตัวได้ฟุ้งเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน
- เนื้อสัมผัส : เนื้อแมตต์ สัมผัสนุ่มและละเอียดมาก
- ราคา : 3.5 g. / 500 บาท
- ช้อปออนไลน์ : Shopee, Lazada
- อ่านรายละเอียดและรีวิว แฮร์แชโดว์ Etude เพิ่มเติมได้ที่นี่ -
แฮร์แชโดว์ Cathy Doll ที่มาในรูปแบบคุชชั่นเป็นไอเทมที่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากปกปิดผมบางหรือจุดบกพร่องบนหนังศีรษะแบบเร่งด่วน เนื้อครีมเกลี่ยง่าย สีชัดแต่ดูเป็นธรรมชาติ ทาแล้วแนบไปกับโคนผม ไม่เลอะ ไม่ไหล และไม่เลือนหายระหว่างวัน ช่วยให้ผมดูหนาขึ้น มีมิติขึ้นทันทีแบบไม่โป๊ะ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ปรับรูปเส้นแนวผมได้ง่าย ๆ แค่แตะลงบริเวณไรผม ก็ช่วยให้กรอบหน้าดูเต็มและคมขึ้น
- จุดเด่น : ติดทน ไม่เลอะเทอะ ไม่เลือนหายระหว่างวัน
- เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมเกลี่ยง่าย สีแน่นชัด
- ราคา : 2 g. / 195 บาท
- ช้อปออนไลน์ : Konvy, Shopee, Lazada
3. Odbo Magic Touch Hair Shadow
แป้งปิดเหม่งจาก Odbo ตัวช่วยสำหรับคนผมบางที่อยากให้ผมดูหนาขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ ช่วยเติมเต็มบริเวณที่ผมบางหรือจุดบกพร่องบนหนังศีรษะได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นแนวไรผม หน้าผากกว้าง หรือรอยแสก ใช้แล้วผมดูมีมิติขึ้นทันทีโดยไม่ดูหลอกตา ตัวแพ็กเกจขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาง่าย ใช้งานไม่ยุ่งยาก แค่แต้มเบา ๆ ก็ช่วยเสริมลุคให้ดูมั่นใจและบุคลิกภาพดูดีขึ้น
- จุดเด่น : ขนาดเล็กกะทัดรัดพกพาสะดวก ใช้งานง่าย
- เนื้อสัมผัส : เนื้อฝุ่นอัดแข็ง ฟินิชแมตต์
- ราคา : 3 g. / 199 บาท
- ช้อปออนไลน์ : Watsons, Konvy, Shopee, Lazada
- อ่านรายละเอียดและรีวิว แฮร์แชโดว์ Odbo เพิ่มเติมได้ที่นี่ -
4. The Face Shop Quick Hair Puff
แฮร์แชโดว์ The Face Shop ที่มาในรูปแบบพัฟฟ์คุชชั่นสูตรกันน้ำตัวนี้เป็นอีกไอเทมที่ช่วยให้ผมดูหนาขึ้นแบบเร่งด่วน ใช้งานง่าย แค่แตะลงบริเวณแนวไรผมหรือจุดที่ผมบาง เนื้อแป้งจะเคลือบเส้นผมอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ผมดูหนาและเป็นธรรมชาติ ไม่โป๊ะ แถมยังช่วยควบคุมความมันส่วนเกินของหนังศีรษะได้ดี จุดเด่นคือการผสานสูตรสมุนไพรเกาหลีโบราณ Ha-Soo-Oh พร้อมสารสกัดจากถั่วดำและโสม ช่วยบำรุงให้ผมดูดกดำ แข็งแรงขึ้น และที่สำคัญคือปราศจากพาราเบน จึงอ่อนโยนต่อเส้นผมและหนังศีรษะ
- จุดเด่น : ช่วยบำรุงให้ผมดูดกดำ แข็งแรงขึ้น
- เนื้อสัมผัส : เนื้อแป้งแบบฝุ่น เนียนละเอียด
- ราคา : 7 g. / 249 บาท
- ช้อปออนไลน์ : The Face Shop, Shopee, Lazada
- อ่านรายละเอียดและรีวิว แฮร์แชโดว์ The Face Shop เพิ่มเติมได้ที่นี่ -
5. Oriental Princess Magic Touch Hair Shadow
ใครผมน้อยหรือหน้าผากกว้างต้องเลิฟตัวนี้! แฮร์แชโดว์ Oriental Princess เป็นไอเทมที่ช่วยเสกผมให้ดูหนาขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ ใช้แล้วผมดูเต็ม มีมิติ และกลมกลืนไปกับสีผมจริง เนื้อแฮร์แชโดว์เคลือบเส้นผมได้สม่ำเสมอ ไม่ทำให้ผมมันหรือหนักหัว นอกจากช่วยปิดผมบางแล้ว ยังสามารถใช้เพิ่มความชัดให้แนวไรผมและโครงหน้าดูเป๊ะขึ้นอีกด้วย
- จุดเด่น : เคลือบเส้นผมได้อย่างสม่ำเสมอ และไม่เพิ่มความมันให้กับเส้นผม
- เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมพาวเดอร์ เม็ดสีชัดและทึบแสง
- ราคา : 3.5 g. / 255 บาท
- ช้อปออนไลน์ : Oriental Princess
- อ่านรายละเอียดและรีวิว แฮร์แชโดว์ Oriental Princess เพิ่มเติมได้ที่นี่ -
แป้งปิดเหม่งเติมไรผมที่เด่นเรื่องความเนียนและความพกพาง่ายแบบสุด ๆ ตัวเนื้อแป้งเป็นแบบ Micro-Fine ละเอียดมาก ฟีลคล้ายแป้งอัดแข็งคุณภาพดี ทาแล้วกลืนไปกับหนังศีรษะ ไม่เป็นปื้นดำหรือดูหลอกตา จุดขายหลักคือพัฟฟ์หัวเห็ดทรงกลมมนที่ซ่อนอยู่ใต้ฝา เวลาตบลงบนไรผมหรือรอยแสก สีจะฟุ้งละมุน ขอบไม่ชัด ดูเป็นธรรมชาติมาก แถมยังช่วยคุมมันและกันน้ำกันเหงื่อได้ดี ใช้แล้วไม่ไหลเยิ้มระหว่างวัน
- จุดเด่น : คุมมันและกันน้ำ กันเหงื่อได้ดี
- เนื้อสัมผัส : เนื้อแป้ง Micro-Fine มีความละเอียดสูงมากเป็นพิเศษ
- ราคา : 3.8 g. / 379 บาท
- ช้อปออนไลน์ : Shopee, Lazada
7. Lolane Nature Code Hair Blush On
ถ้าพูดถึงแฮร์แชโดว์แบรนด์ไทยที่ทั้งถูกและดี ต้องยกให้ Lolane เลยค่ะ รุ่นนี้ออกแบบมาเหมือนบลัชออนสำหรับเส้นผม เน้นปิดผมขาวตามโคนโดยเฉพาะ เนื้อครีมพาวเดอร์เกาะเส้นผมแน่น เซ็ตตัวแล้วเป็นแป้งแมตต์ ช่วยปิดได้กริบและติดทนกว่าฝุ่นทั่วไป สูตรมีสารสกัดจากข้าวโพดและข้าวอัญชัน อ่อนโยนต่อเส้นผม ใช้ง่ายด้วยแปรงคาบูกิในตลับ และกันน้ำกันเหงื่อได้ดี
- จุดเด่น : เกาะเส้นผมแน่น กันน้ำ กันเหงื่อได้ดี
- เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมพาวเดอร์ เซ็ตตัวแล้วเป็นแป้งแมตต์
- ราคา : 4.5 g. / 250 บาท
- ช้อปออนไลน์ : Shopee, Lazada
- อ่านรายละเอียดและรีวิว แฮร์แชโดว์ Lolane Nature เพิ่มเติมได้ที่นี่ -
8. KATHY AMREZ Hair Shadow Stick

ส่งท้ายลิสต์นี้ด้วยแป้งเพิ่มไรผมจาก KATHY ที่มาในรูปแบบเนื้อฝุ่นอนุภาคละเอียด มอบฟินิชเนียนกลมกลืนไปกับเส้นผมและหนังศีรษะ สีสม่ำเสมอไม่จับเป็นก้อน เกลี่ยง่าย ติดทนทั้งวันโดยไม่เลอะหรือเลือนระหว่างวัน ช่วยปกปิดผมบางและจุดบกพร่องบนหนังศีรษะได้ดี พร้อมเพิ่มมิติให้ผมดูหนาขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะทั้งเติมรอยแสกและปรับแนวไรผมให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น ใช้ได้ทุกวันแบบสบายหัว ไม่เหนียว ไม่เป็นคราบ และไม่โป๊ะเลย
- จุดเด่น : เนื้อเกลี่ยง่าย สีแน่นชัด ติดทน
- เนื้อสัมผัส : เนื้อฝุ่นอนุภาคขนาดเล็ก สีสม่ำเสมอไม่เป็นก้อน
- ราคา : 2 g. / 490 บาท
- ช้อปออนไลน์ : Konvy, Shopee, Lazada
- อ่านรายละเอียดและรีวิว แฮร์แชโดว์ KATHY เพิ่มเติมได้ที่นี่ -
-----------------------
Cosmenet* Smart Beauty รีวิวดีบอกต่อ
-----------------------
ปัญหาผมบางหรือหน้าผากกว้างจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป แค่มีแฮร์แชโดว์ดีๆ ติดกระเป๋าไว้สักอัน ก็เปลี่ยนลุคให้ดูเป๊ะ หน้าดูเรียวได้ทันที แต่ถ้าใครไม่รู้จะซื้อแฮร์แชโดว์ หรือแป้งปิดผมบาง ยี่ห้อไหนดี ลองพิจารณาจากรีวิว 8 แฮร์แชโดว์ที่เราคัดมาแนะนำกันได้เลยค่าา
อ่านคอนเทนต์แนะนำผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพิ่มเติมคลิกเลย!
วิธีใช้ให้เนียน ไม่โป๊ะ
- เคาะก่อนตบ : ก่อนจะลงแฮร์แชโดว์บนหนังศีรษะ อย่าลืมกฎสำคัญอย่าง “เคาะก่อนตบ” ไม่ว่าจะใช้พัฟฟ์หรือแปรง ทุกครั้งที่แตะเนื้อผลิตภัณฑ์มาแล้ว ไม่ควรลงที่หัวทันที ควรเคาะหรือแต้มเบา ๆ บนหลังมือก่อนเพื่อเอาส่วนเกินออก วิธีนี้ช่วยให้สีที่ลงบนหนังศีรษะฟุ้งละมุน ดูเป็นธรรมชาติ ไม่หนาเตอะหรือเป็นปื้น ทำให้ผมดูหนาขึ้นแบบเนียน ๆ ไม่โป๊ะเลย
- ลงสีจากด้านในออกมาด้านนอก : เริ่มแตะผลิตภัณฑ์ตรงโคนผมที่ยังหนาอยู่ก่อน แล้วค่อย ๆ ไล่สีออกมาทางแนวหน้าผาก วิธีนี้จะช่วยให้สีดูจางและฟุ้งเป็นไล่ระดับเหมือนเงาผมจริง ไม่เกิดขอบตัดชัดตรงหน้าผาก ทำให้ไรผมดูเนียนและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
- ใช้นิ้วเบลนด์ : หลังจากลงแฮร์แชโดว์เสร็จแล้ว ให้ใช้นิ้วที่สะอาดเกลี่ยเบา ๆ ตรงขอบบริเวณที่สีแตะกับผิวหน้าผาก ความอุ่นจากนิ้วจะช่วยให้เนื้อแป้งเซตตัวและกลืนไปกับผิวได้ดีขึ้น ทำให้ขอบดูฟุ้ง เนียน และดูเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม