ใครกำลังมองหาน้ำตบยี่ห้อไหน สูตรไหนดี? มาช่วยเติมความชุ่มชื้น ต้องนึกถึงน้ำตบฮาดะลาโบะ (Hada Labo) อย่างแน่นอนเพราะมีให้เลือกหลายสูตร โดยแต่ละสูตรไม่ได้มีแค่จุดเด่นเรื่องความชุ่มชื้นเท่านั้น แต่ยังมีสูตรที่เน้นดูแลผิวหมองคล้ำ ผิวเป็นสิว ผิวมีริ้วรอยอีกด้วย ทำให้หลายคนลังเลว่าจะใช้น้ำตบฮาดะลาโบะสีไหนดี และสูตรไหนเหมาะกับสภาพผิวของเรามากที่สุด
วันนี้ Cosmenet* รวมมาให้ครบทั้ง 5 สูตรที่มีจำหน่ายในไทย พร้อมสรุปจุดเด่นและสภาพผิวที่เหมาะกับแต่ละสูตร ใครเล็งสีไหนไว้ ตามมาเลือกกันได้เลยค่าา~
เลือกน้ำตบฮาดะลาโบะสูตรไหนดี? ให้เหมาะกับสภาพผิว
- ผิวธรรมดา → เลือก Hada Labo Hydrating Lotion เน้นเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
- ผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ → เลือก Hada Labo Premium Whitening Lotion เน้นดูแลผิวให้ดูกระจ่างใส
- ผิวเริ่มมีริ้วรอย หรือดูไม่กระชับ → เลือก Hada Labo Anti-Aging Care Lotion เน้นดูแลผิวในกลุ่ม Anti-Aging ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและชุ่มชื้น
- ผิวเป็นสิวง่าย → เลือก Hada Labo Blemish & Oil Control Lotion เหมาะกับคนที่ต้องการเติมความชุ่มชื้นพร้อมดูแลผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย ทั้งนี้น้ำตบมีหน้าที่ในการเติมความชุ่มชื้น ไม่ใช่ยารักษาสิว หากมีปัญหาสิวที่ต้องการการรักษา ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับปัญหา
- ผิวแห้งมาก ผิวขาดความชุ่มชื้น → เลือก Hada Labo Premium Hydrating Lotion เน้นเติมและช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว เหมาะกับคนที่ต้องการการบำรุงมากกว่าสูตร Hydrating Lotion ทั่วไป
วิธีใช้น้ำตบฮาดะลาโบะให้ผิวชุ่มชื้น
วิธีใช้น้ำตบฮาดะลาโบะทั้ง 5 สูตร ควรใช้หลังล้างหน้า โดยเทผลิตภัณฑ์ลงบนฝ่ามือแล้วกดเบา ๆ ให้ทั่วผิว จากนั้นตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ และทากันแดดในตอนเช้า ที่สำคัญไม่จำเป็นต้องใช้หลายสูตรซ้อนกัน ควรเลือกสูตรที่ตอบโจทย์สภาพผิวและปัญหาผิวของตัวเองมากที่สุด
- ล้างหน้าให้สะอาด ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่เหมาะกับสภาพผิว แล้วซับหน้าให้หมาด
- เทน้ำตบลงบนฝ่ามือในปริมาณที่พอเหมาะ แล้วค่อย ๆ กดหรือแตะให้ทั่วใบหน้าและลำคออย่างเบามือ
- ทามอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อช่วยเติมและรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว โดยเลือกเนื้อสัมผัสให้เหมาะกับสภาพผิว
- ทาครีมกันแดดในตอนเช้า ใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงผิวตอนเช้า เพื่อช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV
เช็กก่อนซื้อ: น้ำตบฮาดะลาโบะมีหลายสูตรให้เลือก และบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์แต่ละแบรนด์อาจมีลักษณะคล้ายกันได้ ก่อนซื้อจึงควรตรวจสอบชื่อแบรนด์ ชื่อสูตร และรายละเอียดบนฉลากให้ครบถ้วน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์สูตรที่ต้องการ โดยเฉพาะเมื่อเลือกซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ค่ะ
น้ำตบฮาดะสีทอง สูตร Premium Hydrating Lotion เป็นสูตรที่เน้นเรื่องความชุ่มชื้นเป็นหลัก เหมาะสำหรับผิวแห้งกร้าน แต่งหน้าไม่ค่อยติด หรือผิวดูไม่อิ่มฟู โดยมีจุดเด่นเรื่องการเติมและกักเก็บความชุ่มชื้น และให้สัมผัสการบำรุงที่เข้มข้นกว่าสูตร Hydrating ทั่วไป
2. Hada Labo Blemish & Oil Control Lotion สีเขียว
น้ำตบฮาดะสีเขียว สูตร Blemish & Oil Control Hydrating Lotion เน้นดูแลผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่ายและผิวมัน พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิว เนื้อสัมผัสค่อนข้างบางเบาและซึมไว จึงเหมาะกับคนที่ไม่ชอบน้ำตบที่ให้ความรู้สึกหนักผิว
3. Hada Labo Anti-Aging Care Lotion สีแดง
น้ำตบฮาดะสีแดง สูตร Aging Care Lotion เป็นสูตรที่เน้นการดูแลผิวที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอยและความหย่อนคล้อย เหมาะกับคนที่อยากเพิ่มขั้นตอนดูแลผิวในรูทีน โดยเน้นเรื่องผิวดูเรียบเนียนและอิ่มฟูมากขึ้น
4. Hada Labo Hydrating Lotion สีขาว
น้ำตบฮาดะสีขาว สูตร Hydrating Lotion เป็นสูตรพื้นฐานสำหรับเติมความชุ่มชื้น เหมาะกับคนที่ต้องการน้ำตบสำหรับใช้ในรูทีนประจำวัน ซึ่งเป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่ชอบเนื้อสัมผัสเบาสบาย
โดยในไทยมี Hada Labo Hydrating Lotion จำหน่าย 2 สูตร
สูตรปกติ (แถบสีส้ม): เนื้อโลชั่นเข้มข้น เหมาะสำหรับผิวแห้งหรือผิวปกติ ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มน้ำ
สูตรไลท์ (แถบสีเขียวอ่อน): เนื้อโลชั่นบางเบา ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมาะสำหรับผิวผสมหรือผิวมัน
5. Hada Labo Premium Whitening Lotion สีน้ำเงิน
น้ำตบฮาดะสีน้ำเงิน สูตร Premium Whitening Lotion เน้นการดูแลผิวหมองคล้ำและสีผิวไม่สม่ำเสมอ เหมาะสำหรับดูแลผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิว โดยมีส่วนผสมที่ช่วยดูแลเรื่องความกระจ่างใสอย่าง Niacinamide และ Alpha-Arbutin ร่วมกับสารเติมความชุ่มชื้นอย่าง Hyaluronic Acid
โดยในไทยมี Hada Labo Premium Whitening Lotion จำหน่าย 2 สูตร
สูตรปกติ (Rich): เนื้อโลชั่นมีความเข้มข้นและให้ความรู้สึกชุ่มชื้นบนผิวมากกว่า เหมาะกับคนผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ
สูตรไลท์ (Light): เนื้อโลชั่นบางเบากว่า เกลี่ยง่ายและให้ความรู้สึกสบายผิว เหมาะกับคนที่ไม่ชอบผลิตภัณฑ์เนื้อเข้มข้น
เปรียบเทียบน้ำตบฮาดะลาโบะ 5 สูตร
น้ำตบฮาดะลาโบะแต่ละสูตรแตกต่างกันทั้งเนื้อสัมผัส ส่วนผสม และการดูแลผิว ใครกำลังเลือกอยู่ว่าสีไหนเหมาะกับตัวเอง ลองเทียบส่วนผสมเด่นของทั้ง 5 สูตรในตารางนี้ได้เลย
|
ผลิตภัณฑ์
|
สี
|
Light / Rich
|
ส่วนผสมเด่น
|
เหมาะกับสภาพผิว
|
|
Hada Labo Premium Hydrating Lotion
|
สีทอง
|
สูตรปกติ
|
Hyaluronic Acid, Hydrolyzed Collagen, Palmitoyl Tripeptide-5, Polyquaternium-51, Glycerin และ Hydroxyethyl Urea
|
ผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ
|
|
Hada Labo Blemish & Oil Control Lotion
|
สีเขียว
|
สูตรปกติ
|
Hatomugi, Houttuynia Cordata, Chamomile, Hyaluronic Acid, Dipotassium Glycyrrhizate, Tranexamic Acid
|
ผิวมัน ผิวเป็นสิวง่าย
|
|
Hada Labo Anti-Aging Care Lotion
|
สีแดง
|
สูตรปกติ
|
Sodium Hyaluronate, Hydrolyzed Collagen, Hydrolyzed Elastin, Sodium Acetylated Hyaluronate, Hyaluronic Acid
|
ผิวที่กังวลเรื่องริ้วรอยและความชุ่มชื้น
|
|
Hada Labo Hydrating Lotion
|
สีขาว
|
มี 2 แบบ
สูตรปกติ
สูตร Light - เนื้อบางเบา
|
Sodium Hyaluronate, Sodium Acetylated Hyaluronate, Hydrolyzed Sodium Hyaluronate, Lactococcus/Hyaluronic Acid Ferment Filtrate, Glycerin
|
ผิวธรรมดา ผิวแห้ง หรือผิวขาดน้ำ
|
|
Hada Labo Premium Whitening Lotion
|
สีน้ำเงิน
|
มี 2 แบบ
สูตร Light - เนื้อบางเบา
สูตร Rich - เนื้อเข้มข้น
|
Niacinamide, Alpha-Arbutin, 3-O-Ethyl Ascorbic Acid, Sodium Hyaluronate, Hydrolyzed Sodium Hyaluronate
|
ผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ
|
สรุปน้ำตบฮาดะลาโบะเหมาะกับใคร
น้ำตบฮาดะลาโบะทั้ง 5 สูตรมีจุดเด่นแตกต่างกัน ตั้งแต่การเติมความชุ่มชื้น ดูแลผิวมันเป็นสิวง่าย ไปจนถึงการดูแลความหมองคล้ำและริ้วรอย ใครที่ยังเลือกไม่ถูกว่าจะใช้สีไหนดี แนะนำให้เริ่มจากปัญหาผิวที่กังวลมากที่สุด แล้วเลือกสูตรที่ตอบโจทย์ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกตามสีขวดหรือใช้หลายสูตรพร้อมกัน
ก่อนซื้ออย่าลืมเช็กชื่อเต็มของสูตรบนฉลาก เพราะน้ำตบแต่ละสูตรมีรายละเอียดแตกต่างกัน และหากยังลังเลว่าจะเลือกสูตรไหนดี สามารถอ่านรีวิวจากผู้ใช้จริงบน Cosmenet เพื่อประกอบการตัดสินใจ ทั้งในเรื่องเนื้อสัมผัส ความชุ่มชื้น และความรู้สึกหลังใช้ แล้วเลือกน้ำตบที่เหมาะกับผิวและรูทีนของตัวเองได้เลยค่ะ