10 โฟมล้างหน้าลดสิว ยี่ห้อไหนดี 2026 ลดหน้ามัน ผิวหน้าสะอาดใสไร้สิวอุดตัน
สาระน่ารู้

ดับกลิ่นจิมิโกะ 5 วิธี เซย์กู๊ดบาย “กลิ่นปลาเค็ม” ไม่ให้กลิ่นโชย

836,243
10 ก.ค. 2568
 ดับกลิ่นจิมิโกะ 5 วิธี เซย์กู๊ดบาย “กลิ่นปลาเค็ม” ไม่ให้กลิ่นโชย

ดับกลิ่นจิมิโกะ 5 วิธี เซย์กู๊ดบาย “กลิ่นเค็ม” ไม่ให้กลิ่นโชย

  • เลี่ยงกินอาหารที่ทำให้เกิดกลิ่น
  • เซ็ตผมให้น้องสาวบ้างก็ดีนะ
  • ทำความสะอาดน้องสาวให้พอดี
  • ไม่ใส่กางเกงที่รัดเกินไป
  • ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย

"กลิ่นจิมิโกะ หรือกลิ่นของน้องสาว คือกลิ่นเฉพาะตัวที่มีกันทุกคน" บ้างก็ว่าหอม บ้างก็ว่าเหม็นเค็ม หรือบางคนก็บอกว่าเป็นกลิ่นปกติ อันนี้ก็อาจจะขึ้นอยู่กับความคุ้นชินกลิ่นนั้น ๆ ของแต่ละคน แต่กลิ่นที่เราคุ้นชินและมองว่าเป็นปกติ สำหรับคนอื่น ๆ มันอาจจะไม่ได้ปกติก็ได้นะ! และเอาเข้าจริงก็คงไม่มีใครกล้าเตือนคุณหรอกว่า "เธอ ๆ จิมิเธอเหม็นจัง"

เพราะฉะนั้น ก่อนที่เพื่อนปากเสียของคุณจะแอบเอากลิ่นจิมิไปนินทา หรือพูดเตือนออกมาให้สะเทือนใจ เราก็รีบมาสำรวจกลิ่นจิมิของเราและทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่า ไปดูกันว่ากลิ่นแบบไหนคือ 
“กลิ่นจิมิโกะเหม็น” หรือ “กลิ่นจิมิโกะปกติ” พร้อมกับ 5 วิธีกำจัดกลิ่นจิมิกัน!
เข้าใจวิธีดูแลตัวเองแบบใกล้ชิดมากขึ้น สอบถามฟรีน้องชมพิ้ง AI ผู้ช่วยส่วนตัวด้านบิวตี้ได้ทันที 24 ชม.

กลิ่นจิมิโกะ มีสาเหตุมาจากอะไร?

กลิ่นจิมิโกะถือเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ก็สร้างความกังวลใจให้สาว ๆ อย่างเราอยู่ไม่น้อย งั้นเรามาดูไปพร้อม ๆ กันดีกว่าว่ากลิ่นจิมิโกะ มีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง?

  • เหงื่อและความอับชื้น : บริเวณจุดซ่อนเร้นเป็นพื้นที่ที่อับชื้นง่ายมาก เมื่อมีเหงื่อออกสะสมตลอดวัน คิดภาพตามนะอุณหภูมิอุ่น ๆ บวกกับการเสียดสีจากกางเกงชั้นในหรือกางเกงรัดรูป นี่แหละจึงทำให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัว
  • แบคทีเรียตามธรรมชาติ : ช่องคลอดและผิวหนังรอบ ๆ มักมีแบคทีเรียดีอาศัยอยู่เพื่อรักษาความสมดุล แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ใส่แผ่นอนามัยหรือผ้าอนามัยนานเกินไป ล้างบ่อยด้วยสบู่แรง ๆ หรือใช้สเปรย์ดับกลิ่น สิ่งเหล่านี้อาจจะเข้ารบกวนสมดุลจุลินทรีย์ ทำให้แบคทีเรียบางชนิดเติบโตมากขึ้น จนกลิ่นจิมิโกะผิดปกติ
  • การติดเชื้อในช่องคลอด : เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Vaginosis) จะทำให้มีกลิ่นคาวปลาแร๊งส์ผิดปกติ หรือถ้าติดเชื้อราก็อาจมีตกขาวลักษณะข้นและมีกลิ่นอับร่วมด้วย และในกรณีที่มีกลิ่นร่วมกับอาการแสบ คัน อันนี้ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนเลย
  • การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน : ช่วงมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หรือช่วงวัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนร่างกายของผู้หญิงก็จะเปลี่ยน ทำให้ pH ในช่องคลอดปรับเปลี่ยนตาม กลิ่นจิมิโกะก็เลยอาจแตกต่างไปจากเดิมได้
  • อาหารและเครื่องดื่มบางชนิด : การกินของหมักดอง อาหารรสจัด อาหารทะเล อาหารที่มีกรดด่างสูง หรือใครที่ชอบทานหวาน 100 % เท่านั้นนี่ก็ต้องระวัง เพราะอาจส่งผลต่อกลิ่นกาย รวมถึงกลิ่นจุดซ่อนเร้นก็เกี่ยวด้วยนะ
  • สุขอนามัยที่ไม่เหมาะสม : การเปลี่ยนแผ่นอนามัยหรือผ้าอนามัยไม่บ่อยมากพอ หรือการใส่กางเกงชั้นในรัดรูปมากเกินไป มีการอับชื้น แม้แต่การซักกางเกงชั้นในไม่สะอาด นี่แหละแหล่งสะสมเชื้อโรคอย่างดี ที่อาจทำให้จิมิโกะเกิดกลิ่นได้ง่าย
  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs) : เช่น โรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis หรือเรียกสั้นๆ ว่า Trich) แสดงอาการได้ตั้งแต่เล็กน้อยจนไปถึงการอักเสบขั้นรุนแรง นี่แหละที่ทำให้มีจิมิโกะมีกลิ่นแรงผิดปกติ 

กลิ่นจิมิโกะ แบบไหนที่คุณกำลังมี?

เรามาสังเกตกันดีกว่าว่า “กลิ่นจิมิโกะ” แบบไหนที่กำลังบอกสัญญาณสุขภาพตามธรรมชาติ หรืออาจเป็นความผิดปกติที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

  • กลิ่นอับแบบคาว ๆ : เป็นกลิ่นที่มักเกิดในช่วงหลังมีประจำเดือน รวมถึงช่วงมีเพศสัมพันธ์ มันจะมีกลิ่นที่เรียกว่ากลิ่นโลหะ มีอยู่ชั่วคราวเท่านั้นด้วยค่า pH หรือความเป็นกรดในช่องคลอดเปลี่ยนไปเพราะเลือดและอสุจิ ดังนั้นหากเพื่อน ๆ มีกลิ่นนี้เป็นประจำ แม้ไม่ได้อยู่ในช่วงดังกล่าว ควรพบแพทย์เลยค่ะ
  • กลิ่นอับแบบกลิ่นยีสต์ : จะมีอาการคัน ๆ และตกขาวข้นร่วมด้วย แบบนี้คือติดเชื้อยีสต์ หรือช่องคลอด (Candidiasis) เกิดจากความเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือใส่ชุดชั้นในที่อับชื้น บางคนบอกกลิ่นเหมือนขนมปัง อันนี้ก็ลองสังเกตกันดูนะ
  • กลิ่นหอม : แต่ถ้ามันหอมล่ะ คือช่องคลอดหอมก็ใช่จะว่าจะปกตินะ บางทีก็อาจจะผิดปกติ เพียงแต่ไม่ได้อันตรายขนาดนั้น ซึ่งบางทีเหงื่อออกบริเวณนั้นมาก ๆ ชุดชั้นในก็รัดแน่นจนเกินไป อันนี้ก็ควรทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและเลือกใส่ชุดชั้นในที่หลวมขึ้นมาหน่อย กลิ่นจิมิโกะก็จะค่อย ๆ กลับมาปกติได้
  • กลิ่นคาวปลาเค็ม ๆ : จิมิโกะบางทีก็มีกลิ่นคาว หากกลิ่นคาวปกติก็ไม่เป็นไร เพราะช่องคลอดมันต้องมีกลิ่นแบบนี้นิดหน่อย ไม่ออกมารบกวนใคร ยกเว้นแต่ช่วงมีประจำเดือนกลิ่นก็อาจแรงหน่อย หรือหากกลิ่นคาวแรงมาก ๆ นี่อาจเป็นสัญญาณที่อาจเกิดการติดเชื้อแล้วก็ได้ ดังนั้นจึงต้องสังเกตให้ดีว่ากลิ่นแรงไม่หายนานมั้ย เพราะถ้าเป็นนาน ๆ เข้าก็ควรพบพบแพทย์ซักหน่อยจะดีกว่า
  • กลิ่นเหม็นเน่า : หากมีกลิ่นเน่าแสดงว่าน้องจิมิโกะเริ่มไม่โอเคอย่างมากแล้ว รีบพบหมอด่วนเลยค่ะเคสนี้

ดับกลิ่นจิมิโกะ 5 วิธี เซย์กู๊ดบาย “กลิ่นปลาเค็ม” ไม่ให้กลิ่นโชย

สิ่งที่ควรทำ / ไม่ควรทำ เกี่ยวกับการลดกลิ่นน้องสาว

เพราะช่องคลอดของคนเรามักจะมีแบคทีเรียหลายชนิดอาศัยอยู่ หรือเรียกว่าเป็นแบคทีเรียประจำถิ่น ถ้าเรากินยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ หรือกินอาหารบางประเภทมากเกินไป ล้างไม่สะอาดหรือแม้แต่ล้างสะอาดเกินไป ก็อาจจะทำให้แบคทีเรียประจำถิ่นเสียสมดุล และผลที่ตามก็มาคือกลิ่นจิมิโกะที่โชยแรงนั่นเองค่ะ


5 วิธี ดูแลตัวเองยังไง ให้น้องสาวไร้กลิ่น


1. วิธีกำจัดกลิ่นจิมิโกะ : เลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดกลิ่น

หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่อาจทำให้เกิดกลิ่น เช่น อาหารทะเลบางชนิด เครื่องเทศต่าง ๆ หรือในบางคนถ้ากินอาหารจำพวก นม เนย ชีส มากเกินไป ก็ส่งผลให้มีกลิ่นจิมิโกะที่ผิดปกติด้วยเช่นกัน

Tip : อย่างที่รู้ ๆ กันว่าในช่องคลอดของเรามีแบคทีเรียที่ชื่อว่า ‘แลคโตบาซิลลัส’ อาศัยอยู่ จึงทำให้บางคนเชื่อว่าการกิน นมเปรี้ยว หรือโยเกิร์ต จะช่วยดับกลิ่นจิมิโกะได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ช่วยกำจัดกลิ่นจิมิโกะได้อย่าง 100% นะคะ เพียงแค่ลดการเพิ่มจำนวนเชื้อราในช่องคลอดเล็กน้อยเท่านั้นเอง


2. วิธีกำจัดกลิ่นจิมิโกะ : เซ็ตผมให้น้องสาวบ้างก็ดี
จัดแต่งทรงผมให้น้องสาวเรากันสักนิด โดยซอยผม (เพชร) ให้บางลง สักเดือนละ 1-2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความหนาบางของแต่ละคน เพื่อไม่ให้มันรุงรัง ซอยบาง ๆ ไม่ต้องถึงขั้นบวชชี เพราะนี่แหละคือสาเหตุของการเกิดกลิ่นอับชื้นอย่างดีเลย

Tip : ที่บอกว่าไม่ต้องถึงขั้นบวชชี สงสัยกันใช่มั้ยหล่ะว่าทำไม? ธรรมชาติที่สร้างมาก็คงมีเหตุผลอยู่แล้วแหละ เพราะการมีขนน้องสาวเนี่ย ก็เพื่อลดการเสียดสีและเป็นเกราะป้องกันสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้ามาในจุดซ่อนเร้นได้ง่าย หากกำจัดน้องไปซะหมด ในบางคนอาจะเกิดการระคายเคืองเพิ่มขึ้นได้ แต่อันนี้ก็แล้วแต่ความพึงพอใจของแต่ละคนได้เลยนะ

ดับกลิ่นจิมิโกะ 5 วิธี เซย์กู๊ดบาย “กลิ่นปลาเค็ม” ไม่ให้กลิ่นโชย

อ้างอิงรูป Shopee

ชอปเลย! หวีซอยอเนกประสงค์สำหรับผู้หญิง : Ashley Hair Cutter กำจัดขนที่ไม่พึงประสงค์ได้อย่างง่ายดาย มาในรูปแบบที่ใช้งานง่าย จัดถนัดมือ ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหลังการใช้งาน

♦ กดซื้อได้ที่นี่ ShopeeLazada

3. วิธีกำจัดกลิ่นจิมิโกะ : ทำความสะอาดน้องสาวให้พอดี
ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นด้วยน้ำสะอาด บางคนก็อาจจะใช่สบู่ล้างจุดซ้อนเร้น ซึ่งจริง ๆ แพทย์จะไม่ค่อยแนะนำให้ใช้พวกสบู่ในการล้างทำความสะอาดจิมิโกะเท่าไหร่ เพราะเสี่ยงต่อการเสียสมดุลของแบคทีเรียดีที่อยู่บริเวณช่องคลอดของเรา หากมีความจำเป็นต้องใช้จริง ๆ ก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่มีค่า pH ใกล้เคียงกับช่องคลอด (3.8-4.5)

และที่สำคัญล้างแค่บริเวณด้านนอกให้สะอาดก็พอแล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องสวนล้างเข้าไปข้างใน เพราะอาจจะทำให้ช่องคลอดมีภาวะเป็นด่างได้ ส่วนเวลาเข้าห้องน้ำสาธารณะ แนะนำให้ใช้ทิชชู่ที่เราเตรียมไปเองจะดีกว่า เป็นทิชชู่เปียกได้ยิ่งดีค่ะ

Tip : การเช็ดช่องคลอดที่ถูกต้อง ควรใช้ทิชชู่เช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง หรือเช็ดเป็นวงกลมในทิศทางเดียว หลีกเลี่ยงเลยนะการเช็ดกลับไปกลับมา อันนี้ก็เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจติดเชื้อแบคทีเรียจากทวารหนักจะแพร่มาสู่ช่องคลอดนั่นเองค่า

ดับกลิ่นจิมิโกะ 5 วิธี เซย์กู๊ดบาย “กลิ่นปลาเค็ม” ไม่ให้กลิ่นโชย

อ้างอิงรูป Shopee

ชอปเลย! น้ำยาล้างน้องสาว : Shokubutsu Feminine Cleansing ช่วยรักษาสมดุล pH บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งคัน โดยเฉพาะช่วงวันนั้นของเดือน หมดกังวลเรื่องกลิ่นอับชื้น คืนความมั่นใจกว่าที่เคย

♦ กดซื้อได้ที่นี่ ShopeeLazada

5. วิธีกำจัดกลิ่นจิมิโกะ : ไม่ใส่กางเกงที่รัดเกินไป
ไม่ใส่กางเกงชั้นใน หรือแม้แต่กางเกงด้านนอกที่รัดเป้าแน่นเกินไป เพราะถ้าเราใส่กางเกงที่รัดแน่นเป็นเวลานาน ๆ ก็อาจจะทำให้เวลาที่มีเหงื่อออกในบริเวณน้องสาว ได้รับการระบายที่ไม่ดี ส่งผลให้เกิดความอับชื้น และแบคทีเรียก็อาจตามมาได้

Tip : การเลือกกางเกงชั้นในจึงควรเลือกชนิดผ้าที่ระบายอากาศได้ดี มีความยืดหยุ่น คล่องตัว ไม่อึดอัด เช่น ผ้าฝ้าย, ผ้าใยไผ่, ผ้าลูกไม้, ผ้าไมโครไฟเบอร์, ผ้าซาติน นอกจากชนิดผ้าแล้ว การออกแบบกางเกงชั้นในที่มีส่วนซับพอร์ตรูปร่าง ก็มีส่วนสำคัญอีกด้วยนะ สรุปแล้วดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็ก แต่นี่แหละคือหนึ่งสิ่งที่ควรใส่ใจอย่างมาก

ดับกลิ่นจิมิโกะ 5 วิธี เซย์กู๊ดบาย “กลิ่นปลาเค็ม” ไม่ให้กลิ่นโชย

อ้างอิงรูป Shopee

ชอปเลย! กางเกงชั้นใน : Sabina Habpy Pretty Perfect เนื้อผ้าให้สัมผัส นุ่ม สวมใส่สบาย ผลิตจากเส้นด้าย Q-Skin จากอิตาลี มีประจุไอออน ยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรีย ไร้กลิ่นอับ ปรับสมดุลทางธรรมชาติ เพิ่มความสดชื่นตลอดทั้งวัน

♦ กดซื้อได้ที่นี่ ShopeeLazada

6. วิธีกำจัดกลิ่นจิมิโกะ : ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย

ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย หรือเลือกคู่นอนหน่อยก็ดีนะ เพราะใช่ว่าคนที่เรามีเซ็กส์ด้วยทุกคนจะสะอาด แถมเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อีก ดังนั้น Play save นะทุกคน

Tip : การชำระล้างทั้งก่อนและหลังมีเพศสัมพันธ์ เป็นอีกส่วนนึงที่ช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียที่อาจก่อให้เกิดกลิ่นอับหรือการติดเชื้อได้ ที่สำคัญอย่าลืมสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง ไม่ใช่แค่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ยังช่วยรักษาสุขอนามัยและความปลอดภัยของทั้งสองฝ่ายด้วยค่ะ
หากไม่แน่ใจว่าจิมิโกะของตัวเองมีกลิ่นหรือเปล่า? ไม่ต้องรอให้ใครเตือน ลองสังเกต ตั้งข้อสงสัย หรือหากไม่แน่ใจสอบถามน้องชมพิ้ง AI ผู้ช่วยส่วนตัวด้านบิวตี้ฟรีตลอด 24 ชม.
ดับกลิ่นจิมิโกะ 5 วิธี เซย์กู๊ดบาย “กลิ่นปลาเค็ม” ไม่ให้กลิ่นโชย

FAQ : เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับน้องสาว

  • Q : ช่วงที่มีประจำเดือนควรเปลี่ยนแผ่นอนามัยหรือผ้าอนามัยวันละกี่ครั้ง?
  • A : สำหรับคนปกติ ช่วงที่จิมิโกะกลิ่นแรงที่สุดน่าจะเป็นช่วงมีประจำเดือน หากใช้แผ่นอนามัยก็ควรเปลี่ยนทุก ๆ 3-4 ชั่วโมง แต่ในกรณีที่ใช้ผ้าอนามัยแบบสอด สามารถใส่ได้นานสุด 4-6 ชั่วโมง แม้ปริมาณประจำเดือนจะลดน้อยลง การเปลี่ยนบ่อย ๆ ก็ยังถือเป็นทางที่ดีที่สุดในการรักษาสุขอนามัยค่ะ
  • Q : ควรใช้ "น้ำยาล้างจุดซ่อนเร้น"ล้างจิมิโกะมั้ย?
  • A : สบู่และสเปรย์น้ำหอม อาจเข้าไปรบกวนสมดุลของแบคทีเรียในช่องคลอดได้ จนทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ตามมาได้ อย่างที่ได้เกริ่นไปข้างต้น แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนหรือเป็นสูตรเฉพาะสำหรับจุดซ่อนเร้นดีกว่านะคะ
  • Q : เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนแล้ว ทำไมจิมิโกะยังมีกลิ่น?
  • A : อย่าคิดว่าแค่หมดประจำเดือนแล้วจะรอด! วัยนี้ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยลง ทำให้ช่องคลอดแห้งง่ายขึ้น และเสี่ยงต่อการเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้เช่นกัน
  • Q : ควรเริ่มเข้ารับการตรวจภายในเมื่อไหร่?
  • A : แนะนำให้ตรวจภายในทุกปี ตั้งแต่อายุ 25 ปี หรือภายหลังมีเพศสัมพันธ์ 3 ปี แต่หากรู้สึกจิมิโกะผิดปกติไปจากเดิม (ไม่ต้องรอ ไม่ต้องเขินอาย) รีบเข้าพบแพทย์โดยด่วนได้เลย อาการผิดปกติจะถูกรักษาได้ทันท่วงที และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงในอนาคตได้
 ︾︾︾︾︾

การดูแลจุดซ่อนเร้นไม่ใช่เรื่องยากและไม่ควรมองข้าม เพราะสุขอนามัยที่ดีจะช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์และป้องกันโรคร้ายต่าง ๆ ได้ อย่าลืมสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายกันนะคะ หรือปรึกษาเบื้องต้นกับน้องชมพิ้ง AI ผ่าน LINE ได้ตลอด 24 ชั่วโมง คลิกเลย!

♥ เพราะความมั่นใจเริ่มต้นจากการรักและเข้าใจตัวเองนะคะ 

-----------------------
*Cosmenet Smart Beauty รีวิวดีบอกต่อ
ค้นหารีวิวเครื่องสำอาง สกินแคร์ แบบจริงใจได้ที่นี่ www.cosmenet.in.th
-----------------------
What's new
10 โฟมล้างหน้าลดสิว ยี่ห้อไหนดี 2026 ลดหน้ามัน ผิวหน้าสะอาดใสไร้สิวอุดตันรีวิวเจาะลึกครีมแต้มสิว TOMEI Anti Acne Cream Plus จากผู้ใช้จริง 413 รีวิว ลดสิวอักเสบ สิวยุบไว ผิวแพ้ง่ายใช้ได้รีวิวครีมจับลอน Belonné ตัวดัง! จัดทรงง่าย ลอนคมชัดนานตลอดวันGUERLAIN ต้อนรับศักราชใหม่ของปี 2026 ถ่ายทอดเสน่ห์ของเดนิมผ่านความงามร่วมสมัยPDRN คืออะไร? เจาะลึกส่วนผสมสุดฮิต ทำไมปี 2026 ถึงขึ้นแท่นลูกรักของวงการสกินแคร์9 ครีมลดเลือนรอยแผลเป็น ดูแลรอยแผลหลังผ่าตัด แผลผ่าคลอด แผลศัลยกรรม ให้ดูจางลง ผิวฟื้นตัวดูเรียบเนียน14 ครีมลดรอยสิว เห็นผลไวใน 2 วีค! ประจำปี 2026ดูดวงความรัก การงาน การเรียน การเงิน ระหว่าง 1 - 7 ก.พ. 69 (ทุกราศี) แนะนำ 5 ทรงผมหน้าร้อน พร้อมวิธีดูแลเส้นผมช่วงซัมเมอร์!ชวนสาว ๆ มาเป็น Beauty Tester ร่วมรีวิวและทดลองใช้สกินแคร์ เมคอัพแบรนด์ดังฟรี !!
COMMENTS
39 ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 39
ข้อมูลเป็นประโยชน์มากค่ะ
12 ส.ค. 2568 เวลา 8:11 น.
ความคิดเห็นที่ 38
ขอบคุณค่า
10 ส.ค. 2568 เวลา 16:21 น.
ความคิดเห็นที่ 37
ขอบคุณค่ะ
8 ส.ค. 2568 เวลา 18:32 น.
ความคิดเห็นที่ 36
ขอบคุณค่ะ
29 ก.ค. 2568 เวลา 11:20 น.
ความคิดเห็นที่ 35
ดีค่ะ
28 ก.ค. 2568 เวลา 22:33 น.
ความคิดเห็นที่ 34
ขอบคุณสำหรับข้อมูลในการดูแลตัวเอง
27 ก.ค. 2568 เวลา 17:47 น.
ความคิดเห็นที่ 33
ดีค่ะ
27 ก.ค. 2568 เวลา 13:51 น.
ความคิดเห็นที่ 32
ขอบคุณค่ะ
26 ก.ค. 2568 เวลา 17:14 น.
ความคิดเห็นที่ 31
ขอบคุณค่ะ
19 ก.ค. 2568 เวลา 13:56 น.
ความคิดเห็นที่ 30
ขอบคุณค่ะ
16 ก.ค. 2568 เวลา 13:11 น.
ความคิดเห็นที่ 29
ขอบคุณ​คะ
15 ก.ค. 2568 เวลา 15:18 น.
ความคิดเห็นที่ 28
ขอบคุณค่ะ
14 ก.ค. 2568 เวลา 18:13 น.
ความคิดเห็นที่ 27
ขอบคุณค่ะ
14 ก.ค. 2568 เวลา 16:59 น.
ความคิดเห็นที่ 26
ขอบคุณค่ะ
14 ก.ค. 2568 เวลา 10:44 น.
ความคิดเห็นที่ 25
ขอบคุณค่า
12 ก.ค. 2568 เวลา 22:01 น.
ความคิดเห็นที่ 24
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ค่า
12 ก.ค. 2568 เวลา 18:05 น.
ความคิดเห็นที่ 23
Thanks
11 ก.ค. 2568 เวลา 22:29 น.
ความคิดเห็นที่ 22
ขอบคุณ​คะ
11 ก.ค. 2568 เวลา 13:42 น.
ความคิดเห็นที่ 21
ขอบคุณค่ะ
11 ก.ค. 2568 เวลา 11:51 น.
ความคิดเห็นที่ 20
ขอบคุณค่ะ
11 ก.ค. 2568 เวลา 0:01 น.
ความคิดเห็นที่ 19
ขอบคุณค่ะ
10 ก.ค. 2568 เวลา 23:47 น.
ความคิดเห็นที่ 18
ขอบคุณค่ะ
10 ก.ค. 2568 เวลา 21:55 น.
ความคิดเห็นที่ 17
Thanks
10 ก.ค. 2568 เวลา 19:59 น.
ความคิดเห็นที่ 16
ขอบคุณค่ะ
10 ก.ค. 2568 เวลา 19:55 น.
ความคิดเห็นที่ 15
thank you ka
10 ก.ค. 2568 เวลา 16:30 น.
ความคิดเห็นที่ 14
ขอบคุณค่ะ
10 ก.ค. 2568 เวลา 16:21 น.
ความคิดเห็นที่ 13
thanks
10 ก.ค. 2568 เวลา 15:53 น.
ความคิดเห็นที่ 12
Thanks
10 ก.ค. 2568 เวลา 15:42 น.
ความคิดเห็นที่ 11
ขอบคุณค่ะ
26 ธ.ค. 2567 เวลา 19:44 น.
ความคิดเห็นที่ 10
ขอบคุณค่ะ
8 ต.ค. 2567 เวลา 23:31 น.
ความคิดเห็นที่ 9
ขอบคุณค่ะ
28 ก.ย. 2567 เวลา 18:29 น.
ความคิดเห็นที่ 8
ขอบคุณค่ะ
15 ต.ค. 2564 เวลา 10:42 น.
ความคิดเห็นที่ 7
ขำเลยอะ
12 ต.ค. 2564 เวลา 10:02 น.
ความคิดเห็นที่ 6
ขอบคุณมากค้า
12 ต.ค. 2564 เวลา 7:54 น.
ความคิดเห็นที่ 5
เป็นสาระที่ต้องรู้เลย ขอบคุณมากนะคะ
11 ต.ค. 2564 เวลา 17:46 น.
ความคิดเห็นที่ 4
โดยปกติแล้วเราต้องทำความเข้าใจกับร่างกายของเรา และ หมั่นรักษาความสะอาดอยู่เสมอนะคะ แต่ถึงอย่างงั้นก็อาจจะเกิดขึ้นได้อีก เพราะเราก็เคยเป็นมาเหมือนกัน พักหลังมาเลยเริ่มดูแลตัวเองมากขึ้น เปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง หันมาออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก กินยาเสริมอาหารด้วย ตัวที่เรากินแล้วรู้สึกว่าได้ผลก็ ยันฮี เรดดี้ นี่แหละเป็นยาสตรีชนิดแคปซูล ช่วยบำรุงการไหลเวียนเลือดให้ดีขึ้น ทำให้ประจำเดือนมาปกติ อีกทั้งยังลดอาการตกขาว รวมถึงกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ด้วย ปกติเราสั่งจากทางเว็ปโดยตรงเลย รู้สึกสะดวกมาก ๆ https://www.yanheeshopping.com/p/2
26 ก.ค. 2564 เวลา 14:34 น.
ความคิดเห็นที่ 3
ขอบคุณค่ะ
20 เม.ย. 2561 เวลา 10:27 น.
ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณค่ะ
6 เม.ย. 2561 เวลา 10:39 น.
ความคิดเห็นที่ 1
เนื้อหาสาระเป็นประโยชน์ค่ะ
6 เม.ย. 2561 เวลา 2:20 น.