คนโสดปีนี้ต้องไม่เหงาแล้ว เตรียมตัวลงจากคานด่วน! เพราะวันนี้ Cosmenet* ได้รวมลิสต์พิกัดสุดฮิตที่สายมูเรื่องความรักต้องปักหมุดไว้ในแพลน ไม่ว่าจะอยากขอแฟน ขอคนคุย หรือขอให้เจอคนที่ใช่ชนิดที่ว่า เธอไปอยู่ไหน ทำไมเพิ่งมาให้เจอ~
พร้อมแชร์ทริคขอพรยังไงให้เริ่ดให้ปังแบบรันคิวไวไม่โดนแซง รับรองทำตามแล้วไม่โดนแคนเซิลออเดอร์กลางทางแน่นอน! ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย
8 สถานที่มูความรักฉบับคนโสด
1. ย่าแฟง วัดคณิกาผล
มาเริ่มกันที่ “ย่าแฟง จากวัดคณิกาผล” กันเลยดีกว่า สตรีในสมัยรัชกาลที่ 3 ผู้มีบทบาทสำคัญในการบูรณะวัดคณิกาผลซึ่งเคยเป็นวัดร้าง ด้วยทรัพย์สินและศรัทธาส่วนตัว จนวัดกลับมามีชีวิต มีผู้คน และมีความหมายต่อชุมชนอีกครั้ง เรื่องราวของย่าแฟงถูกส่งต่อในฐานะ “ผู้หญิงที่มีเสน่ห์และคุณค่าในตัวเอง” หลายคนที่มาขอพรที่นี่มักเป็นคนที่เปิดใจแล้ว แต่ก็ยังไม่ถูกค้นพบจากความรักแท้จริง การขอพรย่าแฟงจึงเปรียบเหมือนการปลุกพลังออร่าบางอย่างในตัวให้เขาคนนั้นมองเห็นเราสักที
- วิธีการไหว้ย่าแฟง วัดคณิกาผล
- เริ่มจากการกราบไหว้พระพุทธรูปประจำวัดคณิกาผลเป็นอันดับแรก แล้วค่อยมากราบไหว้ย่าแฟงที่อยู่ด้านหลังอุโบสถ
- ให้จุดธูป 5 ดอก แล้วจัดถวายของไหว้ที่เตรียมมา (ภายในวัดและบริเวณหน้าวัดมีจำหน่ายชุดไหว้ย่าแฟง)
- จากนั้นตั้งจิตอธิษฐานบอกชื่อ-นามสกุลและขอพรได้เลย (ขอไม่เกิน 3 เรื่อง)
- เสร็จแล้วให้นำน้ำอบเทใส่มือตัวเองแล้วพรมตามตัว หากสำเร็จสมหวังดังที่ขอแล้ว อย่าลืมนำของสวย ๆ งาม ๆ มาถวายขอบคุณย่าแฟงด้วยหล่ะ
- ทริคในการขอพรความรัก : การขอพรย่าแฟงให้เริ่ด ๆ ปัง ๆ แนะนำให้เดินทางไปไหว้หลังจากช่วงกลางคืนหรือพระอาทิตย์ตกดิน เพราะเชื่อว่าเป็นเวลาที่ศักดิ์สิทธิ์และให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับการขอพร
- เวลาทำการ : สักการะได้ทุกวันตั้งแต่ เวลา 07.00 น. - 22.00 น.
- พิกัด : วัดคณิกาผล (MRT วัดมังกร ทางออก 3 และเดินต่อประมาณ 350 เมตร)
2. ศาลเจ้าหลีตี้เมี้ยว
พิกัดต่อมา “ศาลเจ้าหลีตี้เมี้ยว” ศาลเจ้าจีนเก่าแก่ย่านเยาวราช ก่อตั้งราวปี พ.ศ. 2445 (สมัยปลายราชวงศ์ชิง) จุดรวมพลังเทพที่ทำให้สายมูแวะเวียนมากันไม่ขาดสาย โดยเฉพาะการขอพรด้านความรัก โสดอยากพบเนื้อคู่ คนที่แต่งงานแล้วแต่เบบี๋ก็ยังไม่มาซักที หรือจะเป็นเรื่องอื่น ๆ เช่น สุขภาพ การงาน ฯลฯ อันนี้ก็สามารถขอได้นะ ด้วยความเชื่อที่สืบต่อกันมายาวนาน ทำให้ศาลแห่งนี้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความสมหวัง จนกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของเหล่าสายมู
- วิธีการไหว้ศาลเจ้าหลีตี้เมี้ยว
- เริ่มจากบูชาเทพเจ้ารวมทุกองค์ด้านบน โดยจุดธูป 3 ดอก และเทียน พร้อมกล่าวคำขอพรเทพเจ้าตามใจที่ปรารถนา (ยังไม่ต้องปักธูป) จากนั้นให้เติมน้ำมันตะเกียงทั้ง 4 จุด
- แล้วนำธูปเล่มเดิมเดินลงไปไหว้ศาลเจ้าด้านล่างตามจุด ซึ่งจะมีเทพยดาฟ้าดิน เจ้าแม่กวนอิม พระสังกัจจายน์ และเทพเจ้าโภคทรัพย์
- หากใครที่มามูเรื่องความรักโดยเฉพาะ ให้ตั้งจิตขอพรในสิ่งที่ปรารถนากับเจ้าแม่กวนอิมได้เลย
- หลังจากไหว้เสร็จครบทุกองค์แล้ว นำธูปกลับไปปักหน้าเทพเจ้ารวมทุกองค์ด้านบนเป็นอันเสร็จค่ะ (อย่าลืมเสี่ยงเซียมซีด้วยหล่ะ)
- ทริคในการขอพรความรัก : แนะนำให้เตรียมของไปถวายแก่เจ้าแม่กวนอิมดังนี้ น้ำชา 1 หรือ 3 ถ้วย, ดอกบัว หรือกิ่งหลิว ที่ปักลงแจกัน 2 คู่ และผลไม้มงคล 2 อย่าง (ห้ามมังคุด, ระกำ, ละมุด, มะม่วง และพุทรา)
- เวลาทำการ : สักการะได้ทุกวันตั้งแต่ เวลา 08.00 น. - 16.00 น.
- พิกัด : ศาลเจ้าหลีตี้เมี้ยว (MRT วัดมังกร ทางออก 1 และเดินต่อประมาณ 200-300 เมตร)
3. พระแม่ลักษมี ตึกเกษรวิลเลจ
หนึ่งในพิกัดขอพรสุดฮิตของคนเมืองอย่าง “พระแม่ลักษมี ณ เกษรวิลเลจ” ที่อยากเติมพลังหัวใจ ขอความรักดี ๆ หรือเสริมดวงความสัมพันธ์ให้มั่นคงขึ้นต้องมาที่นี่ ตามตำนานเล่าว่าพระแม่ถือกำเนิดขึ้นจากฟองน้ำในคราวกวนเกษียรสมุทร ปรากฏองค์อย่างสง่างามบนดอกบัว พร้อมความเมตตาและสิริโฉมอันงดงาม แถมยังเป็นชายาของพระนารายณ์ หรือพระวิษณุ ซึ่งไม่ว่าพระนารายณ์จะอวตารไปในภพไหน พระแม่ก็จะอวตารไปเคียงข้างเสมอ ด้วยความรักที่ซื่อสัตย์และไม่ทอดทิ้งกันนี่เอง ทำให้ผู้คนศรัทธาและนิยมมาขอพรเรื่องความรัก ชีวิตคู่ ครอบครัว รวมถึงโชคลาภ ความสำเร็จ และความราบรื่นในเส้นทางชีวิต
- วิธีการไหว้พระแม่ลักษมี ตึกเกษรวิลเลจ
- อัปเดตล่าสุดด้านบนเค้ามีจุดจำหน่ายดอกไม้แล้วนะไปแต่ตัวได้เลย หรือใครที่ต้องการนำของมาถวายพระแม่เพิ่มเติมอันนี้ต้องเตรียมมาเองนะ โดยของที่นำมาถวายควรเป็นของธรรมชาติ ไม่ใส่สารปรุงแต่ง หรือสารสังเคราะห์ ที่สำคัญต้องไม่มีไข่และเนื้อสัตว์น้า
- ก่อนอื่นให้ไหว้ท้าวจตุโลกบาลก่อน โดยใช้ธูป 9 ดอก (ไม่ต้องจุด) เพื่อเป็นการเปิดทาง ปัดเป่าภัยอันตราย เสริมโชคลาภ บารมี และความร่มเย็น
- จากนั้นให้เดินมาที่จุดสักการะพระแม่ลักษมี โดยใช้ธูป 8 ดอก (ไม่ต้องจุด) ถวายของที่เตรียมมาให้เรียบร้อย แล้วตั้งจิตให้สงบก่อนเริ่มสวดบูชา อธิษฐานบอกชื่อ-นามสกุล ขอพรแบบชัด ๆ เพียง 1 เรื่อง แต่ยิ่งละเอียดมากเท่าไหร่ยิ่งดี
- หลังไหว้เสร็จแล้ว ให้เดินผ่านหน้าองค์พระแม่ออกไปอีกทาง ห้ามกลับออกทางเดิม เพราะเชื่อกันว่าจะทำให้พระแม่มองเห็นและประทานพรให้เต็มที่
- ทริคในการขอพรความรัก : เพื่อให้พระแม่รับเรื่อง แนะนำให้แต่งกายด้วยชุดสีสันสดใส เน้นโทนแดง, ชมพู และเลือกไปในวันศุกร์ หรือหากไม่สะดวกจริง ๆ ก็ให้ไปในช่วงเวลาที่คนไม่พลุกพล่าน จะได้ตั้งจิตอธิษฐานแบบสงบและชัดเจนที่สุด
- เวลาทำการ : สักการะได้ทุกวันตั้งแต่ เวลา 10.00 น. – 18.00 น.
- พิกัด : พระแม่ลักษมี เกษรวิลเลจ (BTS ชิดลม ทางออก 6 เดิน Skywalk เข้าตึก ขึ้นลิฟต์ไปชั้น 4 โซนดาดฟ้า)
4. พระตรีมูรติ เซ็นทรัลเวิลด์
ถ้าพูดถึงศาลดังย่านราชประสงค์ หลายคนคงนึกถึง “พระตรีมูรติหน้าเซ็นทรัลเวิลด์” ที่ถูกเล่าต่อกันว่าเป็นจุดขอพรเรื่องความรักสุดฮิต แม้ภายหลังจะมีผู้เชี่ยวชาญออกมาอธิบายว่าเทวรูปที่ประดิษฐานอยู่ตรงนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่พระตรีมูรติ แต่คือ “พระสทาศิวะ” หรือ “พระปัญจมุขี” ถึงอย่างนั้นความศรัทธาของผู้คนก็ยังไม่ลดน้อยลง และยังแวะเวียนมาสักการะกันไม่ขาดสาย โดยเฉพาะสายมูเรื่องความรักที่เชื่อว่าการมาสักการะที่นี่จะช่วยเสริมพลังให้เรื่องหัวใจมีทิศทางที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการได้พบความรักที่ใช่ หรือทำให้ความสัมพันธ์ที่มีอยู่มั่นคงแน่นแฟ้นมากกว่าเดิม
- วิธีการไหว้พระตรีมูรติ เซ็นทรัลเวิลด์
- เตรียมของไหว้โดยมีธูปแดง 9 ดอก, เทียนแดง 1 เล่ม (โสด) หรือ 1 คู่ (มีคู่), ดอกกุหลาบแดง 9 ดอก หรือพวงมาลัยกุหลาบ 1 พวง รวมไปถึงผลไม้สีแดง และน้ำหวาน (เช่น นมสด, น้ำแดง) ห้ามถวายของคาวเด็ดขาด
- สวดบทบูชา และตั้งจิตอธิษฐานขอเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น! โดยระบุให้ชัดเจนทั้งชื่อ-นามสกุล เกิดวันเดือนปีที่เท่าไหร่ อาศัยอยู่ไหนให้ละเอียดมากที่สุด ทั้งตัวของเราเองและคู่ที่เรามาขอ
- ทริคในการขอพรความรัก : แนะนำให้ไปในคืนวันพฤหัสบดี เวลา 21.30 น. ที่เชื่อกันว่าเป็นช่วงเวลาที่ท่านลงมาเพื่อรับคำและประทานพรให้แก่ผู้ที่มาขอ หรือหากไม่สะดวกช่วยกลางคืนสามารถไปตอนเช้าเวลาประมาณ 09.30 น. ได้ค่ะ
- เวลาทำการ : สักการะได้ทุกวันตั้งแต่ เวลา 09.00 น. – 22.00 น.
- พิกัด : พระตรีมูรติ เซ็นทรัลเวิลด์ (BTS ชิดลม ทางออก 6 เดิน Skywalk ผ่านแยกราชประสงค์เข้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์)
5. พระกฤษณะและพระแม่ราธาเทวี วัดเทพมณเฑียร
อีกหนึ่งจุดที่น่าปักหมุดไว้กับวัดเทพมณเฑียร ที่เป็นที่ประดิษฐานของ “พระกฤษณะและพระแม่ราธาเทวี” คู่เทพแห่งความรักแท้และความซื่อสัตย์ที่หลายคนศรัทธามาก โดยพระกฤษณะอวตารของพระวิษณุ เทพผู้ยิ่งใหญ่ในศาสนาฮินดู ที่มักถูกพูดถึงในภาพของความเมตตา เสน่ห์ และพลังแห่งความรัก ส่วนพระแม่ราธาเทวีก็ถือเป็นรักแรกและรักเดียวของพระกฤษณะ แม้พระนางจะเป็นหญิงเลี้ยงวัวธรรมดา แต่กลับเป็นความรักที่ฝังใจและมั่นคงที่สุด จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของรักแท้ที่ไม่เปลี่ยนแปลง (มีหลายคู่ที่ขอพรท่านแล้วสมหวังนะ)
- วิธีการไหว้พระกฤษณะและพระแม่ราธาเทวี วัดเทพมณเฑียร
- เริ่มจากเตรียมของถวายให้พร้อม สามารถใช้ชุดเดียวกับการไหว้เทพองค์อื่น ๆ ได้ หรือเลือกผลไม้ที่มีความหมายดี
- เมื่อถึงจุดสักการะ ให้จัดของถวายให้เรียบร้อย แล้วตั้งจิตให้สงบก่อนเริ่มสวดบูชา
- จากนั้นบอกชื่อ-นามสกุลของตัวเอง แล้วอธิษฐานขอพรเรื่องความรักที่ปรารถนา มีความสุขมั่นคงเหมือนพระกฤษณะกับพระแม่ราธาเทวี
- ต่อด้วยการสวดบทบูชาฮินดูที่ทางวัดแจก สวดด้วยใจนิ่ง ๆ แล้วปล่อยให้คำขอส่งพลังตรงถึงท่าน
- ทริคในการขอพรความรัก : แนะนำให้ขอแบบตั้งใจและชัดเจน เน้นขอ รักที่ดี ความสัมพันธ์ที่จริงใจ ไม่ใช่รักที่ผ่านเข้ามาแล้วหายไป
- เวลาทำการ : สักการะได้ทุกวันตั้งแต่ วันจันทร์-วันพฤหัสบดี เวลา 06.30 น. – 20.30 น. และวันศุกร์-วันอาทิตย์ เวลา 06.00 น. – 20.30 น.
- พิกัด : วัดเทพมณเฑียร (MRT สามยอด ทางออก 1 หรือ 3 และเดินต่อประมาณ 500-750 เมตร)
6. พระแม่อุมาเทวี วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก)
จุดนัดพบของสายมูที่เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จักคือ “พระแม่อุมาเทวี ณ วัดแขก สีลม” เทวสถานศักดิ์สิทธิ์ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ผู้คนแวะเวียนมาขอพรเรื่องหัวใจ ความสัมพันธ์ และความมั่นคงในชีวิตคู่กันแบบไม่ขาดสาย พระแม่อุมาเทวี หรือพระแม่ปารวตี เป็นพระชายาของพระศิวะ และเป็นมารดาของพระพิฆเนศ จึงถูกยกให้เป็นเทพีแห่งพลังความเป็นหญิง ความรักที่มั่นคง และความเมตตาแบบลึกซึ้ง ใครที่อยากได้รักแท้ ความสัมพันธ์ที่จริงใจ หรืออยากให้ชีวิตคู่ราบรื่นขึ้น ก็มักจะมาขอพรกับพระแม่ที่นี่
- วิธีการไหว้พระแม่อุมาเทวี วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก)
- เตรียมถาดเครื่องสักการะ เช่น ดอกไม้ ธูป นม ผลไม้ หรือขนมหวาน (ถ้าไม่สะดวก ที่วัดมีจุดจำหน่ายเครื่องสักการะ)
- เริ่มจากไหว้องค์พระพิฆเนศก่อน จากนั้นจึงมาสักการะพระแม่อุมาเทวี
- บอกชื่อ-นามสกุล แล้วอธิษฐานขอพรเรื่องความรักแบบชัดเจน
- จากนั้นนำถาดเครื่องสักการะ มอบให้พราหมณ์ทำพิธีเบื้องหน้าเทวรูปพระแม่อุมาเทวี หากได้รับการเจิมหน้าผากจากพราหมณ์เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการปิดพิธีอย่างสมบูรณ์
- ทริคในการขอพรความรัก : แนะนำให้ตั้งจิตให้นิ่งและขอพรเพียงเรื่องเดียวขณะอยู่ภายในโบสถ์ และช่วงที่พราหมณ์นำถาดเครื่องสักการะวนทำพิธีเบื้องหน้าเทวรูปพระแม่อุมาเทวี อย่าลืม! กลั้นหายใจเพราะเชื่อกันว่าจะช่วยให้พรที่ขอส่งตรงถึงพระแม่และสมหวังได้ไวขึ้นค่า
- เวลาทำการ : สักการะได้ทุกวันตั้งแต่ วันจันทร์-วันพฤหัสบดี เวลา 06.00 น. – 20.00 น. วันศุกร์ เวลา 06.00 น. – 21.00 น. และวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 06.00 น. – 20.30 น.
- พิกัด : วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (BTS สุรศักดิ์ ทางออก 3 และเดินต่อประมาณ 700 เมตร)
7. พระพุทธไสยาสน์ วัดโพธิ์หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร
ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ยังมีมุมสงบที่ทำให้ใจนิ่งได้อย่าง “วัดโพธิ์หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร” วัดเก่าแก่ที่ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม วัดเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยอยุธยา ภายในเต็มไปด้วยศิลปะไทยอันงดงามและพลังศรัทธาที่ทำให้หลายคนรู้สึกสงบตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป หลายคนเชื่อว่าการได้มากราบไหว้ “พระพุทธไสยาสน์” จะช่วยให้ชีวิตราบรื่น ใจเย็นขึ้น และเปิดทางให้เรื่องความรักเดินไปในทิศทางที่ดี โดยเฉพาะคนโสดวัย 30 ที่อยากเจอความสัมพันธ์จริงจังจริงใจ พราะตามศาสตร์เลข 3 คือ พระนอน
- วิธีการไหว้พระพุทธไสยาสน์ วัดโพธิ์หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร
- ควรเตรียมของไหว้ให้ครบตามความเชื่อ โดยของที่นิยมใช้จะเป็น ธูปสีชมพู 8 ดอก เทียนสีชมพู 8 ดอก เงินจำนวน 8 บาท ดอกบัว 8 ดอก น้ำดื่ม 1 ขวด และขนมจีนน้ำยา 3 จับ
- เริ่มจากไหว้พระประธานในพระอุโบสถก่อน เพื่อความเป็นสิริมงคล แล้วค่อยเดินไปสักการะพระพุทธไสยาสน์ โดยตั้งนโมะ 3 จบ และสวดคาถาบูชาองค์พระพระพุทธไสยาสน์ จำนวน 8 จบ
- ตั้งจิตอธิษฐานบอกชื่อ-นามสกุล ขอพรเรื่องความรักที่ปรารถนา และนำธูปไปปัก แนะนำให้รอจนธูปเทียนหมดก่อนนะคะ แล้วจึงลาขนมจีนกลับมาทานให้หมด
- ทริคในการขอพรความรัก : ใครที่ตั้งใจมาขอพรเรื่องความรักกับพระนอนวัดโพธิ์ เขาว่ากันว่ามีเคล็ดลับสำคัญคือต้องมาวันอังคารเท่านั้น เพราะมีความเชื่อว่า "พระพุทธไสยาสน์" (พระนอน) เป็นพระประจำวันเกิดคนวันอังคารนั่นเอง
- เวลาทำการ : สักการะได้ทุกวันตั้งแต่ เวลา 08.00 น. – 19.30 น.
- พิกัด : วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (MRT สนามไชย ทางออก 1 และเดินต่อประมาณ 350-400 เมตร)
8. ย่านาค พระโขนง วัดมหาบุศย์
ปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งตำนานรักที่คนไทยรู้จักกันดีอย่าง “แม่นาคพระโขนง ณ วัดมหาบุศย์” เรื่องราวความรักที่ถูกพูดถึงเสมอในฐานะความผูกพันที่ลึกซึ้งและมั่นคง ที่เล่ากันว่าแม่นาคยังคงเฝ้ารอพ่อมากผู้เป็นสามีด้วยหัวใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรัก จนกลายเป็นตำนานที่อยู่ในความทรงจำของผู้คนมาหลายยุคหลายสมัย และทำให้ศาลย่านาคแห่งนี้เป็นเหมือนสถานที่ที่หลายคนมาฝากความหวัง ขอพรให้ได้เจอรักแท้ ความสัมพันธ์ที่จริงใจ และความรักที่อยู่เคียงข้างกันอย่างแท้จริง
- วิธีการไหว้ย่านาค พระโขนง วัดมหาบุศย์
- จัดเตรียมของไหว้โดยมี ธูป 2 ดอก, เทียน 1 เล่ม, พวงมาลัยหรือดอกไม้ (ทางวัดมีจำหน่าย หรือจัดชุดไว้ให้)
- ตั้งจิตอธิษฐานบอกชื่อ-นามสกุล และขอพรในเรื่องที่ปรารถนาอย่างละเอียด (ห้ามขอกับคนที่เป็นไปไม่ได้)
- ซึ่งการกราบไหว้ย่านาคก็มีข้อห้ามอยู่นะ หลัก ๆ เลยคือ…
- ห้ามปิดทองที่ใบหน้า ที่ดวงตา และริมฝีปากที่องค์ย่านาค
- ห้ามเทน้ำมันจันที่องค์ย่านาค
- พรมน้ำอบหรือรดน้ำที่องค์ย่านาค
- ทริคในการขอพรความรัก : แนะนำว่าไม่ควรขอพรแบบตรง ๆ ว่าอยากให้ความรักสมหวัง เพราะตามตำนานย่านาคเองก็ไม่ได้สมหวังในความรัก แต่ให้เปลี่ยนมาอธิษฐานขอให้ได้เจอคนที่ซื่อสัตย์ รักมั่นคง ไม่ทอดทิ้งกันแทน
- เวลาทำการ : สักการะได้ทุกวันตั้งแต่ เวลา 07.30 น. – 17.30 น.
- พิกัด : วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (BTS ออนนุ่ช ทางออก 1 สามารถขึ้นวิน รถสองแถว หรือรถแท็กซี่ไปลงที่วัดมหาบุศย์ได้ค่ะ)
เป็นยังไงกันบ้างคะ อ่านจบแล้วจดลิสต์สิ่งที่ปรารถนากันแบบรัว ๆ เลยใช่มั้ย ใครเล็งพิกัดไหนไว้ก็ลองหาเวลาว่างไปไหว้ขอพรด้วยใจนิ่ง ๆ ดูสักครั้งนะคะ เผื่อปีนี้ความรักจะไม่ต้องรอให้บังเอิญเดินเข้ามา แต่เดินมาหาเราแบบชัด ๆ ในจังหวะที่พอดี
สุดท้ายแล้วการมูไม่ใช่แค่การขอพรอย่างเดียว แต่มันคือการให้หัวใจเราได้ตั้งความหวังดี ๆ กับตัวเอง ได้ทบทวนว่าต้องการความรักแบบไหน และพร้อมเปิดรับความสัมพันธ์ที่จริงใจจริง ๆ ขอให้ทุกคนได้เจอรักที่สบายใจ รักที่มั่นคง และคนที่เลือกเราแบบไม่ลังเลนะคะ