มอยส์เจอไรเซอร์เป็นหนึ่งในสกินแคร์ที่หลายคนคุ้นเคย แต่ก็เป็นขั้นตอนที่มักถูกมองข้ามหรือเข้าใจผิดอยู่บ่อย ๆ ทั้งเรื่องความจำเป็น การเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว หรือแม้แต่ช่วงเวลาที่ควรใช้ให้ได้ผลที่สุด เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้เองที่ส่งผลต่อความชุ่มชื้นและความแข็งแรงของผิวในระยาว
บทความนี้ Cosmenet* จึงขออาสาพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับมอยส์เจอไรเซอร์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้เลือกใช้ได้อย่างถูกต้องและตอบโจทย์ผิวของตัวเอง ไม่รอช้าไปอ่านกันเลยดีกว่า
มอยส์เจอไรเซอร์คืออะไร?
มอยส์เจอไรเซอร์ (Moisturizer) คือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยเพิ่มและรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว โดยมีหน้าที่สำคัญคือช่วยลดการสูญเสียน้ำออกจากผิว และปรับสภาพผิวให้กลับมามีความสมดุลมากขึ้น
ซึ่งหลายคนอาจเข้าใจว่ามอยส์เจอไรเซอร์เป็นเพียงครีมที่ทาแล้วทำให้ผิวไม่แห้งเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วมอยส์เจอไรเซอร์ถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของผิวสุขภาพดีเชียวนะ เพราะผิวของเรามักต้องเผชิญกับปัจจัย ที่ทำให้สูญเสียความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา และเมื่อผิวเกิดภาวะขาดน้ำ ก็จะเริ่มรู้สึกแห้งตึง ลอกง่าย ดูหมอง และอาจระคายเคืองได้มากกว่าปกติ ดังนั้นมอยส์เจอไรเซอร์จึงเป็นเหมือนตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ผิวกลับมาชุ่มชื้น อิ่มฟู ดูสุขภาพดี และแข็งแรงจากภายใน
6 เหตุผลทำไมถึงควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์
- ช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างต่อเนื่อง : ในแต่ละวันผิวต้องสูญเสียน้ำจากแสงแดด แอร์ ฝุ่น และการล้างหน้า มอยส์เจอไรเซอร์จึงช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้น ทำให้ผิวไม่แห้งตึงระหว่างวัน
- เสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง : เมื่อผิวชุ่มชื้นเพียงพอเกราะผิวจะทำงานได้ดีขึ้น ลดโอกาสที่ผิวจะอ่อนแอ ระคายเคือง หรือไวต่อสิ่งกระตุ้น
- ลดการระคายเคืองและอาการแพ้ง่าย : ผิวที่ขาดน้ำมักจะแดงง่าย แสบง่าย และระคายเคืองได้มากกว่าปกติ การใช้มอยส์เป็นประจำจะช่วยให้ผิวสงบและแข็งแรงขึ้น
- ช่วยลดความมันได้ทางอ้อม : เมื่อผิวขาดน้ำก็จะยิ่งผลิตน้ำมันออกมาเพื่อชดเชยทำให้หน้ามันกว่าเดิม การทามอยส์เจอไรเซอร์จะช่วยให้ผิวสมดุลและมันน้อยลงได้
- ลดโอกาสเกิดสิวอุดตันในระยะยาว : เมื่อผิวมันเพราะขาดน้ำ หรือเกราะผิวอ่อนแอ อาจทำให้เกิดสิวได้ง่ายขึ้น การใช้มอยส์สูตรที่ไม่อุดตันจะช่วยให้ผิวแข็งแรงและลดปัญหาสิวได้
- ทำให้สกินแคร์ขั้นตอนอื่นทำงานได้ดีขึ้น : ผิวที่ชุ่มชื้นจะรับการบำรุงจากเซรั่มหรือทรีตเมนต์ต่าง ๆ ได้มีประสิทธิภาพมากกว่า ช่วยให้เห็นผลชัดขึ้น
มอยส์เจอไรเซอร์มีกี่ประเภทและมีอะไรบ้าง?
มอยส์เจอไรเซอร์ มักประกอบด้วยสารบำรุงหลักครบทั้ง 3 ประเภท เพื่อช่วยดูแลความชุ่มชื้นของผิวอย่างรอบด้าน ได้แก่
- Humectant : ทำหน้าที่ดึงน้ำเข้าสู่ผิว เพื่อให้ผิวดูมีความชุ่มชื้น อิ่มฟู และไม่แห้งกร้าน
- Emollient : ช่วยเติมเต็มผิวที่หยาบหรือเป็นร่อง ทำให้ผิวสัมผัสนุ่มและเรียบเนียน
- Occlusive : ทำหน้าที่เคลือบผิวเป็นฟิล์มบาง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำในผิวระเหยออก
เลือกมอยส์เจอไรเซอร์ยังไงให้เหมาะกับสภาพผิว
การเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะสมควรเริ่มจากการรู้จักสภาพผิวของตัวเองก่อน เพราะมอยส์มักมีหลายเนื้อสัมผัสและถูกออกแบบมาให้เหมาะกับปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ซึ่งหลัก ๆ ก็สามารถเลือกได้ตามนี้
- มอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับผิวแห้ง (Dry Skin) ควรเลือกมอยส์เนื้อครีมเข้มข้น ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน และช่วยลดอาการแห้งตึง มองหาส่วนผสมที่ช่วยล็อกความชุ่มชื้นและเสริมเกราะผิว
- มอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับผิวมันเป็นสิวง่าย (Oily/Acne-prone Skin) ควรเลือกมอยส์เนื้อเจลหรือโลชั่นบางเบา ซึมไว ไม่เหนอะหนะ และควรเป็นสูตรที่ไม่อุดตัน
- มอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย (Sensitive Skin) ควรเลือกสูตรอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ และเน้นส่วนผสมที่ช่วยปลอบประโลมผิว
- มอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับผิวผสม (Combination Skin) ควรเลือกมอยส์ที่ให้ความชุ่มชื้นกำลังดี เนื้อไม่หนักจนเกินไป เช่น เจลครีม เพื่อบาลานซ์ทั้งโซนที่มันและโซนที่แห้งในเวลาเดียวกัน
ส่วนผสมสำคัญที่ควรมองหาในมอยส์เจอไรเซอร์
มอยส์แต่ละตัวมีจุดเด่นไม่เหมือนกัน ถ้าอยากให้ตอบโจทย์กับสภาพผิวมากที่สุด ลองมองหาส่วนผสมหลัก ๆ เหล่านี้ดูค่ะ
- Hyaluronic Acid ช่วยเติมน้ำให้ผิว ทำให้ผิวดูอิ่มฟู ลดความแห้งตึง
- Glycerin เป็นสารให้ความชุ่มชื้นพื้นฐานที่อ่อนโยน ช่วยให้ผิวกักเก็บน้ำได้ดีขึ้น
- Ceramide ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวแข็งแรง ลดการระคายเคือง และช่วยลดการสูญเสียน้ำ
- Panthenol (Vitamin B5) ช่วยปลอบประโลมผิว ลดอาการแสบแดง และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
- Niacinamide (Vitamin B3) ช่วยควบคุมความมัน เสริมเกราะผิว และทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
รีวิว 3 มอยส์เจอไรเซอร์ตัวดัง
เปิดตัวมอยส์เจอไรเซอร์จาก Clear Nose Moist Skin Barrier Moisturizing Gel เจลบำรุงผิวที่เค้าตั้งใจพัฒนามานานกว่า 2 ปี เพื่อให้เหมาะกับอากาศประเทศไทยโดยเฉพาะ จุดเด่นคือเน้นเรื่องการเสริมเกราะป้องกันผิว ด้วยเทคโนโลยีเอกสิทธิ์อย่าง PDM Technology ที่ช่วยสร้างฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวให้ดูแข็งแรง เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมง เหมาะมากกับช่วงที่ผิวรู้สึกแห้งขาดน้ำ ผิวดูเหนื่อยล้า หรืออยากได้ตัวช่วยบูสต์ผิวให้กลับมาดูกระจ่างใสขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ
- จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ : ช่วยสร้างฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวให้ดูแข็งแรง เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมง
- ส่วนผสม/เทคโนโลยีสำคัญ
- PDM Technology : ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นยาวนาน พร้อมสร้างฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวให้ผิวดูแข็งแรงขึ้น
- Moisture Booster Complex : เติมน้ำให้ผิวแห้งขาดน้ำ ช่วยให้ผิวดูนุ่มฟู อิ่มเอิบขึ้น
- เนื้อสัมผัส : เจลบางเบา ซึมซาบไว ไม่เหนอะ ไม่มันเยิ้ม เหมาะกับอากาศเมืองไทยมาก
- ความรู้สึกหลังใช้ : คงความชุ่มชื้นไว้บนผิวได้ดีมาก โดยรวมผิวแลดูเฟรช มีสัมผัสนุ่มขึ้น
- เหมาะกับผิวแบบไหน : ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแห้งขาดน้ำ ผิวเหนื่อยล้า หรือคนที่อยากฟื้นบำรุงเกราะผิวให้แข็งแรง
- ราคา : 999.- ปริมาณ : 120 ml
- พิกัด : Shopee, Lazada, Watsons, Konvy, Beautrium
ตัวต่อมาที่น่าสนใจมากในช่วงนี้สำหรับมอยส์เจอไรเซอร์ Oxe’cure Ultra Gentle Moisturizer ตัวนี้เป็นมอยส์ที่เน้นความอ่อนโยนเป็นหลัก ที่มาพร้อม Amino Acid Aqua Technology เพื่อช่วยเติมน้ำและคงความชุ่มชื้นไว้ในชั้นผิว ผสานกับ 5X Ceramides ช่วยดูแลเกราะผิวให้แข็งแรง ลดความรู้สึกแห้งตึง ทำให้ผิวดูเรียบเนียน นอกจากนี้ยังมี Calendula Extract และ Pre & Probiotics ที่ทำหน้าที่ปลอบประโลมผิว ทำให้โดยรวมดูสมดุลและสุขภาพดีขึ้น
- จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ : ช่วยดูแลเกราะผิวให้แข็งแรง มีความชุ่มชื้น ลดความรู้สึกแห้งตึง ทำให้ผิวดูเรียบเนียน
- ส่วนผสม/เทคโนโลยีสำคัญ
- Amino Acid Aqua Technology : ช่วยเติมน้ำให้ผิวและคงความชุ่มชื้นได้ยาวนานขึ้น
- 5X Ceramides : ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้ผิวดูแข็งแรงและเรียบเนียน
- Calendula Extract : ช่วยปลอบประโลมผิวให้ผิวดูนุ่มสบาย
- Pre & Probiotics : ช่วยดูแลผิวให้ดูสมดุล สุขภาพดีแบบค่อยเป็นค่อยไป
- เนื้อสัมผัส : เนื้อครีม เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนอะหนะ
- ความรู้สึกหลังใช้ : รู้สึกได้ถึงผิวที่ชุ่มชื้นดูนุ่มขึ้นทันที เหมือนมีฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวไว้ แต่ไม่มันเยิ้ม
- เหมาะกับผิวแบบไหน : ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวบอบบาง ผิวแห้งง่าย
- ราคา : 360.- ปริมาณ : 75 ml
- พิกัด : Shopee, Lazada, Beautrium
ปิดท้ายด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ CeraVe Facial Moisturizing Lotion PM ที่มาพร้อมเทคโนโลยี MVE Technology นวัตกรรมเฉพาะของเซราวีที่ช่วยค่อย ๆ ปล่อยความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวดูฉ่ำน้ำได้ยาวนานขึ้น อีกทั้งยังผสานการทำงานของCeramides 3 ชนิด, Hyaluronic Acid และ Niacinamide ที่ช่วยดูแลเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง เติมความอิ่มฟู และปลอบประโลมผิวให้ดูไบร์ทขึ้น
- จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ : ช่วยดูแลเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง เติมความอิ่มฟู และปลอบประโลมผิวให้ดูไบร์ทขึ้น
- ส่วนผสม/เทคโนโลยีสำคัญ
- MVE Technology : ช่วยปล่อยความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่องให้ผิวดูชุ่มสบายได้ยาวนาน
- 5X Ceramides : ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้ผิวดูแข็งแรง
- Hyaluronic Acid : ช่วยกักเก็บน้ำและเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟู
- Niacinamide : ช่วยปลอบประโลมผิว ลดความรู้สึกระคาย
- เนื้อสัมผัส : เนื้อสัมผัสแบบโลชั่น ซึมเร็ว ไม่เหนอะหนะ ไม่มันเยิ้ม
- ความรู้สึกหลังใช้ : ไม่ทิ้งความมัน ให้ความรู้สึกชุ่มที่ผิวแบบพอดี ๆ สบายหน้า ไม่หนักผิว
- เหมาะกับผิวแบบไหน : ผิวมัน มีปัญหาผิว มีแนวโน้มผิวแพ้ระคายเคืองง่าย
- ราคา : 699.- ปริมาณ : 52 ml
- พิกัด : Shopee, Lazada, Watsons
มอยส์เจอไรเซอร์ควรใช้ตอนไหนดี?
- ควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์ทั้งเช้าและก่อนนอน เพื่อเติมความชุ่มชื้น พร้อมฟื้นบำรุงและปกป้องผิวจากปัจจัยภายนอก
- ควรมอยส์เจอไรเซอร์ใช้เป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นได้ต่อเนื่อง ทำให้ผิวดูอิ่มฟู เรียบเนียน และแข็งแรงขึ้นในระยะยาว
- ลำดับการใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่ถูกต้องคือ เริ่มจากเนื้อบางไปหนัก ตัวอย่างเช่น โทนเนอร์ → เซรั่ม → มอยส์เจอไรเซอร์ → กันแดด (ตอนเช้า)
ทริคใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ยังไงให้เห็นผล
- รีบทาตอนที่ผิวยังมีความชื้นเล็กน้อย เพราะจะช่วยให้เนื้อครีมซึมได้ดีขึ้น และล็อกความชุ่มชื้นไว้ในผิวได้มากกว่าปกติ