10 สกินแคร์ลดสิว ยี่ห้อไหนดี จบวงจรสิวซ้ำซาก
รีวิว

เทียบ 3 อายครีมน่าใช้ ตัวช่วยดูแลใต้ตาคล้ำ พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา

65
12 มี.ค. 2569
เทียบ 3 อายครีมน่าใช้ ตัวช่วยดูแลใต้ตาคล้ำ พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา

เทรนด์สกินแคร์ปี 2026 นี้ หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจการบำรุงผิวเฉพาะจุดมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา ที่มักถูกพูดถึงอยู่เสมอในเรื่องของฟื้นฟูผิวบริเวณใต้ตา ทำให้สกินแคร์อย่าง “อายครีม” กลายเป็นไอเทมที่หลายคนเริ่มให้ความสนใจ แต่หลายคนก็ยังมีคำถามอยู่ไม่น้อยว่าอายครีมจำเป็นแค่ไหนต้องทาทุกวันไหม?

วันนี้ Cosmenet* เลยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอายครีมมาให้ทำความเข้าใจกันมากขึ้น ตั้งแต่เรื่องพื้นฐานไปจนถึงทริกในการเลือกใช้ เพื่อช่วยให้การดูแลผิวรอบดวงตาเป็นเรื่องที่อีซี่มากขึ้น ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

ทำไมต้องใช้อายครีม?

เพราะผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บอบบางที่สุดบนใบหน้า ความหนาของผิวน้อยกว่าบริเวณอื่น อีกทั้งยังมีต่อมไขมันค่อนข้างน้อย ทำให้สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายกว่าส่วนอื่นของผิวหน้า นอกจากนี้บริเวณรอบดวงตายังเป็นจุดที่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้ออยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการกระพริบตา ยิ้ม หรือแสดงสีหน้า จึงทำให้เกิดริ้วรอยเล็ก ๆ ได้ง่ายกว่าบริเวณอื่น การใช้อายครีมจึงเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญของการดูแลผิวนั่นเอง

4 ปัญหาผิวรอบดวงตาที่พบบ่อย

  1. ใต้ตาคล้ำ (Dark Circle) : เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ พันธุกรรม การไหลเวียนเลือดไม่ดี ภาวะภูมิแพ้ หรือแม้แต่การใช้สายตาหนักจากหน้าจอดิจิทัลเป็นเวลานาน จึงส่งผลทำให้บริเวณใต้ตาดูหมองคล้ำได้ง่ายกว่าปกติ
  2. ถุงใต้ตา (Eye Bag) : มักเกิดจากการสะสมของของเหลวหรือไขมันใต้ตา ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น การนอนดึก กินอาหารที่มีโซเดียมสูง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิว จึงทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูอ่อนล้าง่ายและดูมีอายุ
  3. ริ้วรอยและตีนกา (Fine Lines & Wrinkles) : เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อรอบดวงตา และการลดลงของคอลลาเจนตามวัย ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและเริ่มเกิดริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณหางตาหรือใต้ตา
  4. ผิวแห้งรอบดวงตา : เนื่องจากบริเวณนี้มีต่อมไขมันน้อย ทำให้สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย หากไม่ได้รับการบำรุงอย่างเพียงพอ ผิวอาจดูแห้ง ลอก หรือดูไม่เรียบเนียน

ส่วนผสมในอายครีมที่ช่วยบำรุงใต้ตา?

แม้อายครีมในปัจจุบันจะถูกพัฒนาสูตรให้ตอบโจทย์ปัญหาผิวรอบดวงตาในหลายด้าน แต่การทำความเข้าใจคุณสมบัติของส่วนผสมต่าง ๆ ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้เราสามารถเลือกอายครีมที่เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาผิวรอบดวงตาของตัวเองได้มากขึ้น

  1. Vitamin C : ส่วนผสมที่ช่วยดูแลผิวที่ดูหมองคล้ำ เพื่อให้ผิวบริเวณรอบดวงตาดูกระจ่างใส
  2. Hyaluronic Acid : สารที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว ทำให้ผิวบริเวณรอบดวงตาดูอิ่มน้ำและดูเรียบเนียน
  3. Peptide : ช่วยเสริมการบำรุงผิวและช่วยให้ผิวดูยืดหยุ่นขึ้น ทำให้ผิวรอบดวงตาดูเรียบเนียนและดูอิ่มฟูมากขึ้น
  4. Retinol : ช่วยส่งเสริมการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ ทำให้ผิวรอบดวงตาดูเรียบเนียน
  5. Niacinamide : ช่วยดูแลสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ และช่วยลดความหมองคล้ำบริเวณใต้ตา
  6. Ceramide : ช่วยเสริมเกราะปกป้องผิวตามธรรมชาติ พร้อมกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิว
  7. Caffeine : ช่วยดูแลปัญหาถุงใต้ตาและช่วยลดอาการบวม ทำให้ผิวบริเวณใต้ตาดูสุขภาพดี

อายครีมมีเนื้อสัมผัสกี่แบบ?

  1. Eye Cream : เนื้อครีมค่อนข้างเข้มข้น ช่วยเติมความชุ่มชื้นได้ดี เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแห้งหรืออยากเพิ่มการบำรุงให้ผิวรอบดวงตา
  2. Eye Gel : เนื้อเจล บางเบา ซึมไว ให้ความรู้สึกสดชื่น เหมาะกับคนผิวมันหรือคนที่ไม่ชอบเนื้อครีมหนักผิว
  3. Eye Serum : เนื้อเซรั่มที่แม้จะบางเบา แต่ก็มีสารบำรุงเข้มข้น ซึมเร็ว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการการบำรุงเฉพาะจุด
  4. Eye Balm : เนื้อสัมผัสจะเข้มข้นมาก จึงเหมาะกับคนที่มีผิวแห้งมากหรือมีปัญหาริ้วรอยชัดเจน

วิธีเลือกอายครีมให้เหมาะกับปัญหาผิว 

คนที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำควรเลือกสูตรที่มีส่วนผสมของ Vitamin C หรือ Niacinamide 
คนที่มีริ้วรอยรอบดวงตาควรเลือกสูตรที่มีส่วนผสมของ Retinol หรือ Peptide
คนที่มีผิวรอบดวงตาแห้งควรเลือกสูตรที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid หรือ Ceramide 
คนที่มีถุงใต้ตา
ควรเลือกสูตรที่มีส่วนผสมของ Caffeine

วิธีเลือกอายครีมให้เหมาะกับปัญหาผิว

  • คนที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำ >> ควรเลือกสูตรที่มีส่วนผสมอย่าง Vitamin C หรือ Niacinamide ที่ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส และช่วยให้สีผิวบริเวณใต้ตาดูสม่ำเสมอมากขึ้น
  • คนที่มีริ้วรอยรอบดวงตา >> จะเหมาะกับสูตรที่มี Retinol หรือ Peptide ซึ่งเป็นส่วนผสมที่นิยมใช้ในสกินแคร์เพื่อดูแลผิวให้ดูเรียบเนียนขึ้น และช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตาดูจางลงเมื่อใช้ต่อเนื่อง
  • คนที่มีผิวรอบดวงตาแห้ง >> ควรเลือกสูตรที่มี Hyaluronic Acid หรือ Ceramide เพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา ทำให้ผิวดูอิ่มฟู
  • คนที่มีถุงใต้ตา >> เหมาะกับสูตรที่มี Caffeine ซึ่งมักถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลรอบดวงตา เพื่อช่วยให้ผิวบริเวณใต้ตาที่ดูบวมดูผ่อนคลายลง และช่วยให้ดวงตาโดยรวมดูสดใส

รีวิวอายครีม 3 น่าใช้

1. Boots Vitamin C Advanced Plus Hya & Peptide Eye Concentrate

เทียบ 3 อายครีมน่าใช้ ตัวช่วยดูแลใต้ตาคล้ำ พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา

ประเดิมด้วยอายครีมตัวแรกจากบ้าน Boots กับ Boots Vitamin C Advanced Plus Hya & Peptide Eye Concentrate ไลน์ใหม่ที่รวมส่วนผสมบำรุงผิวไว้หลายชนิดในหลอดเดียว ไม่ว่าจะเป็น Vitamin C ที่ช่วยลดความหมองคล้ำบริเวณรอบดวงตา ผสานกับ Hyaluronic Acid และ Peptide เข้ามาเติมเต็มความชุ่มชื้น เพื่อผิวที่แลดูเรียบเนียน อิ่มฟู และกระชับขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง ด้วยเนื้อสัมผัสแบบเจลใส เกลี่ยง่าย กระจายตัวได้ดี โดยไม่ทิ้งความหนึบหนับไว้บนผิว ใครที่กำลังมองหาอายครีมเริ่ด ๆ ในราคาสบายกระเป๋า ตัวนี้ถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจเลยค่ะ

  • จุดเด่น : ลดความหมองคล้ำบริเวณรอบดวงตา พร้อมเติมเต็มความชุ่มชื้น เพื่อผิวอิ่มฟูกระชับขึ้น
  • ส่วนผสม/เทคโนโลยีสำคัญ
    • Vitamin C : ช่วยดูแลผิวรอบดวงตาที่ดูหมองคล้ำให้ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น
    • Hyaluronic Acid (Hya) : ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวแลดูอิ่มฟู
    • Peptide : ช่วยดูแลผิวให้ดูเรียบเนียน อิ่มฟู และกระชับ
  • เนื้อสัมผัส : เนื้อเจลใส เกลี่ยง่าย กระจายตัวได้ดี โดยไม่ทิ้งความหนึบหนับไว้บนผิว
  • ความรู้สึกหลังใช้ : รู้สึกว่าผิวรอบดวงตาดูนุ่มและชุ่มชื้นขึ้น ใต้ตาที่เคยดูแห้งหรือหมองคล้ำ ก็กลับมาดูกระจ่างใสขึ้น
  • เหมาะกับผิวแบบไหน : ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่อยากเพิ่มความชุ่มชื้นบริเวณรอบดวงตา
  • ราคา : 399.- ปริมาณ : 15ml
  • พิกัด : ShopeeLazadaBoots

2. Olay Regenerist Retinol24 Wrinkle Concentrate

เทียบ 3 อายครีมน่าใช้ ตัวช่วยดูแลใต้ตาคล้ำ พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา

หนึ่งในอายครีมที่หลายคนคุ้นชื่อกันดีอย่าง Olay Regenerist Retinol24 Wrinkle Concentrate ล่าสุดเค้าได้พัฒนาสูตรมาเพื่อการบำรุงผิวรอบดวงตาทั้ง 5 ประการ ผสานส่วนผสมสำคัญอย่างเรตินอยด์เข้ากับเปปไทด์ที่ช่วยเติมการบำรุงให้ผิวบริเวณนี้ดูเรียบเนียนและชุ่มชื้นขึ้น พร้อมลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ที่มักเห็นได้ง่ายอย่างใต้ตาและหางตา มีเนื้อสัมผัสเป็นครีมเข้มข้น เกลี่ยง่าย ซึมซาบไว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ เหมาะสำหรับใช้ในสเต็ปของรูทีนช่วงกลางคืน เพื่อให้ผิวรอบดวงตาได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่

  • จุดเด่น : เน้นการดูแลริ้วรอยรอบดวงตาทั้ง 5 ประการ พร้อมช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและชุ่มชื้นขึ้น
  • ส่วนผสม/เทคโนโลยีสำคัญ
    • Retinol24 : ช่วยฟื้นฟูผิวรอบดวงตา พร้อมดูแลริ้วร่องลึกให้แลดูจางลง
    • Peptides : ช่วยดูแลผิวให้ดูยืดหยุ่นและช่วยเติมเต็มผิวบริเวณที่มีริ้วรอย
  • เนื้อสัมผัส : ครีมเข้มข้น เกลี่ยง่าย ซึมซาบไว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ
  • ความรู้สึกหลังใช้ : หลังทาจะรู้สึกว่าผิวรอบดวงตาชุ่มชื้นขึ้น สัมผัสนุ่ม ทำให้บริเวณรอบดวงตาดูสดใส
  • เหมาะกับผิวแบบไหน : ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่อยากเริ่มดูแลริ้วรอยรอบดวงตาในรูทีนสกินแคร์ตอนกลางคืน
  • ราคา : 999.- / ปริมาณ : 10 ml
  • พิกัด : ShopeeLazadaWatsons

3. Shiseido Vital Perfection Uplifting and Firming Advanced Eye Cream

เทียบ 3 อายครีมน่าใช้ ตัวช่วยดูแลใต้ตาคล้ำ พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา

ปิดท้ายด้วยอายครีมตัวดังจากฝั่งสกินแคร์พรีเมียมที่หลายคนพูดถึง ถ้าให้นึกดี ๆ ต้องมีชื่อ Shiseido Vital Perfection Uplifting and Firming Advanced Eye Cream ติดลิสต์แน่นอน จุดเด่นคือการผสาน Retinol สูตรเข้มข้นจาก SHISEIDO เข้ากับเทคโนโลยี SafflowerRED™ เพื่อดูแลปัญหาผิวรอบดวงตาหลายด้าน ทั้งความแห้ง ความรู้สึกของผิวที่ดูไม่กระชับ และริ้วรอยเล็ก ๆ พร้อมเนื้ออายครีมเข้มข้นแต่นุ่มลื่นดุจแพรไหม ไม่หนักผิว มาช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตาดูเรียบเนียนและยืดหยุ่นขึ้น ใครกำลังมองหา อายครีม ที่เน้นการบำรุงรอบดวงตาแบบเริ่ด ๆ ตัวนี้ถือเป็นอีกสูตรที่น่าสนใจมากเลยค่ะ

  • จุดเด่น : ช่วยบำรุงผิวรอบดวงตาให้ดูเรียบเนียน ชุ่มชื้น และรู้สึกกระชับขึ้น
  • ส่วนผสม/เทคโนโลยีสำคัญ
  • Retinol สูตรเข้มข้นจาก SHISEIDO : ช่วยดูแลปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง
  • SafflowerRED™ : เทคโนโลยีที่ช่วยดูแลผิวรอบดวงตาหลายด้าน ทั้งเรื่องความแห้งและความรู้สึกของผิวที่ดูไม่กระชับ
  • เนื้อสัมผัส : อายครีมเข้มข้นแต่นุ่มลื่นดุจแพรไหม ไม่หนักผิว
  • ความรู้สึกหลังใช้ : ผิวรอบดวงตาชุ่มชื้นขึ้นทันที ทำให้สัมผัสได้ถึงความเรียบเนียน
  • เหมาะกับผิวแบบไหน : ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่อยากดูแลผิวรอบดวงตาให้ชุ่มชื้นและดูเรียบเนียนขึ้น
  • ราคา : 3,500.- / ปริมาณ : 15ml
  • พิกัด : ShopeeLazadaShiseido

สรุปเลือกอายครีมตัวไหนดี ให้ตอบโจทย์ผิวรอบดวงตา?

  • อยากได้อายครีมราคาเป็นมิตร เน้นเติมความชุ่มชื้นและช่วยให้ใต้ตาดูสดใสขึ้น >> แนะนำ Boots Vitamin C Advanced Plus Hya & Peptide Eye Concentrate
  • อยากเริ่มดูแลริ้วรอยรอบดวงตาในรูทีนสกินแคร์ตอนกลางคืน พร้อมบำรุงให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น >> แนะนำ Olay Regenerist Retinol24 Wrinkle Concentrate
  • อยากได้อายครีมสายพรีเมียม เน้นการบำรุงรอบดวงตาให้ดูเรียบเนียน ชุ่มชื้น และรู้สึกกระชับขึ้น>> แนะนำ Shiseido Vital Perfection Uplifting and Firming Advanced Eye Cream

สรุปตารางเทียบอายครีม 3 น่าใช้

รูปภาพสินค้าชื่อผลิตภัณฑ์จุดเด่นเหมาะสำหรับส่วนผสมสำคัญราคาปริมาณซื้อได้ที่
Boots Vitamin C Advanced Plus Hya & Peptide Eye Concentrate
Boots Vitamin C Advanced Plus Hya & Peptide Eye Concentrateลดความหมองคล้ำบริเวณรอบดวงตา พร้อมเติมเต็มความชุ่มชื้น เพื่อผิวอิ่มฟูกระชับขึ้นทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่อยากเพิ่มความชุ่มชื้นบริเวณรอบดวงตาVitamin C, Hyaluronic Acid (Hya) และ Peptide399.-15mlShopeeLazada
Olay Regenerist Retinol24 Wrinkle Concentrate
Olay Regenerist Retinol24 Wrinkle Concentrateเน้นการดูแลริ้วรอยรอบดวงตาทั้ง 5 ประการ พร้อมช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและชุ่มชื้นขึ้นทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่อยากเริ่มดูแลริ้วรอยรอบดวงตาในรูทีนสกินแคร์ตอนกลางคืนRetinol24 และ Peptides999.-10 mlShopeeLazada
Shiseido Vital Perfection Uplifting and Firming Advanced Eye Cream
Shiseido Vital Perfection Uplifting and Firming Advanced Eye Creamช่วยบำรุงผิวรอบดวงตาให้ดูเรียบเนียน ชุ่มชื้น และรู้สึกกระชับขึ้นทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่อยากดูแลผิวรอบดวงตาให้ชุ่มชื้นและดูเรียบเนียนขึ้นRetinol สูตรเข้มข้นจาก SHISEIDO และ SafflowerRED™3,500.-15mlShopeeLazada

4 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอายครีม

Q: ควรเริ่มใช้อายครีมตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
A: โดยทั่วไปสามารถเริ่มใช้อายครีมได้ตั้งแต่อายุประมาณ 20–25 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ผิวรอบดวงตาเริ่มสูญเสียความชุ่มชื้น และเป็นช่วงอายุที่เริ่มเกิดริ้วรอยเล็ก ๆ
Q: ใช้อายครีมนานแค่ไหนถึงจะเห็นผล?
A: การใช้อายครีมอย่างต่อเนื่องจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวรอบดวงตาภายในประมาณ 2–4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนและส่วนผสมในผลิตภัณฑ์
Q: ควรทาอายครีมในขั้นตอนไหน?
A: อายครีมควรใช้หลังจากการล้างหน้าและการลงสกินแคร์เนื้อบาง ลำดับการใช้สกินแคร์โดยทั่วไปคือ ล้างหน้า → โทนเนอร์ → เซรั่มหรือเอสเซนส์ → อายครีม → มอยส์เจอร์ไรเซอร์ → ครีมกันแดด (ในตอนเช้า)
Q: วิธีทาอายครีมที่ถูกต้องควรทำอย่างไร?
A: ใช้อายครีมในปริมาณเล็กน้อยประมาณเท่าเมล็ดข้าวต่อข้าง จากนั้นแต้มอายครีมเป็นจุดเล็ก ๆ บริเวณใต้ตาและรอบกระดูกเบ้าตา แล้วถึงใช้นิ้วนางค่อย ๆ แตะเบา ๆ เพื่อเกลี่ยผลิตภัณฑ์ให้ซึมเข้าสู่ผิว
What's new
รีวิวเจาะลึก La Roche Posay Anthelios Uvmune 400 Invisible Fluid SPF50+ จาก 229 เสียงของผู้ใช้จริง!12 ครีมกันแดดหน้าไม่มัน ซึมเร็ว แห้งไว ไม่เยิ้มระหว่างวันรีวิวเจาะลึกครีมแต้มสิว TOMEI Anti Acne Cream Plus จากผู้ใช้จริง 413 รีวิว ลดสิวอักเสบ สิวยุบไว ผิวแพ้ง่ายใช้ได้GUERLAIN ต้อนรับศักราชใหม่ของปี 2026 ถ่ายทอดเสน่ห์ของเดนิมผ่านความงามร่วมสมัยEctoin (เอ็กโตอิน) คืออะไร? ทำไมถึงถูกยกให้เป็นส่วนผสม กู้ผิวขาดน้ำ มีแบรนด์ไหนบ้าง ที่ควรลอง?10 สกินแคร์ลดสิว ยี่ห้อไหนดี จบวงจรสิวซ้ำซากรวมดาวเด่น! 10 เจลล้างหน้าลดสิว ยี่ห้อไหนดี 2026ดูดวงความรัก การงาน การเรียน การเงิน ระหว่าง 8 - 14 มี.ค. 69 (ทุกราศี)ปักหมุดมู 8 สถานที่ขอพรความรักรอบกรุง คนโสดปีนี้ต้องไม่เหงาแล้ว!Review & Tester : สิวผู้ใหญ่ต้องลอง! กับ Acne-Aid Naturals เปิดสวิตช์ผิวใส ลดปัญหาสิวผู้ใหญ่ตรงจุด 200 เซ็ต
COMMENTS