รวม 10 แป้งผสมรองพื้น ยี่ห้อไหนดี 2026 ปกปิดเรียบเนียน ติดทน ไม่ติดแมสก์!
รีวิว

เทียบ 3 อายครีมน่าใช้ ตัวช่วยดูแลใต้ตาคล้ำ พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา

3,159
12 มี.ค. 2569
เทียบ 3 อายครีมน่าใช้ ตัวช่วยดูแลใต้ตาคล้ำ พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา

เทรนด์สกินแคร์ปี 2026 นี้ หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจการบำรุงผิวเฉพาะจุดมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา ที่มักถูกพูดถึงอยู่เสมอในเรื่องของฟื้นฟูผิวบริเวณใต้ตา ทำให้สกินแคร์อย่าง “อายครีม” กลายเป็นไอเทมที่หลายคนเริ่มให้ความสนใจ แต่หลายคนก็ยังมีคำถามอยู่ไม่น้อยว่าอายครีมจำเป็นแค่ไหนต้องทาทุกวันไหม?

วันนี้ Cosmenet* เลยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอายครีมมาให้ทำความเข้าใจกันมากขึ้น ตั้งแต่เรื่องพื้นฐานไปจนถึงทริกในการเลือกใช้ เพื่อช่วยให้การดูแลผิวรอบดวงตาเป็นเรื่องที่อีซี่มากขึ้น ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

ทำไมต้องใช้อายครีม?

เพราะผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บอบบางที่สุดบนใบหน้า ความหนาของผิวน้อยกว่าบริเวณอื่น อีกทั้งยังมีต่อมไขมันค่อนข้างน้อย ทำให้สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายกว่าส่วนอื่นของผิวหน้า นอกจากนี้บริเวณรอบดวงตายังเป็นจุดที่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้ออยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการกระพริบตา ยิ้ม หรือแสดงสีหน้า จึงทำให้เกิดริ้วรอยเล็ก ๆ ได้ง่ายกว่าบริเวณอื่น การใช้อายครีมจึงเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญของการดูแลผิวนั่นเอง

4 ปัญหาผิวรอบดวงตาที่พบบ่อย

  1. ใต้ตาคล้ำ (Dark Circle) : เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ พันธุกรรม การไหลเวียนเลือดไม่ดี ภาวะภูมิแพ้ หรือแม้แต่การใช้สายตาหนักจากหน้าจอดิจิทัลเป็นเวลานาน จึงส่งผลทำให้บริเวณใต้ตาดูหมองคล้ำได้ง่ายกว่าปกติ
  2. ถุงใต้ตา (Eye Bag) : มักเกิดจากการสะสมของของเหลวหรือไขมันใต้ตา ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น การนอนดึก กินอาหารที่มีโซเดียมสูง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิว จึงทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูอ่อนล้าง่ายและดูมีอายุ
  3. ริ้วรอยและตีนกา (Fine Lines & Wrinkles) : เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อรอบดวงตา และการลดลงของคอลลาเจนตามวัย ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและเริ่มเกิดริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณหางตาหรือใต้ตา
  4. ผิวแห้งรอบดวงตา : เนื่องจากบริเวณนี้มีต่อมไขมันน้อย ทำให้สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย หากไม่ได้รับการบำรุงอย่างเพียงพอ ผิวอาจดูแห้ง ลอก หรือดูไม่เรียบเนียน

ส่วนผสมในอายครีมที่ช่วยบำรุงใต้ตา?

แม้อายครีมในปัจจุบันจะถูกพัฒนาสูตรให้ตอบโจทย์ปัญหาผิวรอบดวงตาในหลายด้าน แต่การทำความเข้าใจคุณสมบัติของส่วนผสมต่าง ๆ ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้เราสามารถเลือกอายครีมที่เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาผิวรอบดวงตาของตัวเองได้มากขึ้น

  1. Vitamin C : ส่วนผสมที่ช่วยดูแลผิวที่ดูหมองคล้ำ เพื่อให้ผิวบริเวณรอบดวงตาดูกระจ่างใส
  2. Hyaluronic Acid : สารที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว ทำให้ผิวบริเวณรอบดวงตาดูอิ่มน้ำและดูเรียบเนียน
  3. Peptide : ช่วยเสริมการบำรุงผิวและช่วยให้ผิวดูยืดหยุ่นขึ้น ทำให้ผิวรอบดวงตาดูเรียบเนียนและดูอิ่มฟูมากขึ้น
  4. Retinol : ช่วยส่งเสริมการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ ทำให้ผิวรอบดวงตาดูเรียบเนียน
  5. Niacinamide : ช่วยดูแลสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ และช่วยลดความหมองคล้ำบริเวณใต้ตา
  6. Ceramide : ช่วยเสริมเกราะปกป้องผิวตามธรรมชาติ พร้อมกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิว
  7. Caffeine : ช่วยดูแลปัญหาถุงใต้ตาและช่วยลดอาการบวม ทำให้ผิวบริเวณใต้ตาดูสุขภาพดี

อายครีมมีเนื้อสัมผัสกี่แบบ?

  1. Eye Cream : เนื้อครีมค่อนข้างเข้มข้น ช่วยเติมความชุ่มชื้นได้ดี เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแห้งหรืออยากเพิ่มการบำรุงให้ผิวรอบดวงตา
  2. Eye Gel : เนื้อเจล บางเบา ซึมไว ให้ความรู้สึกสดชื่น เหมาะกับคนผิวมันหรือคนที่ไม่ชอบเนื้อครีมหนักผิว
  3. Eye Serum : เนื้อเซรั่มที่แม้จะบางเบา แต่ก็มีสารบำรุงเข้มข้น ซึมเร็ว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการการบำรุงเฉพาะจุด
  4. Eye Balm : เนื้อสัมผัสจะเข้มข้นมาก จึงเหมาะกับคนที่มีผิวแห้งมากหรือมีปัญหาริ้วรอยชัดเจน

วิธีเลือกอายครีมให้เหมาะกับปัญหาผิว 

คนที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำควรเลือกสูตรที่มีส่วนผสมของ Vitamin C หรือ Niacinamide 
คนที่มีริ้วรอยรอบดวงตาควรเลือกสูตรที่มีส่วนผสมของ Retinol หรือ Peptide
คนที่มีผิวรอบดวงตาแห้งควรเลือกสูตรที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid หรือ Ceramide 
คนที่มีถุงใต้ตา
ควรเลือกสูตรที่มีส่วนผสมของ Caffeine

วิธีเลือกอายครีมให้เหมาะกับปัญหาผิว

  • คนที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำ >> ควรเลือกสูตรที่มีส่วนผสมอย่าง Vitamin C หรือ Niacinamide ที่ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส และช่วยให้สีผิวบริเวณใต้ตาดูสม่ำเสมอมากขึ้น
  • คนที่มีริ้วรอยรอบดวงตา >> จะเหมาะกับสูตรที่มี Retinol หรือ Peptide ซึ่งเป็นส่วนผสมที่นิยมใช้ในสกินแคร์เพื่อดูแลผิวให้ดูเรียบเนียนขึ้น และช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตาดูจางลงเมื่อใช้ต่อเนื่อง
  • คนที่มีผิวรอบดวงตาแห้ง >> ควรเลือกสูตรที่มี Hyaluronic Acid หรือ Ceramide เพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา ทำให้ผิวดูอิ่มฟู
  • คนที่มีถุงใต้ตา >> เหมาะกับสูตรที่มี Caffeine ซึ่งมักถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลรอบดวงตา เพื่อช่วยให้ผิวบริเวณใต้ตาที่ดูบวมดูผ่อนคลายลง และช่วยให้ดวงตาโดยรวมดูสดใส

รีวิวอายครีม 3 น่าใช้

1. Boots Vitamin C Advanced Plus Hya & Peptide Eye Concentrate

เทียบ 3 อายครีมน่าใช้ ตัวช่วยดูแลใต้ตาคล้ำ พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา

ประเดิมด้วยอายครีมตัวแรกจากบ้าน Boots กับ Boots Vitamin C Advanced Plus Hya & Peptide Eye Concentrate ไลน์ใหม่ที่รวมส่วนผสมบำรุงผิวไว้หลายชนิดในหลอดเดียว ไม่ว่าจะเป็น Vitamin C ที่ช่วยลดความหมองคล้ำบริเวณรอบดวงตา ผสานกับ Hyaluronic Acid และ Peptide เข้ามาเติมเต็มความชุ่มชื้น เพื่อผิวที่แลดูเรียบเนียน อิ่มฟู และกระชับขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง ด้วยเนื้อสัมผัสแบบเจลใส เกลี่ยง่าย กระจายตัวได้ดี โดยไม่ทิ้งความหนึบหนับไว้บนผิว ใครที่กำลังมองหาอายครีมเริ่ด ๆ ในราคาสบายกระเป๋า ตัวนี้ถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจเลยค่ะ

  • จุดเด่น : ลดความหมองคล้ำบริเวณรอบดวงตา พร้อมเติมเต็มความชุ่มชื้น เพื่อผิวอิ่มฟูกระชับขึ้น
  • ส่วนผสม/เทคโนโลยีสำคัญ
    • Vitamin C : ช่วยดูแลผิวรอบดวงตาที่ดูหมองคล้ำให้ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น
    • Hyaluronic Acid (Hya) : ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวแลดูอิ่มฟู
    • Peptide : ช่วยดูแลผิวให้ดูเรียบเนียน อิ่มฟู และกระชับ
  • เนื้อสัมผัส : เนื้อเจลใส เกลี่ยง่าย กระจายตัวได้ดี โดยไม่ทิ้งความหนึบหนับไว้บนผิว
  • ความรู้สึกหลังใช้ : รู้สึกว่าผิวรอบดวงตาดูนุ่มและชุ่มชื้นขึ้น ใต้ตาที่เคยดูแห้งหรือหมองคล้ำ ก็กลับมาดูกระจ่างใสขึ้น
  • เหมาะกับผิวแบบไหน : ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่อยากเพิ่มความชุ่มชื้นบริเวณรอบดวงตา
  • ราคา : 399.- ปริมาณ : 15ml
  • พิกัด : ShopeeLazadaBoots

2. Olay Regenerist Retinol24 Wrinkle Concentrate

เทียบ 3 อายครีมน่าใช้ ตัวช่วยดูแลใต้ตาคล้ำ พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา

หนึ่งในอายครีมที่หลายคนคุ้นชื่อกันดีอย่าง Olay Regenerist Retinol24 Wrinkle Concentrate ล่าสุดเค้าได้พัฒนาสูตรมาเพื่อการบำรุงผิวรอบดวงตาทั้ง 5 ประการ ผสานส่วนผสมสำคัญอย่างเรตินอยด์เข้ากับเปปไทด์ที่ช่วยเติมการบำรุงให้ผิวบริเวณนี้ดูเรียบเนียนและชุ่มชื้นขึ้น พร้อมลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ที่มักเห็นได้ง่ายอย่างใต้ตาและหางตา มีเนื้อสัมผัสเป็นครีมเข้มข้น เกลี่ยง่าย ซึมซาบไว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ เหมาะสำหรับใช้ในสเต็ปของรูทีนช่วงกลางคืน เพื่อให้ผิวรอบดวงตาได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่

  • จุดเด่น : เน้นการดูแลริ้วรอยรอบดวงตาทั้ง 5 ประการ พร้อมช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและชุ่มชื้นขึ้น
  • ส่วนผสม/เทคโนโลยีสำคัญ
    • Retinol24 : ช่วยฟื้นฟูผิวรอบดวงตา พร้อมดูแลริ้วร่องลึกให้แลดูจางลง
    • Peptides : ช่วยดูแลผิวให้ดูยืดหยุ่นและช่วยเติมเต็มผิวบริเวณที่มีริ้วรอย
  • เนื้อสัมผัส : ครีมเข้มข้น เกลี่ยง่าย ซึมซาบไว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ
  • ความรู้สึกหลังใช้ : หลังทาจะรู้สึกว่าผิวรอบดวงตาชุ่มชื้นขึ้น สัมผัสนุ่ม ทำให้บริเวณรอบดวงตาดูสดใส
  • เหมาะกับผิวแบบไหน : ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่อยากเริ่มดูแลริ้วรอยรอบดวงตาในรูทีนสกินแคร์ตอนกลางคืน
  • ราคา : 999.- / ปริมาณ : 10 ml
  • พิกัด : ShopeeLazadaWatsons

3. Shiseido Vital Perfection Uplifting and Firming Advanced Eye Cream

เทียบ 3 อายครีมน่าใช้ ตัวช่วยดูแลใต้ตาคล้ำ พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา

ปิดท้ายด้วยอายครีมตัวดังจากฝั่งสกินแคร์พรีเมียมที่หลายคนพูดถึง ถ้าให้นึกดี ๆ ต้องมีชื่อ Shiseido Vital Perfection Uplifting and Firming Advanced Eye Cream ติดลิสต์แน่นอน จุดเด่นคือการผสาน Retinol สูตรเข้มข้นจาก SHISEIDO เข้ากับเทคโนโลยี SafflowerRED™ เพื่อดูแลปัญหาผิวรอบดวงตาหลายด้าน ทั้งความแห้ง ความรู้สึกของผิวที่ดูไม่กระชับ และริ้วรอยเล็ก ๆ พร้อมเนื้ออายครีมเข้มข้นแต่นุ่มลื่นดุจแพรไหม ไม่หนักผิว มาช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตาดูเรียบเนียนและยืดหยุ่นขึ้น ใครกำลังมองหา อายครีม ที่เน้นการบำรุงรอบดวงตาแบบเริ่ด ๆ ตัวนี้ถือเป็นอีกสูตรที่น่าสนใจมากเลยค่ะ

  • จุดเด่น : ช่วยบำรุงผิวรอบดวงตาให้ดูเรียบเนียน ชุ่มชื้น และรู้สึกกระชับขึ้น
  • ส่วนผสม/เทคโนโลยีสำคัญ
  • Retinol สูตรเข้มข้นจาก SHISEIDO : ช่วยดูแลปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง
  • SafflowerRED™ : เทคโนโลยีที่ช่วยดูแลผิวรอบดวงตาหลายด้าน ทั้งเรื่องความแห้งและความรู้สึกของผิวที่ดูไม่กระชับ
  • เนื้อสัมผัส : อายครีมเข้มข้นแต่นุ่มลื่นดุจแพรไหม ไม่หนักผิว
  • ความรู้สึกหลังใช้ : ผิวรอบดวงตาชุ่มชื้นขึ้นทันที ทำให้สัมผัสได้ถึงความเรียบเนียน
  • เหมาะกับผิวแบบไหน : ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่อยากดูแลผิวรอบดวงตาให้ชุ่มชื้นและดูเรียบเนียนขึ้น
  • ราคา : 3,500.- / ปริมาณ : 15ml
  • พิกัด : ShopeeLazadaShiseido

สรุปเลือกอายครีมตัวไหนดี ให้ตอบโจทย์ผิวรอบดวงตา?

  • อยากได้อายครีมราคาเป็นมิตร เน้นเติมความชุ่มชื้นและช่วยให้ใต้ตาดูสดใสขึ้น >> แนะนำ Boots Vitamin C Advanced Plus Hya & Peptide Eye Concentrate
  • อยากเริ่มดูแลริ้วรอยรอบดวงตาในรูทีนสกินแคร์ตอนกลางคืน พร้อมบำรุงให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น >> แนะนำ Olay Regenerist Retinol24 Wrinkle Concentrate
  • อยากได้อายครีมสายพรีเมียม เน้นการบำรุงรอบดวงตาให้ดูเรียบเนียน ชุ่มชื้น และรู้สึกกระชับขึ้น>> แนะนำ Shiseido Vital Perfection Uplifting and Firming Advanced Eye Cream

สรุปตารางเทียบอายครีม 3 น่าใช้

รูปภาพสินค้าชื่อผลิตภัณฑ์จุดเด่นเหมาะสำหรับส่วนผสมสำคัญราคาปริมาณซื้อได้ที่
Boots Vitamin C Advanced Plus Hya & Peptide Eye Concentrate
Boots Vitamin C Advanced Plus Hya & Peptide Eye Concentrateลดความหมองคล้ำบริเวณรอบดวงตา พร้อมเติมเต็มความชุ่มชื้น เพื่อผิวอิ่มฟูกระชับขึ้นทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่อยากเพิ่มความชุ่มชื้นบริเวณรอบดวงตาVitamin C, Hyaluronic Acid (Hya) และ Peptide399.-15mlShopeeLazada
Olay Regenerist Retinol24 Wrinkle Concentrate
Olay Regenerist Retinol24 Wrinkle Concentrateเน้นการดูแลริ้วรอยรอบดวงตาทั้ง 5 ประการ พร้อมช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและชุ่มชื้นขึ้นทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่อยากเริ่มดูแลริ้วรอยรอบดวงตาในรูทีนสกินแคร์ตอนกลางคืนRetinol24 และ Peptides999.-10 mlShopeeLazada
Shiseido Vital Perfection Uplifting and Firming Advanced Eye Cream
Shiseido Vital Perfection Uplifting and Firming Advanced Eye Creamช่วยบำรุงผิวรอบดวงตาให้ดูเรียบเนียน ชุ่มชื้น และรู้สึกกระชับขึ้นทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่อยากดูแลผิวรอบดวงตาให้ชุ่มชื้นและดูเรียบเนียนขึ้นRetinol สูตรเข้มข้นจาก SHISEIDO และ SafflowerRED™3,500.-15mlShopeeLazada

4 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอายครีม

Q: ควรเริ่มใช้อายครีมตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
A: โดยทั่วไปสามารถเริ่มใช้อายครีมได้ตั้งแต่อายุประมาณ 20–25 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ผิวรอบดวงตาเริ่มสูญเสียความชุ่มชื้น และเป็นช่วงอายุที่เริ่มเกิดริ้วรอยเล็ก ๆ
Q: ใช้อายครีมนานแค่ไหนถึงจะเห็นผล?
A: การใช้อายครีมอย่างต่อเนื่องจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวรอบดวงตาภายในประมาณ 2–4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนและส่วนผสมในผลิตภัณฑ์
Q: ควรทาอายครีมในขั้นตอนไหน?
A: อายครีมควรใช้หลังจากการล้างหน้าและการลงสกินแคร์เนื้อบาง ลำดับการใช้สกินแคร์โดยทั่วไปคือ ล้างหน้า → โทนเนอร์ → เซรั่มหรือเอสเซนส์ → อายครีม → มอยส์เจอร์ไรเซอร์ → ครีมกันแดด (ในตอนเช้า)
Q: วิธีทาอายครีมที่ถูกต้องควรทำอย่างไร?
A: ใช้อายครีมในปริมาณเล็กน้อยประมาณเท่าเมล็ดข้าวต่อข้าง จากนั้นแต้มอายครีมเป็นจุดเล็ก ๆ บริเวณใต้ตาและรอบกระดูกเบ้าตา แล้วถึงใช้นิ้วนางค่อย ๆ แตะเบา ๆ เพื่อเกลี่ยผลิตภัณฑ์ให้ซึมเข้าสู่ผิว
What's new
รีวิวเจาะลึก แชมพูปิดผมขาว HommKesa Grey Hair Covering Shampoo จากผู้ใช้จริง ปิดผมหงอกก่อนวัย ให้กลับมามั่นใจยืนหนึ่งรีวิวเจาะลึก Acne-Aid 2 สูตร Liquid Cleanser ผิวมัน & Gentle Cleanser ผิวแพ้ง่าย #เฟรนด์ลี่กับผิว เรื่องสิวเอาจริงเปิดกรุรีวิวเทียบ 3 มอยส์เจอไรเซอร์ผิวแพ้ง่ายตัวดัง เติมความชุ่มชื้นแบบไหนปังสุด?4 บัตรเครดิตสายบิวตี้ ช้อปเครื่องสำอางคุ้มกว่าในปี 2026Integrated Skincare คืออะไร? เทรนด์ที่คน 'ทำหัตถการ' ต้องรู้ เลือกสกินแคร์อย่างไร ให้เสริมผลลัพธ์รวม 10 แป้งผสมรองพื้น ยี่ห้อไหนดี 2026 ปกปิดเรียบเนียน ติดทน ไม่ติดแมสก์!รวมดาวเด่น! 10 เจลล้างหน้าลดสิว ยี่ห้อไหนดี 2026ดูดวงความรัก การงาน การเรียน การเงิน ระหว่าง 5 - 11 เม.ย. 69 (ทุกราศี)สายมูปักหมุด! พิกัดไหว้พระเสริมดวงประจำ 12 ราศี ปี 2569 ชวนสาว ๆ มาเป็น Beauty Tester ร่วมรีวิวและทดลองใช้สกินแคร์ เมคอัพแบรนด์ดังฟรี !!
COMMENTS
15 ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 15
❤️❤️❤️❤️
24 มี.ค. 2569 เวลา 7:53 น.
ความคิดเห็นที่ 14
ขอบคุณคะ
21 มี.ค. 2569 เวลา 21:44 น.
ความคิดเห็นที่ 13
ขอบคุณค่ะ
21 มี.ค. 2569 เวลา 13:44 น.
ความคิดเห็นที่ 12
ขอบคุณ
21 มี.ค. 2569 เวลา 12:16 น.
ความคิดเห็นที่ 11
น่าใช้
20 มี.ค. 2569 เวลา 14:23 น.
ความคิดเห็นที่ 10
ขอบคุณค่ะ
18 มี.ค. 2569 เวลา 14:11 น.
ความคิดเห็นที่ 9
Thanks
14 มี.ค. 2569 เวลา 15:40 น.
ความคิดเห็นที่ 8
ขอบคุณค่ะ
13 มี.ค. 2569 เวลา 16:40 น.
ความคิดเห็นที่ 7
น่าสนใจ
13 มี.ค. 2569 เวลา 16:15 น.
ความคิดเห็นที่ 6
Thanks
13 มี.ค. 2569 เวลา 16:04 น.
ความคิดเห็นที่ 5
ขอบคุณค่ะ
13 มี.ค. 2569 เวลา 15:36 น.
ความคิดเห็นที่ 4
น่าสนใจ
13 มี.ค. 2569 เวลา 13:25 น.
ความคิดเห็นที่ 3
น่าใช้มาก
13 มี.ค. 2569 เวลา 10:49 น.
ความคิดเห็นที่ 2
น่าใช้ตาม
13 มี.ค. 2569 เวลา 9:54 น.
ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณค่ะ
13 มี.ค. 2569 เวลา 8:42 น.