PDRN ช่วยอะไร? รู้จักโลชั่น PDRN ของเจนนี่ Vaseline Gluta-Hya สูตรใหม่ ดริปผิวดูใส อิ่มฟู แน่นเด้ง 78%
ทริคความงาม

5 คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี สำหรับคนที่อยากดูแลผิว พร้อมวิธีเลือก

103
9 ก.ย. 2569
5 คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี สำหรับคนที่อยากดูแลผิว


คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี? ปัจจุบันมีให้เลือกหลายสูตร ทั้ง Collagen Peptide, Dipeptide และ Tripeptide แต่ถ้าจะเลือกคอลลาเจนสักตัวสำหรับดูแลผิว การดูแค่ตัวเลขว่าให้คอลลาเจนกี่พันมิลลิกรัมอาจยังไม่พอ ควรมองหาส่วนผสมที่มีส่วนช่วยในการดูแลผิว รวมทั้งสารสกัดที่ใส่ต้องเข้มข้น ใส่ถึงจริงตามงานวิจัย

วันนี้ Cosmenet* เลยรวบรวม 5 คอลลาเจนสำหรับคนที่อยากดูแลผิวมาให้ พร้อมสรุปปริมาณคอลลาเจน ส่วนผสมสำคัญ และรูปแบบการรับประทานของแต่ละแบรนด์มาให้ค่ะ

แนะนำ 5 คอลลาเจนสำหรับคนที่อยากดูแลผิว


แต่ก่อนที่จะไปดูรายละเอียดของแต่ละแบรนด์ ไปดูกันก่อนว่า คอลลาเจนคืออะไร ถ้าอยากดูแลผิวต้องเลือกแบบไหน และส่วนผสมอะไรบ้างที่ควรมองหา

คอลลาเจนคืออะไร? ทำไมคนดูแลผิวถึงให้ความสนใจ

คอลลาเจนคือ โปรตีนสำคัญที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างผิว มีส่วนช่วยพยุงผิวให้คงความแน่น และยืดหยุ่น

พออายุมากขึ้น ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนได้น้อยลง ขณะเดียวกันคอลลาเจนในผิวก็มีการเปลี่ยนแปลง และเสื่อมสภาพตามวัย ไม่ว่าจะเป็น ความยืดหยุ่นที่ลดลง ผิวดูหย่อนคล้อย หรือริ้วรอยที่เห็นชัดขึ้น คอลลาเจนจึงกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คนรักการดูแลผิวให้ความสนใจ

วิธีเลือกคอลลาเจน สำหรับคนที่อยากดูแลผิว ควรดูอะไรบ้าง?


วิธีเลือกคอลลาเจนสำหรับคนที่อยากดูแลผิว

ถ้าจะเลือกคอลลาเจนสำหรับดูแลผิว อย่าดูแค่ตัวเลขหน้ากล่อง แต่ควรดูให้ครบว่า ได้คอลลาเจน และส่วนผสมอะไร รูปแบบไหน ปริมาณเท่าไหร่ วัตถุดิบมาจากไหน และมีข้อมูลให้ตรวจสอบได้มากแค่ไหน
  1. ดูปริมาณคอลลาเจนต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
    เช็กว่า 1 ซอง หรือ 1 ช้อน ได้คอลลาเจนจริงกี่มิลลิกรัม เพราะตัวเลขใหญ่บนชื่อผลิตภัณฑ์อาจเป็นปริมาณรวมทั้งกระป๋องหรือทั้งแพ็ก
  2. ดูชนิดหรือรูปแบบของคอลลาเจน
    หากเลือกรูปแบบคอลลาเจนที่มีขนาดใหญ่ เช่น เปปไทด์ การดูดซึมคอลลาเจนจะเป็นไปได้ช้า ความเข้มข้นของกรดอะมิโนที่สำคัญมีน้อย เลยทำให้ต้องรับประทานในปริมาณที่มากขึ้น หากเลือกไดเปปไทด์ ความเข้มข้นของกรดอะมิโนสำคัญมีมาก จึงทำให้รับประทานในปริมาณที่ไม่สูงเท่าแบบเปปไทด์
  3. ดูส่วนผสมสำหรับการดูแลผิว และปริมาณที่ได้รับ
    นอกจากคอลลาเจน ลองดูว่ามีส่วนผสมอย่าง Vitamin C, Ceramide, Hyaluronic Acid หรือ Proteoglycan ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของเราหรือไม่ รวมถึงมีการใส่ในปริมาณที่เห็นผลได้จริงต่อหนึ่งหน่วยบริโภคชัดเจน
  4. ดูแหล่งที่มา และข้อมูลของวัตถุดิบ
    ไม่ว่าจะเป็น Collagen, Ceramide หรือส่วนผสมอื่น ควรดูว่ามาจากแหล่งใด ประเทศไหน หรือผู้ผลิตรายใด หากเป็นวัตถุดิบที่ระบุเครื่องหมายการค้า(Trademark, TM) ชัดเจน ก็จะช่วยให้เราค้นต่อได้ว่า วัตถุดิบนั้นมาจากไหน ผู้ผลิตน่าเชื่อถือแค่ไหน และมีข้อมูลอะไรให้ตรวจสอบบ้าง
  5. ดูข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และคำเตือนให้ครบ
    เช่น ผู้ผลิต เลขสารบบอาหาร หมายเลขล็อต รวมถึงข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร เพราะคอลลาเจน และสารสกัดบางชนิดอาจมาจากปลา ไก่ หรือสัตว์ชนิดอื่น

ส่วนผสมที่ควรมองหาในคอลลาเจนสำหรับดูแลผิว


ส่วนผสม รู้ไว้ก่อนเลือก
Vitamin C มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนเพื่อการทำงานตามปกติของผิวหนัง จึงเป็นส่วนผสมที่พบได้บ่อยในผลิตภัณฑ์คอลลาเจน
Ceramide เป็นไขมันที่เป็นองค์ประกอบตามธรรมชาติของผิว และเกี่ยวข้องกับ Skin Barrier จึงมักพบในสูตรที่เน้นเรื่องการดูแลความชุ่มชื้นของผิว และมีส่วนช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง
Hyaluronic Acid เป็นสารที่มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ จึงเป็นอีกส่วนผสมที่มักพบในผลิตภัณฑ์ที่วางสูตรมาในด้านการดูแลความชุ่มชื้น ซึ่งในไทยยังไม่อนุญาตให้ใช้ Hyaluronic Acid ในอาหารเสริมอย่างแพร่หลาย ต้องเลือกแบรนด์ที่ไว้ใจได้ และผ่านการขออนุญาตจาก อ.ย. อย่างถูกต้อง
Amino Acid เป็นหน่วยย่อยของโปรตีน บางสูตรจึงใส่กรดอะมิโนชนิดต่าง ๆ ร่วมกับคอลลาเจน เช่น Glycine หรือ Arginine
สารสกัดอื่น ๆ ในสูตร ผลิตภัณฑ์บางสูตรอาจมีส่วนผสมอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น Niacinamide และ Coenzyme Q10 ที่ช่วยเสริมการบำรุงผิวในด้านต่าง ๆ ทั้งนี้ ควรพิจารณาทั้งชนิด ปริมาณ และข้อมูลของวัตถุดิบแต่ละตัวประกอบกัน


5 คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี สำหรับคนที่อยากดูแลผิว



1. Moleculogy Cerahidra Collagen

Moleculogy CeraHidra Collagen

เปิดลิสต์กันที่ Moleculogy Cerahidra Collagen Sodium Hyaluronate From Rooster Comb Extract (Dietary Supplement Product) แบรนด์นี้น่าสนใจตั้งแต่เรื่องวัตถุดิบ มาพร้อมสารสกัดที่ใส่เข้มข้น ใส่ถึงจริงตามงานวิจัย โดยเลือกใช้ Wellnex® Collagen จากญี่ปุ่น พร้อมคอลลาเจน 2 รูปแบบในซองเดียว ทั้ง Collagen Peptide 2,500 mg และ Collagen Dipeptide 1,500 mg รวม 4,000 mg ต่อซอง แถมยังระบุที่มาและรายละเอียดของคอลลาเจนไว้ค่อนข้างชัด โดยเป็น Type I จากปลาน้ำจืด และฝั่ง Dipeptide ใช้กระบวนการย่อยด้วยเอนไซม์เฉพาะเพื่อให้ได้ Dipeptide ที่มี PO และ OG เข้มข้นด้วย

จุดเด่น: นอกจากคอลลาเจนแล้ว สูตรนี้ยังใส่ส่วนผสมที่สายดูแลผิวน่าจะคุ้นชื่อกันดีมาอีกหลายกลุ่ม ทั้ง Rice Extract, White Jelly Fungus Extract, Rooster Comb Extract, Salmon Nasal Cartilage Extract และ Vitamin C แบบ Liposomal ทำให้เป็นสูตรที่ได้ทั้งคอลลาเจน และส่วนผสมสำหรับการดูแลผิวในซองเดียว

เหมาะกับ: คนที่มองหาคอลลาเจนแบบซองสำหรับเพิ่มความชุ่มชื้น และความแข็งแรงให้ผิว ที่รวมทั้งคอลลาเจน และส่วนผสมสำหรับการเติมน้ำ และกักเก็บน้ำให้ผิวหลายชนิดไว้ในสูตรเดียว มาในรูปแบบซองผงชงดื่ม รส Forest Fruit ดื่มง่าย สะดวกต่อการรับประทาน

พิกัดช้อปออนไลน์ : brunchtimeshop, Shopee, Lazada, KonvyTikTok Shop
ราคา : 990.-/15 ซอง



2. Dr.PONG 100,000 mg Collagen Dipeptide Plus Ceramide from Rice Extract and Vitamin C

Dr.PONG 100,000 mg Collagen Dipeptide

ต่อกันที่คอลลาเจน Dr.PONG คอลลาเจน แบบผงตักที่ใช้ Fish Collagen Dipeptide จากญี่ปุ่น โดยใน 1 ช้อนตวงให้คอลลาเจน 5,000 mg

จุดเด่น: สูตรนี้ไม่ได้มีแค่ Collagen Dipeptide แต่ยังใส่ส่วนผสมอื่นสำหรับการดูแลผิวมาด้วย ทั้ง Rice Extract, Vitamin C, Niacinamide และ Calcium D-Pantothenate ทำให้เป็นอีกสูตรที่รวมคอลลาเจนเข้ากับส่วนผสมหลายกลุ่มไว้ด้วยกัน

ตัวผลิตภัณฑ์เป็นแบบผงในกระป๋องพร้อมช้อนตวง สามารถละลายในน้ำ 150 ml หรือผสมกับนมหรือเครื่องดื่มอื่นได้

เหมาะกับ: คนที่มองหา Collagen Dipeptide แบบผงตัก และอยากได้สูตรที่มี Rice Extract, Vitamin C และ Niacinamide เป็นส่วนประกอบร่วมด้วย

พิกัดช้อปออนไลน์: Lazada
, Shopee
ราคา : 1,000.-/102g



3. CHAMÉ Collagen Tripeptide Plus Rice Ceramide

CHAMÉ Collagen Tripeptide Plus Rice Ceramide

อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับสายคอลลาเจนแบบซองคือ CHAMÉ Collagen Tripeptide Plus Rice Ceramide ผงชงดื่มรสพีชที่ให้ Hydrolyzed Collagen Tripeptide จากญี่ปุ่น 7,000 mg ต่อซอง และยังใส่ส่วนผสมอื่นมาในสูตรค่อนข้างหลากหลาย

จุดเด่น: นอกจาก Collagen Tripeptide แล้ว สูตรนี้ยังมีส่วนผสมรวม 18 ชนิด เช่น Rice Extract, Vitamin C, Niacinamide, Centella asiatica Extract, Tomato Extract, L-Glutamine, L-Cysteine, Glycine, Grape Skin Extract และ Broccoli Powder จึงเป็นสูตรที่รวมทั้งคอลลาเจนและส่วนผสมหลายกลุ่มไว้ในซองเดียว

ตัวผลิตภัณฑ์เป็นผงชงดื่มรสพีช ขนาด 15 กรัมต่อซอง แนะนำให้ผสมน้ำประมาณ 150 ml เหมาะกับคนที่ชอบคอลลาเจนแบบซอง และอยากได้สูตรที่มี Ingredient หลากหลาย

เหมาะกับ: คนที่มองหา Collagen Tripeptide ปริมาณ 7,000 mg ต่อซอง พร้อมส่วนผสมอื่นหลายชนิดในสูตร

พิกัดช้อปออนไลน์ : Shopee
ราคา : 980.-/10 ซอง



4. VISTRA Marine Collagen TriPeptide 10000 mg

VISTRA Marine Collagen TriPeptide 10000 mg

ถัดมาคือ VISTRA Marine Collagen TriPeptide 10000 mg คอลลาเจนแบบผงชงดื่มที่ให้ Marine Collagen Tripeptide 10,000 mg ต่อซอง พร้อมส่วนผสมอื่นในสูตรทั้ง Amino Acid และวิตามิน

จุดเด่น: ใน 1 ซองมี L-Arginine 250 mg, Glycine 100 mg, Vitamin C 60 mg และ Vitamin E 50% 20 mg จึงเป็นอีกสูตรที่รวม Marine Collagen Tripeptide ปริมาณสูงต่อซองไว้กับ Amino Acid และวิตามินในสูตรเดียว

ตัวผลิตภัณฑ์เป็นผงชงดื่มขนาด 12 กรัมต่อซอง แนะนำให้รับประทานวันละ 1 ซอง โดยละลายในน้ำธรรมดาหรือน้ำเย็นประมาณ 180 ml

เหมาะกับ: คนที่มองหา Marine Collagen Tripeptide แบบซอง และอยากได้สูตรที่มี Amino Acid, Vitamin C และ Vitamin E เป็นส่วนประกอบร่วมด้วย ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร ตัวนี้มีผลิตภัณฑ์จากปลา

พิกัดช้อปออนไลน์ : Lazada 
, Shopee
ราคา : 980.-/10 ซอง



5. Watsons Collagen Peptide 4500 mg

Watsons Collagen Peptide 4500 mg

ปิดท้ายด้วย Watsons Collagen Peptide 4500 mg คอลลาเจนแบบผงชงดื่มที่ให้คอลลาเจนรวม 4,500 mg ต่อซอง โดยแบ่งเป็น Fish Collagen Peptide 3,500 mg และ Collagen Dipeptide 1,000 mg ซึ่งเป็นวัตถุดิบจากประเทศญี่ปุ่น

จุดเด่น: นอกจากคอลลาเจน 2 รูปแบบแล้ว ในสูตรยังมี L-Cysteine, Acerola Cherry Extract, Calcium Ascorbate, Coenzyme Q10, Vitamin E และ Lycopene เป็นส่วนประกอบร่วมด้วย อีกทั้งไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล มาในรูปแบบซองชงดื่ม เพียงละลายในน้ำ 180 ml ก็พร้อมรับประทาน

เหมาะกับ: คนที่มองหาคอลลาเจนแบบซองที่มีทั้ง Collagen Peptide และ Dipeptide พร้อมส่วนผสมอื่นสำหรับการดูแลผิว และต้องการสูตรที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล

พิกัดช้อปออนไลน์ : Watsons, Lazada
ราคา : 220.-/15 ซอง



สรุปแล้วควรเลือกคอลลาเจนตัวไหนดี?

จริง ๆ แล้วคอลลาเจนแต่ละตัวมีจุดเด่นต่างกัน เลือกให้ตรงกับสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด

รูปภาพสินค้า ชื่อผลิตภัณฑ์ ชนิด/
ปริมาณคอลลาเจน
ส่วนผสมเด่น เหมาะกับใคร ราคา/
ขนาด
พิกัดช้อป
Moleculogy CeraHidra Collagen Moleculogy Cerahidra Collagen Collagen Peptide 2,500 mg
+
Collagen Dipeptide 1,500 mg

รวม 4,000 mg
Rice Extract,
White Jelly Fungus Extract,
Hyaluronic Acid,
Salmon Proteoglycan และ Vitamin C
คนที่อยากได้คอลลาเจน 2 รูปแบบ พร้อมส่วนผสมสำหรับดูแลและเติมความชุ่มชื้นให้ผิวหลายชนิดในสูตรเดียว 990.-
15 ซอง
Shopee Lazada  
Dr.PONG 100,000 mg Collagen Dipeptide Dr.PONG 100,000 mg Collagen Dipeptide Plus Ceramide from Rice Extract and Vitamin C Fish Collagen Dipeptide

5,000 mg
Rice Extract,
Vitamin C,
Niacinamide และ
Calcium D-Pantothenate
คนที่เน้น Collagen Dipeptide และชอบคอลลาเจนรูปแบบผงตัก 1,000.-
102 g
Shopee Lazada
CHAMÉ Collagen Tripeptide Plus Rice Ceramide CHAMÉ Collagen Tripeptide Plus Rice Ceramide Hydrolyzed Collagen Tripeptide

7,000 mg
Rice Extract,
Vitamin C,
Niacinamide,
Centella Asiatica Extract,
Tomato Extract และ Amino Acid
คนที่ชอบ Collagen Tripeptide และต้องการสูตรที่มีส่วนผสมหลากหลาย 980.-
10 ซอง
Shopee
VISTRA Marine Collagen TriPeptide 10000 mg VISTRA Marine Collagen TriPeptide 10000 mg Marine Collagen Tripeptide

10,000 mg
L-Arginine,
Glycine,
Vitamin C และ
Vitamin E
คนที่เน้นปริมาณ Marine Collagen Tripeptide สูงต่อซอง 980.-
10 ซอง
Shopee Lazada
Watsons Collagen Peptide 4500 mg Watsons Collagen Peptide 4500 mg Fish Collagen Peptide 3,500 mg
+
Collagen Dipeptide 1,000 mg

รวม 4,500 mg
L-Cysteine,
Acerola Cherry Extract,
Vitamin C,
Coenzyme Q10,
Vitamin E และ Lycopene
คนที่อยากได้ทั้ง Collagen Peptide และ Dipeptide พร้อมสูตรที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล 220.-
15 ซอง
Lazada


สุดท้ายแล้ว การเลือกคอลลาเจนยี่ห้อไหนดี? ไม่ควรดูแค่ปริมาณบนหน้ากล่อง แต่ควรดูให้ครบทั้งรูปแบบคอลลาเจน ส่วนผสมที่ใส่มาร่วมกัน แหล่งที่มาของวัตถุดิบ และข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น ประเทศผู้ผลิต ชื่อวัตถุดิบ หรือผู้ผลิตวัตถุดิบ รวมถึงข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร เพราะยิ่งข้อมูลชัดเจน ก็ยิ่งช่วยให้เราเลือกผลิตภัณฑ์ได้จากข้อมูลจริง และเลือกสูตรที่เหมาะกับตัวเองได้มากขึ้นค่ะ


S P O N S O R E D C O N T E N T

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ คอลลาเจน

Q: คอลลาเจนช่วยอะไร?
A: คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของผิว กระดูก ข้อต่อ และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย งานวิจัยบางส่วนพบว่า การรับประทาน Hydrolyzed Collagen หรือ Collagen Peptide อย่างต่อเนื่องอาจช่วยดูแลความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว รวมถึงช่วยให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละคน
Q: ควรกินคอลลาเจนวันละเท่าไร?
A: ปัจจุบันยังไม่มีปริมาณมาตรฐานเดียวที่เหมาะกับทุกคน โดยงานวิจัยด้านผิวพรรณมีการใช้คอลลาเจนประมาณ 2,500–10,000 มิลลิกรัมต่อวัน ขึ้นอยู่กับชนิดและสูตรของผลิตภัณฑ์ จึงควรตรวจสอบปริมาณคอลลาเจนต่อหนึ่งหน่วยบริโภค และรับประทานตามคำแนะนำบนฉลาก โดยไม่จำเป็นต้องเลือกสูตรที่มีปริมาณสูงที่สุดเสมอไป
Q: คอลลาเจนกินกี่วันเห็นผล?
A: ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสูตรผลิตภัณฑ์ ปริมาณที่รับประทาน ความสม่ำเสมอ และสภาพผิวของแต่ละคน งานวิจัยส่วนใหญ่มักประเมินผลหลังรับประทานต่อเนื่องประมาณ 8–12 สัปดาห์ จึงไม่ควรคาดหวังผลลัพธ์ทันทีภายในไม่กี่วัน หากต้องการประเมินผล ควรรับประทานตามฉลากอย่างสม่ำเสมอและสังเกตการเปลี่ยนแปลงของผิวในช่วงเวลาดังกล่าว
What's new
PDRN ช่วยอะไร? รู้จักโลชั่น PDRN ของเจนนี่ Vaseline Gluta-Hya สูตรใหม่ ดริปผิวดูใส อิ่มฟู แน่นเด้ง 78%รีวิว Vaseline Pro Derma Melasma Repair SPF50+ PA++++ Treatment Serum มาพร้อม ไกลโคโซม™ เทคโนโลยีจัดการฝ้าแดดและจุดด่างดำที่ทรงพลังและใหม่ที่สุดในโลกจากวาสลีนPuricas Dragon’s Blood สูตรไหนดี? รีวิวเจาะลึก Dragon’s Blood Scar Gel และ Intensive Dark Spot & Acne Scar Gel ลดรอยสิวต่างกันอย่างไรเว็บ cosmenet* เปิดรับสมัครสาว ๆ ร่วมทีมหลายตำแหน่งจ้าEucerin Pro Acne Solution กับ Spotless Brightening ต่างกันยังไง เลือกให้ตรงปัญหาผิว5 คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี สำหรับคนที่อยากดูแลผิว พร้อมวิธีเลือก7 ครีมนวดหน้าอก ยี่ห้อไหนดี? บำรุงผิวนุ่ม ดูแลผิวทรวงอกให้กระชับดูดวงความรัก การงาน การเรียน การเงิน ระหว่าง 6 - 12 ก.ย. 69 (ทุกราศี)เครื่องสำอาง Chanel รุ่นไหนดี? รวม 5 ไอเท็มเมคอัพชาแนล แต่งง่าย ได้ลุคผิวสวยสุขภาพดีCosmenet* เปย์สมาชิกหนัก! แค่ทำกิจกรรมสะสมคะแนนทุกวัน ก็มีสิทธิ์รับรางวัลสุดปังได้ตลอดปี
COMMENTS