ถ้าพูดถึงเทรนด์งานผิวที่มาแรงสุด ๆ ในปี 2025 - 2026 นี้ ชื่อที่ถูกพูดถึงแบบรัว ๆ คงหนีไม่พ้น “PDRN” หรือที่หลายคนชอบเรียกติดปากว่า “หน้าใสด้วยอสุจิปลาแซลมอน” ฟังครั้งแรกอาจจะมีสะดุ้งนิดนึง…แต่จริง ๆ แล้วตัวนี้คือส่วนผสมบิวตี้ระดับท็อป ที่ขึ้นแท่นลูกรักของทั้ง ดาราฮอลลีวูด และ ไอดอลเกาหลี กันเลยทีเดียว
วันนี้ Cosmenet* เราจะมาเจาะลึกกันว่าทำไมเจ้า PDRN ถึงกลาย มาแรงในวงการสกินแคร์ และมันจะช่วยกู้ผิวเราได้จริงไหม?
PDRN คืออะไร?
PDRN ย่อมาจาก Polydeoxyribonucleotide คือชิ้นส่วน DNA ขนาดเล็ก ที่สกัดมาจาก อสุจิของปลาแซลมอน โดยจุดเด่นคือมีความใกล้เคียงกับ DNA ของมนุษย์เราสูงมากถึง 95% เลยทำให้เวลานำมาใช้กับผิว ผิวเรามัก “รับได้ดี” ไม่ค่อยเกิดการต่อต้าน และมีแนวโน้ม ระคายเคืองหรือแพ้น้อยกว่า เมื่อเทียบกับส่วนผสมอื่น ๆ
PDRN เข้าไปทำอะไรกับผิวเรา?
นึกง่าย ๆ ว่า PDRN ช่วย กระตุ้นการฟื้นบำรุงผิว ให้ฟื้นตัวไวขึ้น และไปปลุก Fibroblast ให้ผลิต คอลลาเจนและอีลาสติน มากขึ้น ผลคือผิวดู แข็งแรง เด้ง นุ่ม และยืดหยุ่นขึ้น แบบรู้สึกได้
ประโยชน์หลักต่อผิว มีอะไรบ้าง?
- ฟื้นฟูผิว (Skin Regeneration) ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้ดูแข็งแรง ลดรอยสิว/ผิวที่โดนมลภาวะทำร้าย
- ชะลอวัย (Anti-Aging) ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูตื้นขึ้น
- กระชับรูขุมขน (Pore Minimizing) ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
- เติมน้ำให้ผิว (Deep Hydration) ผิวอิ่มฟู ฉ่ำโกลว์ ดูสุขภาพดี
- ผิวใสขึ้น (Brightening) ลดรอยดำ สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น
PDRN ทา vs PDRN ฉีด ต่างกันยังไง? ควรเลือกแบบไหน?
PDRN มีให้เลือกหลัก ๆ 2 แบบ คือ แบบทา (Skincare) และ แบบทรีตเมนต์ (Treatment) ซึ่งให้ผลต่างกัน และเหมาะกับความต้องการผิวคนละแบบ
ถ้าเป็นสายอยากดูแลผิวทุกวันแบบง่าย ๆ ไม่อยากทำหัตถการ PDRN แบบทา จะตอบโจทย์มากกว่า เพราะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูฟู นุ่ม และดูโกลว์ขึ้นแบบธรรมชาติ ใช้ไปเรื่อย ๆ ผิวจะค่อย ๆ ดูแข็งแรงและบาลานซ์ขึ้น เหมาะกับคนที่อยากได้งานผิวดีแบบต่อเนื่อง ไม่รีบ
แต่ถ้ารู้สึกว่าผิวเริ่มมีปัญหาชัด เช่น ผิวดูไม่แน่น ริ้วรอยเริ่มมา หรืออยากฟื้นฟูให้เห็นความเปลี่ยนแปลงไวขึ้น PDRN แบบฉีด จะเหมาะกว่า เพราะเป็นการฟื้นฟูที่ลงลึกกว่า และมักเห็นผลในเรื่องความกระชับ ความยืดหยุ่น และผิวดูเฟิร์มขึ้นได้ชัดเจนกว่า ในเวลาสั้นกว่า
สรุปให้ตัดสินใจง่าย ๆ
- อยากผิวชุ่มชื้น ฟูโกลว์ ใช้ได้ทุกวัน → เลือก PDRN แบบทา
- อยากฟื้นฟูชัดขึ้น เน้นผิวแน่นเฟิร์ม → เลือก PDRN แบบฉีด
- Beauty Tip: ใครที่ไปทำทรีตเมนต์ PDRN ที่คลินิกมาแล้ว แนะนำให้ดูแลต่อด้วย สกินแคร์ที่มี PDRN ใช้ที่บ้าน เพื่อช่วย คงผลลัพธ์ (Maintain) ให้ผิวยังดูฟู ใส และแข็งแรงต่อเนื่องค่ะ
PDRN ผิวแพ้ง่ายใช้ได้ไหม?
โดยทั่วไป ผิวแพ้ง่ายสามารถใช้ PDRN ได้ค่ะ เพราะเป็นส่วนผสมที่ผิวมัก “เข้ากันได้ดี” จึงมีโอกาสระคายเคืองค่อนข้างน้อย อีกทั้งยังช่วย เสริมปราการผิวให้แข็งแรงขึ้น ทำให้ผิวดูแข็งแรง และบาลานซ์ขึ้นในระยะยาวด้วยค่ะ
ข้อควรระวัง: ถ้าใครมีประวัติ แพ้ปลาแซลมอน/อาหารทะเล แนะนำให้ ทดสอบการแพ้ (Patch Test) ก่อนใช้นะคะ หรือเลือกใช้แบบ Vegan PDRN (สกัดจากพืช) เป็นอีกทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าได้ค่ะ
มีแบรนด์ไหนบ้าง ที่มีส่วนผสมของ PDRN
- Anua PDRN Hyaluronic Acid Capsule 100 Serum
- Innisfree INNISFREE Retinol Green Tea PDRN Skinbooster Ampoule
- Rejuran Rejuran Healer Dual Effect Turnover Ampoule

| แบรนด์ | Anua | Inmisfree | Rejurun |
| ผลิตภัณฑ์ | Anua PDRN Hyaluronic Acid Capsule 100 Serum | Innisfree Retinol Green Tea PDRN Skinbooster Ampoule | Rejuran Healer Dual Effect Turnover Ampoule |
| Key ingredients | PDRN + Hyaluronic Acid + Collagen | Green Tea PDRN™ + Retinol + Hyaluronic Acid | DUAL PDRN (c-PDRN®) + Hyaluronic Acid |
| จุดเด่น | สาย เติมน้ำ + ผิวฉ่ำ เน้นผิวดูนุ่ม ลื่น และโกลว์แบบธรรมชาติ | ช่วยเรื่อง ริ้วรอย / รูขุมขน / ผิวไม่เรียบ พร้อมงานผิวฉ่ำ | สาย ฟื้นผิวจริงจัง เน้นงานผิวแน่นขึ้น ดูเรียบและกระจ่างขึ้น พร้อมดูแลผิวโดยรวม |
| เหมาะกับใคร | ผิวขาดน้ำ หมองง่าย อยากได้ลุค Glass Skin แบบชุ่ม ๆ | คนที่กังวล ริ้วรอย/รูขุมขน/ผิวไม่เรียบ (สายเรตินอล) | คนที่อยาก ฟื้นผิวเร่งด่วน ผิวอ่อนล้า ต้องการผิวแน่นและดูสุขภาพดี |
| วิธีใช้ | ใช้ได้เช้า–เย็น (เน้นบูสต์ความชุ่มชื้น) | แนะนำใช้กลางคืน + กันแดดตอนเช้า (เพราะมี Retinol) | ใช้ได้เช้า–เย็น |
| ขนาด/ราคา | 925.-/30ml | 1,300.-/25ml | 1,650.-/30 ml |
| พิกัดช้อป | Sephora | Shopee | Watsons |
สรุป: มือใหม่อยากลอง PDRN เลือกยังไงให้ไม่งง?
- เลือก Anua : ถ้าอยากได้ผิว อิ่มน้ำ ฉ่ำฟู ดูสดใส แบบฟีล “พักผ่อนมาดี”
- เลือก Innisfree : ถ้าอยากโฟกัสเรื่อง ผิวไม่เรียบ รูขุมขนกว้าง มีริ้วรอย ให้หน้าดูเนียนขึ้น (มีเรตินอล แนะนำใช้กลางคืนและกันแดดทุกเช้า)
- เลือก Rejuran : ถ้าอยากได้แนว ฟื้นผิวแบบจริงจัง โฟกัสเรื่อง ผิวแน่น ริ้วรอย และความอ่อนล้า ให้หน้าดูเฟรชขึ้นแบบสัมผัสได้
PDRN ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นนวัตกรรมฟื้นฟูผิวที่ช่วยโฟกัสเรื่องการซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงของผิวแบบลึก ๆ
ใครที่อยากได้ผิวดู อิ่มฟู รูขุมขนดูเนียนขึ้น และผิวโดยรวมดู สดใสอ่อนเยาว์ ลองมีไอเท็ม PDRN ติดโต๊ะเครื่องแป้งไว้สักชิ้นก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากค่ะ
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อน ๆ เข้าใจ PDRN มากขึ้นนะคะ ใครเคยลองตัวไหนแล้วดี หรืออยากให้เราช่วยเจาะลึกส่วนผสมตัวไหนเพิ่มเติม คอมเมนต์มาคุยกันได้เลย!