12 ครีมกันแดดหน้าไม่มัน ซึมเร็ว แห้งไว ไม่เยิ้มระหว่างวัน
สาระน่ารู้

เรตินอล คืออะไร? ทำความรู้จัก พร้อมแนะนำวิธีใช้เรตินอลที่ถูกต้อง

7,998
30 ม.ค. 2567
เรตินอล

ถ้าพูดถึงส่วนผสมในสกินแคร์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้ก็คงจะหนีไม่พ้น “เรตินอล(Retinol)” ที่เก่งเรื่องช่วยปรับผิวให้เรียบเนียนกระจ่างใส ไร้จุดด่างดำ และชะลอการเกิดริ้วรอย แต่ในขณะเดียวกันถ้าใช้ไม่ถูกวิธีนอกจากจะไม่เห็นผลแล้ว ยังเสี่ยงทำหน้าพังโดยไม่รู้ตัวด้วย วันนี้ *Cosmenet เลยจะพาสาว ๆ มาทำความรู้จักกันว่าเรตินอล คืออะไร? พร้อมแนะนำวิธีใช้เรตินอลที่ถูกต้องและเห็นผล ว่าแล้วก็รีบตามมาดูกันเลยค่าา


เรตินอล คืออะไร?


เรตินอล คืออะไร?

เรตินอล (Retinol) เป็นสารในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids) ซึ่งเป็นอนุพันธ์วิตามินเอชนิดหนึ่งที่พบในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว มีคุณสมบัติช่วยในการผลัดเซลล์ผิว กระตุ้นการสร้างผิวใหม่ และการสังเคราะห์คอลลาเจนในผิว จึงเป็นส่วนผสมที่นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว


เรตินอล ช่วยเรื่องอะไร?


เรตินอล ช่วยเรื่องอะไร?

  • ช่วยชะลอความแก่ของเซลล์ผิว : หนึ่งในคุณสมบัติเด่นของเรตินอล นั่นก็คือ การมีส่วนช่วยในกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกและสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นทดแทน เผยผิวกระจ่างใสและเรียบเนียนกว่าเดิม นอกจากนี้ยังช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ช่วยให้ผิวกระชับ เต่งตึง มีความยืดหยุ่น และลดการเกิดริ้วรอยได้อีกด้วยน้าา
  • ต่อต้านอนุมูลอิสระ : เรตินอลมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากการทำลายของอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นเรตินอลจึงมีส่วนช่วยป้องกันปัญหาผิวหมองคล้ำ และริ้วรอยได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ
  • กระชับรูขุมขนและลดการเกิดสิว : สำหรับสาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาสิว ผิวไม่เรียบเนียน และรูขุมขนกว้าง การใช้เรตินอลก็ช่วยได้เช่นกันค่ะ เพราะเค้ามีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ไขมัน และสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขน จึงช่วยลดการเกิดสิวและลดการอุดตันของรูขุมขน อีกทั้งยังมีส่วนช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลงด้วยการปรับสมดุลการทำงานของต่อมไขมันในผิวด้วย
  • ลดเลือนฝ้า กระ และจุดด่างดำ : คุณสมบัติอีกหนึ่งอย่างของเรตินอลคือ ช่วยลดการทำงานของเซลล์เม็ดสีที่เป็นต้นเหตุของกระ ฝ้า และจุดด่างดำ ที่มีสาเหตุมาจากแสงแดดและรังสี UV นั่นเองค่ะ

ข้อควรระวังในใช้เรตินอล


ข้อควรระวังในใช้เรตินอล

  • ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มใช้ : คนที่มีผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย หรือกำลังใช้ยารักษาสิวอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มใช้เรตินอล โดยแพทย์อาจแนะนำเริ่มใช้จากความเข้มข้นต่ำก่อน เพื่อลดความเสี่ยงของการระคายเคืองผิวนั่นเองค่ะ
  • เริ่มใช้ในปริมาณที่น้อย : สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้เรตินอล ควรเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นต่ำ โดยใช้ในปริมาณที่น้อย และไม่ถี่มากก่อนในช่วงเริ่มแรก เพื่อให้เป็นการปรับสภาพผิว และลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองของผิวหนัง
  • หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด : เรตินอลมีฤทธิ์ในการผลัดเซลล์ ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังบางลงและไวต่อแสงได้ เพราะฉะนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด และทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 ขึ้นไปก่อนออกจากบ้านเป็นประจำ
  • เรตินอล ห้ามใช้กับอะไร : ไม่ควรใช้เรตินอลร่วมกับกรดที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว ไม่ว่าจะเป็น AHA, BHA และวิตามินซี แต่ถ้าต้องการใช้จริง ๆ แนะนำให้ใช้คนละช่วงเวลากันนะคะ นอกจากนี้ยังไม่แนะนำให้ใช้เรตินอลร่วมกับ Benzoyl Peroxid หรือยาทาสำหรับรักษาสิว เพราะจะส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลง และทำให้ผิวแห้งระคายเคืองได้ง่ายกว่าเดิมได้ค่ะ
  • ไม่ควรใช้กับผู้ที่เป็นโรคผิวหนังบางชนิด : สำหรับคนที่เป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง และโรคผิวหนังอักเสบโรซาเชีย (Rosacea) และเป็นสิวรุนแรง ไม่ควรใช้เรตินอลเด็ดขาด! เพราะจัดเป็นสารที่ออกฤทธิ์รุนแรงต่อผิว และอาจเกิดการระคายเคืองผิวได้นะคะ
  • ไม่ควรใช้กับสตรีมีครรภ์และผู้ให้นมบุตร : เรตินอล (Retinol) เป็นสารในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids) หรือกรดวิตามินเอ อาจเสี่ยงทำให้ลูกในครรภ์พิการ เพราะฉะนั้นคุณแม่ตั้งครรภ์ หรือผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตรจึงควรหลีกเลี่ยงเรตินอยด์และกลุ่มวิตามินเอค่ะ

วิธีใช้เรตินอลที่ถูกต้อง


วิธีใช้เรตินอลที่ถูกต้อง

  • ทดสอบการแพ้ก่อน : ก่อนเริ่มใช้สกินแคร์ตัวใหม่สาว ๆ ควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้ทุกครั้งนะคะ เช่นเดียวกับการใช้เรตินอล ซึ่งจัดเป็นสารที่ออกฤทธิ์รุนแรงต่อผิว โดยสามารถทดสอบการแพ้ได้ง่าย ๆ ด้วยการทาผลิตภัณฑ์ลงบริเวณข้อพับแขนหรือหลังใบหู ทิ้งไว้ประมาณ 48 - 72 ชั่วโมง หากมีอาการผิวบวมแดง คัน และแสบร้อน แสดงว่าเราอาจไม่เหมาะกับการใช้เรตินอล หรืออาจเลือกใช้เรตินอลที่มีความเข้มข้นสูงจนเกินไป
  • เริ่มใช้เรตินอลที่มีความเข้มข้นต่ำก่อน : สำหรับมือให้หัดใช้เรตินอลควรเริ่มใช้เรตินอลที่มีความเข้มข้นต่ำประมาณ 0.01% ก่อน หากทดลองใช้มาสักพักแล้วไม่รู้สึกระคายเคืองผิวก็สามารถขยับความเข้มข้นเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้นจากเดิมได้ค่ะ
  • เพิ่มความถี่ขึ้นทีละน้อย : ในช่วงแรกของการใช้เรตินอลควรให้ผิวได้ปรับสภาพและปรับความคุ้นเคยกับเรตินอล โดยค่อย ๆ เพิ่มความถี่ขึ้นทีละน้อย ในสัปดาห์แรกควรใช้ 2-3 ครั้ง ถัดมาในสัปดาห์ที่ 2 เพิ่มความถี่เป็น วันเว้นวัน และสัปดาห์ที่ 3 เป็นต้นไปสามารถใช้เป็นประจำทุกคืนได้
  • ใช้เฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น : อย่างที่รู้กันดีค่ะว่าการใช้เรตินอลอาจทำให้ผิวหนังบางลงและไวต่อแสงได้ เพราะฉะนั้นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการใช้เรตินอลคือ ตอนกลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดนั่นเองค่ะ
  • ใช้ปริมาณเท่าเมล็ดถั่วเขียว : ควรทาเรตินอลปริมาณเท่าเมล็ดถั่วเขียวให้ทั่วใบหน้า โดยเว้นบริเวณรอบดวงตา รูจมูก และริมฝีปาก ซึ่งเป็นส่วนที่มีความบอบบางและอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้มากกว่าบริเวณอื่น ๆ
  • ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์หลังลงเรตินอล : วิธีใช้เรตินอลไม่ให้เกิดการระคายเคืองผิว คือ การใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์หลังลงเรตินอล เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ลดอาการแห้งลอก และช่วยลดการระคายเคืองผิวที่เกิดจากการใช้เรตินอล แต่แนะนำให้เลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ไม่มีส่วนประกอบของน้ำมันหรือสารที่ทำให้อุดตันผิวนะคะ

เรตินอล ใช้คู่กับอะไร?


เรตินอล ใช้คู่กับอะไร?

  • Retinol + Moisturizer
ถือเป็นสูตรสำเร็จที่ทุกคนต้องใช้ เพราะมอยส์เจอร์ไรเซอร์ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ลดอาการแห้งลอก และช่วยลดการระคายเคืองผิวที่เกิดจากการใช้เรตินอลได้ โดยแนะนำให้ลงเรตินอลแล้วจึงตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์

  • Retinol + Niacinamide
สูตรนี้จะช่วยเสริมความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว และช่วยป้องกันการระคายเคืองผิวจากการใช้เรตินอลได้ ซึ่งสามารถใช้ร่วมกันได้สบายมากค่ะ แถมเค้ายังช่วยลดสิว และการอักเสบของผิวที่เกิดจากการใช้เรตินอลด้วยน้าา

  • Retinol + EGF
EGF หรือ Epidermal Growth Factor เป็นโปรตีนประเภทหนึ่งที่มีโครงสร้างของกรดอะมิโน มีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เมื่อใช้ร่วมกับเรตินอลจึงเสริมประสิทธิภาพในการสร้างคอลลาเจนให้ปังยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ


  • Retinol + Salicylic Acid
ถึงแม้จะเป็นส่วนผสมที่ดูไม่น่าจะมาจับคู่ใช้ร่วมกันได้ แต่เลือกเปอร์เซ็นต์เข้มข้นที่น้อยลงมาก็สามารถใช้ร่วมกันได้โดยไม่ทำให้ระคายเคืองผิว ซึ่งช่วยลดเลือนริ้วรอยและลดสิวได้ในเวลาเดียวกัน ที่สำคัญจะต้องไม่ลืมทามอยส์เจอร์ไรเซอร์กันด้วยนะคะ จะได้ไม่ระคายเคืองผิว


รู้แบบนี้แล้วบอกเลยว่าการใช้เรตินอลไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดเลยค่ะ เพียงแต่ต้องศึกษาวิธีใช้เรตินอลที่ถูกต้อง รวมถึงรู้ว่าเรตินอล ควรใช้คู่กับอะไร และไม่ควรใช้ร่วมกับส่วนผสมตัวไหน เท่านี้สาว ๆ ก็สามารถใช้เรตินอลได้อย่างปลอดภัยและเห็นผลแล้วค่าา


ส่วนใครที่สับสนระหว่าง Retinal กับ Retinol คืออะไร? ต่างกันยังไง? ก็ตามมาอ่านคอนเทนต์นี้กันต่อได้เลย รับรองว่าหายงงแน่นอนค้าา~

Retinal กับ Retinol คืออะไร

What's new
รีวิวเจาะลึก La Roche Posay Anthelios Uvmune 400 Invisible Fluid SPF50+ จาก 229 เสียงของผู้ใช้จริง!12 ครีมกันแดดหน้าไม่มัน ซึมเร็ว แห้งไว ไม่เยิ้มระหว่างวันรีวิวเจาะลึกครีมแต้มสิว TOMEI Anti Acne Cream Plus จากผู้ใช้จริง 413 รีวิว ลดสิวอักเสบ สิวยุบไว ผิวแพ้ง่ายใช้ได้GUERLAIN ต้อนรับศักราชใหม่ของปี 2026 ถ่ายทอดเสน่ห์ของเดนิมผ่านความงามร่วมสมัยEctoin (เอ็กโตอิน) คืออะไร? ทำไมถึงถูกยกให้เป็นส่วนผสม กู้ผิวขาดน้ำ มีแบรนด์ไหนบ้าง ที่ควรลอง?รวมดาวเด่น! 10 เจลล้างหน้าลดสิว ยี่ห้อไหนดี 202610 สกินแคร์ลดสิว ยี่ห้อไหนดี จบวงจรสิวซ้ำซากดูดวงความรัก การงาน การเรียน การเงิน ระหว่าง 1 - 7 มี.ค. 69 (ทุกราศี)ปักหมุดมู 8 สถานที่ขอพรความรักรอบกรุง คนโสดปีนี้ต้องไม่เหงาแล้ว!Review & Tester : สิวผู้ใหญ่ต้องลอง! กับ Acne-Aid Naturals เปิดสวิตช์ผิวใส ลดปัญหาสิวผู้ใหญ่ตรงจุด 200 เซ็ต
COMMENTS
8 ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 8
ขอบคุณค่ะ
12 ก.ค. 2568 เวลา 23:28 น.
ความคิดเห็นที่ 7
ขอบคุณ
30 ธ.ค. 2567 เวลา 22:01 น.
ความคิดเห็นที่ 6
ขอบคุณนะคะ
24 ต.ค. 2567 เวลา 22:31 น.
ความคิดเห็นที่ 5
ขอบคุณค่ะ
18 ต.ค. 2567 เวลา 16:19 น.
ความคิดเห็นที่ 4
เรตินอล ใช้ผสมกับสกินแคร์ตัวไหนๆ ก้อช่วยฟื้นบำรุงผิวได้ดีค่ะ
4 ต.ค. 2567 เวลา 20:23 น.
ความคิดเห็นที่ 3
เรตินอล ช่วยกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ และการสังเคราะห์คอลลาเจนในผิว จึงทำให้ผิวดูเด้ง สุขภาพดีค่ะ
4 ต.ค. 2567 เวลา 20:15 น.
ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณนะคะ
4 ต.ค. 2567 เวลา 20:08 น.
ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณนะคะ💛❤️💚🧡💙
5 ก.พ. 2567 เวลา 9:27 น.