รอยแผลเป็นหลังการผ่าตัดหรืออุบัติเหตุไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ด้านความสวยงามเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความมั่นใจของผู้ที่ประสบปัญหานี้อีกด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นรอยแผลผ่าคลอด รอยแผลผ่าตัดทั่วไป รอยแผลจากศัลยกรรม หรือรอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุ ซึ่งรอยแผลเป็นแต่ละประเภทต่างมีลักษณะผิวรวมถึงระยะเวลาในการฟื้นตัว และวิธีการดูแลที่แตกต่างกันออกไป
วันนี้ Cosmenet* รวบรวม 9 ครีมลดเลือนรอยแผลเป็น ยี่ห้อไหนดี ที่เหมาะกับแผลเป็นรูปแบบต่าง ๆ มาให้แล้ว หากใครที่กำลังสงสัยว่าแผลแต่ละชนิดควรเลือกใช้ครีมลดเลือนรอยแผลเป็นแบบไหนดี? ที่จะช่วยให้รอยแผลเป็นดูจางลง และช่วยดูแลผิวที่มีรอยแผลเป็นให้เรียบเนียนขึ้น เราจะมาอธิบายให้เข้าใจในบทความนี้ค่ะ เพื่อเป็นตัวช่วยให้เพื่อน ๆ ตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างถูกต้อง จะมีครีมลดเลือนรอยแผลเป็นยี่ห้อไหนบ้าง ตามมาดูกันค่ะ
- การเลือกครีมลดเลือนรอยแผลเป็นควรเน้นสูตรที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ฟื้นบำรุงผิว และช่วยดูแลผิวบริเวณรอยแผลให้ดูเรียบและยืดหยุ่นมากขึ้น
รอยแผลผ่าตัดทั่วไป
เช่น การผ่าตัดไส้ติ่ง ผ่าตัดเนื้องอก หรือการผ่าตัดอื่น ๆ รอยแผลลักษณะนี้อาจมีขนาดประมาณ 3-10 เซนติเมตร และมีความลึกแตกต่างกันไปตามวิธีการผ่าตัด
- ครีมลดเลือนรอยแผลเป็นสำหรับแผลผ่าตัดทั่วไปควรเป็นสูตรที่ช่วยดูแลผิวบริเวณรอยแผล ปลอบประโลมผิว และช่วยฟื้นบำรุงผิวให้ดูเรียบเนียน โดยควรใช้หลังจากแผลแห้งสนิทแล้วเท่านั้นเพื่อลดโอกาสการระคายเคือง
รอยแผลศัลยกรรม
รอยแผลศัลยกรรมมักเป็นแผลขนาดเล็กถึงปานกลาง ประมาณ 0.1-5 เซนติเมตร และมักอยู่บริเวณใบหน้าหรือจุดที่ผิวค่อนข้างบอบบาง เป็นรอยแผลที่เห็นได้ชัดและต้องการการดูแลอย่างเหมาะสม
- การเลือกครีมลดเลือนรอยแผลเป็นควรเน้นสูตรที่ซึมง่าย ไม่เหนอะหนะ และช่วยให้รอยแผลดูจางลงและผิวบริเวณรอยแผลดูเรียบเนียนขึ้น เพื่อไม่ให้รอยแผลดูเด่นชัด และควรเลือกสูตรที่มีความอ่อนโยนเหมาะกับการใช้บริเวณใบหน้าและจุดที่บอบบาง
รอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุ
รอยแผลจากอุบัติเหตุ เช่น หกล้ม ของมีคมบาด หรือแผลถลอกลึก มักมีลักษณะไม่สม่ำเสมอ และอาจทิ้งรอยแผลเป็นไว้ได้
- ครีมลดเลือนรอยแผลเป็นสำหรับแผลประเภทนี้ควรช่วยฟื้นบำรุงผิว ลดเลือนรอยดำและรอยแดง พร้อมช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น โดยเลือกใช้ให้เหมาะกับระยะของแผล
9 เจลลดรอยแผลเป็น ยี่ห้อไหนดี 2026
ใครที่กำลังมองหาเจลที่ช่วยดูแลรอยแผลเป็นอยู่ล่ะก็ จะไม่มีแบรนด์ Dermatix Ultra ติดอยู่ในลิสต์ได้ยังไง เพราะเป็นเจลลดรอยแผลเป็นยอดฮิตที่คุณแม่หลายคนแนะนำหลังการผ่าคลอด เป็นซิลิโคนเจลลดเลือนรอยแผลเป็นที่มีส่วนผสมของ CPX ที่ช่วยให้แผลเป็นอ่อนนุ่มและดูเรียบเนียนขึ้น ควบคู่กับ Vitamin C Ester ที่ช่วยให้แผลเป็นแลดูจางลงและมีสีผิวที่สม่ำเสมอขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง
เนื้อซิลิโคนเจลบางเบา ซึมง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ แห้งเร็ว และไม่มีกลิ่น เหมาะสำหรับใช้ดูแลรอยแผลเป็นหลายประเภท ทั้งรอยแผลเป็นจากการผ่าคลอด รอยแผลผ่าตัดทั่วไป รวมถึงรอยแผลศัลยกรรมก็สามารถใช้ได้นะคะ และควรเริ่มใช้หลังจากตัดไหมและแผลแห้งสนิทแล้ว ทาต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อช่วยดูแลผิวบริเวณรอยแผลให้ดูเรียบเนียนและฟื้นบำรุงผิวได้ดียิ่งขึ้น
- วิธีการใช้ : บีบเจลลงบนนิ้วขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว ทาบาง ๆ บริเวณรอยแผลเป็นโดยไม่ต้องถูนวด ทาให้ครอบคลุมบริเวณที่มีรอยแผลเป็น
- จุดเด่น : ใช้เทคโนโลยี CPX Silicone Gel ช่วยให้แผลนุ่ม ดูเรียบเนียนขึ้น ลดเลือนรอยแผลเป็นให้ดูจางลง
- เหมาะสำหรับ : แผลผ่าคลอด , แผลผ่าตัดทุกประเภท , แผลศัลยกรรมแปลงเพศ, แผลศัลยกรรมจมูก, แผลจากอุบัติเหตุ ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ที่แผลปิดสนิทและหายดีแล้ว
- ส่วนผสมสำคัญ :
- CPX (Cyclopentasiloxane) ส่วนผสมหลักที่ช่วยให้แผลเป็นระยะแรกอ่อนนุ่มขึ้น พร้อมให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวที่เป็นแผล
- Vitamin C Ester ช่วยให้สีแผลจางลง สีผิวสม่ำเสมอ
ราคา : 940 บาท / 15 g
พิกัด : Shopee, Lazada, Konvy, Watsons, และร้านขายยาทั่วไป
เริ่มจากครีมลดรอยแผลเป็นตัวนี้ เหมาะกับแผลผ่าตัดโดยเฉพาะ รวมไปถึงแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก มีส่วนผสมของ Episolve โปรตีนจากพืชซึ่งมีความใกล้เคียงกับโปรตีนในผิวของเรา จึงจะช่วยสมานผิว และปรับผิวให้ค่อย ๆ เนียนขึ้น แผลเป็นนูนก็จะนุ่มลง เป็นครีมลดรอยแผลเป็นที่ห้ามใช้ในแผลสด เหมาะกับการใช้กับแผลที่แห้งสนิทแล้ว แต่ไม่เกิน 6 เดือนค่า
- วิธีการใช้ : ทาบาง ๆ เช้า-เย็น โดยไม่ต้องถูนวด เป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง ใช้ได้กับแผลเป็นใหม่ไม่เกิน 6 เดือน โดยเริ่มใช้เมื่อแผลเป็นปิดสนิทแล้ว
- จุดเด่น : ช่วยสมานผิวจากรอยแผลเป็น ให้แผลเป็นนูนเนียนนุ่มขึ้น
- เหมาะสำหรับ : แผลผ่าตัด แผลเป็นนูน แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
- ส่วนผสมสำคัญ : Episolve โปรตีนจากพืช (Plant-Epidermal Growth Factor, Non-GMO) ให้โปรตีนที่ใกล้เคียงกับโปรตีนในผิว ช่วยให้ผิวค่อย ๆ เรียบเนียนขึ้น และอ่อนนุ่มลง
ราคา : 390 บาท / 10 g
พิกัด : ร้านขายยาทั่วไป, Lazada,
Shopee
3. Hanall Bearoban Ointment
หลายคนอาจจะไม่คุ้นตากับครีมลดรอยแผลเป็นตัวนี้ แต่เค้าดังมากใน Twitter ค่าา เพราะเป็นครีมลดรอยแผลเป็นที่ฮิตมากในเกาหลี ช่วยลดรอยแผลเป็นหลังผ่าตัดศัลยกรรม และลดการอักเสบของผิว สามารถใช้ได้กับแผลผ่าตัดที่ตัดไหมแล้วเท่านั้น ไม่ควรใช้กับแผลสด แต่ที่เริ่ดสุด ๆ คือ สามารถใช้ลดรอยดำ รอยแดง และหลุมสิวได้อีกด้วยจ้า
- วิธีการใช้ : ใช้ทาผิวภายนอก ทาได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย วันละ 1 ครั้ง
- จุดเด่น : ลดการอักเสบของผิว ลดรอยแดง รอยดำ และหลุมสิว
- เหมาะสำหรับ : รอยแผลเป็นหลังศัลยกรรม รอยแดงรอยดำจากสิว
ราคา : 150 - 300 บาท / 10 g
พิกัด : ร้านขายยาทั่วไป, ร้านพรีออเดอร์
มาถึงครีมลดรอยแผลเป็นตัวนี้ค่ะ ชื่อเสียงเรียงนามไม่เป็นรองใครแน่นอน ชื่อในวงการที่รู้จักกันดีคือ ดราก้อนบลัด เพราะเค้ามีสารสกัดจาก Dragon’s blood 100% Organic ซึ่งเป็นสูตรที่เข้มข้นกว่าสูตรเก่า และที่สำคัญไม่มีกลิ่นแรงแล้วน้าา แถมยังเพิ่ม วิตามิน C&E มาอีกด้วย สามารถใช้ได้กับแผลสด หลังผ่าตัดศัลยกรรมใช้ได้เลย ถือคติใช้ก่อน หายก่อนค่าา
- วิธีการใช้ : ทาผลิตภัณฑ์ และนวดเบา ๆ บริเวณรอบแผลเป็น หรือบริเวณที่ต้องการ 3-4 ครั้งต่อวัน และใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
- จุดเด่น : ลดเลือนรอยแผลเก่าและรอยแผลใหม่ ให้รอยแผลเป็นดูจางลง
- เหมาะสำหรับ : รอยแผลสด - แผลเก่า (ไม่ควรเกิน 1 ปี)
- ส่วนผสมสำคัญ : วิตามิน C และ E พร้อมสารสกัดธรรมชาติ ด้วย Advanced Synergistic Effect Technology
ราคา : 399 บาท / 9 g
พิกัด : Lazada, Shopee, ร้านขายยาทั่วไป
มาถึงครีมลดรอยแผลเป็นอีกตัวนึงที่ใช้กับแผลสดได้ เนื้อครีมเป็นแบบ Silicone gel 100% และมี Semi-occlusive ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเยื่อบุผิวใหม่ ทำให้สมานแผลได้เร็วขึ้น ลดการเกิดรอยแผลเป็นหลังผ่าตัด เมื่อทาลงแผลแล้วเนื้อเจลจะกลายเป็นแผ่นฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวไว้ เพื่อลดการสูญเสียน้ำ และออกซิเจนไหลผ่านได้
- วิธีการใช้ : ทาบาง ๆ วันละ 2 ครั้ง หลังจากทำความสะอาดแผลเป็นด้วยน้ำเกลือ
- จุดเด่น : ใช้ได้กับแผลสด ช่วยสมานแผลและลดการเกิดรอยแผลหลังผ่าตัด เมื่อแห้งจะมีลักษณะเป็นแผ่นฟิล์มบาง ๆ ช่วยป้องกันบาดแผลจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก
- เหมาะสำหรับ : แผลเป็นใหม่ แผลสด แผลเป็นระยะแรก
- ส่วนผสมสำคัญ : Polysiloxane (ซิลิโคนเจล 100%) เป็นฟิล์มบางๆ เคลือบแผล แห้งเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ปราศจากส่วนผสมของน้ำหอม, แอลกอฮอล์, สารกันเสียพาราเบน, และยาปฏิชีวนะ
ราคา : 1,130 บาท / 10 g
พิกัด : ร้านขายยาทั่วไป, Lazada
Mederma เป็นครีมลดรอยแผลเป็นที่คุณหมอ และเภสัชกรในอเมริกาแนะนำเป็นอันดับ 1 เพราะเค้ามี Cepalin หรือสารสกัดจากหอมแดงที่เรารู้กันดีว่าจะช่วยลดรอยดำ และปรับสีของแผลเป็นให้อ่อนลง พร้อมเทคโนโลยี ไลโปโซม ที่เป็นตัวผลักสารสกัดต่าง ๆ ให้ซึมสู่ผิวได้ล้ำลึกขึ้น เป็นครีมลดรอยเป็นที่ใช้ได้ทั้งกับทั้งรอยสิว และรอยแผลผ่าตัด แผลศัลยกรรม ทั้งหน้าและลำตัวได้เลย แถมยังลดอาการคันจากแผลได้อีกด้วยค่า
- วิธีการใช้ : ใช้ได้ทันทีหลังจากที่แผลแห้งและปิดสนิทแล้ว ใช้วันละ 1 ครั้งเป็นเวลาอย่างน้อย 8 สัปดาห์
- จุดเด่น : ช่วยลดรอยแผลเป็นดำ และปรับสีของแผลเป็นให้ดูจางลง
- เหมาะสำหรับ : รอยแผลผ่าตัด แผลศัลยกรรม รอยสิว รอยแผลเป็นใหม่และรอยแผลเป็นเก่า, รอยแผลคีลอยด์
- ส่วนผสมสำคัญ : Cepalin ช่วยปรับสีผิวบริเวณที่ทาให้แลดูสม่ำเสมอ
ราคา : 860 บาท / 20 g
พิกัด : Shopee, Lazada, Watsons,
ร้านขายยาทั่วไป
7. Erase gel for scar
ต่อกันด้วยครีมลดรอยแผลเป็นส่งตรงจาก Germany ตัวนี้อาจจะมีรีวิวไม่เยอะมาก แต่ก็เป็นอีกตัวที่เภสัชกรแนะนำ และหาซื้อได้ตามร้านขายยาค่ะ ตัวนี้มีสารสกัดจากหัวหอม และวิตามิน E ที่ช่วยให้รอยแผลป็นจางลง นุ่มขึ้น และสารสกัดจาก เกาลัดม้า! ถึงชื่อไม่คุ้นแต่สรรพคุณเกินต้านมากค่า ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ลดอาการบวม และสมานแผลให้หายไวขึ้น
- วิธีการใช้ : บีบเจลเพียงเล็กน้อย ทาบางๆ บริเวณรอยแผลเป็นหรือรอยดำจากสิว วันละ 2-3 ครั้ง นวดเบา ๆ ให้เนื้อเจลซึมเข้าสู่ผิว ใช้ทาหลังจากแผลแห้งสนิทดีแล้วเท่านั้น
- จุดเด่น : ลดรอยแผลเป็น รอยดำ รอยหลุมสิว รอยแผลผ่าตัดทั่วไป
- เหมาะสำหรับ : แผลคีลอยด์ รอยแผลเป็นจากการผ่าตัด รอยแผลเก่า นูนเข็ง
- ส่วนผสมสำคัญ : Allium Cepa สารสกัดจากหอมหัวใหญ่ ช่วยให้แผลเป็นนุ่มลงและลดรอยแดง
ราคา : 350 - 550 บาท / 15 g
พิกัด : ร้านขายยาทั่วไป
จะจัดลิสต์ทั้งทีไม่มีครีมลดรอยแผลเป็นแบรนด์นี้ไม่ได้ค่า เพราะเค้าโด่งดังในบ้านเรามาก ๆ เลย และตัวนี้คือสูตรใหม่ เป็นครีมลดรอยแผลเป็นสำหรับแผลผ่าตัดใหญ่ แผลศัลยกรรม หรือแผลอุบัติเหตุโดยเฉพาะ! มีส่วนผสมของ Stabilized Vitamin C ที่ช่วยให้รอยแผลเป็นดูจางลง เนื้อครีมเป็นแบบซิลิโคนเจลใส เกลี่ยง่าย แห้งเร็ว เคลือบผิวเพื่อคงความชุ่มชื้น และลดการสูญเสียน้ำของผิว แนะนำให้ใช้ ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของแผลเป็น เช่น แผลเป็นใหม่ (เกิดขึ้นภายใน 3 เดือน) เริ่มใช้ทันที เมื่อแผลหายและปิดสนิทดีแล้ว
- วิธีการใช้ : บีบเจลขนาดประมาณเมล็ดถั่วเขียว แตะลงบนรอยแผลเป็นและลูบบางๆ ไปในทิศทางเดียวให้ทั่วแผล ไม่ต้อง ถูนวด ปล่อยไว้ให้แห้ง ประมาณ 1-2 นาที แล้วสามารถสวมเสื้อผ้า หรือแต่งหน้า ได้ตามปกติ
- จุดเด่น : ช่วยให้ผิวบริเวณรอยแผลเป็นชุ่มชื้น ลดการสูญเสียน้ำของผิว และลดรอยแผลเป็นให้ดูจางลง
- เหมาะสำหรับ : แผลผ่าตัดใหญ่ แผลศัลยกรรม แผลอุบัติเหตุ
- ส่วนผสมสำคัญ : Medical Grade Silicone ช่วยลดการสูญเสียน้ำของผิว ลดอาการแห้ง ตึง คันบริเวณรอยแผลเป็น
ราคา : 675 บาท / 10 g
พิกัด : ร้านขายยาทั่วไป, 7-Eleven, Boots, Watsons, Shopee, Lazada
9. DAGODERMA Scar Emulgel
ปิดท้ายด้วย เจลลดรอยแผลเป็นในรูปแบบ Emulgel เนื้อเข้มข้น แต่ซึมไวมาก เกลี่ยง่าย ไม่เหนอะผิว ใช้ได้ทั้งเช้าและก่อนนอน โดยไม่รบกวนสกินแคร์หรือการแต่งหน้า เหมาะกับการดูแลรอยแผลเป็นทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นรอยสิว รอยแดง-รอยดำ แผลผ่าตัด แผลสด แผลศัลยกรรม หรือผิวหลังทำหัตถการอย่างเลเซอร์ รวมถึงผิวบอบบางก็สามารถใช้ได้ เพราะผ่านการทดสอบการระคายเคือง และออกแบบมาให้ใช้ได้ตั้งแต่เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป
มีส่วนผสมหลักคือ Dragon’s Blood (เลือดมังกร) ที่ช่วยสมานแผลและลดการอักเสบ ทำให้รอยดูสงบลงไวขึ้น ผสานกับ EGF ที่ช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูผิวและการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวบริเวณแผลดูเรียบเนียนขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง เสริมด้วย Vitamin E ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น เมื่อใช้ต่อเนื่องรอยจะค่อย ๆ ดูจางลง ผิวไม่แห้งตึง และไม่เกิดอาการระคายเคือง ถือเป็นเจลลดรอยที่เน้นความอ่อนโยน แต่ให้ผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับการดูแลรอยแผลระยะยาว
- วิธีการใช้ : บีบเจลในปริมาณเล็กน้อย แล้ว ทาและเกลี่ยให้ทั่วบริเวณที่ต้องการ ใช้วันละ 3-4 ครั้ง หรือบ่อยตามต้องการเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
- จุดเด่น : เนื้ออิมัลเจลซึมเข้าสู่ผิวได้เร็วกว่าเนื้อเจลทั่วไป ไม่เหนอะหนะ มี Dragon’s Blood (เลือดมังกร) ช่วยสมานแผลได้เป็นอย่างดี ลดรอยแดง รอยดำ ช่วยให้แผลเป็นที่แข็งนุ่มลง
- เหมาะสำหรับ : เหมาะสำหรับ แผลถลอก แผลสด รอยแผลเป็นนูน รอยแผลผ่าตัด สามารถใช้ได้ตั้งแต่ 1 ขวบขึ้นไป
- ส่วนผสมสำคัญ : Dragon’s Blood ช่วยสมานแผลเป็น ลดอักเสบ และลดรอยแดง-รอยดำอย่างมีประสิทธิภาพ
ราคา : 299 บาท / 15 g
พิกัด : Lazada, BigC, Konvy
และนี่คือ 9 ครีมลดรอยแผลเป็น หลังผ่าตัดศัลยกรรม ที่ฮิตและมาแรงสุด ๆ ที่เรานำมาฝากกัน รับรองว่าทุกตัวรีวิวแน่น และเห็นผลจริงแน่นอนค่ะ แต่การจะใช้ครีมลดรอยแผลเป็นให้เห็นผลเร็วที่สุด ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วยนะ และที่สำคัญคือเวลา! ให้เวลากับเค้าหน่อยอย่างน้อย 2-3 เดือน ที่ต้องใช้ติดต่อกัน หวังว่าเพื่อน ๆ จะชอบบทความนี้กันน้า ขอให้ทุกคนหน้าเป๊ะ ผิวปังตามที่ฝันกันค่า เลิฟยูววว