เว็บ *cosmenet เปิดรับสมัครสาว ๆ ร่วมทีมหลายตำแหน่งจ้า
บทความแนะนำ

โยเกิร์ต มีดีอย่างไร?

8,743
1 พ.ย. 2557

     ในตู้เย็นของใครมี "โยเกิร์ต" ติดเอาไว้เสมอบ้างเอ่ย?? ทราบไหมว่าเป็นสมบัติล้ำค่าในตู้เย็นเลยเชียว!! แต่จะไม่ล้ำค่าจริงๆ ถ้าทิ้งให้หมดอายุอยู่ในนั้น แต่จะล้ำเลอค่าเป็นที่สุด ถ้าคุณกินโยเกิร์ต อย่างสม่ำเสมอ 
yogurt
โยเกิร์ต...นมเปรี้ยวแห่งเทือกเขาคอเคซัส

     นมเปรี้ยวเหลวๆ ที่เราเรียกกันว่า "
โยเกิร์ตนั้น มีต้นกำเนิดจากประเทศรัสเซีย โดยเกิดจากนมที่ถูกแบคทีเรียเปลี่ยนให้กลายเป็นโยเกิร์ต ซึ่งทุกวันนี้จะมีการเติมแบคทีเรียชนิดอื่นเพิ่มเข้าไปอีก เพื่อเพิ่มคุณค่าให้มากขึ้น เพราะยิ่งมีแบคทีเรียมาก ก็ยิ่งมีประโยชน์มากขึ้น แต่ต้องเป็นแบคทีเรียตัวดีนะคะ ไม่ใช่ตัวร้าย ซึ่งมีการกำหนดปริมาณของแบคทีเรียในโยเกิร์ตเอาไว้ว่า ต้องมีถึง 100-1,000 ตัว (ตัวนะคะไม่ใช่ชนิด) ต่อโยเกิร์ต 1 มิลลิกรัม ถึงจะเป็นโยเกิร์ตคุณภาพ ที่มีประโยชน์มากมายต่อร่างกาย

yogurt menu

กินโยเกิร์ตกันดีกว่า เพราะ...
  1. ย่อยง่ายกว่านม ซึ่งแน่นอนว่าดีสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องการย่อยโปรตีนจากนมไม่ได้ แต่โยเกิร์ตได้ผ่านกระบวนการหมักมาแล้ว ซึ่งกระบวนการดังกล่าวทำให้เกิดเอนไซม์ที่สามารถย่อยโปรตีนได้ง่ายนั่นเอง

  2. โยเกิร์ตจะมีแบคทีเรียฮีโร่อย่าง "แลคโตบาซิลัส" จะไปช่วยกำจัดสิ่งชั่วร้ายในลำไส้ ทั้งสารไนเตรต และไนไตรท์ ตัวก่อให้เกิดมะเร็ง นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวกับลำไส้ทั้งหลายได้อีกด้วย

  3. อุดมไปด้วยแคลเซียม ที่ไปช่วยยังยั้งการการโตของเซลล์เยื่อบุลำไส้ที่มีมากจนอาจทำให้เกิดมะเร็งลำไส้

  4. ช่วยให้การดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ ดีขึ้น นั่นคือร่างกายของคุณจะดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าไปได้มากขึ้นโดยมีโยเกิร์ตเป็นตัวช่วย

  5. ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน เมื่อทานโยเกิร์ตเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มสารอินเตอร์เฟรอน ซึ่งเป็นตัวสำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน

  6. โยเกิร์ตช่วยได้ เมื่อเกิดการติดเชื้อทางเดินอาหาร เคยได้ยินกันใช่ไหมคะว่า เมื่อท้องเสียให้ทานโยเกิร์ต นั่นเพราะว่าผนังลำไส้จะเสียหายหลังการติดเชื้อทางเดินอาหาร ซึ่งทำให้ลำไส้เกิดการผิดปกติในการดูดซึมน้ำตาลแลคโตส ขณะที่โยเกิร์ตมีแลคโตสน้อย แต่มีเอนไซม์น้ำตาลแลคเตสมาก

  7. ช่วยลดการติดเชื้อราในช่องคลอด

  8. เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี เพราะในโยเกิร์ต 8 ออนซ์ จะมีโปรตีน 10-14 กรัม ซึ่งเป็น 20% ของความต้องการโปรตีนของร่างกายในแต่ละวัน และเมื่อเปรียบเทียบกับนมในปริมาณเท่ากัน ปรากฎว่า โยเกิร์ตชนะเลิศค่ะ

  9. ช่วยลดคลอเลสเตอรอล เนื่องจากจุลินทรีย์ในโยเกิร์ต สามารถขจัดคลอเลสเตอรอลได้ และโยเกิร์ตยังไปรวมตัวกับกรดน้ำดี ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของคลอเลสเตอรอลอีกด้วย

     สำหรับคนที่ไม่ชอบทานโยเกิร์ต ลองหาโยเกิร์ตที่รสชาติถูกใจจากหลายๆ ยี่ห้อดู เพราะคุณอาจไม่ชอบความเปรี้ยวของโยเกิร์ตส่วนใหญ่ในตลาดเมืองไทย แต่ก็ยังมีบางยี่ห้อที่ไม่เปรี้ยวมาก และควรเลือกทานโยเกิร์ตรสธรรมชาติเท่านั้นถ้าคุณไม่อยากได้ความหวาน ซึ่งจะต้องทานให้สม่ำเสมอ และทานจำนวนมาก เพื่อไม่ให้แบคทีเรียจำนวนมากถูกกำจัดโดยน้ำย่อยในกระเพาะของเรา คือแม้แบคทีเรียจะถูกกำจัดไปบ้าง แต่ก็ยังมีเหลือเล็ดรอดเข้าไปถึงลำไส้ และแฝงตัวอยู่แถวนั้นเพื่อคอยช่วยดูแลสุขภาพของเราในแต่ละวันค่ะ



ขอขอบคุณภาพจาก : pinterest.com
เรียบเรียงข้อมูลโดย : 
cosmenet.in.th

What's new
รีวิวเจาะลึก แชมพูปิดผมขาว HommKesa Grey Hair Covering Shampoo จากผู้ใช้จริง ปิดผมหงอกก่อนวัย ให้กลับมามั่นใจยืนหนึ่งรีวิวเจาะลึก Acne-Aid 2 สูตร Liquid Cleanser ผิวมัน & Gentle Cleanser ผิวแพ้ง่าย #เฟรนด์ลี่กับผิว เรื่องสิวเอาจริงเปิดกรุรีวิวเทียบ 3 มอยส์เจอไรเซอร์ผิวแพ้ง่ายตัวดัง เติมความชุ่มชื้นแบบไหนปังสุด?เว็บ cosmenet* เปิดรับสมัครสาว ๆ ร่วมทีมหลายตำแหน่งจ้าIntegrated Skincare คืออะไร? เทรนด์ที่คน 'ทำหัตถการ' ต้องรู้ เลือกสกินแคร์อย่างไร ให้เสริมผลลัพธ์รวม 10 แป้งผสมรองพื้น ยี่ห้อไหนดี 2026 ปกปิดเรียบเนียน ติดทน ไม่ติดแมสก์!Best of the Year 2025 สรุปบิวตี้ไอเท็ม สกินแคร์-เมคอัพตัวท็อปแห่งปี จากรีวิวผู้ใช้จริงดูดวงความรัก การงาน การเรียน การเงิน ระหว่าง 3 - 9 พ.ค. 69 (ทุกราศี)สายมูปักหมุด! พิกัดไหว้พระเสริมดวงประจำ 12 ราศี ปี 2569 ชวนสาว ๆ มาเป็น Beauty Tester ร่วมรีวิวและทดลองใช้สกินแคร์ เมคอัพแบรนด์ดังฟรี !!
COMMENTS