[Cosme*Review] รีวิวน้ำตบ Za True White EX Essence Lotion n ใช้ยังไง? ผิวกระจ่างใส ออร่าพุ่งใน 7 วัน
บทความแนะนำ

อาหารเสริม จำเป็นจริงเหรอ?

13,074
25 ก.ค. 2557

 " อาหารเสริม จำเป็นจริงเหรอ? "

อาหารเสริม จำเป็นแค่ไหน?

คนเรายิ่งอายุมากขึ้นจะยิ่งเห็นคุณค่าของการมีสุขภาพดีมากขึ้น
แล้วก็จะเริ่มหันมาใส่ใจการออกกำลังกาย อาหารการกิน และบ้างก็เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้เป็นคนรักสุขภาพมากขึ้น และนั่นทำให้อาหารเสริมสารพัดยี่ห้อทะลักทะลายเข้าสู่ตลาดสุขภาพจนไม่รู้ว่าจำเป็นแค่ไหนที่ต้องกินอาหารเสริม แล้วจะเลือกกินตัวไหนถึงจะดีต่อสุขภาพละ? เพราะช่างมีมากมายมาให้เลือกเหลือเกิน? 


อาหารที่กินทุกวัน เพียงพอหรือไม่?
     ในความเป็นจริงแล้ว การกินอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วน ก็จำเป็นเพียงพอแล้วสำหรับการดูแลสุขภาพ แต่ยังมีบางคนที่อาจต้องได้รับสารอาหารบางชนิดเพิ่มเติมเป็นพิเศษ โดยมีการศึกษาของอเมริกาพบว่า คนเอมริกันที่รับประทานอาหารปกติ ยังมีระดับของวิตามินไม่ดีมากเพียงพอ ดังนั้นการกินวิตามินเพิ่มเติมจึงทำได้ แต่ก็ควรจะกินให้ถูกวิธี เพราะมีวิตามินบางตัวที่ละลายในใขมัน อย่างวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค พวกนี้จะเกิดการสะสมได้ แต่ วิตามินซี เมื่อรับประทานมากเกินไปก็จะละลาย ถูกขับออกมากับปัสสาวะ จึงไม่เกิดการสะสม

     ขณะเดียวกัน ผลการวิจัยล่าสุด ของ โครงการ
Iowa Women’s Health Study (IWHS) ด้วยการติดตามการใช้อาหารเสริมของผู้หญิงจำนวนกว่า 38,000 ราย อายุ 55 ปีขึ้นไป เป็นเวลาเกือบ 20 ปี พบว่า การใช้วิตามินรวม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันอันควร

Supplements
  • วิตามินอี
    ผลงานวิจัยในปี 2005 พบว่า การกินวิตามินอีเสริมขนาด 400 IU(international unit =หน่วยสากล) หรือมากกว่านั้น ต่อวัน อาจเสี่ยงต่อสุขภาพ

  • วิตามินเอ
    การศึกษาจากผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนพบว่า การกินวิตามิน เอ อะซิเตท(Vitamin A Acetate) หรือวิตามินเอ ปาล์มิเตต เป็นเวลานาน อย่างน้อย 2,000 ไมโครกรัม (6,600 IU) อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อกระดูกสะโพก(หักง่าย) และการกินเบต้าแคโรทีนเสริม (ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย) จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเสียชีวิต โดยเฉพาะในคนที่สูบบุหรี่ หรือคนที่เคยสูบบุหรี่ และในความเป็นจริงนั้นเป็นไปได้น้อยมากที่ประชาชนในประเทศพัฒนาจะขาดวิตามินเอ ดังนั้นวิตามินเอเสริมจึงไม่มีความจำเป็น

  • วิตามินบี 6
    จากการศึกษาพบว่า หากกินวิตามินบี 6 มากกว่า 100 มิลลิกรัม ไปนาน ๆ จะเกิดความเสียหายต่อเส้นประสาท และในการศึกษาที่ไอโอวาพบว่า การกินวิตามินบี 6 เสริม อาจทำให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยเพิ่มขึ้น 4.1%

  • วิตามินบี 3 (niacin)
    การได้รับวิตามินบี 3 เสริมในปริมาณสูง จะสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลได้ แต่ก็อาจเกิดพิษต่อตับได้ด้วย จึงควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ 

  • วิตามินดี
    มีหน้าที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม ดังนั้นเพื่อป้องกันกระดูกหักจากการล้มของคนสูงวัย จึงแนะนำให้กินวิตามินดีวันละ 600-800 IU จากอาหารร่วมกับแคลเซียมเสริม ส่วนพวกเราคนไทยที่อาศัยอยู่ในดินแดนแห่งแสงแดด ที่ช่วยผลิตวิตามินดีที่ผิวหนัง ก็จะได้รับวิตามินดีตามธรรมชาติเพียงพอ ดังนั้นออกไปรับแสงแดดกันบ้างในช่วงเวลาที่เหมาะสม

  • วิตามินบี 12
    พบว่าผู้สูงอายุ จะขาดวิตามินบี 12 กันถึง 15% และเพราะว่ายังไม่พบหลักฐานที่แสดงถึงพิษภัย หรือผลข้างเคียงของวิตามินบี 12 จึงควรแนะนำให้ผู้สูงอายุกินวิตามินบี 12 เสริมได้วันละ 2.5 ไมโครกรัม 

  • เหล็ก
    พบว่าการขาดธาตุเหล็กเป็นสิ่งที่พบยาก แต่ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มผู้ขาดธาตุเหล็กก็ควรตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม และมีการศึกษาสุขภาพของผู้หญิงที่รัฐไอโอวา ประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า คนที่กินธาตุเหล็กเสริมมีการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพิ่มขึ้น 3.9% ส่วนคนที่เป็นโรคโลหิตจาง แพทย์จะแนะนำให้รับธาตุเหล็กเพิ่ม 

  • แคลเซียม
    ผู้สูงวัยควรกินแคลเซียมเสริมให้ครบวันละ 1,200 มิลลิกรัม และไม่ควรกินเกินกว่านี้ ขณะที่ผลการศึกษายังพบว่า การกินแคลเซียมเสริมนั้นเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจวาย ขณะเดียวกันผลการศึกษาสุขภาพของผู้หญิงในรัฐไอโอวา กลับพบว่า คนที่กินแคลเซียมเสริมมีอัตราความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตก่อนวัยลดลงถึง 3.8% ด้วย

  • กรดโฟลิก หรือ โฟเลต (หรือวิตามินบี 9)
    การกินโฟเลตเสริมในผู้หญิงตั้งครรภ์ เพื่อลดความผิดปกติของทารกเป็นสิ่งที่ได้ผลดี ส่วนประโยชน์อย่างอื่นยังไม่พบแน่ชัด อีกงานวิจัยบางชิ้นยังพบว่า การกินกรดโฟลิกเสริมอาจจะทำให้เกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ และจากการศึกษา Iowa Women’s Health Study บ่งชี้ว่า การกินกรดโฟลิกเสริม มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยเพิ่มขึ้น 5% 

ข้อมูลที่ Cosme*net นำมาฝากเป็นเพียงคำแนะนำให้ระวังตัวกันเอาไว้บ้างค่ะ 
จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของคำโฆษณาชวนเชื่อกันนะคะ



ขอขอบคุณภาพจาก : pinterest.com
เรียบเรียงข้อมูลโดย : cosmenet.in.th

What's new

[Cosme*Review] รีวิวน้ำตบ Za True White EX Essence Lotion n ใช้ยังไง? ผิวกระจ่างใส ออร่าพุ่งใน 7 วัน รีวิว Cetaphil Bright Healthy Radiance Brightening Night Comfort Cream กู้ผิวหมองคล้ำ ปลุกผิวกระจ่างใสอย่างอ่อนโยน เพื่อผิวบอบบาง แพ้ง่าย [Cosme*Review] รีวิวคลีนซิ่งน้ำกุหลาบ NIVEA Rosy White Hokkaido Rose Micellar Water ที่บำรุงผิวได้เพียงแค่เช็ดร่วมฉลองเทศกาลแห่งความสุขไปกับ Kiehl's Limited Edition Collectionเบื่อ! อยากแก้โรคขี้ลืม ความจำสั้น ทำยังไงดี?The Best Blush On Of 2021 โทนชมพูอมส้ม สีสวยจนอดใจไม่ไหว!ไขความลับ หน้าม้าเหล็กแบบลิซ่า Blackpink พายุแรงแค่ไหนก็ไม่หวั่น!!ดูดวงความรัก การงาน การเรียน การเงิน ระหว่าง 29 พ.ย. - 5 ธ.ค. 63 (ทุกราศี)Central 12.12 Week ลดสูงสุด 90% !!กิจกรรม :: ชวนทดลองใช้ Cetaphil Bright Healthy Radiance Brightening Night Comfort Cream จำนวน 200 รางวัล

COMMENTS

Cosmenet.in.th

Loading...