4 บัตรเครดิตสายบิวตี้ ช้อปเครื่องสำอางคุ้มกว่าในปี 2026

navigate_beforeย้อนกลับ

0 

ผิวขาด"เซราไมด์"สาเหตุที่แท้จริงของ"ผิวแก่"

เซราไมด์ (Ceramide) คือสารจำพวกไขมัน ที่มีชื่อว่า สฟิงโกไลปิด (Sphingolipid) ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์ (Cell Membrane) มีหน้าที่ในการปกป้องเซลล์จากสิ่งแปลกปลอมภายนอก และยังมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้ผิวหนังสามารถทำหน้าที่อุ้มน้ำ และรักษาระดับการซึมผ่านของน้ำในผิวหนัง โดยเซราไมด์จะพบได้ที่ชั้นหนังกำพร้าชั้นนอก (Stratum Corneum) ซึ่งเป็นบริเวณผิวชั้นบนสุดของหนังกำพร้า (Epidermis) โดยจะอยู่ติดกับเคราติน (Keratin) ของผิว หน้าที่ของเซราไมด์คือ จะเป็นตัวเชื่อมเคราตินให้เกิดการเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ช่วยให้ผิวแข็งแรง และ ลดการสูญเสียน้ำของผิว

เซราไมด์สามารถที่จะช่วยปกป้องผิวให้แข็งแรง ลดการสูญเสียน้ำของผิว ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นและกระจ่างใสได้

ผิวของคนเราโดยปกติแล้ว จะทำหน้าที่ปกป้องอวัยวะภายในไม่ให้ได้รับอันตราย จึงต้องมีความหนาและความยืดหยุ่นสูง นอกจากนี้ผิวยังมีหน้าที่ในการขับของเสียออกจากร่างกาย เช่น เหงื่อ รวมถึงช่วยระบายความร้อนอีกด้วย และถ้าหากถามว่าผิวบริเวณไหนที่คนเราให้ความสนใจหรือให้ความสำคัญมากเป็นอันดับหนึ่ง คำตอบนั้นก็คงจะเป็น “ผิวหน้า” นั่นเอง สาเหตุก็คือ หากเกิดปัญหาขึ้นบนผิวหน้า จะส่งผลให้ขาดความมั่นใจ รวมถึงบุคลิกภาพที่ไม่ดีได้ ดังนั้น หากเราดูแลผิวหน้าให้ดูดีอยู่เสมอ ก็จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กลับคืนมาได้เช่นกันค่ะ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทครีมหรือเซรั่มที่มีส่วนผสมของสารบำรุงที่เป็นประโยชน์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ผิวหน้ามีสุขภาพที่ดีขึ้น โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถเข้าไปช่วยแก้ปัญหาบริเวณชั้นหนังกำพร้าอย่างตรงจุด

ชั้นผิวหนังกำพร้าประกอบด้วย 5 ชั้นย่อย ดังนี้

1.Basal layer อยู่ชั้นในสุด ทำหน้าที่ผลิตเซลล์ Keratinocyte ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของเม็ดสีผิว รูขุมขน และกรดไขมัน

2.Prickle layer เป็นชั้นที่ผลิตโปรตีนประเภท เคราติน (Keratin) ได้แก่ เส้นผม(รากผม) และขน

3.Granular layer เราสามารถพบกระบวนการผลัดเซลล์ผิวได้ที่ชั้นนี้เช่นกัน เป็นชั้นผิวที่พบการเกิดเส้นผมหรือขน และไขมันบริเวณรูขุมขน

4.Clear layer เป็นชั้นผิวที่เซลล์เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบหนาแน่น บ่งบอกถึงสุขภาพที่ดี ผิวพรรณเรียบเนียน

5.Horny layer หรือที่เราเรียกว่า ชั้นขี้ไคล (Desquamation) ซึ่งเกิดการผลัดเซลล์ผิวเก่า เพื่อให้เกิดผิวใหม่ที่มีความชุ่มชื้น ซึ่งชั้นผิวนี้เองที่เราควรให้ความสำคัญ เนื่องจากอยู่ชั้นนอกสุดที่ต้องเผชิญกับมลภาวะ และสิ่งแวดล้อมภายนอกมากมาย

ชั้นผิว Horny layer สามารถฟื้นฟูได้ด้วยโดยเลือกใช้ครีมหรือเซรั่มที่มีส่วนประกอบของน้ำและไลปิด (Hydrolipid film) เพื่อช่วยให้ผิวอ่อนนุ่ม ชะลอริ้วรอยที่จะเกิดขึ้นก่อนวัยอันควร และปกป้องผิวจากแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของปัญหาสิว

ไลปิด หรือไขมันในผิวประกอบด้วยสาร 3 กลุ่มหลักคือ เซราไมด์(Ceramide), กรดไขมัน และ คอเรสเตอรอล(Cholesterol) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซราไมด์ ซึ่งเป็นสารหลักในการเสริมความแข็งแรงให้ผิว ได้แก่ สารจำพวกไขมัน ที่มีชื่อว่า สฟิงโกไลปิด (Sphingolipid) ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์ (Cell Membrane) ทำหน้าที่อุ้มน้ำ ลดการสูญเสียน้ำ อีกทั้งเป็นตัวเชื่อมเคราตินให้เกิดการเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ช่วยให้ผิวแข็งแรง ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ ทั้งนี้ปริมาณของเซราไมด์ใต้ผิวจะแปรผันตรงกับช่วงอายุ โดยแรกเกิดถึง 30 ปี ผิวจะมีเซราไมด์ 100% และเริ่มลดลงเหลือ 60% เมื่อมีอายุ 40 ปี และยังคงลดลงเรื่อยๆ จนถึงระดับ 30++% เราทุกคนจึงสามารถพบเจอกับปัญหาผิวที่มีการขาดเซราไมด์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่มีการขาดอย่างรุนแรงนั้นจะแสดงอาการโรคผิวหนังอโทปิก (Atopic dermatitis) ได้แก่ โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) โรคผื่นแพ้จากการสัมผัส (contact dermatitis) และโรคสะเก็ดเงิน (psoriasis) เป็นต้น ทั้งนี้ เราสามารถพบอาการเบื้องต้นจากการที่ผิวขาดเซราไมด์ คือ ผิวแห้งแตกง่าย เกิดริ้วรอยตีนกา รอยเหี่ยวย่นได้ง่าย อีกทั้งยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ บนผิวขึ้นอีกด้วย

หน้าที่ที่สำคัญของเซราไมด์

– เป็นตัวเชื่อมให้เคราตินของผิวชั้นบนเรียงตัวกันอย่างมีระเบียบ

– ช่วยปกป้องให้ผิวแข็งแรง และป้องกันเชื้อโรคต่างๆเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนัง

– ลดการสูญเสียน้ำของผิว ช่วยให้ผิวสามารถเก็บกักความชุ่มชื้นได้ดี ทำให้ผิวชุ่มชื้นเปล่งปลั่ง

– ลดการสังเคราะห์เม็ดสีผิว ช่วยป้องกันการเกิด ฝ้า กระ และ จุดด่างดำ ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น

ประโยชน์ของเซราไมด์

นอกจากนี้ประโยชน์ของเซราไมด์นั้นยังทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวพรรณดูกระจ่างใสขึ้น โดยธรรมชาติเซราไมด์จะค่อยๆมีปริมาณลดน้อยลง เมื่อมีอายุมากขึ้น จึงเป็นผลให้สภาพผิวมีการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ผิวขาดเซราไมด์ คือ พันธุกรรมมีผิวแห้งแต่กำเนิด การสัมผัสกับแสงแดด รวมถึงความเครียดก็เป็นตัวกระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างเซราไมด์ลดลง หากผิวเกิดการขาดเซราไมด์ จะส่งผลให้ผิวแห้งแตกง่าย เกิดริ้วรอยตีนกา รอยเหี่ยวย่นได้ง่าย อีกทั้งยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ บนผิวขึ้นอีกด้วย

การขาดเซราไมด์ยังส่งผลต่อโรคผิวหนังได้อีกด้วย

นอกจากข้อเสียของการขาดเซราไมด์ดังกล่าวเบื้องต้นแล้วนั้น ยังมีงานวิจัยรับรองว่า การลดปริมาณลงของเซราไมด์นั้น จะเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลให้เกิดโรคผิวหนังต่างๆ ดังนั้นเราจึงควรที่จะทำการป้องกันเพื่อไม่ให้ผิวเสื่อมสภาพ จึงควรเสริมเซราไมด์ให้เพียงพอ ทำให้ผิวของเรานั้นสามารถคงสภาพผิวให้ชุ่มชื้นได้อยู่เสมอ

มาเพิ่มปริมาณเซราไมด์ด้วยการทาครีมหรือเซรั่มที่มีส่วนผสมของเซราไมด์ เพื่อเติมเต็มผิวกันนะคะ

 

6 ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณค่ะ
October 26, 2019
ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณค่ะ
October 27, 2019
ความคิดเห็นที่ 3
Thanks
October 27, 2019
ความคิดเห็นที่ 4
Thanks
October 27, 2019
ความคิดเห็นที่ 5
ใช่จร้า
October 28, 2019
ความคิดเห็นที่ 6
ขอบคุณครับ
October 28, 2019
What's new
รีวิว SUNSILK เจนใหม่! เพื่อผมซิลด์ พลิ้วสะบัด นุ่มลื่น จัดทรงง่ายยาวนาน 100 ชม.รีวิวเจาะลึก จากผู้ใช้จริง 170 คน Acne-Aid Naturals Adult Acne & Pollution Acne เปิดสวิตซ์ผิวใสลดปัญหาสิวผู้ใหญ่ตรงจุดเจาะลึกจากผู้ใช้จริง 91 รีวิว DENTISTE' Max ยาสีฟันฟลูออไรด์แบบแปรงแห้ง ตัวช่วยป้องกันก่อนฟันผุ4 บัตรเครดิตสายบิวตี้ ช้อปเครื่องสำอางคุ้มกว่าในปี 2026อยากลดสิวอุดตันต้องยอม "หน้าเห่อ" จริงไหม? เจาะลึกกลไกจัดการสิวอุดตัน แบบไม่ดันสิว ด้วยเจลล้างหน้า AVALANGE จาก INGREDIOXรวมดาวเด่น! 10 เจลล้างหน้าลดสิว ยี่ห้อไหนดี 202610 แปรงสีฟัน ยี่ห้อไหนดี 2026 ฟันสะอาด ช่วยลดคราบหินปูนดูดวงความรัก การงาน การเรียน การเงิน ระหว่าง 5 - 11 เม.ย. 69 (ทุกราศี)สายมูปักหมุด! พิกัดไหว้พระเสริมดวงประจำ 12 ราศี ปี 2569 ชวนสาว ๆ มาเป็น Beauty Tester ร่วมรีวิวและทดลองใช้สกินแคร์ เมคอัพแบรนด์ดังฟรี !!