เกดต้องขอเกริ่นก่อนว่า เป็นคนที่ใช้"แป้งพม่า" หรือ "แป้งทานาคา" อยู่แล้ว เกดจะเรียกว่า"แป้งพม่า" เพราะเคยทำงานกับเพื่อนบ้านชาวพม่าแล้วก็เห็นเค้าใช้แป้งนี้ทาเป็นประจำ เราก็เรียกชื่อไม่ถูก ก็เลยเรียก แป้งพม่า แป้งพม่า มาตลอดจนติดปาก เราเห็นชาวพม่าเค้าจะพอกแป้งทานาคากันเป็นประจำ ทาตั้งแต่เด็กเล็ก ยันคนแก่ และคือหน้าเนียน ใส นวลผ่องมาก ไม่มีสิวเลย เราเองก็อยากมีผิวหน้าแบบเค้าบ้าง ก็เลยขอซื้อแป้งเค้ามาใช้ บอกเลยว่าคือดีมากกกกกกก ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นจริงๆ พอกได้ทุกวันเลย เคยมีช่วงนึงเกดไปเป็นแม่ค้าขายไก่ย่าง แล้วเจอปัญหาผดผื่นขึ้นหน้าผาก หน้าหมองคล้ำ สาเหตุมาจากควันย่างไก่ ความมัน ความร้อนและแสงแดดที่รุมเข้าหน้าเกด ทำให้ผิวหน้าเกดแย่มาก เกดก็หาวิธีแก้ปัญหา เกดก็เลยไปเอาแป้งทานาคามาพอก ขายไก่ย่างไปด้วย ผลลัพธ์ที่ได้คือ ผดผื่นตรงหน้าผาก ค่อยๆหาย หน้าเริ่มกระจ่างใสขึ้น และไม่มีฝ้า กระ ขึ้นด้วย โดยเราเองก็พึ่งมารู้ที่หลังว่า ทานาคาก็ช่วยลดสิว ลดผด และยังป้องกันแสดแดดได้ด้วย คือดีย์ คือเริสมาก เราเลยติดใจใช้ทานาคา มาจนถึงทุกวันนี้ เพราะใช้แล้วดีกับผิวเราจริงๆ ทำให้เวลามีผลิตภัณฑ์ใดๆที่มีทานาคาผสมอยู่ด้วย เราจะมั่นใจที่จะกล้าใช้ กล้าลอง....
จึงเป็นที่มา ที่ทำให้เกดได้มาลองใช้ แป้ง De Leaf Thanaka DUO×2 Translucent Loose Powder ซึ่งแบรนด์นี้จะเน้น ทานาคา เป็นหลักในส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ทุกๆตัวอยู่แล้ว ซึ่งเค้าต้องมั่นใจในคุณสมบัติที่ดีของทานาคา ว่าดีจริงแท้อย่างแน่นอน จึงเอามาเป็นส่วนสำคัญหลัก ในทุกๆผลิตภัณฑ์ที่เค้าผลิตออกมา เหมือนกับที่เกดมั่นใจ ว่าทานาคาใช้ดีจริงๆกับผิวเราค่ะ
คราวนี้เกดจะมาพูดรีวิวถึง เจ้าแป้งฝุ่น เดอลีฟ ทานาคา ดูโอ ทรานซ์ลูเซนท์ ลูซ พาวเดอร์ ว่ามีดีอย่างไรบ้าง ใช้ยังไง ช่วยอะไรบ้าง แล้วราคาเท่าไร หาซื้อที่ไหน อยากรู้กันแล้วใช่มั้ยย.. ไปดูภาพได้เลยจ้าาาา~
เริ่มต้นอย่างแรก เรามารู้จักหน้าตาของเค้ากันก่อนเนอะ เวลาไปหาซื้อจะได้หยิบถูก ด้วยตัว Packaging แป้งฝุ่น เดอลีฟ ทานาคา ดูโอ ทรานซ์ลูเซนท์ ลูซ พาวเดอร์ ของเค้าจะมีความสวยงามแบบธรรมชาติ ไม่ดูหรูหรา แพงเว่อร์วัง แต่จะมีความพอดีๆ ไม่แพง ไม่ถูกจนเกินไป อยู่ระหว่างกลาง ตัวกล่องจะมีสีสันออกไปโทน ธรรมชาติ สีจะไม่ฉูดฉาดตามากไป มองแล้วจะสบายตามากกว่า โดยส่วนตัวเกดเอง ชื่นชอบนะ ออกแบบได้ดีเลย น่ามอง น่าใช้ น่าสนใจดี
ในตัวรอบๆกล่องเข้าจะมีรายละเอียดให้ความรู้ ที่ควรรู้ ควรอ่าน ควรทำความเข้าใจอยู่ ข้อมูลต่างๆจะมีอยู่รอบๆกล่อง ตัวหนังสือ พออ่านได้ แต่ถ้าสายตาไม่ดี อาจจะต้องใช้แว่นหน่อย เพราะตัวหนังสือก็เล็กอยู่นิดนึง การจัดระเบียบ ให้ข้อมูล คือดีย์ แยกจัดสัดส่วนดี ค่ะ
มาต่อที่ตัวกระปุก แป้งฝุ่น เดอลีฟ ทานาคา ดูโอ ทรานซ์ลูเซนท์ ลูซ พาวเดอร์ ตัวฝาออกแบบเรียบง่ายมีโลโก้อยู่เล็กๆ สีฝาออกสีเนื้อๆสวยมากกก อันนี้คือชอบ ด้านหลังกระปุกจะมีรายละเอียดนิดหน่อย โดยแป้งฝุ่น เดอลีฟ ทานาคา มีขนาด 15 กรัม ซึ่งก็ไม่น้อยเลย ใช้ได้นาน หลายตลบแน่นอน ในกระปุกเค้าจะให้พัฟมา 1 อัน มีหูเอาไว้สอดนิ้วใส่ ใช้ในการตบแป้งให้ง่ายยิ่งขึ้น
ในตัวของพัฟที่ให้มาคู่กับแป้งฝุ่น คือเกดต้องขอออกตัวแรงหน่อยนะ ว่าชอบมากกกกก มันนิ่ม นุ่มมากกก ดูได้จากที่เกดพยายามซูมให้เพื่อนๆได้เห็นเลยว่า มันละเอียด เนียนมากกกก เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทางแบรนด์มีความใส่ใจ ในตัวพัฟมากๆ คือไม่ไก่กาเลย เนื้อสัมผัสดีสุดๆ อ่อนโยนต่อผิวหน้า ไม่บาดผิว ไม่กินเนื้อแป้ง ซึ่งมันได้ใจเกดมากๆ แค่พัฟก็ดีเกินหน้าเกินตาแล้วใครไม่ชอบแต่เกด โครตชอบเลยอ่ะ
คราวนี้เรามารู้จักกับแป้งฝุ่นและการเปิดใช้แป้งกันดีกว่า หลายๆคนอาจจะไม่รู้ว่าใช้อย่างไร เพราะไม่อ่านข้างกล่องกัน เกดเลยจะมาบอกวิธีใช้ให้ เผื่อใครยังไม่รู้ ต้องบอกเลยว่า 1 กระปุก เค้าจะมีแป้งถึง 2 ชนิด ซึ่งแบ่งออกเป็นคนละฝั่ง ในส่วนของฝั่งขวา "แป้งโทนเหลือง" ที่มีสารสกัดจาก"ทานาคา" และ ฝั่งซ้าย แป้งโทนชมพู ที่มีสารสกัดจาก"ทับทิม"
วิธีใช้ มี 3 สเต็ป
สเต็ปที่ 1.เราต้องหมุนขอบพลาสติกขาวๆไปทางขวา 1 ครั้ง จะเป็นการเปิดแป้งโทนเหลือง อย่างเดียว
สเต็ปที่ 2.หากเราอยากใช้แป้งโทนชมพู เราก็หมุนอีก 1 ครั้งหากเปิดแป้งโทนเหลืองอยู่ แต่หากปิดอยู่ให้หมุน 2 ครั้ง ก็จะมาที่แป้งโทนชมพู เช่นกัน
สเต็ปที่ 3.หากเราอยากใช้ทั้งสองแป้งพร้อมกัน เราก็หมุนอีก 1 ครั้ง หากเราเปิดอยู่ที่แป้งโทนชมพู แต่หากปิดอยู่ให้หมุน 3 ครั้ง ก็จะเปิดแป้งทั้งสองสีพร้อมกัน ได้เช่นกัน
และหากอยากปิดแป้ง ก็หมุนซ้ายย้อนกลับไป ไม่หมุนเดินหน้าไปต่อนะค่ะ เพราะมันไม่มีให้ไปต่อนะค่ะ
"แป้งโทนเหลือง" มีสารสกัดจากทานาคา
ตัวเนื้อแป้งจะมี ความโปร่งแสง บางเบา ละเอียด เนียนมากๆ สีเหลืองอย่างชัดเจน ช่วยในเรื่องคุมมัน ปกป้องแสงแดด บำรุงผิวให้ผ่องใสไปในตัว ไม่ก่อให้เกิดสิ่งอุดตันที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว เพราะทานาคาช่วยให้ลดผด และลดสิวอยู่แล้ว แน่นอนเลยว่า ไม่แพ้ง่าย เหมาะกับทุกสภาพผิว เลยทีเดียวค่ะ
เนื้อแป้งจะเห็นได้ว่า บางเบา ละเอียดมากๆ เกลี่ยง่าย ไม่รู้สึกระคายเคืองใดๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ แต่กลิ่นไม่โชย ลอยขึ้นมา ต้องดมใกล้ๆจะพอมีกลิ่นหอมอยู่ค่ะ
"แป้งโทนชมพู" มีสารสกัดจากทับทิม
ซึ่งทับทิมมีคุณสมบัติที่ดีต่อผิวมากๆเช่นกัน เพราะทับทิมช่วยให้ผิวสว่างใสขึ้น สุขภาพดี อย่างธรรมชาติ เผยผิวให้อมชมพู เรียบเนียน สดใส ช่วยบำรุงผิว ลดจุดด่างดำ และเป็นเกราะป้องกันแสงแดดได้ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ใดๆ แน่นอน เหมาะกับทุกสภาพผิวหรือคนผิวแพ้ง่าย ก็ใช้ได้ไม่มีปัญหาใดๆ
ตัวเนื้อ"แป้งโทนชมพู" จะมีความพิเศษกว่าแป้งโทนเหลืองอยู่นิดนึง เพราะเค้ามีชิมเมอร์ผสมอยู่ด้วย ช่วยให้ผิวเปล่งประกายมากยิ่งขึ้น เวลาออกแดดหรือโดนแสง ตัวชิมเมอร์จะเล่นกับแสง ทำให้มีความ วิ้งวับ ออร่าพุ่งสุดๆ ชอบมาก ณ จุดจุดนี้ ใช้ทา ตบ ไปเที่ยวกลางคืนก็โดดเด่นไม่แพ้กันเลยค่ะ
แป้งโทนเหลือง + แป้งโทนชมพู ผสมเข้าด้วยกัน ทวีคูณข้อดีของกันและกัน ทำให้ผิวได้ผลลัพธ์ดียิ่งกว่า เพราะจะช่วยทั้งคุมมัน ปกป้องแสงแดด เปล่งประกายผิว ให้ออร่า อมชมพู อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งสองข้อดีของแป้งแต่ละตัวจะมาร่วมตัวกัน เกื้อหนุนให้ผิวดีตลอดทั้งวัน เนื้อแป้งก็เหมาะกับทุกเฉดสีผิวของเราด้วย
จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เนื้อแป้งทั้งสอง พอได้ผสมเข้าด้วยกันจะมีความผ่องใส เปล่งประกาย มากกว่า สีแป้งจะออกชมพูติดเหลืองหน่อยๆ ทำให้ไม่ว่าจะผิวสีไหนก็ใช้ได้ไม่มีปัญหา หน้าลอย หน้าวอก แน่นอนจ้าา
มาถึงตอน การลองลงแป้งบนใบหน้าจริงๆกันแล้วนะค่ะ ว่าประสิทธิภาพของแป้งจะมีประติกิริยากับผิวหน้าคนเรา อย่างไรกันบ้าง ตอนนี้คือหน้าสดๆ ที่แท้ทรูของเกดเลยนะค่ะ เดี๋ยวไปดูกันต่อเลยยยยยยย
เกดจะทดสอบแป้งว่า....
ถ้าใช้คู่กับรองพื้นจะเป็นเช่นไร? และถ้าไม่ใช้คู่รองพื้นแต่ลงหน้าสดๆเลยจะเป็นเช่นไร?เกดแบ่งคนละครึ่งหน้าในการทกดสอบ โดยส่วนตัวเกดเป็นคุณแม่ลูกอ่อน เวลาส่วนมากก็จะอยู่บ้านเลี้ยงลูก นานๆทีก็จะมีออกไปข้างนอกบ้าง เลยอยากทดสอบว่า ทาโบ๊ะๆ ตบๆอยู่บ้านจะเป็นอย่างไร และเมื่อออกจากบ้าน ใช้คู่กับรองพื้นแบบซองธรรมดาจะเป็นเช่นไร รอดไหม เป็นอย่างไร ไปดูกันค่ะ
เกดเลือกใช้แป้งโทนเหลือง ผสม แป้งโทนชมพู เพราะใช้คู่กันจะดีมากๆ ตามที่ข้างกล่องได้บอกไว้นะค่ะ ลงแป้งกันเลย ตอนนี้ลงแป้งฝั่งรองพื้นอยู่นะค่ะ เดี๋ยวไปดูผลลัพธ์ว่าแป้งจะเข้ากับผิวที่ลงรองพื้นเป็นเช่นไร และแป้งจะเข้ากับผิวสดๆเป็นเช่นไรนะค่ะ
แท่นแท้นแท๊นนนนนน......มาแล้ววว
ลงแป้งครบทั้งสองฝั่งเรียบร้อย จะเห็นได้ว่าฝั่งที่ลงรองพื้นจะเรียบเนียน ผ่องใส สว่างอมชมพูติดเหลืองหน่อยๆ อย่างเป็นธรรมชาติ และฝั่งที่ลงแป้งอย่างเดียง จะมีความงานผิว สุขภาพดี ไม่มีวอก ไม่มีลอย ผิวเรียบเนียนในระดับนึงเลย โดยร่วมแล้วคือดี เข้ากันได้กับทั้งสองฝั่งไม่ขัดแย้งกัน ไม่มีที่จะติเลยค่ะ
ต่อมาเกดจะทดสอบประสิทธิภาพของแป้งว่า ถ้าอยู่บนผิวหน้านานๆแล้วจะมีประติกิริยาอย่างไร กับทั้งสองฝั่งบ้าง แตกต่างอย่างไรบ้าง มีะไรเปลี่ยนไปบ้าง เกิดอะไรขึ้นบ้าง เกดจะอยู่แบบนี้ในบ้าน ทำกิจกรรมเลี้ยงลูก ทำกับข้าวปกติแล้ว ตกกลางคืนเราจะมาดูผลลัพธ์กันนะค่ะ

ผ่านไป 10 ชั่วโมงแล้วจ้าาาาา มาดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างงงงง ต้องบอกเลยว่า วันนี้อากาศค่อนข้างเย็นสบาย ทำให้ผิวไม่ค่อยมีความมันเกิดขึ้นเท่าไร แต่ด้วยการทำอาหารอยู่หน้าเตาก็ย่อมต้องมีความมันระเหยมาเกราะติดอยู่บ้างนิดหน่อย และทั้งวันตั้งแต่เที่ยง เกดก็ไม่ได้มีการเติมแป้งใดๆลงไป ผลลัพธ์ก็จะเป็นดังภาพที่เห็น...
ฝั่งรองพื้น+แป้ง จะยังคงปกปิดเรียบเนียบอยู่ ไม่เปลี่ยนสีใดๆของรองพื้น แป้งยังคงมีติดอยู่ อาจมีหลุดไปบ้างนิดหน่อย มีความมันเกิดขึ้นเล็กน้อย ไม่มาก แต่โดยร่วมหน้าก็ยังสวยอยู่ค่ะ
ฝั่งแป้งอย่างเดียว จะมีความธรรมชาติ งานผิวจริงๆ แป้งยังมีติดอยู่แต่ก็มีหลุดไปเยอะ แต่ก็ไม่ทำให้ผิวดูหมองคล้ำลง หน้ายังคงเรียบเนียน ในระดับนึงอยู่ ไม่ถือว่าดูแย่ เพราะไม่ได้เติมระหว่างวันเลย โดยร่วมก็ยังประทับใจอยู่ค่ะ

ซูมใกล้ๆชัดๆไปเลยจ้าาา เกดเป็นคนผิวผสม จะมีความมันช่วงทีโซน คือ ปีกจมูก รอบจมูก ตรงคราง และหน้าผาก โดยความมันที่เกิดขึ้น เต็ม 100% เกดสัมผัสได้ว่า มีความมัน 30% เท่านั้น ถือว่าคุมมันได้มากเลยทีเดียว ทั้งๆที่ไม่เติมแป้งระหว่างวันเลยสรุปได่ว่า...มีความคุมมันจริงๆ และทำให้ผิวผ่องใส ไม่ทำให้ผิวหมองคล้ำหรือดรอปลงค่ะ

มาถึงสุดท้ายแล้ว เกดขอสรุปว่า เกดชื่นชอบ ในตัวแป้งฝุ่น De Leaf Thanaka DUO×2 Translucent Loose Powder เพราะผิวเกดตอบสนองกับแป้งได้ดีมากๆ เกดพึงพอใจในผลลัพธ์ที่ได้กับทั้งสองฝั่ง ไม่ว่าจะลงรองพื้นหรือหน้าสด ก็หน้าประทับใจทั้งคู่ หากเกดอยู่บ้านเลี้ยงลูกก็ใช้ลงสดๆเลย ก็เอาอยู่ในความคุมมัน ผิวหน้าก็สวยเรียบเนียน ธรรมชาติได้ ไม่หนักหน้าใดๆ หากวันไหนออกเที่ยวหรือทำธุระ ก็ลงแป้งกับรองพื้นใดก็ได้ ก็เรียบเนียบ คุมมัน ผิวผ่องใส เปล่งประกาย ออร่าได้อย่างเป็นธรรมชาติเช่นกัน สำหรับเกด คือ รอดทั้งสองลุค เลยค่ะ
ราคาของ แป้งฝุ่น De Leaf Thanaka DUO×2 Translucent Loose Powder
อยู่ที่ราคาเพียง 270 บาท เท่านั้น
สามารถหาซื้อตามได้แล้วที่ วัตสัน , ท็อปส์ , Eve&Boy, บิวเทรี่ยม , สตาร์ดัส , ร้านเครื่องสำอางค์ชั้นนำทั่วไป หรือ Konvy นะคะ
และสุดท้ายนี้เกดหวังว่าเพื่อนๆจะได้รับประโยชน์และสาระในรีวิวครั้งนี้ของเกดนะค่ะ ขอบคุณค่ะ