Smart Beauty รีวิวดีบอกต่อ
search
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
จัดอันดับ
ผลิตภัณฑ์
แบรนด์
กิจกรรม
บิวตี้เทรนด์
เว็บบอร์ด
รีดีม
ของรางวัล
หน้าแรก
CLINIQUE
Fresh Pressed™ Repair Clinical MD Multi-Dimensional Age Transformer Duo
รีวิวทั้งหมด
รีวิวโดย itosky
รีวิว
CLINIQUE Fresh Pressed™ Repair Clinical MD Multi-Dimensional Age Transformer Duo
โดย itosky
อันดับ
CLINIQUE
Fresh Pressed™ Repair Clinical MD Multi-Dimensional Age Transformer Duo
face cream
ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์
itosky
October 29, 2019
ช่วงอายุ
: 40 ขึ้นไป
ผิวหน้า
: ผิวผสม
.. และแล้ว Clinique ก็เข้ามาช่วยกอบกู้ผิวหน้าของเราอีกครั้ง! ไม่รู้ว่าเป็นเหตุบังเอิญหรือเพราะว่าเวลาที่ผิวเราพังแล้วเราจะนึกถึง Clinique ทุกทีก็ไม่รู้นะคะ แหะแหะ ช่วงก่อนหน้านี้ได้ Clinique ID มาช่วยในช่วงที่เราแทบไม่บำรุงเลย เพราะเหนื่อยมาก ๆ จนไม่มีอารมณ์จะทาอะไร แต่พอได้เจอน้องปุ๊บหน้าก็ฟื้นคืนสภาพอย่างรวดเร็ว เริ่ดมากจริง ๆ ไอเท็มนี้เราคอนเฟิร์ม ตอนนี้มีสองสีแล้วด้วยค่า (และคาดว่าจะตามมาครบทุกสีแน่นอน) ส่วนช่วงนี้หน้าเราไม่ได้ขาดการบำรุงอะไร แต่ปั่นงานหนักจนกินหนักตามไปด้วย โอ๊ย ผลคือหน้าบวมมากค่า T.T เพราะเราเป็นคนกินรสจัด กินดึกอีกด้วยเพราะถนัดทำงานตอนกลางคืนตื่นเย็นนอนเช้า เอ้า เรียงลำดับถูกมั้ยเนี่ย >< ยิ่งถ้าใครอายุ 30+ ต้องเข้าใจแน่นอนว่าปกติผิวตรงบริเวณแก้มจะบวมและเหนียงจะหย่อนคล้อยง่ายมากหากไม่เลือกสรรให้ดี ๆ ทั้งเรื่องอาหารและสกินแคร์ และหากใครยังอายุไม่ถึง 30 ก็อาจจะไม่เข้าใจว่าหน้าตึงกระชับมันดีกว่าหน้าขาวกระจ่างใสยังไง .. ใช่ค่ะ พี่ก็เคยผ่านจุดนั้นมาแล้วค่า (ปาดน้ำตา) พอ Clinique มีสกินแคร์ตัวใหม่ออกมาชื่อ Clinique Fresh Pressed Repair Clinical MD เราก็ตื่นเต้นมากเช่นเคยตามประสาสาวเลขสามผู้สนุกและมีความสุขกับการทาสกินแคร์มากกว่าการเข้าคลินิกความงามใด ๆ คุณน้องรุ่นนี้ตอบโจทย์เรามาก ๆ เพราะออกมาทีเดียวสองสูตร สูตรแรกคือ Revolumize (กระปุกสีม่วงเข้ม) ที่ช่วยเรื่องการเติมเต็มให้กับผิว และอีกสูตรคือ Resculpt (กระปุกสีม่วงอ่อน) ที่ช่วยยกกระชับใบหน้า ซึ่งคุณน้องเคลมแรงมากว่าจะออกฤทธิ์คล้ายกับการทำโบท็อกซ์! คุณพี่เลยหูผึ่ง ตาเบิกโพลง และกระหยิ่มทันที นั่นไง! นี่มันครีมสำหรับชั้นหนิ! ว่าแล้วก็พุ่งไปเคาน์เตอร์เช่นเคยค่ะ ตอนแรกไปรับมาแบบซอง ก็เป็นท้อเล็กน้อย 55 แบบว่ามันจะพอให้เห็นผลรึ? นี่ก็ไม่อยากตัดสินใครง่าย ๆ เลยเก็บไว้ก่อน เผื่อมีโปรอะไรดี ๆ ค่อยซื้อมาลองแบบนาน ๆ ให้เห็นผลจริง แต่ทาง cosmenet ใจดีกับสาวรุ่นเฟี้ยวอย่างเรา แจกแซมเปิ้ลแบบหลอดละ 7ml สำหรับทั้งสองสูตร เราเลยได้โอกาสลองทันที ไหน ๆ หน้าก็บวมและฮอยขนาดนี้ กำลังกายก็ไม่ได้ออกมานานแล้ว หยุดกินก็ไม่ได้อีก หมดตัวช่วยทุกอย่าง อย่ารีรอ ไปค่ะ!เนื้อครีมของทั้งสองสูตรนี้มีสีต่างกัน หากคุณซื้อแบบ DUO ที่มีมาพร้อมกันทั้งสองสูตรก็สังเกตความแตกต่างได้ไม่ยากค่ะ นอกจากนี้เนื้อสัมผัสยังต่างกันอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย แต่ถ้าใครชอบสูตรไหนเป็นพิเศษก็สามารถซื้อสูตรนั้นแยกได้เลย ส่วนเราขอเกริ่นไว้ก่อนตรงนี้เลยว่าพอได้ลองใช้แล้ว วันต่อมาเราพุ่งไปเคาน์เตอร์ทันทีเพื่อจะซื้อสูตร Resculpt ค่าา (คืออยู่ ๆ ก็มีโนทิฯ โปรโมชั่นเด้งขึ้นมาว่าแต้ม The One กับบัตรเครดิตลด 25%! อีกต่างหาก อะไรมันจะลงตัวขนาดนี้! แต่สุดท้ายดันไปไม่ทันห้างปิด ไว้เจอกันใหม่ช่องทางอื่นนะคะคุณน้อง พี่สัญญา ก็บอกแล้วว่านอนเช้า ตื่นเย็นเนอะ T.T เสียดายโปรมาก ฮืออ)1. ขอเริ่มที่สูตร Revolumize ก่อน สูตรนี้เคลมว่าช่วยเติมความชุ่มชื้น เพิ่มวอลุ่มให้ผิวฟู โดยเฉพาะส่วนที่มีริ้วรอยหรือร่องลึกอย่างร่องแก้มหรือหน้าผาก เนื้อครีมออกม่วงพาสเทสสีสวยเหมือนทุ่งลาเวนเดอร์ กลิ่น .. ทำไมเหมือนโกโก้ก็ไม่รู้ สงสัยจะหิว ฮือ ๆ ส่วนเนื้อสัมผัสจะหนืด ๆ นิดนึง รู้สึกว่าทายากไปนิดดดด แต่เราแก้ปัญหาด้วยการวอร์มครีมที่ฝ่ามือแล้วประกบลงบนหน้า แล้วเอาอุ้งมือกดและปาด ๆ ขึ้นไปด้านบน ซึ่งเป็นวิธีที่เราใช้ตามปกติอยู่แล้ว โดยเราจะเน้นช่วงหน้าผาก ร่องแก้ม หน้าแก้ม และเหนือแก้มขึ้นไปทางใต้ตา เพราะบริเวณนั้นก็มีร่องลึกตามสไตล์คนนอนน้อย ไม่ว่าอายครีมใด ๆ ก็คงช่วยไม่ได้ถ้านอนวันละ 3 ชั่วโมง T.T ได้แต่ประคองไป แต่เราก็มีความหวังกับน้องคนนี้นะคะ ลองทาไปหนึ่งสัปดาห์กว่า ๆ รู้สึกว่าบริเวณที่ทามันดูเต่ง ๆ ฟู ๆ อิ่มน้ำขึ้นจริง ๆ สังเกตดี ๆ ร่องแก้มกับร่องลึกใต้ตาตื้นเล็กน้อย เราใช้แทนมอยส์เจอไรเซอร์ไปเลย เพราะรู้สึกว่าเนื้อหนักแล้ว ซึ่งเพียงพอสำหรับการนอนห้องแอร์ ตื่นมาหน้าไม่มันเยิ้ม (ชอบ Clinique ก็ตรงนี้!) และการใช้สูตร Resculpt ทาบริเวณร่องลึกใต้ตาไม่ได้ทำให้เราแสบตาแต่อย่างใด แต่ยังไงผิวหน้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต้องลองดูด้วยตัวเองนะคะ2. สูตร Resculpt! (จะตกใจทำไม ><!) อ่า .. ก็คือตื่นเต้นเพราะอย่างที่บอกว่าประทับใจมากจนต้องพุ่งตัว 55 สูตรนี้เป็นเนื้อเจลสีขาว บางเบามากกก นี่ชอบมากกกก เดี๋ยวนี้อินกับสกินแคร์ที่เป็นเนื้อเจล น้องคนนี้เลยได้คะแนนไปเป็นพิเศษ ยิ่งไม่มีกลิ่นและซึมเร็วนี่ได้ใจไปเลยค่า เราจะทาน้องคนนี้บริเวณกรอบหน้าและตรงเหนียงใต้คาง โดยใช้วิธีเดิมปาดให้ทั่วก่อนแล้วกด ๆๆๆ ยก ๆ ขึ้นไปค่ะ และถ้าครีมเหลือก็จะเอาลงมาทาคอและหน้าอกด้วย (แต่มันก็ไม่ค่อยเหลือเนอะ ครีมก็ซึมไว ซึมเก่งงง) ส่วนเรื่องผลลัพธ์ทุกคนคงสนใจว่าช่วยยกหน้าได้จริงมั้ย สำหรับเรานะคะ คือหน้าเรากระชับขึ้นจริง ๆ ตั้งแต่การใช้ครั้งแรก แต่เราตั้งใจใช้มากนะคะ เพราะตอนทาเราจะกด ๆๆๆ ครีมให้เข้าหน้า และเอาฝ่ามือพยายามยกผิวเราขึ้นไป ที่ทำแบบนี้เพราะเราเคยไปเวิร์คชอปที่นึงซึ่งเค้าสอนการนวดยกกระชับใบหน้า และผู้เชี่ยวชาญเค้าใช้วิธีนี้แล้วมันเห็นผลทันที ไม่น่าเชื่อเลย เค้าเอากระจกมาให้ดูข้างที่เค้าทำให้เราเทียบกับข้างที่ไม่ได้ทำ คือข้างที่ทำมันยกขึ้นไปจริง ๆ ค่า โห เราก็อะเมซิ่งในใจมาก คิดว่าจะเอากลับมาทำกับน้องครีมต่าง ๆ ที่บ้านจากนี้และตลอดไปแน่นอน 55 คือตอนนั้นเราคิดว่า เฮ้ย ครีมอะไรก็น่าจะทำได้รึเปล่า เราอยากทดลองด้วยตัวเองก่อน (คือครีมที่บ้านเยอะมากจริง ๆ มันต้องมีน้องสักคนที่ช่วยเราได้สิน่า) ซึ่งเท่าที่ลองมายังไม่มีครีมไหนที่ทำได้แบบวันนั้น (แต่เราก็ยังลองไม่หมดนะคะ พอดีมาลัดคิวให้น้อง Resculpt ก่อน ><) แต่ .. คุณน้อง Resculpt คนนี้ทำได้อ่ะเฮ้ยยย ดีใจมากมายยย เราคิดว่าเราถูกกับครีมตัวนี้และวิธีการทาแบบนี้ เราจึงไม่ลังเลที่จะใช้น้องต่อไปอย่างแน่นอน ส่วนบางวันเราลองทาสไตล์ขี้เกียจแบบปาด ๆ กด ๆ ธรรมดา ก็ยังพบว่าตื่นมาแล้วหน้าบวมน้อยลงเหมือนว่าตัวครีมไปช่วยสลายส่วนที่มันหย่อน ๆ ตรงบริเวณแก้มส่วนที่เป่งที่สุดของเราออกไปค่า ไม่รู้จะอธิบายยังไง 55 ถ้าใครประสบปัญหาหน้าบวมง่ายอย่างเราคงจะเข้าใจนะคะ เอาเป็นว่าซื้อต่อค่าสำหรับสูตรนี้!ขอสรุปเลยนะคะ เพราะเขียนมายาวมากทีเดียว T.T เราจะบรรจุน้อง Resculpt ไว้ใน Skincare Routine ของเรา โดยเฉพาะช่วงพักผ่อนไม่เพียงพอแบบนี้ และถ้าช่วงไหนเราค่อนข้าง healthy ชีวิตดี และหน้าไม่ได้เหนื่อยมากก็อาจจะพักการใช้ชั่วคราวค่ะ แต่ปกติเราก็แทบจะไม่ค่อยมีช่วง healthy เท่าไหร่ 55 และนี่ก็คือเหตุผลที่เราต้องทุ่มเทให้กับสกินแคร์ไง >< ส่วนน้อง Revolumize เราก็ประทับใจในระดับนึง น้องทำหน้าที่ได้ดีเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นจะซื้ออย่างไม่ลังเลเมื่อครีมหมด (แต่ไม่รู้ว่านั่นคือเมื่อไหร่ และยังตะหงิดกับการทาสกินแคร์กลิ่นโกโก้ มันหิวนะ T.T) ดังนั้น ต้องขอประกาศตรงนี้เลยว่าน้อง Resculpt ผู้ฝ่าด่านแซงคิวทุกคนขึ้นมาได้ชนะเลิศไปเลยยย ปรบมือให้น้องค่า !! ก่อนไปขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกอย่างว่าเรายังมีสิวฮอร์โมนขึ้นตามกรอบหน้าบ้าง และทั้งสองสูตรนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือทำให้สิวประทุเพิ่มมากขึ้นแต่อย่างใด และนี่เป็นอีกคุณสมบัติหนึ่งที่ทำให้เรารัก Clinique เพราะเราไม่ต้องกังวลเลยว่าเมื่อทดลองใช้อะไรใหม่ ๆ จาก Clinique แล้วจะแพ้เพิ่มมากขึ้นมั้ย ทาแล้วไม่มีเครียดล่วงหน้าค่ะ 55 เยิ้ฟยูนะ~หมายเหตุ : ขออภัยเรื่องสภาพแสงในรูปนะคะ ควบคุมได้ยากจริง ๆ สีผิวไม่ได้เปลี่ยนมากนะคะ มีกระจ่างขึ้นบ้างนิดหน่อยค่า
ใช้เป็นประจำ
กำลังใช้
กิจกรรม cosmenet.in.th
Send to
close
Facebook
Twitter
Line
คัดลอกลิงก์