Best of the Year 2025 สรุปบิวตี้ไอเท็ม สกินแคร์-เมคอัพตัวท็อปแห่งปี จากรีวิวผู้ใช้จริง
สาระน่ารู้

คอมบูชา คืออะไร? พร้อมแนะนำประโยชน์และข้อควรระวังในการดื่ม

13,800
6 ก.ย. 2566
คอมบูชา

          คอมบูชา (Kombucha) กลายเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่กำลังได้รับความสนใจมากที่สุดในตอนนี้ เพราะหลายคนเชื่อว่าเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ และมีประโยชน์มากกว่าชาธรรมดา แต่บางกระแสก็บอกว่าเป็นอันตรายต่อร่างกาย วันนี้ไม่ต้องเถียงกันแล้วค่าา เพราะ*Cosmenet จะพาทุกคนมาทำรู้จักกับ “คอมบูชา” ให้มากขึ้น พร้อมแนะนำประโยชน์และข้อควรระวังในการดื่มกัน


คอมบูชา คือ?


คอมบูชา คือ?

คอมบูชา (Kombucha) หรือชาหมักคอมบูชา คือน้ำชาหมักที่เกิดจากการนำน้ำชาดำหรือชาเขียว น้ำตาล จุลินทรีย์ และยีสต์ ไปหมักรวมกันอย่างน้อย 7-14 วัน จนกลายเป็นเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรด เมื่อดื่มจะให้ความรู้สึกซ่า มีรสเปรี้ยวนำ หวานเล็กน้อย มีกลิ่นและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ โดยเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปีเลยทีเดียว!


6 ประโยชน์ของคอมบูชา


1. ดีต่อระบบย่อยอาหาร


ดีต่อระบบย่อยอาหาร

คอมบูชา (Kombucha) เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยโพรไบโอติกส์ หรือแบคทีเรียดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะระบบย่อยอาหาร เพราะโพรไบโอติกส์ช่วยรักษาสมดุลในระบบย่อยอาหารและจุลินทรีย์ในร่างกายที่เสียไป พร้อมกระตุ้นการย่อยอาหารด้วยการสร้างเอนไซม์หลายชนิด อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาท้องผูก และรักษาโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ


2. มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง


มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง

ชาหมักคอมบูชาที่หมักจากชาเขียวจะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด มีส่วนช่วยปกป้องความเสียหายของเซลล์ที่เกิดขึ้นจากสารอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอย และปัญหาผิวเสื่อมสภาพ เพราะฉะนั้นการดื่มคอมบูชาเป็นประจำก็จะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย และความหย่อนคล้อยก่อนวัยได้นั่นเองค่าา


3. ช่วยกำจัดแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย


ช่วยกำจัดแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

สำหรับคอมบูชาเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีกรดแอซีติกหรือกรดน้ำส้มสายชูเป็นส่วนประกอบ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และยับยั้งการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้จุลินทรีย์ชนิดดีลดน้อยลงตามไปด้วยนะคะ เพราะเค้าจะส่งผลต่อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเท่านั้น


4. ช่วยลดน้ำหนัก


ช่วยลดน้ำหนัก

นอกจากกรดแอซีติกหรือกรดน้ำส้มสายชูที่มีอยู่ในคอมบูชาจะช่วยกำจัดแบคทีเรียแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักด้วยน้าา เท่านั้นยังไม่พอนะคะ เพราะตัวชาที่นำมาหมักก็มีประโยนช์ไม่แพ้กัน อย่างสารในชาดำจะช่วยลดน้ำตาลในเลือด และชาเขียวจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเผาผลาญมากขึ้น ทำให้การลดน้ำหนักได้ผลดีและมีประสิทธิภาพ


5. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด


ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

การดื่มคอมบูชาจากชาเขียวเป็นประจำไม่เพียงแค่ช่วยเผาผลาญไขมันเท่านั้น แต่ยังช่วยลดไขมันเลวในเลือด พร้อมยับยั้งการสะสมของไขมันและคอเลสเตอรอลส่วนเกิน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด


6. ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง


ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง

มีการวิจับพบว่าสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดที่อยู่ในชา ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักของชาหมักคอมบูชา อาจมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง และยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยล้างพิษในตับ ทำให้ตับเร่งการขับสารพิษตกค้างในร่างกายและชะล้างสารก่อมะเร็งได้ดียิ่งขึ้นด้วยค่ะ


คอมบูชา ควรดื่มตอนไหน?


คอมบูชา ควรดื่มตอนไหน?

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดื่มคอมบูชาคือ ตอนท้องว่าง ก่อนมื้ออาหาร หรือหลังอาหารประมาณ 30 นาที เพื่อป้องกันไม่ให้มีน้ำย่อยหรือกรดต่าง ๆ มาทำลายจุลินทรีย์ชนิดดีในคอมบูชา และที่สำคัญไม่ควรดื่มคอมบูชาเกินวันละ 100-150 มิลลิลิตร เพราะอาจจะส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหารและตับได้ค่ะ


ข้อควรระวังในการดื่มคอมบูชา


ข้อควรระวังในการดื่มคอมบูชา

  • หลีกเลี่ยงการดื่มคอมบูชาที่หมักไว้นานจนเกินไป เพราะยีสต์จะย่อยสลายน้ำตาลในชาจนเปลี่ยนเป็นแอลกอฮอล์ แถมยังมีรสเปรี้ยวจนไม่สามารถดื่มได้
  • ในกรณีที่กระบวนการหมักไม่สะอาดอาจจะทำให้เสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียและจุลินทรีย์ต่าง ๆ ที่อันตราย นอกจากนี้การเลือกใช้ภาชนะบรรจุที่ไม่เหมาะสม เช่น ภาชนะเหล็กหรือเซรามิกเคลือบ อาจทำปฏิกิริยากับกรดและปล่อยสารพิษออกมา ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้เช่นกัน
  • สำหรับ ผู้ที่มีความไวต่อคาเฟอีน แนะนำให้งดดื่มคอมบูชาในช่วงหลังบ่ายโมงเป็นต้นไป เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับได้
  • คุณแม่ตั้งครรภ์ และเด็กอายุต่ำว่า 4 ปี ไม่ควรดื่มคอมบูชา

          อย่างที่รู้กันดีค่ะว่าอะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดี เช่นเดียวกับการดื่มชาหมักคอมบูชา หากดื่มเยอะจนเกินไปก็อาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ เพราะฉะนั้นควรบริโภคแต่พอดี ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สดุและปลอดภัยต่อร่างกายของเรานั่นเองค่ะ


What's new
10 โฟมล้างหน้าลดสิว ยี่ห้อไหนดี 2026 ลดหน้ามัน ผิวหน้าสะอาดใสไร้สิวอุดตันรีวิวเจาะลึกครีมแต้มสิว TOMEI Anti Acne Cream Plus จากผู้ใช้จริง 413 รีวิว ลดสิวอักเสบ สิวยุบไว ผิวแพ้ง่ายใช้ได้รีวิวครีมจับลอน Belonné ตัวดัง! จัดทรงง่าย ลอนคมชัดนานตลอดวันGUERLAIN ต้อนรับศักราชใหม่ของปี 2026 ถ่ายทอดเสน่ห์ของเดนิมผ่านความงามร่วมสมัยPDRN คืออะไร? เจาะลึกส่วนผสมสุดฮิต ทำไมปี 2026 ถึงขึ้นแท่นลูกรักของวงการสกินแคร์9 ครีมลดเลือนรอยแผลเป็น ดูแลรอยแผลหลังผ่าตัด แผลผ่าคลอด แผลศัลยกรรม ให้ดูจางลง ผิวฟื้นตัวดูเรียบเนียน14 ครีมลดรอยสิว เห็นผลไวใน 2 วีค! ประจำปี 2026ดูดวงความรัก การงาน การเรียน การเงิน ระหว่าง 1 - 7 ก.พ. 69 (ทุกราศี) แนะนำ 5 ทรงผมหน้าร้อน พร้อมวิธีดูแลเส้นผมช่วงซัมเมอร์!ชวนสาว ๆ มาเป็น Beauty Tester ร่วมรีวิวและทดลองใช้สกินแคร์ เมคอัพแบรนด์ดังฟรี !!
COMMENTS
6 ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 6
ขอบคุณค่ะ
17 ก.ค. 2568 เวลา 19:22 น.
ความคิดเห็นที่ 5
ขอบคุณค่ะ
17 ก.ค. 2568 เวลา 16:27 น.
ความคิดเห็นที่ 4
ขอบคุณค่ะ
12 ม.ค. 2568 เวลา 18:46 น.
ความคิดเห็นที่ 3
ความรู้ใหม่เลยค่ะ ขอบคุณนะคะ
18 ต.ค. 2567 เวลา 13:14 น.
ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณข้อมูลดีๆนะคะ🧡💙💜❤️💛
7 ก.ย. 2566 เวลา 9:38 น.
ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณค่ะ
7 ก.ย. 2566 เวลา 8:33 น.