เทียบครีมกันแดด MizuMi 5 สูตรแต่ละสีต่างกันยังไง เลือกตัวไหนให้เหมาะกับผิว!

navigate_beforeย้อนกลับ

0 

MEDIHEAL Masking Layering Ampoule | มิติใหม่แห่งการมาส์กหน้า

MEDIHEAL Masking Layering Ampoule | มิติใหม่แห่งการมาส์กหน้า

MEDIHEAL Masking Layering Ampoule

ถ้าพูดถึงการมาส์กหน้าแล้วหละก็ หลายคนก็คงนึกถึงผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ Sheet Mask หรือแผ่นมาส์กหน้าที่ดีไซน์ให้พอดีกับใบหน้า มาส์กเสร็จแล้วก็ลอกออก แต่ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีการผลิต รวมถึงการตลาดมากมาย ทำให้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้ามาให้เราได้ลองเยอะขึ้น 

 

ไม่เว้นแม้กระทั้ง มาส์กหน้าเกาหลี ในรูปแบบแอมพูลอย่าง MEDIHEAL Masking Layering Ampoule ที่ส่งตรงมาจากแดนกิมจิ ซึ่งเราก็ได้มาลองด้วยกันถึง 3 โดยแต่ละสูตรนั้นก็จะเน้นฟื้นฟู และแก้ไขปัญหาผิวที่แตกต่างกันไป แต่ในครั้งนี้ด้วยความที่เรากำลังเผชิญปัญหาผิวแห้งลอก จึงขอหยิบ MEDIHEAL Masking Layering Ampoule สูตร Hydra Shot ขึ้นมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ชมเป็นหลัก เอาเป็นว่าอย่างรอช้าไปชมพร้อมๆ กันเลยฮะ...

 

MEDIHEAL Masking Layering Ampoule สูตร Hydra Shot

MEDIHEAL Masking Layering Ampoule สูตร Hydra Shot

ครั้งแรกกับนวัตกรรมแอมพูลมาสก์เข้มข้นประสิทธฺภาพสูงสุด ด้วยนวัตกรรมมาสก์ 3 เลเยอร์ ช่วยสร้างเกราะปกป้องผิว ฟื้นฟูผิวแห้งกร้านขาดน้ำ ให้กลับมาอิ่มฟู เปล่างปลั่ง กระจ่างใส เรียบเนียน อุดมไปด้วย Grapefruit Extract 64% ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส 4 Free ปราศจาก พาราเบน น้ำหอม น้ำมันแร่ และสี

 

Texture / Scent / Packaging

MEDIHEAL Masking Layering Ampoule สูตร Hydra Shot

  • Texture : เนื้อสัมผัสในรูปแบบน้ำใสๆ ให้ความรู้สึกบางเบา สบายผิว ซึมเข้าผิวได้ไว้กว่าที่คิด แถมยังไม่ทิ้งความเหนอะหนะเอาไว้บนผิว
  • Scent : เนื่องจากทางแบรนด์ไม่ใส่น้ำหอม จึงหมดความกังวลในเรื่องอาการระคายเคืองที่อาจเกิดจาก Fragrance Component ได้

MEDIHEAL Masking Layering Ampoule สูตร Hydra Shot

  • Packaging : บรรจุภัณฑ์ค่อนข้างแปลกตาซักเล็กน้อย เพราะมาในหลอดพลาสติกแข็ง บริเวณรูปล่อยผลิตภัณฑ์ค่อนข้างเล็ก ทำให้ควบคุมปริมาณผลิตภัณฑ์ได้ง่าย เราแนะนำว่าก่อนใช้ให้เขย่าซัก 3-5 ครั้ง เพื่อให้เทผลิตภัณฑ์ง่ายขึ้นฮะ

 

Key Ingredients

  • Citrus Paradisi (Grapefruit) Fruit Extract : ทางแบรนด์เคลมว่าใส่มาสูงถึง 64% ซึ่งเจ้า Grapefruit Extract นี้นอกจากจะช่วยให้ความชุ่มชื้นในชั้นผิวได้ดีแล้ว ยังอุดมไปด้วยสาร antioxidant ที่ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้ดีอีกด้วย

 

  • Lactoglobulin : เป็นโปรตีนในน้ำนมซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านความเสื่อมของเซลล์ ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่สึกหรอได้เป็นอย่างดี ฟื้นฟูเซลล์ผิวที่แห้งและหยาบกร้าน ผิวที่ขาดความชุ่มชื้นอย่างหนักได้

  • Tremella Fuciformis (Mushroom) Extract : คอลลาเจนสกัดจากเห็ดหูหนูขาวมีไกลโคโปรตีน(Glycoprotein) ที่เป็นส่วนประกอบคล้ายกับคอลลาเจนที่ได้จากสัตว์ แต่มีขนาดโมเลกุลที่เล็กกว่า จึงสามารถผ่านเข้าสู่ผิวได้ดีกว่าคอลลาเจนที่ได้จากสัตว์ มีประสิทธิภาพในการลดการทำงานของเอนไซม์ MMP-1 ที่ทำให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่น และเกิดริ้วรอยตามมา จึงทำให้ผิวของเราคงความยืดหยุ่น ป้องกันการเกิดริ้วรอยต่างๆได้

 

Let's Try...

MEDIHEAL Masking Layering Ampoule สูตร Hydra Shot

วิธีใช้เจ้า MEDIHEAL Masking Layering Ampoule สูตร Hydra Shot ก็ค่อนข้าง Simple โดยเราจะหยดผลิตภัณฑ์ลงบนใบหน้าประมาณ 3 หยด แล้วใช้นิ้วเกลี่ยเบาๆ ทั่วใบหน้า จากนั้นก็รอให้ตัว Ampoule ซึมเข้าสู่ผิว แล้วลงซ้ำจนครบ 3 รอบ ว่าแล้วเราก็ไปลองดูกันดีกว่าในในแต่ละรอบที่ทามาส์กหน้านั้นให้ผลลัพธ์อย่างไรกันบ้าง...

 

จะสังเกตุว่าในแต่ละครั้งที่เราลง MEDIHEAL Masking Layering Ampoule สูตร Hydra Shot เพิ่มเลเยอร์ลงไปความชุ่มชื้นในผิวก็เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แถมยังไม่ทิ้งความรู้สึกเหนอะผิวเลยแม้แต่น้อย แต่กลับให้ความชุ่มชื้นที่กำลังพอดี

 

MEDIHEAL Masking Layering Ampoule สูตร Hydra Shot

หากพิจารณาจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นร่วมกับ Ingredients ต่างๆ แล้วหละก็เรามองว่าสามารถใช่มาส์กหน้าทุกวันได้เลยหละครับ โดยในหนึ่งกล่องจะบรรจุไว้ทั้งหมด 3 แอมพลู ซึ่งปริมาณในแต่ละแอมพลูนั้นจะใช้ได้ประมาณ 1 สัปดาห์(เมื่อมาส์กสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง) แต่ทั้งนี้ทางแบรนด์แจ้งมาว่า "เมื่อใช้ครบ 3 สัปดาห์ ควรหยุดพักผิว 1 สัปดาห์"

 

MEDIHEAL Masking Layering Ampoule สูตร Hydra Shot

ซึ่งเรามองว่าในจุดนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว การจัดสรรค์ Skincare Routine และ Life Style ของแต่ละท่านมากกว่า เพราะสำหรับ MEDIHEAL Masking Layering Ampoule สูตร Hydra Shot นั้นเน้นในเรื่องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ลดความแห้งกร้านบนผิว และช่วยต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้นจากความรู้ที่เรามีนั้นสามารถใช้ได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ส่วนอีก 2 สูตรได้แก่

  • สูตร Exceltoning Shot จะเน้นฟื้นฟูผิวจากจุดด่างดำ ความหมองคล้ำ สร้างสมดุลผิวให้แข็งแรง สุขภาพดี ด้วยสารสำคัญอย่าง Sage Leaf Extract 74%, กรดซิตริก, สารสกัดจากทีทรี, มาเดคาสโซไซด์และสารสกัดจากใบบัวบก
  • สูตร Poreminor Shot ที่ใส่ Wild Geranium Extract มาถึง 70% ตามด้วยสารอัลลันโทอิน, สารทรีฮาโลส, วิตามิน B5 เน้นในเรื่องดูแลผิวให้เนียนกระชับ ลดความมันส่วนเกิน กระชับรูขุมขน

เอาเป็นว่าใครที่มีสภาพผิว หรือปัญหาผิวแบบไหนก็ไปลองเลือกใช้ให้เหมาะกับปัญหาผิวของตัวเองดูนะครับ ส่วนในแง่ของความถี่ในการใช้ เราอยากให้สังเกตุจากผิวตัวเองเป็นหลักครับ นอกจากนี้ในเรื่องของอาการแพ้ ระคายเคือง เราไม่สามารถคาดเดาได้ดังนั้นเราแนะนำว่าก่อนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกครั้ง ควรทดสอบอาการแพ้ที่บริเวณท้องแขน/ลำคอ ก่อนใช้บนใบหน้าทุกครั้งนะครับ

3 ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
Thanks
July 19, 2020
ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณค่ะ
July 19, 2020
ความคิดเห็นที่ 3
ขอบคุณค่ะ
July 20, 2020
What's new
รีวิวเจาะลึก La Roche Posay Anthelios Uvmune 400 Invisible Fluid SPF50+ จาก 229 เสียงของผู้ใช้จริง!12 ครีมกันแดดหน้าไม่มัน ซึมเร็ว แห้งไว ไม่เยิ้มระหว่างวันรีวิวเจาะลึกครีมแต้มสิว TOMEI Anti Acne Cream Plus จากผู้ใช้จริง 413 รีวิว ลดสิวอักเสบ สิวยุบไว ผิวแพ้ง่ายใช้ได้GUERLAIN ต้อนรับศักราชใหม่ของปี 2026 ถ่ายทอดเสน่ห์ของเดนิมผ่านความงามร่วมสมัยEctoin (เอ็กโตอิน) คืออะไร? ทำไมถึงถูกยกให้เป็นส่วนผสม กู้ผิวขาดน้ำ มีแบรนด์ไหนบ้าง ที่ควรลอง?10 สกินแคร์ลดสิว ยี่ห้อไหนดี จบวงจรสิวซ้ำซากรวมดาวเด่น! 10 เจลล้างหน้าลดสิว ยี่ห้อไหนดี 2026ดูดวงความรัก การงาน การเรียน การเงิน ระหว่าง 15 - 21 มี.ค. 69 (ทุกราศี)ปักหมุดมู 8 สถานที่ขอพรความรักรอบกรุง คนโสดปีนี้ต้องไม่เหงาแล้ว!ชวนสาว ๆ มาเป็น Beauty Tester ร่วมรีวิวและทดลองใช้สกินแคร์ เมคอัพแบรนด์ดังฟรี !!