เทียบครีมกันแดด MizuMi 5 สูตรแต่ละสีต่างกันยังไง เลือกตัวไหนให้เหมาะกับผิว!

navigate_beforeย้อนกลับ

0 

อีกขั้นของการดูแลผิวด้วย Medical Grade Skincare จากแบรนด์ "mesoestetic"

อีกขั้นของการดูแลผิวด้วย Medical Grade Skincare จากแบรนด์ "mesoestetic"

 

mesoestetic

เราเองเป็นหนึ่งในคนที่ชื่นชอบ Skincare เป็นชีวิตจิตใจ และได้ลองสกินแคร์มาค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Drugstore ไปจนถึง Counter Brand แต่เพิ่งไม่นานมานี้ที่เราได้ขยับไปลองสกินแคร์ที่เป็นกลุ่ม Medical Grade ซึ่งต้องบอกตามตรงว่าทั้งแปลกใหม่ น่าสนใจ และทรงประสิทธิภาพ ซึ่งแบรนด์ที่เรากำลังอินในช่วงนี้นั่นคือ "mesoestetic" ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ถูกผลิตและจัดจำหน่ายโดยบริษัท mesoestetic Pharma Group ประเทศสเปน ที่มีชื่อเสียงระดับสากล ก่อตั้งขึ้นในปี 1984

 

จากที่เราเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมพบว่าทาง mesoestetic มีความเชี่ยวชาญทางด้านการพัฒนา การผลิตเกี่ยวกับเวชสำอางยา การรักษาทางการแพทย์ด้านความงาม อุปกรณ์ทางการแพทย์ อาหารเสริม และยังเป็นผู้นำในด้านการแพทย์ชะลอวัย ที่มีความน่าเชื่อถือค่อนข้างสูงประกอบกับเทคโนโลยีทางการผลิตที่มีประสิทธิภาพและ ได้มาตรฐานทางเภสัชกรรมที่เข้มงวดที่สุด โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี

 

พอเราได้เห็นแบบนี้แล้วทำให้เรายิ่งสนใจและอยากลองใช้ผลิตภัณฑ์ของเค้ามากขึ้นไปอีก โดยผลิตภัณฑ์กลุ่มแรกที่เคยลองเล่น คือ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Ampoule และ Mask ที่เป็นการเปิดโลกการใช้ Skincare ของเราไปอีก 1 Step เลยทีเดียว สุดท้ายเลยงอกไอเทมออกมาอย่างต่อเนื่องรัวๆ และวันนี้หลังจากที่ได้ลองใช้ 3 ไอเทมนี้อย่างต่อเนื่องมาเกือบ 2 เดือน เราเลยขอหยิบมาเล่าความรู้สึก และประสบการณ์หลังการใช้ให้เพื่อนๆ ได้ชมกันฮะ....

 

mesoestetic purifying mousse (150ml./1,590.-)

mesoestetic purifying mousse

ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าในรูปแบบเนื้อมูส ด้วยสูตรเฉพาะที่นอกจากจะมีสารสำคัญที่สามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียแล้ว ยังจะสามารถชำระล้างสิ่งสกปรกหรือเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึกและมีประสิทธิภาพ หลังจากใช้จะรู้สึกว่าผิวนุ่มแลดูมีสุขภาพ นอกจากนี้ ด้วยความเป็นด่างอ่อนๆ นั้น จึงเหมาะกับสภาพผิวมันหรือผิวที่เป็นสิวง่ายแล้ว รวมทั้งยังสามารถใช้ได้กับผิวทั่วไปได้ด้วย

 

Texture / Scent / Packaging

mesoestetic purifying mousse

  • Texture : จากภาพเพื่อนๆ น่าจะเห็นว่าเนื่อมูสที่ปั๊มออกมานั้นไม่ได้ถึงกับแน่นมาก แต่ที่น่าประหลากใจ คือ ความสมูทเมื่อนวดลงบนผิว ที่ทำออกมาได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ
  • Scent : กลิ่นและความรู้สึกของมูสขวดนี้ที่เด่นที่สุดคงจะเป็น "Menthol" ที่ให้ทั้งความรู้สึกสดชื่น และเย็นสบายผิว นับว่าเป็นการปลุกผิวให้ตื่น และคลายความเหนื่อยล้าได้ดีทีเดียว

mesoestetic purifying mousse

  • Packaging : มูสขวดนี้มาในบรรจุภัณฑ์แบบ Auto-Pump ที่ใช้งานง่าย สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องมานั่งตีฟองให้เมื่อยมือ ที่สำคัญคือการกด 1 ปั๊มก็ได้ปริมาณมูสที่เพียงพอสำหรับการทำความสะอาดทั่วใบหน้าแล้ว

 

Key Ingredients

  • Decyl Glucoside และ Cocamidopropyl Betaine : มูสขวดนี้เลือกใช้สารลดแรงตึงผิว (surfactant) อย่าง Decyl Glucoside และ Cocamidopropyl Betaine มาเป็นตัวทำความสะอาดหลัก ที่ทั้งอ่อนโยนต่อผิว ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย

  • Urea : สารให้ความชุ่มชื้นที่ผิวหนังสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ (NMF-Natural Moisturizing Factor) มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว นอกจากนี้ยังช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว สมานแผล สร้างเซลล์ใหม่ และปรับผิวให้อ่อนนุ่ม

  • Chlorhexidine Digluconate : มีฤทธิ์ในการทำลายเชื้อโรค ออกฤทธิ์เร็วปานกลาง โดยจะไปทำให้ผนังเซลล์ของเชื้อโรคเกิดการแตกตัว และตายลงในที่สุด

 

Let's Try...

mesoestetic purifying mousse

ด้วยความที่วันนี้เราไม่ได้ออกไปไหนดังนั้นเราจะทาแค่ Skincare และ Sunscreen ซึ่งก่อนจะล้างหน้าด้วย mesoestetic purifying mousse เราจะใช้ Makeup Remover ก่อน 1 ครั้งเคลียร์คราบกันแดดออกก่อน จากนั้นก็เริ่มล้างหน้าตามปกติ เราได้เก็บภาพก่อนและหลังล้างมาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันด้วย....

 

mesoestetic purifying mousse

จะสังเกตุว่าหลังล้างหน้าด้วย mesoestetic purifying mousse ความมันส่วนเกินถูกชะล้างออกไป ผิวโดยรวมดูกระจ่างใสขึ้น ซึ่งจุดนี้เราเข้าในว่าเกิดจากความมันส่วนเกิน และคราบฝุ่น ควันต่างๆ ที่เกาะอยู่บนผิวได้ถูกชะล้างออก จึงทำให้ผิวดูไบร์ทขึ้นเล็กน้อย

 

ส่วนในเรื่องความชุ่มชื้นหากสังเกตุบริเวณหน้าแก้ม จะยังเห็นว่ามีการ Reflect กับแสงไฟที่ค่อนข้างดี แสดงว่าความชุ่มชื้นใต้ผิวยังโอเคอยู่ แต่อาจมีบางตำแหน่งที่ดูเหมือนจะแห้งกว่าปกตินั้นคือบริเวณ U-Zone ซึ่งอันนี้เป็นผิวปกติของเราอยู่แล้ว ผนวกกับช่วงนี้เรามีสิวที่ข้างแก้มและใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวจึงทำให้ผิวดูแห้งกว่าปกติเล็กน้อย

 

mesoestetix ha densimatrix (30ml./3,490.-)

 

mesoestetix ha densimatrix

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประกอบด้วยกรดไฮยาลูโรนิกเข้มข้น สามารถรักษาระดับไฮยาลูโรนิกในผิวให้สมดุลอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดโดย 3 สูตรพิเศษ ใน 1 ขวด

 

Texture / Scent / Packaging

mesoestetix ha densimatrix

  • Texture : เนื้อผลิตภัณฑ์มาในรูปแบบ Liquid ที่ไม่ค่อยหนืดมาก สามารถซึมเข้าผิวได้ค่อนข้างไว และไม่ทิ้งความเหนอะหนะเอาไว้บนผิว ต่างจาก Hyaluronic Acid หลายแบรนด์ที่เราเคยลองมาก่อนหน้านี้
  • Scent : จากที่เราพลิกดูส่วนผสมรวมถึงลองดมกลิ่นดู ไม่พบว่ามีส่วนผสมของน้ำหอม(Fragrance Component) ทำให้เราหมดกังวลเรื่องอาการแพ้ หรือระคายเคืองจากน้ำหอมไปได้เยอะเลยหละ

mesoestetix ha densimatrix

  • Packaging : เซรั่มขวดนี้มาในรูปแบบขวดแก้วดรอปเปอร์ สีน้ำเงิน ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงเนื้อสัมผัสแล้วถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว อาจจะติดนิดหน่อยในเรื่องการเสี่ยงต่อการปนเปื้อนทุกครั้งที่เปิดใช้เท่านั้นเองฮะ

 

Key Ingredients

  • densimatrix complex : Hyaluronic Acid ที่แตกต่างกันถึง 4 โมลเลกุล ไม่ว่าจะเป็น Sodium Hyaluronate, Hydrolyzed Sodium Hyaluronate, Sodium Acetylated Hyaluronate และ Sodium Hyaluronate Crosspolymer ซึ่งทำหน้าที่เติมความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยกักเก็บน้ำ และเพิ่มความยืดหยุ่น เต่งตึงของผิวหนัง และด้วยโมเลกุลที่มีขนาดเล็กทำให้ซึมซาบเข้าสู่ชั้นผิวได้ดี มีความเสถียรมากกว่าพูดง่ายๆ คือมีประสิทธิภาพมากกว่านั่นเองฮะ นอกจากนี้ยังมี Sodium Hyaluronate Crosspolymer ซึ่งเป็นอนุพันธ์ใหม่ของ Hyaluronic acid ที่ได้จากการนำ Hyaluronic หลายตัวมาเชื่อมกัน ทำให้เพิ่มความชุ่มชื้นได้สูงขึ้นและมีคุณสมบัติ Antioxidant เพิ่มเข้ามา

  • Malachite Extract : คือสารสกัดจากแร่ Malakite(มาลาไคท์) มีสีฟ้าอมเขียว ช่วยปรับความสมดุลให้กับผิวมีความเป็นกรดเป็นด่างที่เหมาะสม ทางผู้ผลิตเคลมว่าช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว

  • Althaea Officinalis Root Extract : สารสกัดจากราก Marshmallow เหมาะสำรับผิวบอบบางแพ้ง่าย ช่วยลดการระคายเคือง ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวและต่อต้านการเกิดริ้วรอย 

 

  • Calcium Ketogluconate : จากข้อมูลที่เราหามาพบว่าสารประกอบของแคลเซียมตัวนี้ มีส่วนในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน ส่งผลให้มีคุณสมบัติในการชะลอการเกิดริ้วรอย รวมถึงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในชั้นผิวที่ดี

 

Let's Try....

mesoestetix ha densimatrix

ต้องบอกว่าปกติแล้วเราจะใช้วิธีการหยดลงบนฝ่ามือ แล้ววอร์มเล็กน้อยจากนั้นใช้วิธีการประคบทั่วใบหน้า แต่เดี๋ยวเพื่อนๆ ไม่เห็นภาพเลยขอดรอปลงบนผิวทั้งแบบนี้เลยแล้วกันฮะ จะเห็นว่าเนื้อสัมผัสของ mesoestetix ha densimatrix ค่อนข้างเหลวเลยทีเดียว ทำให้เวลาทาลงบนผิวแล้วซึมค่อนข้างไว และไม่ทิ้งความเหนอะหนะเอาไว้บนผิวเหมือนกับ Hya อื่นๆ ที่เราเคยลองใช้มา

 

mesoestetic aox ferulic (30ml./4,690.-)

mesoestetic aox ferulic

มาถึงไอเทมสุดท้ายอย่าง aox ferulic กันบ้าง ต้องบอกว่าเป็นอีก 1 ตัวที่เรารอคอยมานานมาก และสุดท้ายก็ได้ลองสมใจอยาก ซึ่งเซรั่มขวดนี้เป็นวิตามินซีเซรั่มเข้มข้นถึง 15% ซึ่งช่วยในการป้องกันการเกิดริ้วรอยที่มีสาเหตุจากอนุมูลอิสระ ป้องกันผิวจากสิ่งเร้าภายนอกที่ทำร้ายผิวในแต่ละวัน ปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสขึ้น และช่วยป้องกันผิวจากรังสี UV (visble light) และรังสีอินฟาเรดได้อีกด้วย

 

Texture / Scent / Packaging

mesoestetic aox ferulic

  • Texture : เป็นอีกครั้งที่เราขอชื่นชมในการเบลนด์เนื้อผลิตภัณฑ์ของทาง mesoestetic เพราะนอกจากจะทำเนื้อสัมผัสออกมาได้บางเบา ซึมง่าย สบายผิวแล้ว เรายังแอบรู้สึกว่าการ Oxidized ของวิตามินซียังค่อนข้างช้า เมื่อเทียบกับหลายๆ แบรนด์ที่เราเคยลองใช้มา
  • Scent : เนื่องจากเซรั่มขวดนี้ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม ดังนั้นกลิ่นที่ได้จะเป็นกลิ่นปกติตามสไตล์ Vitamin C Serum ที่จะมีเหมือนโลหะอะไรบางอย่าง ซึ่งส่วนตัวแล้วเราโอเคกับกลิ่นแบบนี้ แถมยังไม่ต้องมาเสี่ยงเรื่องอาการแพ้/ระคายเคืองจากน้ำหอมอีกต่างหาก

mesoestetic aox ferulic

  • Packaging : บรรจุภัณฑ์ของเซรั่มขวดนี้มาในรูปแบบขวดแก้วสีชา พร้อมดรอปเปอร์ แม้ว่าขวดแก้วสีชาจะช่วยปกป้องและชะลอความเสื่อมของวิตามินได้ แต่ในขณะเดียวกันขวดที่เป็นแบบดรอปเปอร์นั้นก็ทำให้อากาศแทรกผ่านได้ทุกครั้งที่ใช้เช่นกัน (ซึ่งในจุดนี้เราแนะนำให้ใช้ให้หมดผ่านใน 1-2 เดือนจะดีที่สุด) 

 

Key Ingredients

  • Ascorbic acid : หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Vitamin C ซึ่งฟอร์มนี้เป็นฟอร์มที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด แถมยังมีงานวิจัยรองรับมากมายว่าช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ช่วยให้ริ้วรอยตื้นขึ้น ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงประสิทธิภาพ แถมทางแบรนด์ยังใส่มาถึง 15% เรียกว่าเข้มข้นพอที่จะคาดหวังผลได้เลยหละครับ

  • Protech-Cell Complex 1.5% : จากที่เราดูในส่วนประกอบเราเข้าใจว่าสารตัวนี้น่าจะเป็น Tocopheryl Acetate + Bis-Ethylhexyl Hydroxydimethoxy Benzylmalonate ซึ่งทั้ง 2 ตัวนี้ต่างก็มีคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากสิ่งเร้าภายนอก ลดอนุมูลอิสระซึ่งเป็นตัวการของการเกิดริ้วรอย พร้อมป้องช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีและรังสีอินฟาเรดได้มากขึ้น

  • Ferulic acid : นอกจากจะถูกใส่เข้ามาเพื่อช่วยเพิ่มความเสถียรของ Ascorbic acid แล้ว ยังมีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันอันตรายจากรังสียูวี นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้ผิวหนังมีการผลัดเปลี่ยนเซลล์เร็วขึ้นและช่วยคงความชุ่มชื้นให้กับผิวอีกด้วย

 

Let' Try....

mesoestetic aox ferulic

หากสังเกตุดีๆ จะเห็นว่าเนื้อเซรั่มค่อนข้างเหลวมากถึงมากที่สุด ซึ่งส่วนตัวแล้วเราไม่แนะนำให้ดรอปลงใบหน้า แต่แนะนำให้หยดลงบนฝ่ามือ แล้ววอร์มเล็กน้อย จากนั้นใช้การประคบเบาๆ ทั่วใบหน้าและลำคอจะเหมาะสมกว่า และเมื่อพิจารณาถึงเนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างบางเบา mesoestetic aox ferulic ขวดนี้จึงไม่ไปรบกวนกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่จะใช้ร่วมกัน ไม่ทำให้เกิดการ Ball-up(เป็นขุย) ไม่สร้างความรู้สึกเหนอะหนะผิว

 

แต่ด้วยความที่ Ascorbic acid ทำงานได้ดีในค่า pH ที่ <= 3.5 ดังนั้นเราแนะนำว่าหลังจากที่ทา mesoestetic aox ferulic แล้วควรรอซัก 5 นาทีเป็นอย่างน้อยเพื่อให้เค้าทำงานได้เต็มประสิทธิภาพก่อน จากนั้นค่อยลงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ตามไปครับ

 

Result...

ทีนี้ก็มาถึงบทสรุปในแง่ของผลลัพธ์ที่เราเชื่อว่ามีเพื่อนๆ หลายคนรอฟังอยู่ว่าหลังจากผ่านไปเกือบ 2 เดือน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรบ้าง เอาเป็นว่าไปชมพร้อมๆ กันเลยฮะ....

 

ภาพ Before - After หลังผ่านไปราวๆ 2 เดือน

 

ภาพด้านซ้ายคือภาพที่เราถ่ายไว้เมื่อราวๆ 2 เดือนที่แล้ว ตัดมาที่ภาพด้านขวาเป็นภาพล่าสุดที่เราถ่ายเมื่อวาน อาจจะมีเรื่องของมุมและการโพสต์ที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่ก็พยายามคุมแสงและเงาให้ได้มากที่สุดแล้ว เอาเป็นว่าเราขอมาสรุปทีละประเด็นให้ฟังเลยแล้วกันฮะ...

  • ความชุ่มชื้นในชั้นผิว : จะเห็นว่าในภาพ After เมื่อผ่านไปราวๆ 2 เดือนความชุ่มชื้นในชั้นผิวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ต่างกับในช่วงแรกที่ผิวเราขาดสมดุลเรื่องความชุ่มชื้นพอสมควรทำให้ไม่ค่อย Reflect กับแสงเมือมีการตกกระทบของแสงไฟ และ Overall ของผิวดูชุ่มชื้นขึ้นแบบแตกต่างเห็นๆ เลยหละ
  • ความกระจ่างใส : ในส่วนนี้เราขอพูดในมุม Brightening  และ Color Discoloration แล้วกันครับ สำหรับในมุมของ Brightening ส่วนตัวแล้วเรามองว่าผิวด้วยรวมดูเปล่งปลั่งขึ้น มีชีวิตชีวามากขึ้น(คาดว่ามาจากการที่ผิวเรียบเนียนและชุ่มชื้นขึ้น ทำให้ผิวสะท้อนกับแสงได้ดีขึ้น) ส่วน Color Discoloration เรายังไม่เห็นความแตกต่างมากเท่าไหร่นัก รอยแดง/รอยดำ ยังคงใกล้เคียงกับของเดิม 
  • ริ้วรอย : ส่วนนี้เรามองว่ามีการพัฒนาขึ้นเล็กน้อย เมื่อสังเกตุบริเวณรองแก้ม ระหว่างจมูกและมุมปาก ริ้วรอยดูตื้นขึ้นเล็กน้อย ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาการที่ดีทีเดียวหละ แต่ทั้งนี้ต้องบอกว่าเราดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทากันแดดซ้ำระหว่างวัน ร่วมกับการใช้ Tretinoin ในช่วงที่ผ่านมา

mesoestetic

โดยรวมเราค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ทั้งในแง่การเปลี่ยนแปลงของผิว และความรู้สึกขณะทาผลิตภัณฑ์ที่เบาสบายผิว ไม่เหนอะหนะ ไม่รบกวนผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ใช้ร่วมกัน รวมกับความเสถียรของ aox ferulicที่ทำออกมาได้ค่อนข้างน่าประทับใจทีเดียว แม้จะผ่านไป 2 เดือนแต่การ Oxidized น้อยมากทีเดียว

 

หากให้แนะนำผลิตภัณฑ์ที่ควรค่าแก่การเริ่มลองใช้แบรนด์ mesoestetic แล้วหละก็ เราคิดว่า ha densimatrix และ aox ferulic คือ Duo ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง สามารถคาดหวังผลได้จริงในเรื่องการเพิ่มความชุ่มชื้นในชั้นผิว ลดและชะลอการเกิดริ้วรอย และหากใช้ในระยะยาว 3-6 เดือนขึ้นไป ร่วมกับการปกป้องผิวจากรังสี UV เราคาดว่าผลลัพธ์น่าจะดีขึ้นกว่านี้อีกแน่นอนเลยหละครับ

 

ป.ล. ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้น Based-on สภาพผิว, การดูแลตัวเอง, ไลฟ์สไตล์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ร่วมกันเป็นหลัก ดังนั้นผลลัพธ์ย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลอย่างแน่นอนครับ ส่วนคำถามว่า "ใช้แล้วจะแพ้ไหม จะอุดตันไหม สิวจะขึ้นหรือไม่" เป็นคำถามที่เราไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากปัจจัยที่ก่อให้เกิดการแพ้ ระคายเคือง ของแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับพันธุกรรม สภาพผิว สภาพแวดล้อม ฯลฯ ดังนั้นทุกครั้งที่จะลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ควรเทสต์อาการแพ้ที่บริเวณท้องแขนและลำคอก่อนใช้บนใบหน้าทุกครั้งขอรับ

5 ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณค่ะ
June 28, 2020
ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณค่ะ
June 28, 2020
ความคิดเห็นที่ 3
Thanks
June 28, 2020
ความคิดเห็นที่ 4
ขอบคุณค่ะ
June 29, 2020
ความคิดเห็นที่ 5
ขอบคุณค่ะ
June 30, 2020
What's new
รีวิวเจาะลึก La Roche Posay Anthelios Uvmune 400 Invisible Fluid SPF50+ จาก 229 เสียงของผู้ใช้จริง!12 ครีมกันแดดหน้าไม่มัน ซึมเร็ว แห้งไว ไม่เยิ้มระหว่างวันรีวิวเจาะลึกครีมแต้มสิว TOMEI Anti Acne Cream Plus จากผู้ใช้จริง 413 รีวิว ลดสิวอักเสบ สิวยุบไว ผิวแพ้ง่ายใช้ได้GUERLAIN ต้อนรับศักราชใหม่ของปี 2026 ถ่ายทอดเสน่ห์ของเดนิมผ่านความงามร่วมสมัยEctoin (เอ็กโตอิน) คืออะไร? ทำไมถึงถูกยกให้เป็นส่วนผสม กู้ผิวขาดน้ำ มีแบรนด์ไหนบ้าง ที่ควรลอง?รวมดาวเด่น! 10 เจลล้างหน้าลดสิว ยี่ห้อไหนดี 202610 สกินแคร์ลดสิว ยี่ห้อไหนดี จบวงจรสิวซ้ำซากดูดวงความรัก การงาน การเรียน การเงิน ระหว่าง 15 - 21 มี.ค. 69 (ทุกราศี)ปักหมุดมู 8 สถานที่ขอพรความรักรอบกรุง คนโสดปีนี้ต้องไม่เหงาแล้ว!ชวนสาว ๆ มาเป็น Beauty Tester ร่วมรีวิวและทดลองใช้สกินแคร์ เมคอัพแบรนด์ดังฟรี !!