สวัสดีค่าเพื่อนๆชาว Cosmenet ทุกท่านนนนนนน
วันนี้วาจะขอมารีวิวพลีชีพโชว์หน้าพังที่สุดที่นี่เป็นที่แรกเลยยย TT ปัญหาสิวสิว
หลายคนก็คงจะเคยพบเจอกับปัญหานี้กันใช่มั้ยคะ และเราก็มักจะหาทุกวิถีทางที่จะ Move on จากปัญหานี้ให้ได้!!
และวาก็เป็นคนคนนึงที่พยายามจะหนีจากปัญหานี้แต่บางครั้งก็คิดว่าเรากำลัง Move on เป็นวงกลมเลยค่ะ 55555555555 ความเป็นๆหายๆของสิวก็คือไม่เลิกราเลย ละก็มานั่งเศร้าคิดถึงผิวหน้าสมัยเป็นเด็กอยากกลับไปผิวดีแบบนั้นม๊ากก อะไรที่เค้าว่าดีก็คือลองหมดบางตัวก็เริศจริง บางตัวก็บ้งเว่อร์ และสุดท้ายนี้วาก็ได้คัดตัวเด็ดๆที่พิชิตใจและช่วยกูหน้าสิวของวาได้ดีที่สุดในตอนนี้มาไว้ในพื้นที่แห่งนี้แล้วค่ะ !!! ><

ท้าดา.... ละนี่ก็คือลูกรักกู้หน้าพังของวาที่รักมากกที่สุด ยกขึ้นหิ้งตัวท็อปกันเลยทีเดียว บางคนอาจจะบอกว่าน้อยจังง แต่นี่หละค่ะ วาเป็นคนเกียจคร้านทาครีมบำรุงตั่งต่างใดๆมาก ขี้เกียจรอขี้เกียจจริงๆค่ะแค่นี้ก็เกินพอ คือน้อยแต่มากค่ะ 55555555 วาขอมาอวดผิวหน้าที่ทำให้วาช้ำใจได้ทุกวันกันก่อนนะคะ เห็นทีไรก็อยากร้องไห้ออกมา ส่องกระจกแล้วมันบาดใจสุดๆไปเลยค่ะ

คือภาพที่เห็นอาจจะไม่ค่อยเรียลเท่าไหร่ค่ะ วาจะบอกว่าวาเป็นคนผิวผสมค่ะ แล้วก็เป็นคนที่ขี้ร้อนมากกกก อากาศร้อนๆผดก็จะขึ้น หน้าผากนี่ก็คือผดเล็กผดน้อยจับจองกันเป็นว่าเล่นเล้ยยย ละช่วงกรอบหน้าช่วงขมับจะเป็นสิวบ่อยมากค่ะ แล้วที่เห็นกันชัดๆเลยก็คือสิวอักเสบชอบขึ้นบริเวณแก้มค่ะ เม็ดโตมากกว่าที่อื่นๆเลย แล้วคือสังเกตทุกครั้งน้องไม่ขึ้นข้างเดียวค่ะ จะชอบขึ้นสองข้างแบบขนานกันเลยยปังไปอี๊กกก ละพอนางหายก็จะทิ้งรอยบ้างอะไรบ้าง วาก็จะแก้ปัญหาด้วยการแต่งหน้าค่ะ ปกปิดเข้าไป โปะเข้าไป ก็ไม่หายสักที 555555555 วาเลยไปลองหาตัวช่วยตั่งต่างตามอากู๋ หรือคำบอกเล่าจากเพื่อนๆ รีวิวใดๆ ก็ลองไปเรื่อยๆค่ะ ละก็พักหน้าด้วย ไม่แต่งหน้าทาแค่กันแดดก็พอค่ะ ละสุดท้ายเท่าที่ลองมาก็มาจบ 5 ตัวข้างต้นนะคะ มาดูกันทีละตัวเลยดีกว่า

ตัวแรกเป็นเจลล้างหน้า La Roche-Posay Effaclar Purifying Foaming Gel
ตัวนี้วาเคยลองแบบเป็นหลอดเล็กค่ะ แล้วติดใจก็เลยไปตำขวดใหญ่เบิ้มแบบนี้มาใช้ซะเลย
เอาคะแนนไปเลย 10/10 สัมผัสแรกที่ได้ลองก็คือนังเป็นเจลล้างหน้าที่ให้ฟองเยอะพอสมควรค่ะ
อันนี้วาชอบเพราะรู้สึกว่าล้างแล้วสะอาดดีค่ะ 555555555 แต่โดยทั่วไปที่วาเคยลองตัวที่ให้ฟองเยอะๆมักจะทำให้หน้าเรามันแห้งหรือเอี๊ยดๆอะค่ะ แต่ตัวนี้คือล้างแล้วหน้าลื่นๆอารมณ์แบบให้ความชุ่มชื้นไปในตัวด้วยเลย ตัวนี้นางเป็นสูตรอ่อนโยนพิเศษนะคะ เค้าบอกว่าช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียด้วยช่วยรักษาสิวอุดตันได้ คือเหมาะกับคนผิวมันอะค่ะ ก็คือตอบโจทย์วามาก หมดแล้วซื้อต่อแน่นอนเห็นขวดขนาดนี้ราคาก็ไม่ได้แพงเท่าไหร่นะคะ คาดว่าใช้ได้นานเลยราคาไม่ถึงพัน

ตัวต่อมาเป็นโทนเนอร์ Lancome Tonique Confort
ตัวนี้วาเห็นรีวิวในโซเชียลตั่งต่างว่านางดังมากที่จีนหรือต่างประเทศใดๆวาจำไม่ได้อ่ะค่ะ
ดูอยู่หลายวันวาก็ตันสินใจพรีขนาดทดลองมาใช้ดูค่ะ วาใช้ปรับสภาพผิวก่อนทำการลงครีมบำรุงต่างๆ เป็นน้ำตบเลยค่ะ หยดมาสักสองสามหยดละตบๆบนผิวหน้า กลิ่นนางหอมดีค่ะ ซึมไวและก็ให้ความชุ่มชื้นดีด้วย ใช้ใกล้จะหมดแล้วแหะๆ ก็เป็นตัวที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้ดีตัวนึงเลยค่ะ เรื่องราคาอันนี้วาจำไม่ได้แล้วค่ะ TT

ตัวนี้เป็นของ La Roche-Posay อีกตัวนะคะเป็นตัว EFFACLAR DUO (+)
เห็นมีแบรนด์นี้อีกตัวแล้ว ก็คือแน่นอนแหละค่ะ นังเป็นแบรนด์ที่ช่วยรักษาสิวได้ดีมาก
วาใช้เพราะแม่วาก็ใช้ค่ะ ก็เลยขโมยของแม่มาลองใช้แล้วก็คือหลงรักหัวปักหัวปำจะไม่ซื้อมาใช้ซ้ำก็คงจะไม่ได้
ตัวนี้ก็ถือว่าเป็นตัวดังอีกตัวที่คนรีวิวกันเยอะมากกก ตอนแรกวาก็โดนแม่ตกก่อนค่ะ และวาก็มาโดนชาวโซเชียลตกอีกรอบ และตอนนี้วาก็จะมาตกทุกๆคนที่เข้ามาอ่านด้วยค่ะ 5555555555 ขอบอกตรงนี้เลยว่าเอาคะแนนไปเลยให้หมดหน้าตักค่ะ ตอนแรกวาก็ไม่ค่อยจะเชื่อว่านางจะช่วยดูแลเรื่องสิวได้ดีขนาดนี้ แต่พอได้ลองละก็รู้เลยว่าดีจริง นางเป็นครีม มอยซ์เจอไรเซอร์ ที่ช่วยลดปัญหาสิว รอยดำ รอยแดงที่เกิดจากสิวต่างๆ ละก็ยังลดการเกิดสิวซ้ำซากค่ะ 555555 วาเป็นคนผิวมันแต่ใช้แล้วก็โอเคนะคะ บางคนอาจจะกลัวการใช้ครีมแบบนี้ เนื้อครีมนางเบาๆ ซึมง่ายไม่เหนอะหนะเลยค่ะ วาใช้ทาทั่วผิวหน้าทั้งเช้าและเย็นเลย ขอแนะนำให้ใช้อย่างต่อเนื่องนะคะจะเป็นผลดีมากกก อันนี้คือลูกรักจริงๆค่ะ หลอดที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ ><

ตัวต่อมาจะเป็น Graymelin Bifida Fermentation
ตัวนี้ก็มาจากพลังโซเชียลอีกเหมือนเดิมค่ะ วาก็รีบพรีมาลองทันใด
เค้าบอกว่าตัวนี้จะเหมาะสำหรับผิวที่อ่อนล้า ขาดการบำรุง ต้องการการบำรุงเร่งด่วนค่ะ
จะช่วยให้ผิวมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น เนื้อนางจะเป็นไหลลื่นเป็นน้ำเลย หยดปั๊มแล้วต้องรีบตะปบน้องแล้วก็ทากลัวน้องจะไหลลงคอไปซะก่อนน 5555 วาใช้แล้วรู้สึกว่ารูขุมขนช่วงแก้มวาเล็กลงนะคะ ละก็ช่วยให้ผิวอิ่มฟูดีด้วย วาใช้คู่กับกับอีกตัวที่เป็น Galactomyces ก็คือให้ความชุ่มชื้นดีเลยค่ะราคาก็อยู่ที่หลักร้อยบาทเท่านั้นเองค่ะ

มาถึงตัวสุดท้ายค่า Curesys Trouble Clear Serum ตัวนี้หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหน้า
นังเป็นเซรั่มสิวค่ะบอกเลยว่าคือดีจ์ เป็นเวชสำอางค์จากเกาหลี วาไปโดนมาจากเพจเกาหลีเพจนึง
เค้าบอกว่านางเป็นเซรั่มจากงานวิจัยในแลปประเทศอังกฤษ วาอ่านแล้วก็เห็นว่าน่าลองก็เลยตำมาลองสักหน่อย เนื้อเซรั่มหอมม สีฟ้าอ่อนๆ หอมแบบสมุนไพรเลยค่ะ เนื้อซึมง่าย จะช่วยเรื่องรูขุมขนละก็สิวต่างๆภายใน 14 วันค่ะ วาลองใช้แล้วก็โอเคตามคำเคลมเลย แต่ต้องใช้อย่างต่อเนื่อง 14 วันนะคะ แล้วผิวเราจะปัง!!! 55555
มาดูเนื้อ Texture ของแต่ละตัวกันนะคะ

บอกเลยว่าทุกตัวซึมไวไม่เหนอะหนะเหมาะกับคนขี้เกียจรออย่างวามากกกก
และแต่ละตัววาคิดว่าคุ้มค่าการลงทุนนะคะ เพราะใช้ได้นานมากทุกตัวเลย และนี่ก็คือผิวใหม่ ผิวที่ดีขึ้นเมื่อได้ตัวช่วยเหล่านี้มาช่วยกู้ค่ะ อยากร้องไห้สัก 1 แมทให้กับความอดทนบำรุงและงดแต่งหน้าของตัวเอง

ตอนนี้คือไม่อยากแต่งหน้าแล้วค่ะ เพราะผิวสดก็ดูสวย ไม่เป็นสิวแล้ววววว อยากตะโกนมากกกก 5555555555555 วาอยากแนะนำให้คนที่ประสบปัญหาสิวไปลองตำมาใช้กันนะคะ วาเข้าใจหัวอกคนเป็นสิวเลยจริงๆ ส่องกระจกทีไรแล้วมันปวดใจมากทุกที อาจจะซื้อขนาดทดลองมาลองกันก่อนก็ได้นะคะเพื่อความปังง ชอบไม่ชอบก็ว่ากันอีกที ถ้าชอบใช้แล้วปังก็จัดไปเลยค่าขนาดจริงใช้บำรุงกันแบบจุกๆไปเลยยย
วันนี้วาขอลาไปก่อนนะค้า ถ้าหากการรีวิวบอกต่อนี้มีข้อผิดพลาดยังไงวาขออภัยด้วยนะคะ ><
ไว้จะมาบอกเล่าเรื่องดีๆกันอีกน้า
