เทียบครีมกันแดด MizuMi 5 สูตรแต่ละสีต่างกันยังไง เลือกตัวไหนให้เหมาะกับผิว!

navigate_beforeย้อนกลับ

0 

ไอเทมกู้ชีพสำหรับ "ผิวขาดน้ำ" จาก 2 แบรนด์ดังอย่าง BIODERMA & INSTITUT ESTHEDERM

 
ปัญหา "ผิวขาดน้ำ" นับว่าเป็นเรื่องที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาของใครหลายต่อหลายคน ซึ่งจากที่เราได้ลองสอบถามหลายๆ คนพบว่า ส่วนใหญ่จะลืมให้ความสำคัญเรื่อง "การเติมน้ำให้ผิว" เพราะเข้าใจว่าประเทศเราเป็นเมืองร้อน ชื้น เหงื่อออกง่าย และมักจะมีปัญหาผิวมันร่วมด้วย ทำให้ข้ามขั้นตอนการเติมน้ำให้ผิวไป
 
กว่าจะรู้ตัวผิวก็เกิดอาการแห้งกร้าน หรือหนักหน่อยก็เกิดเป็นริ้วรอยขึ้นมาให้เจ็บปวดหัวใจ แต่สำหรับเราด้วยความที่เรามักจะมีสิวอุดตัน สิวเสี้ยนขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เราต้องใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มผลัดเซลล์ผิวอย่าง BHA เพื่อขจัดการปัญหาเหล่านั้น แต่พอใช้ไปนานๆ เข้ากลายเป็นว่าผิวเราดันระคายเคือง และแห้งลอกซะนี่!!
 
วันนี้เราเลยหยิบไอเท็มกู้ชีพสำหรับ "ผิวขาดน้ำ" ที่ได้มาจากการไปร่วมกิจกรรมจากทา Jeban x NAOS มาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันถึง 2 แบรนด์ ได้แก่ BIODERMA และ INSTITUT ESTHEDERM เอาเป็นว่าแต่ละแบรนด์มีอะไรบ้างไปชมรีวิวกันเลยฮะ...

BIODERMA HYDRABIO H2O(500ml/950.-)

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าและเช็ดเครื่องสำอางสูตรน้ำ(Cleansing Water) ชนิดไม่ต้องล้างออก อ่อนโยนและคงความชุ่มชื้น ใส่ใจในผิวที่บอบบาง

Texture / Scent / Packaging

  • Texture : เนื้อผลิตภัณฑ์มาในรูปแบบ Liquid ใส โปร่งแสง แต่ต้องใช้น้องคนนี้ร่วมกับสำลีเพื่อเช็ดทำความสะอาด ซึ่งเรามีทริคนิดนึง คือ แนะนำให้เพื่อนๆ เลือกสำลีที่มีคุณภาพ ไม่บาดผิว แล้วเทผลิตภัณฑ์ให้ชุ่มๆ(ห้ามงกเน้อ!) จากนั้นให้เช็ดอย่างเบามือ เพื่อลดแรงที่กระทำกับผิว และลดการระคายเคืองให้ได้มากที่สุดขอรับ
  • Scent : Makeup Remover ขวดนี้มีส่วนผสมของน้ำหอม(Fragrance Component) ซึ่งกลิ่นก็ทำออกมาได้หอมละมุนๆ กำลังดี ไม่ได้ฉุนจนเกินไป แต่ถ้าใครแพ้น้ำหอม หรือผิวระคายเคืองง่ายอยู่แล้ว เราแนะนำให้ใช้สูตร "Sensibio" แทนขอรับ
  • Packaging : ด้วยเหตุว่าไซส์ที่เราได้มามีปริมาณถึง 500ml. ซึ่งก็ถือว่าขวดใหญ่เบิ้มอยู่พอตัว ถึงแม้ว่าการเปิดฝาแล้วเทผลิตภัณฑ์จะไม่ใช่เรื่องลำบากลำบนอะไร แต่เราก็ยังแอบคิดว่าถ้าเป็นแบบหัวปั๊มน่าจะใช้งานง่ายกว่านี้ไม่น้อยเลยหละฮะ

Key Ingredient

  • PEG-6 CAPRYLIC/CAPRIC GLYCERIDES : หรือที่รู้จักในชื่อ Cetiol 767  เป็นสาร Surfactant(สารลดแรงตึงผิว) ชนิดไม่มีประจุ หรือ non-ionic ซึ่งสารชำระล้างตัวนี้จะมีความอ่อนโยนต่อผิวมากเป็นพิเศษ สามารถทำละลายและกระจายตัวเข้าสู่รูขุมขนเพื่อดึงสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางที่ติดแน่นบนผิวได้ดี
  • Fructo Oligosaccharide (FOS) : คือ กลุ่มน้ำตาลฟรุกโตส หรือกลุ่มพรีไบโอติกส์ ซึ่งพรีไบโอติกส์ (Prebiotics) ที่เป็นอาหารของโปรไบโอติกส์ (Probiotics) ซึ่งมีความจำเป็นต่อแบคทีเรียชนิดที่มีประโยชน์กับผิว ซึ่งหากผิวเรามี Prebiotic และ Probiotic ที่เพียงพอจะส่งผลให้ผิวเกิดความสมดุล และแข็งแรงขึ้นนั่นเองฮะ
  • RHAMNOSE : น้ำตาลแรมโนสเกิดด้วยวิธีบ่มแบคทีเรียธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติหลายด้าน เช่น ปกป้องผิวจากแบคทีเรียชนิดต่างๆ ลดการอักเสบของผิว ซึ่งจากการทดลองของผู้ผลิตพบว่าการใช้ Rhamnose ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ความเข้มข้น 3% สามารถปกป้องผิวจากการก่อตัวของ P.Acnes Bacteria(แบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดสิว) ได้ถึง48% และ Staphylococcus Aereus (แบคทีเรียที่ทำให้เกิด Atopic Dermatitis) 28% และ Staphylococcus Epidermidis (แบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น) 24%
แถมยังมี Sugar Alcohol อย่าง MANNITOL และ XYLITOL ที่มีประโยชน์หลากหลายด้านต่อผิว อาทิ ลดการระคายเคือง ต้านอนุมูลอิสระ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี เรียกว่าเป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างลงตัวทีเดียวเชียวหละ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังแอบอยากให้ตัดน้ำหอมออกอยู่ดีแหละครับ
 

Let's Try...

เราได้ลองเช็ดเมคอัพด้วย BIODERMA HYDRABIO H2O ทีละครึ่งหน้า เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่าง และดูประสิทธิภาพในการทำความสะอาดเมคอัพ พบว่า...

คราบเมคอัพหลุดออกมาได้ดี แม้จะเช็ดด้วยแรงที่ค่อนข้างเบาก็ตาม โดยเราจะใช้วิธีการแปะสำลีไว้ประมาณ 5-10 แล้วลากออกเบาๆ เพื่อให้ BIODERMA HYDRABIO H2O จับกับคราบเมคอัพและความมันบนผิวได้ดีขึ้น ซึ่งเมื่อเราลองเทียบผลลัพธ์ระหว่างด้านที่เช็ดคราบเมคอัพด้วย BIODERMA HYDRABIO H2O กับด้านที่ยังมีเมคอัพอยู่ จะเห็นว่าด้านที่เช็ดเมคอัพออกแล้วยังดูชุ่มชื้น ไม่แห้งตึง (สังเกตุได้จากการสะท้อนแสงบริเวณโหนกแก้ม)

 

BIODERMA HYDRABIO SÉRUM (40ml./1,390.-)

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ BIODERMA ในไลน์ HYDRABIO ซึ่งมาในรูปแบบเซรั่มที่นอกจากจะช่วยเรื่องผิวขาดน้ำแล้ว ยังช่วยลดอาการหมองคล้ำ(ซึ่งเกิดจากการขาดน้ำ) รวมถึงยังช่วยในเรื่องของริ้วรอยร่องตื้น(Fine Line) ได้อีกด้วย

Texture / Scent / Packaging

  • Texture : เนื้อเซรั่มมีความเข้มข้นพอสมควรเลยทีเดียว อีกทั้งเมื่อเซรั่มซึมเข้าสู่ผิวและเซทตัวดีแล้วไม่ทิ้งความเหนอะ ให้รำคาญผิวเลยแม่แต่น้อย แต่กลับให้ความชุ่มชื้นได้พอดิบพอดี
  • Scent : แอบเสียดายเล็กน้อยเพราะน้องคนนี้มีส่วนผสมของน้ำหอม แต่ยังอภัยให้ได้อยู่เพราะกลิ่นที่ใส่มาไม่รุนแรงมาก ออกไปทางหอมซะด้วยซ้ำ แต่ถ้าเป็นไปได้เราก็แอบหวังใจให้ตัดน้ำหอมออกอยู่เน้อ
  • Packaging : เป็นบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบ Airless Pump ที่เราเลิฟ ไม่ต้องมานั่งระวังว่าจะปนเปื้อน หรือเผลอลืมปิดฝาให้วุ่นวาย #กดไลค์รัวๆ ให้สิ่งนี้

Key Ingredients

 - PYRUS MALUS (APPLE) FRUIT EXTRACT : สารสกัดจาก Apple สายพันธุ์หนึ่งซึ่งทางผู้ผลิตเคลมว่าอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ และสารบำรุงผิวมากกว่า 5 ชนิด มีสารออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนในร่างกายตามธรรมชาติ จะไปทดแทนฮอร์โมนที่ลดลงในผิวที่มีอายุมากขึ้นเพื่อเข้าสู่กระบวนการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และไฟโบบลาสของผิวหนัง และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับสภาพผิวหนังได้อีกด้วย

 - SODIUM HYALURONATE รูปเกลือของ Hyaluronic acid มีขนาดโมเลกุลเล็กกว่า สามารถจับโมเลกุลของน้ำได้ประมาณ 1000 เท่าของน้ำหนักตัว ขนาดโมเลกุลที่เล็กลงมีผลต่อการซึมผ่านเข้าสู่ผิวที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีความคงตัวที่มากขึ้นด้วย มีความน่าสนใจในแง่ที่ให้ความชุ่มชื้นที่เพียงพอแก่ผิวนั่นเองฮะ

 - NIACINAMIDE : เป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อผิวในหลายด้าน อาทิ ช่วยลดริ้วรอย ลดรอยแดง/ดำ(hyperpigment) เพิ่มความชุ่มชื้น ด้วยการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน และเซราไมด์ (ceramide) และยังทำให้ผิวแข็งแรง ต่อสู้กับการระคายเคือง (irritants) ต่างๆได้ดีขึ้น รวมถึงสามารถลดความมันบนใบหน้า (sebum excretion) และยังเป็น Whitening อีกด้วย 

 

Let's Try...

ต้องบอกว่าเซรั่มขวดนี้เป็นซึ่งที่เราใช้อยู่แล้ว และเป็นหนึ่งในเซรั่มที่ช่วยเติมน้ำให้ผิวในวันที่เราเจอปัญหาผิวแห้งลอกจากการใช้ BHA ได้เป็นอย่างดีเชียวหละ เราขอหยิบภาพ Before-After ที่เราเคยทำไว้ในครั้งที่แล้วมาให้ชมแล้วกันเน้อ...

จะสังเกตุว่าบริเวณข้างแก้มจากที่มีอาการแห้งลอกเป็นขุยเล็กๆ หลังใช้ดูดีขึ้น แถมความมันส่วนเกินบนผิวยังดูลดลงอีกด้วย นอกจากนี้เรายังรู้สึกว่าผิวดูกระจ่างใสขึ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากผลของการที่ผิวได้รับความชุ่มชื้นที่เพียงพอ ร่วมกับส่วนผสมที่เป็น Whitening Agent อย่าง Niacinamide เนี่ยแหละฮะ
 

INSTITUT ESTHEDERM NTENSIVE HYALURONIC SERUM(30ml./2,800.-)

เซรั่มเติมความชุ่มชื้นที่มีไฮยาลูรอนความเข้มข้นสูงถูกบรรจุไว้ในแคปซูล เพื่อการส่งผ่านและแตกตัวภายในผิวให้ริ้วรอยจากการขาดน้ำถูกเติมเต็ม เพื่อผิวที่ดูอิ่มน้ำเรียบเนียนและเปล่งประกาย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยจากการขาดน้ำ
 

Texture / Scent / Packaging

  • Texture : เนื้อเซรั่มทำออกมาได้กำลังพอดี ไม่เหลวหรือข้นจนเกินไป ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าซึมเข้าสู่ผิวได้ไวกว่า BIODERMA HYDRABIO SÉRUM อีกหละ
  • Scent : เป็นจุดเดียวจริงๆ ที่เราเสียดายเพราะด้วยความที่น้องคนนี้มีส่วนผสมของน้ำหอมและยังมีกลิ่นที่ Intense พอสมควร ถึงแม้เราใช้แล้วจะไม่ก่อให้เกิดการแพ้/ระคายเคือง แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มีสูตรที่เป็น Fragrance Free อยู่เหมือนกันฮะ
  • Packaging : เป็นบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบ Airless Pump ที่เราเลิฟ ไม่ต้องมานั่งระวังว่าจะปนเปื้อน หรือเผลอลืมปิดฝาให้วุ่นวาย #กดไลค์รัวๆ ให้สิ่งนี้

Key Ingredients

  • Hyaluronic Acid 3 Forms : ซึ่งประกอบด้วย
    • 0.05% High molecular weight : ทำหน้าที่ในการเคลือบผิว และดึงความชุ่มชื้นจากภายนอกเข้าสู่ผิว
    • 1% intermediate molecular weight : ช่วยในการกระตุ้นให้ผิวผลิต Hyalulonic Acid เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผิวดูเต่งตึง และฟูขึ้นนั่นเอง
    • 2% micro-encapsulated : ช่วยกระต้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ให้มีปริมาณมากขึ้น
  • DISODIUM ADENOSINE TRIPHOSPHATE : เป็นส่วนสำคัญของการทำงานของ Cell ผิว เมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณของ Adenosine ของผิวจะลดต่ำลง ทำให้ผิวเกิดริ้วรอย (aging) และชราลง การให้ Adenosine แก่ผิว เป็นเหมือนพลังงานให้ผิวสามารถซ่อมแซมตัวเองได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ 
  • LAMINARIA DIGITATA EXTRACT : สารสกัดจากสาหร่ายทะเลริมชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ ซึ่งทางผู้ผลิตเคลมว่ามีความสามารถในการยับยั้งการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย P. Acnes เชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว

 

Let's Try...

หลังจากที่เราได้ลอง INSTITUT ESTHEDERM NTENSIVE HYALURONIC SERUM มาประมาณเกือบ 10 วัน ผลลัพธ์ที่ได้เป็นดังภาพด้านล่างนี่เลยฮะ...

เราอยากให้เพื่อนๆ ลองสังเกตุริ้วรอยใต้ตา(ที่เราวงกลมสีแดงไว้) จะสังเกตุว่ามีบางส่วนที่ริ้วรอยดูตื้นขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงอาการบวมและรอยคล้ำใต้ตาก็ดูดีขึ้นเล็กน้อย ซึ่งจุดนี้เป็นอีกจุดที่ตอนเราทำรีวิวเราเพิ่งมาซักเกตุพบเหมือนกัน (นี่ขนาดเรายังไม่ได้ลองใช้ตัว Eye Serum ของเค้าเลยนะ!!)
 

Conclusion

จากที่เราได้ลองเล่นผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ตัวของแบรนด์ BIODERMA & INSTITUT ESTHEDERM ที่เราได้รับมาจากงาน Jeban x NAOS เราขอสรุปสั้นๆ เรียงที่ละผลิตภัณฑ์ให้เพื่อนๆ เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ :
  • BIODERMA HYDRABIO H2O : 
    • เป็น Cleansing Water ที่สามารถเช็ดเมคอัพได้ดีทีเดียว Based On ที่เราใช้ประจำเป็นหลักก็เช่น Base, Primer, Foundation และแป้งฝุ่น 
    • ในแง่ความชุ่มชื้นหลังเช็ดถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว เช็ดแล้วหน้าไม่แห้งตึง ไม่ระคายเคือง
  • BIODERMA HYDRABIO SÉRUM :
    • ด้วยเนื้อเซรั่มที่ค่อนข้างเข้มข้น น่าจะถูกใจคนที่ผิวขาดน้ำ และแห้งกร้าน เพราะน้องคนนี้ช่วยเติมน้ำให้ผิวได้ค่อนข้างดีทีเดียว ผิวโดยรวมดูฟูขึ้นหลังใช้ประมาณ 1 สัปดาห์
  • INSTITUT ESTHEDERM NTENSIVE HYALURONIC SERUM :
    • ในแง่การลดริ้วรอยที่เกิดจากการขาดน้ำก็อย่างที่เพื่อนๆ เห็นในภาพ Before-After ก็ต้องยอมให้เค้าจริงๆ แหละ เล่นงัดให้ริ้วรอยเล็กๆ ดูตื้นขึ้นได้ในเวลาไม่ถึง 2 วีค #กราบ!!
และนี่ก็ผลิตภัณฑ์หลักที่เราได้จากกิจกรรมในงานวันนั้น ซึ่งนอกจาก 3 ไอเทมนี้เรายังมีผลิตภัณฑ์ที่ได้กลับมาอีก แต่เราขอทำเป็นบทความแยกแล้วกันเน้อ ไม่งั้นคงจะยาวเกินไป(นี่คือยังไงไม่ยาว?) เอาเป็นว่าหากเพื่อนๆ เคยลองไอเทมไหนแล้วก็สามารถคอมเม้นต์มาคุยกันได้นะค๊าบ แล้วไว้พบกันใหม่ในบทความถัดไปค๊าบ บับบาย....

2 ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณค่ะ
February 13, 2020
ความคิดเห็นที่ 2
Thanks
February 14, 2020
What's new
รีวิวเจาะลึก La Roche Posay Anthelios Uvmune 400 Invisible Fluid SPF50+ จาก 229 เสียงของผู้ใช้จริง!12 ครีมกันแดดหน้าไม่มัน ซึมเร็ว แห้งไว ไม่เยิ้มระหว่างวันรีวิวเจาะลึกครีมแต้มสิว TOMEI Anti Acne Cream Plus จากผู้ใช้จริง 413 รีวิว ลดสิวอักเสบ สิวยุบไว ผิวแพ้ง่ายใช้ได้GUERLAIN ต้อนรับศักราชใหม่ของปี 2026 ถ่ายทอดเสน่ห์ของเดนิมผ่านความงามร่วมสมัยEctoin (เอ็กโตอิน) คืออะไร? ทำไมถึงถูกยกให้เป็นส่วนผสม กู้ผิวขาดน้ำ มีแบรนด์ไหนบ้าง ที่ควรลอง?รวมดาวเด่น! 10 เจลล้างหน้าลดสิว ยี่ห้อไหนดี 202610 สกินแคร์ลดสิว ยี่ห้อไหนดี จบวงจรสิวซ้ำซากดูดวงความรัก การงาน การเรียน การเงิน ระหว่าง 15 - 21 มี.ค. 69 (ทุกราศี)ปักหมุดมู 8 สถานที่ขอพรความรักรอบกรุง คนโสดปีนี้ต้องไม่เหงาแล้ว!ชวนสาว ๆ มาเป็น Beauty Tester ร่วมรีวิวและทดลองใช้สกินแคร์ เมคอัพแบรนด์ดังฟรี !!