Smart Beauty รีวิวดีบอกต่อ
search
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
จัดอันดับ
ผลิตภัณฑ์
แบรนด์
กิจกรรม
บิวตี้เทรนด์
เว็บบอร์ด
รีดีม
ของรางวัล
หน้าแรก
CLINIQUE
iD
รีวิวทั้งหมด
รีวิวโดย itosky
รีวิว
CLINIQUE iD
โดย itosky
อันดับ
CLINIQUE
iD
emulsion
ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์
itosky
July 30, 2019
ช่วงอายุ
: 40 ขึ้นไป
ผิวหน้า
: ผิวผสม
ความเป็นมา : จริง ๆ เรามีความสนใจผลิตภัณฑ์ Clinique ID มานานสักพักแล้วล่ะ เพราะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนพูดถึง แต่ช่วงสองเดือนที่ผ่านมามีภาวะเครียด บวกกับได้นอนประมาณวันละ 3-5 ชั่วโมงเท่านั้น แถมยังต้องไป ๆ มา ๆ ต่างจังหวัด เวลาและอารมณ์บำรุงผิวแทบไม่มี สิวฮอร์โมนขึ้น ๆ ยุบ ๆ แล้วขึ้นใหม่วนไป ทาแต่สกินแคร์หรือยาที่ช่วยรักษาสิว หน้าก็จะเดี๋ยวแห้งเดี๋ยวมัน เป็นขุย แปลก ๆ หน่อย จนถึงจุดที่หน้าบอกไม่ไหวแล้วเธอออ จงกลับมาบำรุงรักษาฉันเดี๋ยวนี้! เราเลยพุ่งตัวไปรับ Clinique ID มาลองใช้ให้สมใจที่อยากลองมานานนนสภาพผิว : ก่อนทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จะเห็นได้ชัดว่าหน้าของคนที่ไม่บำรุงและไม่ได้นอนนั้นเป็นยังไง T.T ทั้งแห้งและเหี่ยวเหมือนต้นไม้ขาดน้ำ รอยสิวทั้งเก่าและใหม่พาเหรดมาแสดงตัวตนกันอย่างชัดเจน ไม่มีใครยอมน้อยหน้าใคร คือเราก็งงเหมือนกันว่าควรใช้สูตรไหนดี เพราะเหมือนว่าเราจะต้องการทุกสูตรเลยนะคะ ><ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ : 1. เบสมอยส์เจอไรเซอร์แบบ Gel 3 ซอง + แบบ Jelly 1 ซอง รวมทั้งหมดเป็น 4 ซอง (ในรูปมีทั้งหมดแค่สามซองเพราะวันแรกตื่นเต้นมาก ใช้หมดแล้วเผลอทิ้งไปค่ะ 55)2. บูสเตอร์สีส้ม หรือ Fatigue สำหรับผิวเหนื่อยล้า ไม่สดใสวิธีการใช้ : ในช่วงทำการทดลอง เราจะลงน้ำตบหรือโลชั่นที่ช่วยเรื่องสิวก่อน แล้วตามด้วย Clinique ID สูตรสีส้ม ซึ่งเราจะใช้แค่ช่วงก่อนนอนวันละซองเป็นเวลาทั้งหมด 4 วัน เพราะอยากทดลองใช้แบบเต็มที่แต่ต่อเนื่องนานหน่อย แบบอยากจะใช้น้อย ๆ แต่ใช้นาน ๆ จะได้มั่นใจในผลลัพธ์ .. จริง ๆ ไม่ใช่อะไร เพราะว่านอนเช้า แล้วกว่าจะตื่นอีกทีก็เย็น ๆ เลย มีเวลาทาสกินแคร์ครั้งเดียว T.T ซึ่งถือว่าเราได้ Clinique ID สูตรที่เหมาะกับเรามากจริง ๆ ขอเรียกว่าสูตรนอนน้อยแล้วกันนะคะ 55กลิ่นและเนื้อสัมผัส : สำหรับเราถือว่าไม่มีกลิ่นอะไรนะคะ ซึ่งเราชอบแบบนี้และเหมาะกับสภาพผิวหน้าที่แพ้ง่ายของเราในตอนนี้ด้วย (ถ้าจะมีกลิ่นเราชอบให้เป็นกลิ่นแบบอโรม่าไปเลย ไม่ชอบแนวหอมหวานเท่าไหร่) เนื่องจากเราได้เนื้อสัมผัสมาสองแบบ คือแบบ Gel และ Jelly เราจึงลองใช้ทั้งสองแบบเลย โดยเริ่มจากแบบ Gel ก่อนใน 3 วันแรก เพราะเนื้อดูเข้มข้นดี และแบบ Jelly ในวันสุดท้าย ซึ่งพอทาแล้วพบว่าให้ความชุ่มชื้นได้ดีมากทั้งสองสูตรเลย เอาจริง ๆ เรารู้สึกว่ามันไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ ใช้เนื้อแบบไหนก็ได้ เราชอบทั้งสองเนื้อเลยค่ะ รู้สึกได้ว่าผิวดูดสารอาหารทั้งหมดลงไปอย่างเต็มที่ ชุ่มชื้น แต่ซึมเร็ว ไม่เกินหนึ่งนาทีคือซึมหมดแล้ว ถ้ามีสกินแคร์อื่นก็ลงต่อได้เลย และตื่นมาแล้วหน้าไม่มันเยิ้ม แต่ยังรู้สึกชุ่มชื่นอยู่ เป็นความรู้สึกใหม่ที่ดีเหมือนกันนะ เพราะในช่วงหน้าปกติดีเราจะประโคมสกินแคร์เยอะแยะ ตื่นมาหน้าจะโกลว์ไปนิดนึง 55ผลลัพธ์ : คืออยากจะบอกว่าจริง ๆ ใช้แค่คืนเดียวก็เห็นผลสำหรับเราแล้วนะคะ ผลที่ได้ก็คือหน้าดูอิ่มน้ำขึ้น เหมือนได้คืนน้ำสู่ผืนดิน เหมือนผิวหน้ากำลังขอบคุณเราอยู่! และพอใช้ครบ 4 วันจะเห็นได้ว่าร่องแก้มเราหายไปเลยยย หน้าเนียนขึ้น แน่นขึ้น ดูไม่เหนื่อยไม่ฮอยอีกต่อไป ดูนอน 6-8 ชั่วโมง >< สิวที่เพิ่งขึ้นไม่นานก็ยุบแห้งไปด้วย ถ้าเราไม่ถ่ายรูปไว้เราอาจไม่เห็นความแตกต่างขนาดนี้ แต่นี่อาจเป็นเพราะเราขาดการบำรุงอย่างจริงจังมาเป็นเดือนเลยเห็นผลเร็ว แต่ก็มั่นใจได้เลยว่าผลที่ได้มาจาก Clinique Id จริง ๆ เราดูรูปที่ถ่ายไว้ยังรู้สึกว่าเกินความคาดหมายของตัวเองไปมาก แบบโอ้มายก้อดดด น้องสีฟ้ารอพี่ก่อน เดี๋ยวกลับบ้านไปเจอกันแน่นอนนน เอ๊ะ ลองสีส้มแล้วดีแต่ทำไมเพ้อถึงสีฟ้า เพราะว่าขวดสีสวยรึเปล่านะ 55ซื้อมั้ย? : บรรยายมาขนาดนี้แล้ว เหลือแค่กดสั่งออนไลน์แล้วกลับไปรอรับของค่า แต่โดยส่วนตัวก็จะเลือกแบบ Jelly นะคะ เพราะว่าพอเป็นขวดจริงแล้วเนื้อใสทำให้ขวดดูสวยน่าใช้มาก และถ้าต่อไปมีการพัฒนาให้เลือกผสมหลายสูตรในขวดเดียวกันได้ก็น่าจะสะดวกยิ่งขึ้นสำหรับการพกพาไปใช้ยามเดินทางหรือแม้แต่ที่บ้านก็ตาม แต่ในตอนนี้เราก็ใช้วิธีบำรุงเรื่องอื่นในขั้นตอนอื่น ๆ แทน เพราะพอหน้าเริ่มกลับแข็งแรงแล้วเราจะบำรุงอะไรเพิ่มเติมก็ไม่มีปัญหา นี่คือสิ่งที่เราชอบที่สุดใน Clinique ID ค่ะ คือช่วยกอบกู้ผิวหน้าของเราได้อย่างรวดเร็วมากโดยไม่ต้องกลัวแพ้แม้แต่ในช่วงที่ผิวหน้าอ่อนแอ เรายกให้เป็นสกินแคร์ที่เราจะมีติดบ้านไว้อีกตัวเลย ดีใจน้าาาที่ได้เจอกัน :)
ไม่เป็นประจำ
เริ่มใช้
กิจกรรม cosmenet.in.th
Send to
close
Facebook
Twitter
Line
คัดลอกลิงก์