เทียบครีมกันแดด MizuMi 5 สูตรแต่ละสีต่างกันยังไง เลือกตัวไหนให้เหมาะกับผิว!

navigate_beforeย้อนกลับ

pic400
0 

แนะนำวิธี การซื้อบ้านจาก 3 ปัจจัยนี้ เพื่อให้ได้บ้านที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด

     การมีบ้านคือความฝันของใครหลาย ๆ คน ซึ่งบางคนต้องใช้เวลาเก็บหอมรอมริบเงินมาเป็นระยะเวลายาวนานเพื่อที่จะได้มีบ้านเป็นของตนเอง ดังนั้นทำให้ต้องให้ความใส่ใจในการคัดสรรด้วยเหตุผลและปัจจัยที่ทำให้คุณได้บ้านที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด หลายคนยังไม่ทราบว่าจะต้องเริ่มจากจุดไหน จะซื้อบ้านได้ราคาประมาณเท่าไหร่ และควรจะเตรียมตัวอย่างไร แต่สำหรับใครที่ไม่รู้ว่า ควรจะประเมินการซื้อบ้านจากปัจจัยใด แนะนำให้ลองหยิบไอเดียทั้งหมดในบทความนี้นำไปประยุกต์ใช้ดูก็ได้นะคะ ว่าแต่จะต้องมีข้อมูลใดบ้างที่ควรเตรียมไว้แต่เนิ่น ๆ เรามาดูกันเลย


1.เลือกซื้อบ้านจากงบประมาณ

เรื่องงบประมาณถือเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ที่คนเราใช้เพื่อตัดสินใจเลยก็ว่าได้ ฉะนั้นการเตรียมความพร้อมในเรื่องงบประมาณและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จะช่วยทำให้คุณสามารถคำนวณเงินที่จะสามารถใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้อย่างเหมาะสมและไม่เกินตัวจนเกินไป ด้วยวิธีการง่าย ๆ ดังนี้


วิธีที่ 1 : ประเมินตนเองเรื่องค่าใช้จ่ายต่อเดือน

ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันช่วงก่อนซื้อบ้านหรือเป็นค่าใช้จ่ายที่ควรรู้ทั้งหมด เช่น ค่าผ่อนชำระ ค่าธรรมเนียม ค่าส่วนกลาง ฯลฯ โดยจะต้องประมาณการออกมาเป็นตัวเลขว่า ในแต่ละเดือนคุณจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่เท่าไหร่ เพราะถ้าหากขาดเหลือมากจนเกินไป อาจจะต้องเก็บเงินเพิ่มขึ้น หรือลดราคาบ้านที่จะซื้อให้ถูกลง


วิธีที่ 2 : ประเมินตนเองเรื่องรายได้

นับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ธนาคารใช้ในการพิจารณาความสามารถด้านการกู้สินเชื่อ ถ้าหากคุณประมาณรายได้ของตนเองมาอย่างรอบคอบว่าจะสามารถกู้ซื้อ ได้ช่วงราคาที่เท่าไหร่ก็จะทำให้การกู้ซื้อผ่านกับทางธนาคารผ่านได้ง่ายขึ้น โดยสัดส่วนที่เหมาะสมของภาระหนี้ทั้งหมด รวมถึงภาระหนี้สำหรับการกู้บ้านจะต้องไม่เกิน 30% – 40% ของรายได้ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการซื้อในราคา 2 ล้านบาท คุณก็จะต้องผ่อนชำระเดือนละประมาณ 14,000 บาท


     แต่ถ้าหากคุณมีเงินเดือนอยู่ที่ 20,000 บาทการกู้ซื้อในราคา 2 ล้านบาทจะทำให้คุณมีภาระหนี้ในการผ่อนชำระเกินกว่า 40% ของจำนวนรายได้ จึงควรลดราคาบ้านที่ต้องการซื้อให้ต่ำกว่านี้ หรือหาวิธีการสร้างรายได้เพิ่มเติมและขยันเก็บเงินให้มากขึ้น เป็นต้น


วิธีที่ 3: ประเมินแผนการเก็บเงิน

หากคุณเลือกใช้วิธีการเก็บเงินเพื่อซื้อบ้านในฝัน คุณควรที่จะเริ่มประเมินแผนการออมเงินของคุณดูได้แล้วว่า เหมาะสมกับเป้าหมายที่เป็นสินทรัพย์ชิ้นใหญ่แบบนี้หรือไม่


     ยกตัวอย่างเช่น ในปัจจุบันคุณมีรายได้เดือนละ 30,000 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วคุณจะมีเงินเก็บอยู่ที่เดือนละ 10,000 บาท คุณตั้งเป้าหมายที่จะซื้อบ้านในราคา 5 ล้านบาท แต่คุณเลือกใช้วิธีการออมเงินด้วยการฝากประจำที่ให้ผลตอบแทนปีละ 2% นั่นเท่ากับว่า คุณจะต้องออมเงินเป็นเวลากว่า 40 ปีกว่าจะได้บ้านมาครอบครอง


     สรุปแล้วสิ่งที่ควรประเมินก่อนการซื้อบ้านคือ ความต้องการที่จะช่วยกำหนดปัจจัยต่าง ๆ ในการเลือกซื้อของคุณเอง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีความรอบคอบในการตัดสินใจ และมีเหตุผลที่สนับสนุนให้คุณตัดสินใจได้แม่นยำมากขึ้นเพื่อที่จะได้บ้านที่ตรงใจและสามารถจัดสรรค่าใช้จ่ายที่จะจ่ายค่าผ่อนชำระหลักหมื่น แต่ก็ยังมีสภาพคล่องทางการเงินที่สูงอยู่ได้นั่นเองค่ะ


7 ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณค่ะ
February 17, 2021
ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณค่ะ หายากกว่าเงินซื้อบ้านคือคนอยู่บ้านด้วยนี่แหละค่ะ ฮื้ออออ
February 17, 2021
ความคิดเห็นที่ 3
ขอบคุณค่ะ
February 17, 2021
ความคิดเห็นที่ 4
ขอบคุณค่ะ
February 17, 2021
ความคิดเห็นที่ 5
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ ^___^
February 18, 2021
ความคิดเห็นที่ 6
ขอบคุณค่ะ
February 19, 2021
ความคิดเห็นที่ 7
ขอบคุณค่ะ
February 19, 2021
What's new
รีวิวเจาะลึก La Roche Posay Anthelios Uvmune 400 Invisible Fluid SPF50+ จาก 229 เสียงของผู้ใช้จริง!12 ครีมกันแดดหน้าไม่มัน ซึมเร็ว แห้งไว ไม่เยิ้มระหว่างวันรีวิวเจาะลึกครีมแต้มสิว TOMEI Anti Acne Cream Plus จากผู้ใช้จริง 413 รีวิว ลดสิวอักเสบ สิวยุบไว ผิวแพ้ง่ายใช้ได้GUERLAIN ต้อนรับศักราชใหม่ของปี 2026 ถ่ายทอดเสน่ห์ของเดนิมผ่านความงามร่วมสมัยEctoin (เอ็กโตอิน) คืออะไร? ทำไมถึงถูกยกให้เป็นส่วนผสม กู้ผิวขาดน้ำ มีแบรนด์ไหนบ้าง ที่ควรลอง?10 สกินแคร์ลดสิว ยี่ห้อไหนดี จบวงจรสิวซ้ำซากรวมดาวเด่น! 10 เจลล้างหน้าลดสิว ยี่ห้อไหนดี 2026ดูดวงความรัก การงาน การเรียน การเงิน ระหว่าง 15 - 21 มี.ค. 69 (ทุกราศี)ปักหมุดมู 8 สถานที่ขอพรความรักรอบกรุง คนโสดปีนี้ต้องไม่เหงาแล้ว!ชวนสาว ๆ มาเป็น Beauty Tester ร่วมรีวิวและทดลองใช้สกินแคร์ เมคอัพแบรนด์ดังฟรี !!