เว็บ *cosmenet เปิดรับสมัครสาว ๆ ร่วมทีมหลายตำแหน่งจ้า

navigate_beforeย้อนกลับ

pic400
0 

ชวนมาดูสรรพคุณของขมิ้นชัน และการใช้งานที่เหมาะสม

คุณสมบัติกับสรรพคุณของขมิ้นชัน

ขมิ้นชันมีสารประกอบทางเคมีที่สำคัญอยู่ 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ สารกลุ่มเคอร์คิวมินนอยด์ (Curcuminoids) ได้แก่ Curcumin, monodesmethoxycurcumin และ bisdesmethoxycurcumin และกลุ่มที่ 2 คือน้ำมันระเหยง่าย (Volatile oil) มีสีเหลืองอ่อน มีสารสำคัญ คือ Monoterpenoids และ Sesquiterpenoids ที่เป็นส่วนประกอบของยารักษาอาการหลายชนิด ทั้งนี้ สรรพคุณการรักษาของขมิ้นชันมีหลายประการ ได้แก่

เสริมภูมิคุ้มกัน

เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ด้วยสารเคอร์คิวมิน (Curcumin) ในขมิ้นชัน มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันผ่านแอนติบอดี้ให้สามารถต่อสู้กับแอนติเจนที่อาจเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางผิวหนัง การหายใจ และระบบทางเดินอาหาร

ลดไข้ ต้านไวรัส

ขมิ้นชันช่วยป้องกันและยับยั้งไวรัสเข้าสู่ร่างกาย ทั้งยังช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้ในระบบหายใจและผิวหนัง ลดการคัดจมูก และผดผื่นแบบไม่รุนแรงได้ ทั้งยังสามารถลดไข้ได้ด้วย

ต้านการอักเสบ ลดปวดไขข้อ

สรรพคุณของสารเคอร์คิวมินในขมิ้นชันช่วยลดการอักเสบและสารเคอร์คิวมินอย ช่วยลดการเจ็บปวด โดยเฉพาะข้อเข่าเสื่อม เก๊าท์ และรูมาตอยด์ ซึ่งการระงับความปวดนั้นเทียบเท่ากับการใช้ยาไอโพรบูเฟนเลยทีเดียว

ล้างพิษตับ

ขมิ้นชันมีสรรพคุณที่ดีในการล้างตับ เนื่องจากเคอร์คิวมิน (Curcumin) ทำหน้าที่ในการลดไขมันพอกตับ ลดการเกิดพังผืดในตับ ป้องกันอาการตับแข็ง ยับยั้งการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ฟื้นฟูเซลล์ตับจากสารพิษตกค้างในยา

รักษาโรคผิวหนัง บำรุงผิว

สารเคอร์คิวมินในขมิ้นชันช่วยยับยั้งการอักเสบของร่างกาย จึงช่วยลดอาการคันบนผิวหนังได้ ตามภูมิปัญญาของคนไทยโบราณใช้ขมิ้นชันเพื่อช่วยลดอาการเกี่ยวกับผิวหนังกลาก เกลื้อน โดยการใช้ขมิ้นชันทั้งแบบเหง้าสดโขลกละเอียดและแบบตากแห้งบดเป็นผงผสมน้ำ ทาไว้บริเวณผิวหนังที่เป็นกลากเกลื้อนทุกวัน วันละ 2 ครั้ง หรืออาจบดเป็นผง แล้วนำมาขัดพอกผิวเพื่อให้ผิวนุ่มนวล กระจ่างใส สุขภาพผิวแข็งแรง

แก้ท้องร่วง

ขมิ้นชันช่วยต่อต้านแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร จึงรักษาอาการท้องร่วงได้ เป็นยารักษาที่หาได้ใกล้ตัว เพียงนำขมิ้นชันไปหั่น แล้วตำผสมน้ำเปล่า คั้นเอาแต่น้ำมาดื่ม ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ จะช่วยให้อาการท้องร่วงดีขึ้น

ช่วยขับลม ลดการจุกเสียด แน่นท้อง

เนื่องจากในขมิ้นชันมีสารที่ช่วยเพิ่มเอนไซม์ในการย่อยได้ จึงเป็นสมุนไพรไทยที่สามารถขับลม ลดอาการจุกเสียดแน่นท้องได้เมื่อนำมาผ่านความร้อน หรือปรุงในอาหาร

รักษาแผลในกระเพาะอาหาร

ขมิ้นชันสามารถรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้ด้วยการหลั่งสารมิวซิน ช่วยให้เกิดการเคลือบกระเพาะอาหารและป้องกันกรด พร้อมทั้งยังช่วยยับยั้งน้ำย่อยในกระเพาะอาหารด้วย จึงเป็นการป้องกันและรักษากระเพาะอาหารได้อย่างดีทีเดียว

ช่วยชะลอวัย ต้านอนุมูลอิสระ

คุณประโยชน์ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของขมิ้นชัน คือ การต้านอนุมูลอิสระ อันเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง เบาหวาน อัลไซเมอร์ และอื่นๆ ขมิ้นชันมีสรรพคุณชะลอวัยในแง่ของการลดการอักเสบ เพิ่มเอนไซม์กระตุ้นการกำจัดอนุมูลอิสระในเลือด

รักษาริดสีดวง

ขมิ้นชันมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคและลดการอักเสบ จึงนำมาใช้เป็นยารักษาริดสีดวงทวาร โดยการนำผงชมิ้นชันมาทาบริเวณหัวริดสีดวง จะช่วยให้แผลแห้งเร็วขึ้น และยังมีสรรพคุณในการสมานแผลอีกด้วย

แก้พิษแมลง กัด ต่อย

เมื่อเป็นแผลรอยแดงจากการโดนพิษของแมลงกัดต่อย สามารถใช้ชมิ้นชันช่วยบรรเทาอาการได้ โดยการนำผงชมิ้นชันเคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าวจนกลายเป็นยาทาสำหรับรักษาแผล หรือนำผงชมิ้นชันไปแช่ผสมกับน้ำปูนใสมาพอกบริเวณแผลก็ได้เช่นกัน

ช่วยลดระดับไขมันในเส้นเลือด

ขมิ้นชันมีสารไฟโตสเตอรอล ซึ่งมีสรรพคุณช่วยยับยั้งคอเลสเตอรอล พร้อมทั้งมีฤทธิ์ในการลดไขมันในเส้นเลือด เมื่อระดับไขมันในเส้นเลือดลดลง จึงสามารถป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตันและโรคหัวใจได้

ลดการแข็งตัวของเลือด

ฤทธิ์จากสารในขมิ้นชัน สามารถช่วยลดการแข็งตัวของเลือด ซึ่งเป็นสรรพคุณสำคัญที่จะช่วยบรรเทาอาการของโรคเบาหวานได้

วิธีรับประทานขมิ้นชัน

การกินขมิ้นชันตามช่วงเวลา สามารถบำรุงร่างกายได้ตามการทำงานของร่างกาย ดังนี้

ลดภูมิแพ้ บำรุงปอด ควรกินขมิ้นชันช่วง 03.00-05.00 น.

แก้ท้องผูก ป้องกันโรคริดสีดวงทวารและมะเร็งลำไส้ ควรกินขมิ้นชันช่วง 05.00-07.00 น.

ลดท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยบำรุงระบบทางเดินอาหาร ควรกินขมิ้นชันช่วง 07.00-09.00 น.

ลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันความเสี่ยงเกิดโรคเบาหวาน ควรกินขมิ้นชันช่วง 09.00-11.00 น.

บำรุงหัวใจและหลอดเลือด ควรกินขมิ้นชันช่วง 11.00-13.00 น.

บำรุงสมอง การนอน และการขับถ่าย ควรกินขมิ้นชันช่วง 17.00-21.00 น.

ทั้งนี้ การรับประทานขมิ้นชัน โดยทั่วไปจะมีอยู่ 3 วิธี คือ การรับประทานเหง้าสด การรับประทานแบบแคปซูล และการรับประทานแบบผงสกัดชงดื่ม

กินสด

ขมิ้นชันที่เหมาะกับจะนำมากินสดจะต้องเป็นขมิ้นชันที่อายุ 9 -12 เดือน เก็บเกี่ยวในช่วงที่เหง้ายังไม่แตกหน่อ เพราะจะยังคงสารเคอร์คิวมินได้เต็มที่ สำหรับการเก็บรักษาเหง้าขมิ้นควรจะเก็บไว้ในที่ไม่มีแสงแดด และไม่เก็บไว้นานเกินไป เพราะจะทำให้น้ำมันหอมระเหยในขมิ้นชันหมดไป

แบบแคปซูล

การกินขมิ้นชันในรูปแบบแคปซูลเป็นวิธีที่ง่ายและทำให้ได้รับปริมาณขมิ้นชันที่แน่นอน ผู้กินสามารถทราบถึงปริมาณการกินที่เหมาะสมกับตนเองได้

โดยทั่วไปในแคปซูลจะบรรจุด้านในแบบขิ้นชันแบบผง 250-400 มิลลิกรัมต่อแคปซูล ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้ โดยส่วนใหญ่จะกินเพื่อช่วยขับลม บรรเทาอาการแน่น จุกเสียด ท้องเฟ้อ เป็นต้น ปริมาณการกิน คือ 2-4 แคปซูล 4 เวลา หลังอาหาร และก่อนนอน


ขมิ้นชันแบบผงสกัดชงดื่ม มีทั้งแบบผงสำหรับชงดื่มและแบบเม็ดฟู่ละลายน้ำดื่ม ซึ่งจะเป็นกรรมวิธีที่มีการสกัดเอาสารเคอร์คิวมินอยด์ไว้ในตัวผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่เหมาะสม ขมิ้นชันแบบผงสกัดนี้จะยิ่งดื่มง่ายเพราะไม่มีกลิ่นรุนแรง และเมื่ออยู่ในรูปแบบที่ละลายน้ำ ก็ยิ่งทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น


สนใจบทความสาระดีๆเกี่ยวกับสมุนไพรได้ที่ : https://www.saithongherb.com/ 

Facebook : Saithong
Tiktok : Saithongofficial

                                   

15 ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณค่ะ
January 19, 2024
ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณค่า💙💜❤️💛💚
January 19, 2024
ความคิดเห็นที่ 3
ประโยชน์เยอะเลย
January 19, 2024
ความคิดเห็นที่ 4
ขอบคุณครับ
January 19, 2024
ความคิดเห็นที่ 5
ขอบคุณค่ะ
January 19, 2024
ความคิดเห็นที่ 6
ขอบคุณค่ะ
January 19, 2024
ความคิดเห็นที่ 7
Good
January 19, 2024
ความคิดเห็นที่ 8
น่าสน
January 19, 2024
ความคิดเห็นที่ 9
ขอบคุณที่มาแชร์ค่า
January 19, 2024
ความคิดเห็นที่ 10
ขอบคุณสาระดีดีค่ะ
January 19, 2024
ความคิดเห็นที่ 11
Thanks
January 19, 2024
ความคิดเห็นที่ 12
ขอบคุณที่มาแชร์ค่ะ
January 19, 2024
ความคิดเห็นที่ 13
ขอบคุณค่ะ
January 20, 2024
ความคิดเห็นที่ 14
Thanks
January 22, 2024
ความคิดเห็นที่ 15
Thanks
July 02, 2025
What's new
13 โฟมล้างหน้าผิวแพ้ง่าย สูตรอ่อนโยน สะอาดล้ำลึก ป้องกันฝุ่นละอองรีวิวเจาะลึก 2 คู่หู “Dragon’s Blood” กู้รอยสิวตัวจริงในตำนาน Dragon’s Blood Scar Gel ลดรอยแดงสิว & Intensive Dark Spot & Acne Scar Gel ลดรอยดำสิวรีวิวเจาะลึก แชมพูปิดผมขาว HommKesa Grey Hair Covering Shampoo จากผู้ใช้จริง ปิดผมหงอกก่อนวัย ให้กลับมามั่นใจยืนหนึ่งCosmoprof CBE ASEAN 2026 เปิดประตูสู่โอกาสใหม่แห่งอุตสาหกรรมความงามพบกันวันที่ 24–26 มิถุนายน 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ Hyaluronic Acid (ไฮยาลูรอน) คืออะไร? รีวิว 3 สกินแคร์ HA ตัวท็อปเพื่อผิวอิ่มฟู พร้อมแนะนำใช้คู่กับอะไรแล้วผิวปังอัปเดต 10 คุชชั่นคุมมัน ยี่ห้อไหนดี 2026 เน้นงานผิว ปกปิดไม่ติดแมสก์9 มอยส์เจอไรเซอร์ผิวแพ้ง่าย ยี่ห้อไหนดี เติมความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิวไม่ระคายเคืองดูดวงความรัก การงาน การเรียน การเงิน ระหว่าง 24 - 30 พ.ค. 69 (ทุกราศี)Makeup Routine 5 Step ด้วย Chanel แต่งหน้าง่ายๆ ได้ลุคผิวสวยสุขภาพดี ชวนสาว ๆ มาเป็น Beauty Tester ร่วมรีวิวและทดลองใช้สกินแคร์ เมคอัพแบรนด์ดังฟรี !!