เป็นรังแคไม่หาย ใช้แชมพูอะไรดี? รู้จัก Selsun Blue 5 สูตร แต่ละสีต่างกันยังไง

navigate_beforeย้อนกลับ

pic400
0 

ภาวะไขมันพอกตับ ภัยเงียบที่มาพร้อมความอ้วน



โรคไขมันพอกตับ (Fatty Liver Disease) หรือไขมันเกาะตับ โดยทั่วไปไขมันพอกตับเป็นโรคเรื้อรัง เป็นกลุ่มของโรคที่เกิดการสะสมไขมันในเนื้อตับมากเกินปกติ คือประมาณ 5-10% ของตับ จึงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน


โดยน้ำหนักไขมันที่เข้าไปแทรกตับนั้นมักเป็นชนิดไตรกลีเซอไรด์ ภาวะนี้เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่ทำให้ผลการตรวจการทำงานของตับผิดปกติ และไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด แต่อาจเป็นภัยเงียบที่อาจไม่รู้ตัวและบ่งชี้ถึงโรคอื่นๆ ได้ โดยปกติแล้วจะไม่ค่อยมีอาการแสดง แต่บางครั้งอาจมีอาการจุกแน่น ซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก แต่หากปล่อยให้เป็นระยะเวลานานมากยิ่งขึ้น มีการอักเสบเป็นระยะเวลานานจะทำให้เกิดตับแข็ง แต่ใช้เวลานานระยะเวลาที่เกิดอาการตับแข็ง จากภาวะไขมันพอกตับคือ 10-15 ปี ได้


กลไกการเกิดโรคไขมันพอกตับ


ตับทำหน้าที่เหมือนแบตเตอรี่เก็บสะสมพลังงาน การรับประทานอาหารมากเกินไปทำให้เกิดไขมันก่อตัวขึ้นในตับ เมื่อตับไม่ได้นำไขมันไปใช้หรือไม่ย่อยสลายไขมันตามที่ควรจะเป็นก็จะเกิดไขมันสะสมขึ้นที่ตับ ในผู้ที่มีภาวะของโรคอื่นๆ เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง รวมถึงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มากเกินไป การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว การรับประทานหวานหรือบริโภคน้ำตาลมาก และภาวะขาดสารอาหารก็อาจทำให้เกิดโรคไขมันพอกตับได้ ก็มีส่วนทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับได้ อย่างไรก็ตามอาจมีผู้ป่วยบางรายที่เกิดไขมันพอกตับได้โดยไม่มีโรคเหล่านี้เลย


สาเหตุการเกิดโรคไขมันพอกตับ แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่


1. จากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ (alcoholic fatty liver disease) ความรุนแรงของโรคจะขึ้นกับประเภท ปริมาณ ระยะเวลาที่ดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ไขมันเข้าไปพอกในตับมากขึ้นได้เช่นกัน


2. จากปัจจัยเสี่ยงอื่น เช่น...


     2.1 กลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานสูงของร่างกาย (metabolic syndrome) เช่น ภาวะอ้วน อ้วนลงพุง น้ำหนักตัวมากเกิน (ดัชนีมวลกายหรือ BMI 25-30) โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง

     2.2 โรคบางอย่างทำให้ไขมันพอกตับเพิ่มขึ้นได้ เช่น ถุงน้ำในรังไข่ ความดันเส้นเลือดตีบตัน โรคหัวใจ

     2.3 การรับประทานอาหารที่มีรสหวานมากเกินไปเป็นประจำ เช่น แป้ง น้ำตาล ไขมัน ดื่มน้ำที่มีรสหวานแทนน้ำเปล่า

     2.4 ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ย-าคุ-มกำเนิด ยาเคมีบำบัดรักษาโรคมะเร็ง เช่น ยารักษามะเร็งเต้านม ยาปฏิชีวนะบางชนิด ยาต้านไวรัสบางชนิด ยากลุ่มสเตียรอยด์ ยากลุ่มต้านฮอร์โมน ฮอร์โมนบางอย่าง


อาการโรคไขมันพอกตับ


โดยทั่วไปโรคไขมันพอกตับไม่ทำให้เกิดอาการทางร่างกาย ผู้ที่เป็นมักไม่รู้ตัวเพราะไม่มีอาการแสดงออก และเมื่อมีไขมันพอกตับสะสมอยู่เป็นปริมาณมาก จะทำให้เซลล์ตับมีการบวมและ 10-20% ของผู้มีไขมันพอกตับจะเกิดอาการตับอักเสบได้ มักจะตรวจพบจากกรตรวจเลือดประจำ หรืออัลตราชาวด์ หรือหากมีอาการก็อาจเป็นอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจงมากพอที่จะบ่งบอกโรคได้ เช่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้เล็กน้อย รู้สึกตึงบริเวณใต้ชายโครงขวา และ 90 % มาจากภาวะอ้วน หรืออ้วนลงพุง โดยส่วนใหญ่การตรวจพบโรคไขมันพอกตับจึงมักพบเมื่อผู้ป่วยเข้ารับการเจาะเลือดตรวจสุขภาพประจำปีหรือตรวจทางการแพทย์ด้วยเหตุผลอื่นๆ


รู้ได้อย่างไรว่าเริ่มมีไขมันพอกตับ?

การตรวจพบโรคไขมันพอกตับ แบ่งระยะได้เป็น 4 ระยะ ดังนี้


ระยะแรก เป็นระยะที่มีไขมันสะสมอยู่ในเนื้อตับ แต่ยังไม่มีการอักเสบหรือพังผืดเกิดขึ้นในตับ

ระยะที่สอง เป็นระยะที่ริ่มมีอาการอักเสบของตับ หากไม่ควบคุมดูแล และปล่อยให้การอักเสบดำเนินไปเรื่อยๆ เกินกว่า 6 เดือนอาจกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง

ระยะที่สาม การอักเสบรุนแรงต่อเนื่องเกิดพังผืด (brosis) สะสมในตับ เซลล์ตับค่อยๆ ถูกทำลายลงแทนที่ด้วยพังผืด

ระยะที่สี่ เชลล์ตับถูกทำลายไปมาก ตับไม่สามารถทำงนได้ตามปกติอีกต่อไป ทำให้เกิดตับแข็งมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ


การวินิจฉัย

1. ประเมินจากประวัติสุขภาพ และการตรวจเลือดดูค่าเอนไซม์ตับ

2. การตรวจอัลตร้าซาวด์

3. การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

4. การเจาะชิ้นเนื้อตับมาตรวจ

5. การตรวจระดับความแข็งของตับและวัดปริมาณไขมันในตับด้วยเครื่อง Fibro Scan


แนวทางในการป้องกันและลดความเสี่ยงจากโรคไขมันพอกตับ

- ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน อย่างน้อยครั้งละ 30 นาที หากเป็นไปได้ควรออกกำลังกายทั้งแบบแอโรบิคและแบบมีแรงต้าน เช่น เดินเร็วครึ่งชั่วโมง การวิ่ง การปั่นจักรยาน เป็นต้น

- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์เช่น อาหารที่มีไขมันต่ำ กากใยสูง และให้พลังงานต่ำ

- หากเป็นเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูง ควรควบคุมโรคให้ดีด้วยการรับประทานยาตามแพทย์สั่ง ควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย

- หลีกเลี่ยงการรับประทานยาหรือผลิตภัณฑ์ ที่นอกเหนือจากที่แพทย์สั่ง

- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

- ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี


https://www.vichaiyut.com/th/medical-centers/gastrointestinal-and-liver-center


ในปัจจุบันสถิติคนไทยร้อยละ 25- 30 หรือ 1 ใน 4 ของประชากร ส่วนใหญ่เป็นไขมันพอกตับ สาเหตุหลักๆมาจากการรับประทานอาหาร การดื่มแอลกอฮอล์


เนื่องจากในปัจจุบันประชากรที่มีภาวะอ้วนลงพุง มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ด้วยพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง และรับประทานอาหารไม่ถูกหลักตามโภชนาการ จึงส่งผลให้เกิดไขมันพอกตับ หรือที่ใครหลายคนเรียกว่าไขมันเกาะตับ ตับคั่งไขมัน (Non-alcoholic fatty liver disease (NAFLD) ซึ่งเป็นภาวะไขมันคั่งในตับ เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถนำไขมันที่รับประทานเข้าไปมาใช้ได้หมด จึงสะสมเป็นไขมันในรูปไตรกลีเซอไรด์ในตับ ที่มีลักษณะของไขมันแทรกซึมสะสมภายในเนื้อตับ และเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยส่วนใหญ่จะเกิดอาการตับอักเสบ จนเกิดพังผืด เมื่อสะสมเยอะขึ้นทำให้กลายเป็นตับแข็ง หากไม่ได้รับการรักษาในอนาคตผู้ป่วยบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนทำให้เกิดโรคมะเร็งตับได้


ปัจจุบันการลดน้ำหนัก การควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมตามปกติ เป็นแนวทางในการป้องกันและลดความเสี่ยงจากโรคไขมันพอกตับที่ดีที่สุด และได้มีการศึกษาเรื่องยาที่จะนำมารักษาไขมันพอกตับ เช่น ยารักษาเบาหวาน กลุ่มวิตามินอี เชื่อว่าเป็น Antioxidant และช่วงหลังเริ่มจะมีกลุ่มยาเบาหวานบางชนิด อาจจะลดระดับน้ำตาลได้ไม่มากแต่สามารถทำให้น้ำหนักลดลงได้เยอะ อาจจะมีความหวังสำหรับคนที่เป็นไขมันพอกตับได้ในอนาคต


 การดื่มแอลกอฮอล์จัดจะนำไปสู่ภาวะตับอักเสบ ตับแข็ง และโรคมะเร็งตับตามมา แต่กรณีผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีและซีจะไม่นำไปสู่ภาวะตับแข็ง แต่จะนำไปสู่มะเร็งตับได้เลย ดังนั้นจึงการตรวจคัดกรองมะเร็งตับจึงเป็นเรื่องสำคัญ


อาการของมะเร็งตับ

ส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการ แต่มักจะตรวจพบเวลาที่ไปตรวจร่างกายด้วยอัลตราซาวด์ หรือตรวจพบความผิดปกติของระดับโปรตีนบางชนิดในเลือด ส่วนมากจะเป็นคนที่มีไวรัสตับอักเสบ หรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับที่ไปตรวจอัลตราซาวด์ ซึ่งหากโชคดีตรวจเจอมะเร็งตับระยะเริ่มแรก ซึ่งจะมีขนาดเล็กๆ ไม่กี่เซนติเมตร แต่เมื่อมะเร็งมีขนาดโต เช่น มากกว่า 8 – 10 เซนติเมตร ก็จะทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ทานอาหารไม่ได้ ปวดแน่นท้องบริเวณด้านขวาหรือบริเวณลิ้นปี่ อาจปวดร้าวไปที่หัวไหล่ขวา อาจคลำพบก้อนในท้องใต้ชายโครงขวาหรือลิ้นปี่ในบางคนที่มีโรคตับแข็งร่วมด้วย และหากมะเร็งตับลุกลามมากอาจพบว่ามีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องมาน บางคนอาจจะมีอาเจียนออกมาเป็นเลือด

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งตับ


การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด B หรือ ชนิด C แบบเรื้อรัง ภาวะตับแข็ง ซึ่งอาจเกิดจากไวรัส หรือสาเหตุอื่นๆ โดยเฉพาะการดื่มแอลกอฮอล์ทุกวัน ติดต่อกันเป็นระยะเวลาหลายปี เชื้อราชนิด Aflatoxin ซึ่งมีมากในอาหารพวกถั่ว พริก ที่เก็บเอาไว้เป็นระยะเวลานานๆ และนำมารับประทานโดยไม่ผ่านความร้อน และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่พบได้ แต่ไม่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงชัดเจนมาก เช่น โรคเบาหวานที่มีไขมันสะสมในตับมาก การสูบบุหรี่ หรือผู้ที่เป็นโรคทางเดินน้ำดีอักเสบ ซึ่งไม่ค่อยพบในประเทศไทย


แหล่งที่มา

1. https://www.youtube.com/watch?v=llNNz58lLww

2. https://www.youtube.com/watch?v=HGrP7Q0Tr9g

3. https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/fatty-liver-disease

4. https://www.bumrungrad.com/th/conditions/fatty-liver-disease

5. https://www.cmu.ac.th/th/article/1ce1824b-d6d4-473f-ab07-015aed8a1a43


สนใจสั่งซื้อ จาก Winona Probio

หรือสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับ Probiotic

เพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-821-5501

LINE@ : https://page.line.me/khq1649x?oat__id=2226228&openQrModal=true

Facebook : https://www.facebook.com/WinonaProbio

Youtube : https://www.youtube.com/@bywinonaprobiotics2569

E-mail : info@winonafeminine.com

Website : https://winonaprobio.com/



43 ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณค่ะ
September 06, 2023
ความคิดเห็นที่ 2
😍
September 06, 2023
ความคิดเห็นที่ 3
😍
September 06, 2023
ความคิดเห็นที่ 4
😍
September 06, 2023
ความคิดเห็นที่ 5
😍
September 06, 2023
ความคิดเห็นที่ 6
😍
September 06, 2023
ความคิดเห็นที่ 7
ขอบคุณค่า
September 06, 2023
ความคิดเห็นที่ 8
🥰
September 06, 2023
ความคิดเห็นที่ 9
ขอบคุณค่ะ
September 06, 2023
ความคิดเห็นที่ 10
😍
September 06, 2023
ความคิดเห็นที่ 11
Thanks
September 07, 2023
ความคิดเห็นที่ 12
ขอบคุณค่ะ
September 07, 2023
ความคิดเห็นที่ 13
ขอบคุณค่ะ
September 07, 2023
ความคิดเห็นที่ 14
ขอบคุณค่ะ
September 07, 2023
ความคิดเห็นที่ 15
ขอบคุณค่ะ
September 07, 2023
ความคิดเห็นที่ 16
ขอบคุณที่มาแชร์กันนะคะ🧡💙💜❤️💛
September 07, 2023
ความคิดเห็นที่ 17
ขอบคุณค่ะ
September 07, 2023
ความคิดเห็นที่ 18
ขอบคุณค่ะ
September 07, 2023
ความคิดเห็นที่ 19
ขอบคุณค่ะ
September 07, 2023
ความคิดเห็นที่ 20
ขอบคุณค่ะ
September 07, 2023
ความคิดเห็นที่ 21
(:
September 07, 2023
ความคิดเห็นที่ 22
✅️✅️✅️
September 07, 2023
ความคิดเห็นที่ 23
👍💕
September 07, 2023
ความคิดเห็นที่ 24
ขอบคุณค่ะ
September 07, 2023
ความคิดเห็นที่ 25
ขอบคุณค่ะ
September 07, 2023
ความคิดเห็นที่ 26
ขอบคุณ
September 08, 2023
ความคิดเห็นที่ 27
ขอบคุณค่ะ
September 08, 2023
ความคิดเห็นที่ 28
ขอบคุณค่ะ
September 08, 2023
ความคิดเห็นที่ 29
ขอบคุณสำหรับคามรู้ตะ
September 08, 2023
ความคิดเห็นที่ 30
ขอบคุณค่ะ
September 08, 2023

1 / 2

What's new
เจลแต้มสิว Mentholatum Acnes เหมาะกับสิวแบบไหน? มีส่วนผสมอะไร? เจาะสูตรสิวยุบไว พร้อมวิธีใช้ให้ถูกขั้นตอนPDRN ช่วยอะไร? รู้จักโลชั่น PDRN ของเจนนี่ Vaseline Gluta-Hya สูตรใหม่ ดริปผิวดูใส อิ่มฟู แน่นเด้ง 78%รีวิว Vaseline Pro Derma Melasma Repair SPF50+ PA++++ Treatment Serum มาพร้อม ไกลโคโซม™ เทคโนโลยีจัดการฝ้าแดดและจุดด่างดำที่ทรงพลังและใหม่ที่สุดในโลกจากวาสลีนเว็บ cosmenet* เปิดรับสมัครสาว ๆ ร่วมทีมหลายตำแหน่งจ้าiHerb ดีไหม? สายดูแลสุภาพ ก่อนช้อปสินค้า Wellness เช็ก 5 เรื่องนี้ พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 26%8 เซรั่มลดผมร่วงยี่ห้อไหนดี ผมบาง กระตุ้นผมเกิดใหม่ ไม่ขาดง่าย!8 ครีมแต้มสิวในเซเว่น แต้มปุ๊บ สิวยุบทันใจ แถมไม่ทิ้งรอย!ดูดวงความรัก การงาน การเรียน การเงิน ระหว่าง 25 - 31 ต.ค. 69 (ทุกราศี)หลังเลเซอร์ทาครีมอะไรดี? แชร์ 5 Steps บำรุงหน้าใสไม่มีเบิร์นReview & Tester : ชวนทดลองใช้ ARTISTRY LABS PRO-RETINOL เซรั่มเรตินอลมิติใหม่ จัดการริ้วรอย เห็นผลลัพธ์ใน 7 ครั้ง* จำนวน 50 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 3,600 บาท (ราคาสมาชิก) 4,000 บาท (ราคาปกติ)