เทียบครีมกันแดด MizuMi 5 สูตรแต่ละสีต่างกันยังไง เลือกตัวไหนให้เหมาะกับผิว!

navigate_beforeย้อนกลับ

pic400
0 

รวบตึง 6 เซรั่ม ตัวเด็ด! ที่น่าลอง...ใช้แล้วผิวเว่อร์

สวัสดีจ้าเพื่อนๆ วันนี้เรามาพร้อมไอเทมดีๆ ที่เอามาแชร์กันอีกเช่นเคย ช่วงนี้ใกล้สิ้นปีแล้ว เลยถือโอกาสรวมเอาเซรั่มดีๆ ที่ได้ลองใช้แล้วชอบมาบอกต่อกัน เผื่อใครที่สนใจอยากจะดูแลผิวหน้า ฟื้นฟูดูแลผิวต้อนรับปีใหม่ จะได้ไปเอาไปเป็นข้อมูลในการตัดสินใจได้





ซึ่งเราได้รวบรวมเอาไว้ทั้งหมด 6 แบรนด์ด้วยกัน ….แต่ละแบรนด์จะเน้นดูแลฟื้นฟูผิว เสริมให้ผิวแข็งแรง เติมความชุ่มชื้น เพราะส่วนตัวเราเป็นคนผิวค่อนข้างแห้งและบอบบางแพ้ง่ายด้วย ใครที่สภาพผิวคล้ายกันเตรียมจดลิสต์ไว้ได้เลยจ้า



Shiseido Ultimune Power Infusing Concentrate




มาเริ่มกันที่แบรนด์แรกชิเซโด้ รุ่นนี้เป็นเซรั่มอันดับ 1 ของเค้าเลย ขวดแดงแบบนี้หลายคนคงรู้จัก เป็นเซรั่มที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวแข็งแรง เรียบเนียน ยืดหยุ่น แลดูสุขภาพดี ด้วยส่วนผสมของสารสกัด Fermented Roselle สำหรับคนที่เริ่มมีริ้วรอยเซรั่มนี้ก็สามารถช่วยได้นะ





เนื้อเซรั่ม : เซรั่มจะมีเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ซึมลงผิวไว กลิ่นหอมอ่อนๆ

ความรู้สึกหลังใช้ : สำหรับชิเซโด้ต้องบอกเลยว่าเนื้อค่อนข้างบางเบาและซึมไว หลังทาลงผิวพอเกลี่ยแล้วซึมลงผิวไปเลย ไม่ทิ้งความเหนียวเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ชุ่มชื้นทันที อาจจะต้องทาครีมบำรุงเพิ่มเติมสำหรับคนที่ผิวแห้ง (แบบเรา) ส่วนตัวคิดว่าเค้าเน้นเรื่องทำให้ผิวแข็งแรงและเรียนเนียนมากกว่า

ให้คะแนน : 7.5 /10



Origins Ginzing into the Glow Brightening Serum




ต่อมาเอาใจคนที่อยากมีผิวกระจ่างใส แนะนำเป็นเซรั่ม Origins Ginzing ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี โสม และเมล็ดกาแฟสีเขียว ที่เน้นช่วเรื่องผิวหน้าโกลว์ กระจ่างใส กระชับรูขุมขน พร้อมผลัดเซลล์ผิวและทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น





เนื้อเซรั่ม : เนื้อเซรั่มบางเบา สีส้มอ่อนๆ กลิ่นหอมสดชื่น(กลิ่นมีความคล้ายซีตรัส)

ความรู้สึกหลังใช้ : ส่วนตัวเราชอบเนื้อเซรั่มเค้าตรงทีพอทาลงผิวเกลี่ยไปแล้ว ผิวมีความชุ่มชื้นทันที ให้ความรู้สึกโกลว์ๆ ดูสุขภาพดีขึ้น แต่ไม่ทิ้งความมันหรือคราบเอาไว้เลย พอใช้ต่อเนื่องแล้วผิวหน้าดูกระจ่างใสขึ้น รูขุมขนเล็กลงเล็กน้อยแต่อาจจะใช้ระยะเวลาสักหน่อย ซึ่งส่วนตัวเราไม่ได้มีปัญหาตรงรูขุมขนมากเลยไม่ค่อยเห็นผล แต่เรื่องความกระจ่างใสเห็นผลชัดเจน

ให้คะแนน : 7.8 /10



Delifs Ultra glow PDRN revital serum




มากันที่เซรั่มแบรนด์น้องใหม่อย่าง Delifs เป็นเซรั่มที่เราได้ลองแล้วอยากแนะนำมากเพราะเหมือนกับว่าใช้ขวดเดียวแล้วได้ครบเลย เพราะเค้ามีส่วนผสมมากมาย เช่น Shea Butter,Centella Asiatica Extract,สารสกัดจากถั่วเหลืองญี่ปุ่น, Vitamin E,Rose Water และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น อิ่มน้ำ เสริมให้ผิวแข็งแรง และต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย แถมยังช่วยช่วยลดการอักเสบและระคายเคืองที่เกิดจากแสงแดดและสารเคมี ซึ่งเป็นปัญหาที่เราเจอแล้วเซรั่มขวดนี้ตอบโจทย์สุดๆ แถมยังผ่านการทดสอบแล้วว่าผิวบอบบางแพ้ง่ายใช้ได้





เนื้อเซรั่ม : เป็นใสๆ บางเบา เข้มข้นแต่บางเบา กลิ่นหอมละมุน

ความรู้สึกหลังใช้ : สำหรับเซรั่ม Delifs ขวดนี้เราค่อนข้างประทับใจเลยล่ะ เริ่มตั้งแต่เนื้อเซรั่ม ที่ทาลงผิวแล้วมีความชุ่มชื้น ดูผิวอิ่มน้ำทันที ผิวไม่ได้แห้งไปเลย ทำให้ความรู้สึกว่าผิวหน้าได้รับการบำรุงจริงๆ พอใช้ต่อเนื่องก็รู้สึกว่าผิวแข็งแรง เรียนเนียนขึ้น เวลาเอามือลูบไปที่ผิวแล้วมีความละเอียดไม่หยาบกร้าน ผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้นมากๆ ดูอิ่มฟู โดยรวมแล้วผิวดูสุขภาพดีขึ้นจริงๆ และอีกอย่างที่สัมผัสได้คือแต่งหน้าติดทนมากขึ้น ไม่เป็นคราบไม่ลอกระหว่างวันด้วยล่ะ

ให้คะแนน : 9 /10



Laneige White Dew Original Ampoule Essence




มากันครึ่งทางแล้ว ขอต่อกันด้วยเซรั่มจากลาเนจ เป็นเซรั่มที่เน้นเรื่องผิวกระจ่างใส ลดความหมองคล้ำ ลดจุดด่างดำ รอยสิว กระ ได้เป็นอย่างดี ทำให้ผิวดูสดใส ด้วย ส่วนผสมของ Phyto Sugar Water ที่นอกจากช่วยปรับสีผิวให้สว่างขึ้นแล้วยังทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นด้วยซึ่งตอบโจทย์เราได้ดีเช่นกัน





เนื้อเซรั่ม : มีความบางเบาเนื้อออกเจลๆ นิดหน่อย กลิ่นหอมอ่อนๆ

ความรู้สึกหลังใช้ : เซรั่มลาเนจขวดนี้เป็นอีกขวดที่เราค่อนข้างชอบเช่นกัน ด้วยเนื้อเซรั่มและความรู้สึกหลังใช้ ที่พอเกลี่ยลงผิวแล้วผิวมีความชุ่มชื้นอยู่ รวมไปถึงกลิ่นที่หอมแบบพอดีๆ และที่สำคัญเลยคือพอใช้ต่อเนื่องรู้สึกว่าผิวดูสว่างกระจ่างใส พวกรอยด่างดำดูจางลงจริงๆ หน้ามีความสดใสไม่หมองคล่ำเหมือนแต่ก่อน แล้วก็ได้ความชุ่มชื้นอิ่มฟูด้วยถือว่าดีเลยล่ะ

ให้คะแนน : 8 /10



Rejuran Healer DUAL effect Ampoule




รีจูรันขวดสีทองที่ใครๆ ก็บอกว่าดี เพราะเป็นเซรั่มที่ทาลงผิวได้เหมือนเราไปฉีดหน้าเลยโดยไม่ต้องเจ็บตัว เหมาะกับคนที่อยากฟื้นฟูผิว โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาผิวหนักๆ อย่างรอยแผลจากสิว ฝ้ากระ ริ้วรอย หน้าโทรม ด้วยส่วนผสมที่อัดแน่นและเทคโนโลยีเทคโนโลยี DOT DUAL PDRN ที่รวม c-PDRN + n-pDRN เน้นส่วนผสมในเรื่อง Anti-Wrinkle และ Anti-Aging เอาไว้ในขาดเดียว





เนื้อเซรั่ม : เนื้อเซรั่มใสๆ เข้มข้น กลิ่นหอมออกแนวโสมนิดๆ

ความรู้สึกหลังใช้ : ต้องบอกว่าเป็นเซรั่มอีกอันที่ดีเลย สำหรับคนที่มีปัญหาผิวเยอะๆ โดยเฉพาะพวกรอยสิว ริ้วรอย หน้าโทรม ซึ่งเอาจริงๆ เราไม่ได้มีปัญหาเรื่องรอยสิวเท่าไหร่ แต่มีรอยกระเล็กๆ แล้วพอเราใช้ต่อเนื่องรอยกระค่อยๆ ลดลง ผิวจะดูสดใส แข็งแรงขึ้นได้โดยไม่ต้องเจ็บตัว อีกทั้งเนื้อเซรั่มยังเข้มข้น แต่ก็ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ส่วนตัวเราชอบนะ สำหรับรีจูรัน

ให้คะแนน : 8.5/10



Philosophy Hope In A Jar Biome-Balance Glow Serum




และสุดท้าย philosophy แบรนด์จากอเมริกา เป็นเซรั่มที่เน้นความชุ่มชื้นเติมน้ำให้ผิว ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นยาวนาน ด้วยส่วนผสมมากมาย อย่าง Aloe Vera, Vitamins C และ E, Peptides, Asian Fruit Extract และ Jasmine Extract ที่ช่วยฟื้นบำรุงให้ผิวดูสุขภาพดี นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ด้วย





เนื้อเซรั่ม : เนื้อเซรั่มใสๆ บางเบา ซึมไว ไม่ค่อยมีกลิ่น

ความรู้สึกหลังใช้ : ถ้าคนที่ไม่ชอบกลิ่นที่อยู่ในสกินแคร์ เซรั่มนี้ตอบโจทย์เพราะกลิ่นน้อยมากๆ เนื้อบางเบา ซึมไว ทาลงผิวแล้วแห้งไปเลย แต่ผิวยังดูชุ่มชื้นอยู่ ทำให้ไม่รำคาญผิว แต่ต้องบอกเลยว่าเค้าเน้นเรื่องความชุ่มชื้นเป็นหลัก ฉะนั้นถ้าหากมีปัญหาผิวอื่นๆ ก็อาจจะต้องผ่านตัวนี้ไปก่อนเลยจ้า แต่ถ้าอยากเน้นความชุ่มชื้นผิวอิ่มน้ำก็จัดเลย

ให้คะแนน : 7 /10





และทั้งหมดนี้คือเซรั่มทั้ง 6 แบรนด์ ที่เราเอามาแชร์กัน…เราจะสรุปให้อีกทีนะตามลำดับความชอบ(ส่วนตัว)จ้า


1.Delifs Ultra glow PDRN revital serum : ตอบโจทย์ปัญหาผิวเรามาที่สุด ทั้งเติมความชุ่มชื้น ริ้วรอย ทำให้ผิวแข็งแรง และเหมาะกับคนผิวแพ้ง่าย

2.Rejuran Healer DUAL effect Ampoule : ช่วยฟื้นฟูผิวได้ดี ลดเลือนรอยสิว กระ ฝ้า เห็นผลชัดเจน

3.Laneige White Dew Original Ampoule Essence : ช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใสและเติมความชุ่มชื้นได้ดี

4.Origins Ginzing Into The Glow Brightening Serum : ช่วยให้ผิวดูโกลว์ กระจ่างใส เรียบเนียน

5.Shiseido Ultimune Power Infusing Concentrate : ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นแบบโดยรวม

6.Philosophy Hope In A Jar Biome-Balance Glow Serum : เน้นเติมความชุ่มชื้นให้ผิวโดยเฉพาะ


ต้องบอกก่อนว่าทั้งหมดเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเราเอง ผลลัพธ์อาจจะต่างไปแล้วแต่สภาพผิวของแต่ละคนด้วยนะ แต่หวังว่าข้อมูลที่เอามาฝากกันจะเป็นประโยชน์นะจ้ะ คราวหน้าเราจะมาแชร์เกี่ยวกับสกินแคร์ตัวไหนเพิ่มก็รอติดตามกันได้เลย วันนี้ขอตัวไปก่อนจ้า บ้าย บายย :)


15 ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
วู้ววว อ่านแล้วน่าใช้ทุกตัวเลยค่ะ
December 15, 2023
ความคิดเห็นที่ 2
น่าใช้มากค่ะ ขอบคุณค่ะ
December 15, 2023
ความคิดเห็นที่ 3
Thanks
December 15, 2023
ความคิดเห็นที่ 4
น่าสนใจค่ะ
December 15, 2023
ความคิดเห็นที่ 5
👍
December 15, 2023
ความคิดเห็นที่ 6
😉
December 15, 2023
ความคิดเห็นที่ 7
ขอบคุณที่มาแชร์ค่ะ
December 15, 2023
ความคิดเห็นที่ 8
🥰
December 15, 2023
ความคิดเห็นที่ 9
Thanks
December 16, 2023
ความคิดเห็นที่ 10
ขอบคุณค่ะ
December 17, 2023
ความคิดเห็นที่ 11
🥰
December 17, 2023
ความคิดเห็นที่ 12
เริ่ด
December 22, 2023
ความคิดเห็นที่ 13
ขอบคุณนะคะ
January 03, 2024
ความคิดเห็นที่ 14
January 03, 2024
ความคิดเห็นที่ 15
🥰
January 22, 2024
What's new
รีวิวเจาะลึก La Roche Posay Anthelios Uvmune 400 Invisible Fluid SPF50+ จาก 229 เสียงของผู้ใช้จริง!12 ครีมกันแดดหน้าไม่มัน ซึมเร็ว แห้งไว ไม่เยิ้มระหว่างวันรีวิวเจาะลึกครีมแต้มสิว TOMEI Anti Acne Cream Plus จากผู้ใช้จริง 413 รีวิว ลดสิวอักเสบ สิวยุบไว ผิวแพ้ง่ายใช้ได้GUERLAIN ต้อนรับศักราชใหม่ของปี 2026 ถ่ายทอดเสน่ห์ของเดนิมผ่านความงามร่วมสมัยEctoin (เอ็กโตอิน) คืออะไร? ทำไมถึงถูกยกให้เป็นส่วนผสม กู้ผิวขาดน้ำ มีแบรนด์ไหนบ้าง ที่ควรลอง?10 สกินแคร์ลดสิว ยี่ห้อไหนดี จบวงจรสิวซ้ำซากรวมดาวเด่น! 10 เจลล้างหน้าลดสิว ยี่ห้อไหนดี 2026ดูดวงความรัก การงาน การเรียน การเงิน ระหว่าง 15 - 21 มี.ค. 69 (ทุกราศี)ปักหมุดมู 8 สถานที่ขอพรความรักรอบกรุง คนโสดปีนี้ต้องไม่เหงาแล้ว!ชวนสาว ๆ มาเป็น Beauty Tester ร่วมรีวิวและทดลองใช้สกินแคร์ เมคอัพแบรนด์ดังฟรี !!