Profile

Kamonchanok

เป็นคนผิวมัน เป็นสิว ผิวอุดตันง่าย มีริ้วรอย หย่อยคล้อย ผิวไม่กระชับ จะจุดด่างดำจากการแกะสิว



รีวิว Twelve plus whitening roll on สูตร less shave renew (สีเขียว)
แพกเกจ : ขวดแก้ว มีน้ำหนัก
เนื้อผลิตภัณฑ์ : เป็นน้ำสีขาวขุ่น มีกลิ่นหอม
เมื่อทาลงบนผิว : ใช้เวลาสักพักก็ซึมลงผิว ไม่เนียวไม่หนึบเกินไป ให้ความรู้สึกกลางๆ

ผลลัพท์ : ลองใช้ทั้งหมด 18 วัน เรื่องลดโอกาสการเกิดขน 20% บอกตรงๆว่าเราสังเกตไม่ออกจริงๆว่าขนมันขึ้นช้าลงมั้ย อาจจะเป็นเพราะเราคอยถอนขนด้วยเครื่องถอนขนไฟฟ้าเป็นประจำซึ่งทำให้ขนขึ้นช้าอยู่แล้ว จากการลดลองใช้ เราไม่รู้สึกว่าจั๊กขาวขึ้น หรือเรียบเนียนขึ้นอะไรเท่าไหรนะ ผิวยังมีหนังไก่อยู่ (ลืมถ่ายรูป Before ไว้ด้วยแหละ) แต่ที่แน่ๆ ไม่ทำให้จั๊กดำเพิ่มขึ้นค่ะ เรื่องการป้องกันกลิ่นโอเคเลยค่ะ เราเล่นกีฬาหนักก็ไม่มีกลิ่นตัว คุมกลิ่นได้ดีเลย

สิ่งที่ชอบ : ไมมีแอลกอฮอล์ เพราะฉะนั้นสบายใจได้ว่าจั๊กจะไม่ได้หรือแพ้

สิ่งที่ไม่ชอบ : กลิ่นค่ะ มีกลิ่นหอมจริงแต่เป็นกลิ่นที่ไม่ถูกจริตเรา รู้สึกมันเป็นกลิ่นหอมสมัยคุณแม่ ดูแก่ไปนิดนึง และเราไม่ชอบแพกเกจแบบเป็นขวดแก้วแบบนี้เพราะหนัก พกพายาก และถ้าเผลอทำตกขวดอาจจะแตกได้ค่ะ

สรุป : สำหรับเรา ยังไม่เห็นผลชัดเจนเรื่องช่วยให้วงแขนกระจ่างใสขึ้นหรือช่วยลดจุดด่างดำนะคะ อาจจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่านี้อีกหน่อย และเราเป็นคนขนขึ้นช้าอยู่แล้ว เลยไม่รู้สึกว่าโรลออนตัวนี้ช่วยลดการเกิดขนด้วย .. แต่ป้องกันกลิ่นได้ดีค่ะ

ให้ 2/5 คะแนนนะคะ ไม่แพ้ แต่ไม่ได้ว้าวอะไรมาก รู้สึกเฉยๆอยู่ค่ะ
  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ไม่เป็นคราบ,ใช้งานง่าย,ไม่ระคายเคือง,อ่อนโยน,ระงับกลิ่นระหว่างวัน,ไม่เหนอะหนะ,ไม่เห็นผลลัพธ์
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 7 ต.ค. 2563, 16:54

รีวิว Mentholatum Acnes Sealing Jell เจลแต้มสิว
ต้องขอบอกก่อนว่านานๆจะเจอเจลแต้มสิวที่ถูกใจสักที และนี่กลายเป็นหนึ่งในเจลแต้มสิวในดวงใจเลยค่ะ

แบรนด์นี้เป็นของญี่ปุ่น มีชื่อเสียงพวกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการรักษาสิวมานานแล้ว วันนี้ได้มีโอกาสลองใช้เจลแต้มสิวดู ลองใช้ทั้งหมดเป็นเวลา 15 วัน เป็นไงบ้างมาดูกัน

เนื้อผลิตภัณฑ์ : เป็นเนื้อเจลสีเหลือง ถ้ามองดูดีๆเหมือนจะมีอะไรเล็กๆอยู่ในนั้น ได้กลิ่นสมุนไพรนิดๆ ไม่เหม็นแต่ก็ไม่หอม เนื้อเจลบางเบา เกลี่ยง่าย

การใช้ : เราใช้แต้มทั้งสิวอักเสบ และสิวอุดตันเลย บางทีแต้มเฉพาะจุด บางก็ทาบางๆเป็นวงกว้างๆ เจลค่อนข้างอ่อนโยน ซึมง่าย ไม่เหนียมเหนอะหนะ ไม่แพ้ และไม่กัดผิว ใช้ทาทุกวันผิวไม่เสียเลย ต่างจากเจลแต้มสิวยี่ห้ออื่นที่ถ้าใช้ซ้ำๆผิวจะแห้งลอกเป็นขุย

ผลลัพธ์ :
- สำหรับสิวอักเสบ เราเห็นผลเพียงแค่ 1 วันเท่านั้น สิวยุบลงเห็นได้ชัด ใช้มือกดๆจะไม่เจ็บเหมือนตอนแรกๆ ใช้ไปประมาณ 3 วันสิวยุบหมด
- สิวอักเสบมีหนองสีขาว ทาแค่ 1 วันสิวเริ่มแห้งและมีขนาดเล็กลองค่ะ ประมาณวันที่ 2-3 เราก็แกะสิวออกแล้ว ตอสิวที่อยู่ข้างในหลุดออกมาด้วย
- สิวอุดตัน ..ยังไม่เห็นผลเท่าไหร่ ยังมีสิวอุดตันอยู่ใต้ผิว แต่เราคิดว่ามันช่วยดันๆสิวอุดตันให้ขึ้นมาเล็กน้อย และถ้าพยายามกดสิวออก เหมือนมันจะช่วยให้กดสิวได้ง่ายขึ้น
- สำหรับเราไม่ได้รู้สึกว่าช่วยลดรอบแดง รอยดำอะไรเท่าไหร่ แต่ส่วนตัวไม่ได้คาดหวังอยู่แล้ว เพราะคาดหวังเรื่องของการรักษาสิวมากกว่า

สิ่งที่ชอบ :
- อ่อนโยน เหมาะกับทุกสภาพผิว ไม่กัดผิว
- ทาได้ทั้งก่อนแต่หน้า และหลังจากแต่งหน้า
- เห็นผลจริงค่ะ ถ้าเทียบกับยี่ห้ออื่นที่เคยใช้มา 1-2 วันก็เห็นผลแล้ว อาการสิวดีขึ้น
- ราคาถูกมาก 139 บาทเทียบกับปริมาณ หลอดใหญ่ คุ้ม

สิ่งที่ไม่ชอบ : ไม่มี

สรุป เป็นเจลแต้มสิวที่ชอบที่สุดตั้งแต่ใช้มา เพราะเห็นผลจริง ช่วยให้สิวยุบจริง และอ่อนโยน ใช้ง่าย ทาตอนไหนก็ได้ ก่อนหรือหลัง make up ก็ได้ ราคาก็สบายกระเป๋า ทาเป็นวางกว้างทั่วๆผิวก็ได้
ให้ 5/5 ดาว ไม่หักเลย
-

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ผิวไม่แห้งเป็นขุย,ไม่ระคายเคือง,ซึมซาบเร็ว,เหมาะกับผลิตภัณฑ์นี้,รักษาสิว,ใช้งานง่าย,คุ้มราคา
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 29 ก.ย. 2563, 18:15

รีวิว Melano CC Brightening Gel
ก่อนหน้านี้รู้จักยี่ห้อนี้มาจากตัว Melano CC Essence ซึ่งหลายคนบอกว่าเอสเซ็นส์ยี่ห้อนี้ดีมาก วันนี้มีตัวใหม่อย่างเจลออกมา ตื่นเต้นท์มากค่ะที่จะได้ลองใช้

สภาพผิว: ขอบอกก่อนว่า เรามีปัญหาสิวและจุดด่างดำจากรอยสิวและการแกะสิวมากที่แก้มด้านขวา รูขุมขนกว้าง สีผิวไม่สม่ำเสมอค่ะ

แพคเกจ : กระปุกพลาสติกใหญ่ กลมสีส้ม ให้ความรู้สึกเหมือนผลส้มเลย
เนื้อผลิตภัณฑ์ : เป็นเนื้อเจลสีขาว กลิ่นหอมมาก หอมแนวตระกูลซีทรัส ส้ม เลม่อนประมาณนั้น (แบรนด์บอกว่าน่าจะเป็นกลิ่นเลม่อน) เนื้อไม่หนักกำลังพอดี

เมื่อสัมผัสลงบนผิว : เนื้อเจลหอม เกลี่ยง่ายมาก ไม่เหลว-ไม่หนักจนเกินไป เนื้อไม่หนืด เนื้อเจลเย็นๆ เมื่อลงผิวแล้วรู้สึกสดชื่น ลูบไล้ลงบนผิวไม่นานก็ซึมหมด ให้ความชุ่มชื่นได้ดี แต่ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนักเลย หลังจากทิ้งไว้ให้ครีมซึมลงบนผิวหมด หน้าจะรู้สึกเหมือนชุ่มชื่นอยู่ภายใน รู้สึกสบายผิวค่ะ หน้าไม่มัน

ผลลัพท์ : หลังจากใช้มาตลอด จากที่ได้ลองถึงวันนี้ รวม 20 วัน สภาพผิวหน้าโดยรวมสว่างกระจ่างใสขึ้นนิดหน่อย จุดด่างดำจางลง ผิวนุ่ม ชุ่มชื่น อิ่มน้ำในระดับนึง แต่จะรู้สึกชุ่มชื่นทันทีหลังทา (แต่ไม่ได้รู้สึกชุ่มชื่นทั้งวัน หรือกักเก็บความชุ่มชื่นได้นานอะไรขนาดนั้น) ไม่เกิดสิวอุดตัน

สิ่งที่ชอบ :
1.กลิ่นหอมอ่อนๆของเลม่อน สดชื่นดีค่ะ รู้สึกผ่อนคลายเวลาทา
2.เป็นเนื้อเจลที่บางเบากำลังดี เกลี่ยง่าย ซึมไว เมื่อเจลซึมลงบนผิวหมดจะไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะเลย
3.อ่อนโยน ไม่อุดตันรูขุมขน ไม่แพ้
4.ช่วยให้หน้ากระจ่างใส และจุดด่างดำจางลงในระดับนึงแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่มีสารกัดผิวหรือลอกผิว รู้สึกปลอดภัย
5.ราคาสบายกระเป๋ามากๆ 100 กรัมในราคา 480 บาท กระปุกใหญ่ ใช้ได้นานเลย หาซื้อง่ายด้วย

สิ่งที่ไม่ชอบ : เราไม่ชอบกระปุกแบบนี้ที่ต้องเอานิ้วลงไปตักเจลขึ้นมา เพราะกลัวฝุ่นและความสกปรกตกลงไป ถ้าทำแพกเกจเป็นขวดหัวปั๊มจะดีมากๆ

สรุป เป็น Brightening gel ที่ค่อนข้างอ่อนโยนพอสมควร เน้นเรื่องผิวสว่างกระจ่างใสและรอยด่างดำ ซึ่งก็เห็นผลในระดับนึง ถ้าไม่ใจร้อน ใช้ไปเรื่อยๆจะดีค่ะ น่าจะเหมาะกับทุกสภาพผิว คนเป็นสิวน่าจะใช้ได้เพราะไม่อุดตัน (แต่คนผิวแพ้ง่ายต้องระวังเรื่องน้ำหอม) ให้ความชุ่มชื่นขณะที่ทาและหลังทาเล็กน้อยค่ะ (ส่วนตัวคิดว่าไม่ได้ชุ่มชื่นอิ่มน้ำตลอดทั้งวันขนาดนั้น) แบรนด์เคลมว่าช่วยกระชับรูขุมขน แต่ส่วนตัวเราไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ
ให้ 3/5 ดาว นะคะเพราะรู้สึกกลางๆ ไม่ว้าวอะไรมากค่ะ ^^

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ใช้งานง่าย,ลดจุดด่างดำ,ซึมซาบเร็ว,เหมาะกับผลิตภัณฑ์นี้,คุ้มราคา,ชุ่มชื้น,กระจ่างใส
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 17 ก.ย. 2563, 13:09

รีวิว Senka deep moist emulsion

เคยใช้โฟมล้างหน้าของ Senka มาแทบจะทุกสูตร ทั้งตระกูล perfect whip และแบบ Gel คราวนี้มาลองใช้กลุ่มพวกครีมบำรุงผิวกันบ้าง ใช้แล้วเป็นยังไง มาดูกัน

สูตรที่เลือกมาเป็นสูตร emulsion ค่ะ ซึ่งถ้าดูตามตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ ตัว emulsion นี้จะเป็น step ที่ 2 ของการบำรุง (ซึ่งเราไม่ได้ลองตัวแรกที่เป็น lotion และตัวสุดท้ายที่เป็น gel) แต่ไม่เป็นไร วันนี้เราจะลง emulsion ตัวนี้เป็น step แรกของทุกอย่าง หลังการล้างหน้านะคะ

สภาพผิว : เป็นคนผิวมัน มีสิวอุดตัน เป็นสิวง่าย มีริ้วรอยและจุดด่างดำจากการแกะสิว รูขุมขนกว้าง

แพกเกจ : ขวดน้ำฟ้าอ่อน แข็งแรง ลักษณะฝาเปิด-ปิดแบบดันขึ้น

เนื้ออีมัลชั่น : เมื่อเทออกมา เป็นเนื้อสีขาวน้ำนม ไม่เหลว ไม่ข้นจนเกินไป ไม่มีกลิ่น น่าจะเหมาะกับผิวบอบบาง

การใช้งาน /เมื่อทาลงบนผิว : ในเมื่อเราไม่มี senka deep moist lotionII ให้ลอง ดังนั้นเราจึงลองตัว emulstion เป็น step แรกหลังล้างหน้าทันที แล้วตามด้วยครีมบำรุง เราเทเนื้ออีมัลชั่นลงที่ผ่ามือแล้วทาให้ทั่วใบหน้า เนื้อนุ่ม ทาง่าย ค่อยๆทาและนวดเบาๆจนซึมลงผิวหมด เนื้อบางเบา ใช้เวลาในการซึมลงผิวไม่นาน เมื่อทาหมด สุดท้ายเราจะใช้ฝ่ามือทั้งหมดอังที่หน้าและตบเบาๆ ให้อีมัลชั่นซึมลงผิว รู้สึกได้ทันทีเลยว่าผิวชุ่มชื่นขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่ทา ไม่มีกลิ่นน้ำหอมค่ะ หลังจาก step นี้เราจะตามด้วยครีมบำรุงผิวต่อไป

หลังจากใช้ : ผิวชุ่มชื่นชัดเจน รู้สึกผิวชุ่มชื่นจากภายในจริงๆ ไม่ได้แค่เคลือบๆด้านนอก อาจจะมีความรู้สึกเหนอะๆผิวนิดหน่อย น่าจะเป็นเพราะความชุ่มชื่นที่ถูกเติมเข้ามานั่นแหละค่ะ เราทาทั้ง เช้า-เย็น เมื่อเวลาผ่านไป ระหว่างวันหหน้าชุ่มชื่นยาวนานดี ส่วนตอนกลางคืนตื่นขึ้นมาหน้าก็ยังชุ่มชื่นอยู่ รู้สึกหน้านิ่มขึ้น ฟูขึ้นค่ะค่ะ

หลังใช้ 15 วันเต็ม : หน้าชุ่มชื่น รู้สึกหน้านุ่มขึ้น ฟูขึ้น ไม่แพ้ สิวไม่ขึ้น

สิ่งที่ชอบ :

1.อ่อนโยน เหมาะกับทุกสภาพผิว คนผิวแห้งใช้ดี ผิวมันใช้ได้ไม่ได้ทำให้หน้ามันขึ้น  

2. ไม่อุดตันรูขุมน สิวไม่ขึ้น

3. ช่วยเรื่องความชุ่มชื่นได้จริง แต่ผิวไม่มัน เราทายาแต้มสิวอยู่ และผิวบริเวณที่ทาจะลอกและแห้งเป็นขุย พอลองใช้ emulsion ตัวนี้ ผิวที่แห้งและลอกหายไปเลย

4. ราคาสบายกระเป๋า ขวดใหญ่ ใช้ไปนานๆ แถมคุณภาพคับขวดเลย คุ้มมากๆ

5. ใช้ต่อเนื่องมา 15 วัน รู้สึกผิวนุ่มขึ้น อิ่ม ฟู ผิวดูสดใสสุขภาพดี

สิ่งที่ไม่ชอบ : ไม่มี

สิ่งที่อยากให้ปรับปรุง : ถ้าลดความเหนอะผิวลงไปได้จะสุดยอดมากๆเลย 

สรุป : เป็น Emulsion ที่ชอบมากๆค่ะ ตอนนี้ทาทุกวันเลย ติดมาก โดยเน้นที่เรื่องขอความชุ่มชื่นนะคะ รู้สึกว่าช่วยบำรุงได้ดี ผิวนุ่ม ชุ่มชื่นขึ้นเยอะ ราคาก็ไม่แพง คิดว่าถ้าหมดซื้อต่อแน่นอน และถ้าซื้อใช้เองเราจะใช้ให้ครบทั้ง 3 step ในกลุ่มของ product นี้เลย ผิวน่าจะยิ่งดีกว่านี้อีก เหมาะกับทุกสภาพผิวจริงๆ ชอบๆๆ
***วันไหนอยู่บ้าน สบายๆ อยากพักหน้า หรือวันที่รีบๆ ไม่อยากลงอะไรมาก ลงแค่ตัวนี้ตัวเดียวก็ไหวค่ะ***

ให้คะแนน 5/5

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : อ่อนโยน, ชุ่มชื้น, ไม่ระคายเคือง, ไม่เหนอะหนะ
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 24 ก.ค. 2563, 10:00

รีวิว ครีมกันแดด KA UV Whitening soft cream  สูตร Oil control

ขอเกริ่นก่อนว่า เคยใช้ครีมกันแดด KA มาก่อน เป็นสูตร UV Sunlock สูตรนั้นเนื้อค่อนข้างหนัก วันนี้ได้มีโอกาสใช้สูตรใหม่ที่เบลล่าเป็นพรีเซนเตอร์  ซึ่งแบรนด์เคลมว่าบางเบา แต่เอาอยู่ เราใช้มาต่อเนื่องทั้งหมด 15 วัน เป็นยังไงบ้าง มาดูกัน

สภาพผิว : เป็นคนผิวมัน โดยเฉพาะบริเวณ T-Zone เป็นสิวง่าย โดยเฉพาะสิวอุดตัน รูขุมขนกว้าง มีริ้วรอยตามอายุ มีจุดด่างดำจากการแกะสิวค่ะ

แพกเกจ : สีขาว หลอดแบน ฝาแบบหมุน

เนื้อครีม : เป็นเนื้อสีขาว บางเบา ไม่หนักเกินไป ไม่เหลวเกินไป เซ๊ทตัวกำลังพอดี ไม่มีกลิ่น

เมื่อทาลงบนผิว : เมื่อเกลี่ยเนื้อครีม จะได้กลิ่นของครีมกันแดดนิดหน่อย ไม่แรง กลิ่นไม่ฉุน ลักษณะของกลิ่นคล้ายพวกเคมีที่มักจะได้กลิ่นในครีมกันแดดค่ะ แต่กลิ่นเบามากๆต้องเอามาดมที่จมูกถึงจะได้กลิ่น เนื้อครีมเกลี่ยง่ายมาก เกลี่ยแป๊ปเดียวซึมลงผิวหมดเลย

Feeling หลังทาเสร็จ : ผิวมีความชุ่มชื่นขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่หนักหน้า เบาสบายหน้ามากๆ ผิวไม่มันวาว สีผิวไม่เปลี่ยนเพราะครีมกันแดดไม่ได้ปรับผิวให้ขาวขึ้นค่ะ คุมมันได้ค่อนข้างดี ทาตอน 8 โมงเช้า เวลาผ่านไป 9 ชั่วโมง ผิวมันขึ้นนิดหน่อยเฉพาะบริเวณ T-Zone และ ร่องจมูกค่ะ

หากวิเคราะห์ตาม 5 คุณสมบัติที่แบรนด์เคลม (บางคุณสมบัติเราก็ไม่รู้ว่าจะทดสอบยังไง เอาเป็นบรรยายตามความรู้สึกล่ะกันเนอะ)

1. ปกป้องจุดด่างดำและริ้วรอยก่อนวัยจาก IR/Blue Light : เราว่าเป็นคุณสมบัติที่ดีมากๆ เพราะทุกวันนี้ใช้คอมและมือถือตลอด

2. ป้องกันผิวแก่ก่อนวัยด้วย Pollution- Filter: เป็นคุณสมบัติที่ดีที่ครีมกันแดดควรมีในยุคนี้ เพราะไม่ว่าจะเป็นฝุ่น PM 2.5 หรือมลพิษต่างๆทางอากาศช่วงนี้เยอะเหลือเกิน ถ้ามีอะไรที่พอจะช่วยได้ก็ถือว่าดีค่ะ

3. ปรับผิววิ้ง มีออร่า : จากที่เราลองใช้มา ยังเฉยๆกับคุณสมบัตินี้อยู่ ไม่ได้รู้สึกว่าผิวมีออร่าขึ้นกว่าเดิมอะไร แต่เราไม่ค่อยซีเรียสเรื่องนี้ค่ะ ขอแค่กันแดดได้ดีก็พอ 

4. ป้องกันผิวคล้ำเสียสะสมถึงระดับ DNA : ประทับใจกับคุณสมบัติค่ะ เพราะแดดบ้านเราแรงจริงๆ ถ้าป้องกันได้ลึกขนาดนั้นก็สุดยอดมากๆเลย

5. ปลอบประโลมผิว : ครีมกันแดดตัวนี้ทำออกมาได้ดีค่ะ ผิวชุ่มชื่น รู้สึกดีค่ะ

สิ่งที่ชอบ :

1. เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ซึมง่าย ไม่หนักหน้า ไม่เหนียวเลย

2. ทาแล้วไม่ได้ช่วยปรับผิวให้ขาวขึ้น สีผิวยังคงเหมือนเดิม (ครีมไม่ได้ช่วย tone up ผิว) ซึ่งเราชอบแบบนี้ เราไม่ชอบครีมกันแดดที่ทำให้หน้าขาววอกเพราะเนื้อครีมเพราะมันทำให้หน้าดูลอย

3. คุมมันได้ดีใช้ได้เลย ผ่านไป 9 ชั่วโมง หน้ามันขึ้นนิดเดียว (เป็นปกติ) ไม่ได้มันเยิ้ม ชอบมาก หน้าไม่คล้ำ ไม่เทา

4. ราคาไม่แพงเลย จับต้องง่ายมาก

5. ชอบที่กันแดดได้เยอะ ค่ากันแดด SPF50+ PA++++ ถือว่าโอเคมากๆสำหรับแดดบ้านเรา และยังป้องกัง IR/Blue Light จากจอคอม จอมือถือด้วย ตอบโจทย์มาก

6. ไม่อุดตัน ใช้มา 15 วัน สิวไม่ขึ้น (ทั้งๆที่อ่านส่วนผสมด้านหลัง มีส่วนผสมของซิลิโคน แต่ก็ไม่อุดตันค่ะ)

สิ่งที่ไม่ชอบ : ไม่มี

สิ่งที่อยากให้ปรับปรุง : ถ้าสามารถเพิ่มคุณสมบัติการกันน้ำ-กันเหงื่อได้ จะ Perfect ที่สุด

สรุป : เราว่าเป็นครีมกันแดดที่เหมาะกับทุกสภาพผิวเพราะค่อนข้างอ่อนโยน คนผิวมันก็ใช้ได้ดีเพราะคุมมัน ส่วนคนผิวแห้งก็น่าจะใช้ได้เพราะครีมก็ยังมีความชุ่มชื่นอยู่ เป็นครีมกันแดดอีกตัวที่ชอบมากๆณ ตอนนี้  ใช้ทุกวัน ราคาไม่แรง บางเบา กันแดดได้ดี หน้าไม่วอก คุมมัน ไม่อุดตันรูขุมขนด้วย สิวไม่ขึ้น และคุณสมบัตติต่างๆที่แบรนด์เคลมมาน่าสนใจทั้งหมด ถ้าทำได้จริง (เพราะเราไม่รู้ว่าจะต้องทดสอบยังไง) ก็ถือว่าเป็นครีมกันแดดที่สุดยอดมากๆ น่าจะเป็นครีมกันแดดที่ตอบโจทย์หลายๆเรื่องและคุ้มค่าคุ้มราคาค่ะ

ให้ 5/5 เลยค่ะ

 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : อ่อนโยน, ชุ่มชื้น, ควบคุมความมัน, กันแดดได้ดี, ล้างออกง่าย, ไม่ระคายเคือง, ไม่เหนอะหนะ, เหมาะกับผิวแพ้ง่าย
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 14 ก.ค. 2563, 17:00

รีวิวครีมอาบน้ำ Parrot Hyaluron Vitamin C&E Orange Booster

เราใช้ Parrot มาหลายสูตรแล้วค่ะ รู้จักและใช้มาตั้งแต่เด็กๆ จนวันนี้ก็ยังใช้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นสบู่ก้อนพฤกษานกแก้ว สบู่ก้อนแพรอทเฮอร์เบิล ครีมอาบน้ำพวกตระกูลโบทานิคอล ตระกูลไฮยาลูรอน และตระกูลออลอินบาธมาก่อน วันนี้ได้มีโอกาสใช้สูตร Hyaluron Vitamin C&E Orange ดู ใช้แล้วเป็นยังไงบ้าง ไปอ่านพร้อมๆกันเลยค่ะ

แพกเกจ : ลายสวย สดใส รูปส้มและดอกไม้สวยดี บางบอกถึงความเป็นส๊มส้ม น่าใช้มากค่ะ คาดหวังว่าข้างในจะหอม เวลาอาบน้ำกลิ่นส้มน่าจะกระจายฟุ้งเต็มห้องน้ำ

เนื้อผลิตภัณฑ์ : เทเนื้อครีมออกมา เป็นสีส๊มส้ม ส้มมากๆค่ะ เหมือนคั้นน้ำส้มออกมาผสมเลย สีสวยดี ไม่เหลวเกินไป ไม่ข้นจนเกินไป เอามาดมที่จมูกได้กลิ่นส้มเล็กน้อย

เมื่อผสมน้ำและฟอกตัว : เมื่อครีมโดนน้ำก็เกิดฟอง แต่เป็นฟองที่หลวมๆค่ะ ไม่ใช่ฟองเนื้อแน่นๆ แต่ฟองเยอะในระดับนึงค่ะ ล้างออกง่าย ไม่ลื่นติดผิว แต่ไม่ค่อยได้กลิ่นส้มเท่าไหร่ ถ้าอยากได้กลิ่นต้องเอามือที่ถูฟองแล้วมาอังที่จมูก จะได้กลิ่นส้มเบาๆ

หลังใช้ : ผิวไม่แห้งเอี๊ยดค่ะ มีความชุ่มชื่นหลงเหลือบนผิวเล็กน้อย กลิ่นไม่ติดผิว ไม่มีกลิ่นส้มหลงเหลืออยู่เลย แต่อาบสะอาดดีค่ะ ชำระล้างสิ่งสกปรกได้หมด

หลังใช้งาน ผ่านไป 9 วัน : เรื่องของผิวขาวเราไม่รู้สึกเท่าไหร่นะคะ อาจจะเพราะผ่านมาแค่ 9 วัน หรืออาจจะเพราะช่วงเวลาที่อาบน้ำและร่างกายโดนเนื้อผลิตภัณฑ์มันเป็นช่วงเวลาไม่กี่นาที แป๊ปเดียวก็ล้างน้ำทิ้งหมดแล้ว เลยไม่ค่อยรู้สึกว่าผิวขาวขึ้นเท่าไหร่  แต่รู้สึกว่า หลังอาบน้ำผิวดูสดใสขึ้นค่ะ และไม่แห้งตึงด้วย

สิ่งที่ชอบ :  อาบสะอาด ล้างออกง่ายผิวไม่ลื่น ไม่แห้งตึง

สิ่งที่ไม่ชอบ :

1. ฟองเยอะก็จริง แต่เป็นฟองหลวมๆ ไม่หนัก เราชอบฟองแน่นๆมากกว่า

2. กลิ่นจางมาก ตอนอาบน้ำอยากให้ได้กลิ่นแรงๆ เวลาอาบจะได้รู้สึกสดชื่นผ่อนคลาย แต่เราไม่ได้กลิ่นเลย คือกลิ่นมันเบามากจริงๆ ต้องเอามือมาอังที่จมูกถึงจะได้กลิ่น หลังอาบเสร็จห้องน้ำก็ไม่หอม และกลิ่นก็ไม่ติดผิวเลยค่ะ (เคยใช้ PARROT HYALURON MICELLAR สูตร MORNING PEONY สูตรนี้หอมฟุ้งมาก ห้องน้ำก็หอม แถมกลิ่นติดผิวสุดๆ)

สรุป : เป็นครีมอาบน้ำธรรมดาที่ไม่ได้ว้าวอะไรมากมาย บอกตรงๆค่อนข้างผิดหวังกับสูตรนี้เพราะนึกว่าจะหอมสดชื่น ได้กลิ่นส้มฟุ้งๆผ่อนคลาย แต่เอาเข้าจริงไม่ค่อยได้กลิ่นเลย เหมือนอาบไปเฉยๆ ทำความสะอาดเฉยๆ แต่ก็ยังดีที่ให้ความชุ่มชื่นผิวไม่แห้งตึง ..แต่ถ้าหมดแล้วเราคงไม่ซื้อต่อค่ะ ให้ 2/5 ค่า

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ชุ่มชื้น, ล้างออกง่าย
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 8 ก.ค. 2563, 09:42

รีวิว Biore UV anti-pollution body care serum สูตร Age defense

บอกกก่อนเลยว่าเราเป็นแฟนพันธุ์แท้ครีมกันแดด Biore UV Serum มานานแล้ว ซึ่งเราเคยใช้ทั้งสูตรสีชมพู Intensive white และสูตรสีฟ้า  Refresh Bight และทุกวันนี้ก็ยังใช้อยู่เป็นประจำ ส่วนสูตรสีแดง age defense ยังไม่เคยใช้พอดี วันนี้มีโอกาสได้ลองใช้สูตรนี้ตื่นเต้นมากค่ะ

แพกเกจ: หลอดบีบหัวคว่ำปกติตามแบบฉบับของ Biore UV Serum หลอดสีแดงบ่งบอกว่าเป็นสูตรเกี่ยวกับ ”ความแก่” ใครนิยามว่าแพกเกจที่เป็นสีแดงต้องเกี่ยวกับพวกริ้วรอยก็ไม่รู้เนอะ

เนื้อครีม : สีขาว ไม่เหลวเกินไป ไม่หนืดเกินไป เป็นเนื้อเซรั่มที่ความเหลวกำลังดี ดมแล้วมีกลิ่นหอมอ่อนๆ

เมื่อทาลงบนผิว : สัมผัสแรกเลยคือ เนื้อเซรั่มเย็นๆค่ะ เมื่อลูบไปบนผิวเนื้อจะซึมลงบนผิวง่ายมาก เกลี่ยก็ง่าย ใช้เวลาไม่นานก็ซึมลงบนผิวหมด รู้สึกผิวชุ่มชื่นเล็กน้อย ที่สำคัญคือมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นกลิ่นสดชื่นคล้ายๆพวกตระกูลส้ม หรือ Citrus ชอบกลิ่นมากๆ

ความรู้สึกเมื่อเวลาผ่านไป : แขนไม่เหนียวเหนอะหนะเลยค่ะ สบายผิวมากๆ ผิวชุ่มชื่นดี เหมือนทาครีมบำรุงผิว  เวลาเข้าห้องน้ำล้างมือ เวลาแขนโดนน้ำ เนื้อครีมก็ไม่หลุดค่ะ กันน้ำได้ดีเลย

สิ่งที่ชอบ :

1. ค่า SPF สูง ตั้ง 50+ และ PA+++ เหมาะกันแดดแรงๆของบ้านเรา ช่วยป้องกันไม่ให้แดดทาร้ายจนผิวแก่

2. เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ซึมง่าย ไม่เหนียว ทาแล้วผิวไม่วอก ใช้ทาในทุกๆวันได้สบาย

3. กลิ่นหอมสดชื่นมาก

4. กันน้ำ กันเหงื่อได้ดี เหมาะสำหรับกีฬากลางแจ้ง (เทสตอนล้างมือ)

5. ผิวชุ่มชื่นด้วย เหมือนได้บำรุงผิวไปในตัวค่ะ และถึงจะโดนแดดแรงๆ ก็มีความชุ่มชื่นล๊อคอยู่

6. ราคาไม่แพง สมเหตุสมผล ซื้อง่าย

สิ่งที่ไม่ชอบ : ไม่มีค่ะ

ส่วนเรื่องคุณสมบัติในการ aniti-pollution เราไม่รู้ว่าจะรีวิวยังไง เพราะไม่สามารถเทสอะไรได้ แต่ถ้าแบรนด์สามารถทำได้ก็ถือว่าดี เพราะทกุวันนี้ มลภาวะที่บ้านเราเลวร้ายมากๆค่ะ

สรุป : จริงๆถ้าพูดถึงครีมกันแดดที่เราใช้เป็นประจำ เราใช้ Biore UV Serum มาตลอดนะ ที่ 1 ในดวงใจ ณ ตอนนี้ (ตราบใดที่ยังไม่มีอะไรมาเทียบได้) เพราะบางเบา ไม่เหนียว อารมณ์ประมาณเหมือนทาครีมบำรุงผิวมากกว่า แถมคุณสมบัติในการกันแดดก็เริศด้วย ต่างจากครีมกันแดดยี่ห้ออื่นๆที่กลิ่นเคมีแรงมาก และเหนียวผิวมาก และสำหรับสูตรสีแดงหลอดนี้ เราชอบมากกว่าทุกสูตรที่เคยใช้มาก เหตุผลก็เพราะกลิ่นที่หอมสดชื่นเหมือนผลไม้ ถูกโฉลกกับเรามากๆค่ะ เอาไป 5/5 เลย ไม่มีข้อติค่ะ

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : ใช้ซ้ำ
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ติดทนนาน, เหมาะกับผลิตภัณฑ์นี้, ชุ่มชื้น, กันแดดได้ดี, กันน้ำ/กันเหงื่อ, ไม่เหนอะหนะ, ไม่เป็นคราบ
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 30 มิ.ย. 2563, 15:04

ได้ลองใช้ครีมกันแดดสูตรนี้มา วันนี้ครบวันที่ 14 พอดี มารีวิวกันหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง โดยสูตรที่จะรีวิวเป็นสูตร Long wearing moisture ค่ะ

ต้องบอกก่อนว่า ที่เลือกสูตรนี้ เพราะตัวเองเป็นนักกีฬามาก่อนค่ะ เป็นนักซอฟท์บอลที่เล่นกีฬากลางแจ้ง วิ่งมาราธอน และชอบว่ายน้ำด้วย ตั้งใจเลือกสูตรนี้เพราะจะได้เอามาใช้ตอนเล่นกีฬากลางแจ้ง แต่เนื่องจากติดปัญหา Covid ไปไหนไม่ได้ เลยเอามาทาเป็น  daily use เลยล่ะกัน  ก่อนหน้านี้รู้จัก Banana Boat มาตั้งแต่สมัยอยู่มัธยม สูตรที่ใช้ประจำจะเป็นหลอดสีส้ม Sport ค่ะ สูตรนั้นเหนียวและเนื้อครีมหนักมากๆ กลิ่นก็แรง เข็ดจริงๆ

แต่สำหรับสูตรนี้ …

แพกเกจ : สีขาวมุก หลอดแบนๆ ขนาดกำลังดีไม่ใหญ่เกินไปไม่เล็กเกินไป พกใส่กระเป๋าสะดวก เอาขึ้นเครื่องบินได้ เปิดหลอดออกมา มีรูเล็กๆให้เนื้อครีมออกมา ขนาดรูถือว่าดีค่ะ เพราะกำหนดปริมาณครีมได้ง่าย

เนื้อผลิตภัณฑ์ : เป็นสีขาว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่เหมือนพวกครีมกันแดดสมัยก่อนๆที่เป็นกลิ่นแรงๆจากสารเคมี เนื้อครีมไม่เหลวจนเกินไป แต่ไม่หนืดจนเกินไป เทออกมาไม่ไหล

เกลี่ยลงบนผิว : เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนียว มีความชุ่มชื้นทิ้งไว้บนใบหน้านิดหน่อย แต่ไม่ค่อยรู้สึกเหนียวที่ผิวค่ะ เนื้อครีมสีขาวมากก็จริงแต่ทาแล้วสีผิวไม่เปลี่ยนนะคะ ไม่ได้ทำให้หน้าวอกหน้าลอบ

พอหลังจากที่เราทาครีมกันแดดเรียบร้อย เราจะตามด้วยแป้งฝุ่นค่ะ หน้าก็จะเนียน ไม่มัน ใช้ชีวิตประจำวันต่อได้เลย โดยเราทาทุกวันตลอด 14 วันค่ะ ไม่ได้ทำงานในห้องแอร์ เป็นห้องพัดลมที่อากาศร้อนมากๆค่ะ ตอนกลางวันบางทีหน้าก็จะมีเหงื่อซึมๆ

ความรู้สึกขณะใช้ :

- เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ  2 ชั่วโมง ผิวเริ่มมีความหนึบๆค่ะ จะรู้สึกไม่ค่อยสบายผิวเท่าไหร่ แต่หน้าไม่ได้มันมาก แค่รู้สึกหนึบๆนิดๆ  (ลืมบอกไปว่าเราเป็นคนผิวมัน และเป็นสิวอุดตันง่ายนะคะ)

- เมื่อผ่านไปประมาณ 5 ชั่วโมง จะรู้สึกว่าผิวหนึบๆเหนียวๆมากกว่าเดิมค่ะ แต่ส่องดูในกระจกหน้าก็ไม่ได้มันมาก แค่ไม่ค่อยสบายผิวเท่าไหร่ เราซับหน้าด้วยกระดาษซับมันเบาๆ ทาแป้งต่อก็กริ๊บเหมือนนเดิม (บางวันเราซับหน้าด้วยกระดาษซับมัน แล้วลงครีมกันแดดตัวนี้ทับอีกครั้ง สามารถลงได้ เกลี่ยแล้วไม่เป็นคราบค่ะ)

- ผ่านไป 8 – 9 ชั่วโมง ช่วงจมูกมัน ร่องจมูกมัน และหน้าโดยรวมมันขึ้นอีกเล็กน้อยค่ะ

หลังจากใช้ : หลังจากใช้มา 14 วันเต็ม สรุปได้ว่า เป็นครีมกันแดดสูตร Long wearing ที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ สามารถใช้แทนสูตร Daily moisture ได้เลย โดยที่เนื้อครีมไม่หนักหน้ามาก เกลี่ยง่าย เหงื่อออกแล้วไม่เป็นคราบ ทาซ้ำได้ และกันน้ำได้ดี (สังเกตตอนแปรงฟัน โดนน้ำไม่หลุดเลย) และคนผิวมันใช้ได้ค่ะ เพราะเราเป็นคนผิวมันและเป็นสิวอุดตันง่าย ใช้ได้ดีปกติเลย สิวไม่ขึ้น ไม่แพ้ค่ะ

สิ่งที่ชอบ :

1. ทั้งๆที่เป็นสูตร Long Wearing นึกว่าจะเหนียวและหนักหน้า แต่จริงๆแล้วสบายหน้ามาก เอามาทาทุกวันแทนสูตร Daily moisture ได้สบาย

2. กลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่เหม็นเหมือนครีมกันแดดสมัยก่อนๆ หรือยี่ห้ออื่นที่มีแต่กลิ่นเคมี

3. ค่า SPF สูง แถมยังกันน้ำ กันเหงื่อ เหมาะสำหรับอากาศบ้านเรา

4. เวลาที่เหงื่อออกไม่เป็นคราบ แถมยังสามารถทาซ้ำได้อีกด้วย

5. ไม่อุดตัน สิวไม่ขึ้น เราหน้ามันใช้ได้สบาย

สิ่งที่ไม่ชอบ :

ความรู้สึกเหนอะๆที่ผิวมาเร็วไปหน่อย ผ่านไปแค่ 2 ชั่วโมงจะรู้สึกหนึบๆแล้ว แต่ก็ยังดีที่ผิวไม่มัน อาจจะเป็นเพราะ Hyaluronic Acid ที่ช่วยล๊อคความชุ่มชื่นถึงรู้สึกว่าหนึบผิวค่ะ

ให้ 4/5 ดาวนะคะ บอกตรงๆว่าทำให้เราเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับครีมกันแดดยี่ห้อนี้ไปเยอะมากจริงๆ ถ้าจะไปเล่นกีฬาต้องไปลืมพกไปด้วยแน่นอน

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : กลิ่นหอม, อ่อนโยน, ชุ่มชื้น, กันแดดได้ดี, กันน้ำ/กันเหงื่อ, ไม่ระคายเคือง, เหมาะกับผิวแพ้ง่าย
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 28 มิ.ย. 2563, 15:26

รู้จักแบรนด์ Kindness มาตั้งนานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสได้ลองใช้สักที คราวนี้ได้ลองแล้วเป็นยังไงมาอ่านรีวิวพร้อมๆกันเลย

ปัญหาผิวหน้า : เรามีสภาพผิวมัน เป็นสิวง่าย โดยเฉพาะสิวอุดตัน และเรามีนิสัยที่แย่ชอบแกะสิวด้วย ดังนั้นบางครั้งก็จะมีสิวอักเสบและจุดด่างดำด้วยค่ะ นอกจากนี้เรายังมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยด้วย เรียกว่าปัญหาผิวมาเต็มเลยค่ะ 

Package : กล่องด้านนอกของ Kindness เป็นกล่องกระดาษสีขาวธรรมดา มีฉลากภาษาไทยที่ด้านข้าง ส่วนด้านหลังเป็นภาษาอังกฤษหมดเลย ซึ่งเราชอบตรงนี้เพราะรู้สึกทำให้แบรนด์ดูเป็นสากลและมีความน่าเชื่อถือขึ้นเยอะ ใส่เรื่องของส่วนผสมที่ระบุอยู่ด้านหลัง (Ingredients) ขนาด font ก็ใหญ่อ่านง่ายชัดเจน ไม่เหมือนบางแบรนด์ที่ตัวเล็กมากๆ (เราเป็นคนนึงที่ชอบอ่านส่วนผสม)

กล่องด้านหลังมีข้อความอธิบายว่า Printed with soy ink หรือปริ๊นด้วยหมึกถั่วเหลืองซึ่งเป็นหมึกที่สกัดจากธรรมชาติ เราว่ามันเก๋ดีนะ รู้สึกว่าเค้าให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยกับสารเคมีที่อาจปนเปื้อนใส่ผู้บริโภค และการลดการใช้สาเคมีในน้ำหมึกก็เป็นการช่วยถนอมโลกของเราวิธีหนึ่งด้วย

ที่สะดุดตาอีกเรื่องบนกล่องคือข้อความที่ระบุว่า With every skincare you purchase, Kindness will give clean drinking water to a child in need. ซึ่งข้อความตรงนี้มันโคตรเก๋เลยในสายตาเรา มันดูใส่ใจ และเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ทำให้แบรนด์นี้ดูทันสมัยมากๆ ชอบมากเลยค่ะ ในกล่องยังมีสติ๊กเกอร์เล็กๆน้อยๆให้เอามาติดเล่นเพิ่มความมุ้งมิ้ง

สำหรับผลิตภัณฑ์ถูกบรรจุมาในหลอดสีขาวขนาดกำลังดี เป็นฝาแบบเปิดแต๊บออกมา แต่ฝายังติดอยู่ที่หลอด ไม่ใช่ลักษณะการหมุนๆแล้วแยกคนละส่วน ชอบตรงนี้ ใช้งานง่ายไม่ต้องกลัวฝาหาย หลอดไม่เล็กเกินไปไม่ใหญ่เกินไป

เนื้อสัมผัส : บีบออกมาเป็นเนื้อครีมข้นๆ สีส้ม มองด้วยตามีความหนืด-หนัก มีกลิ่นหอมเล็กน้อย

ความรู้สึกเมื่อใช้งาน : แปลกมากที่ พอเกลี่ยลงบนผิวเนื้อครีมไม่หนักเลย เกลี่ยง่าย เนื้อบางเบา ซึมลงผิวเร็วมาก เนื้อครีมค่อนข้างนุ่ม กลิ่นหอมอ่อนๆผ่อนคลายดี ลูบๆไม่นานก็ซึมลงผิวหมด ให้ความรู้สึกที่ดีนะคะตอนที่ทา ที่สำคัญไม่ทิ้งความมันและเหนอะหนะที่ผิวเลยแม้แต่นิดเดียว สบายหน้ามากๆ  

หลังจากใช้ไปสักระยะ : ตั้งแต่ได้ลองใช้จนถึงวันนี้เรามีโอกาสได้ใช้ 9 วัน

- จุดด่างดำจากการแกะสิวบริวณหน้าผากจางลงอย่างเห็นได้ชัด สีผิวโดยรวมกระจ่างใสขึ้นเล็กน้อย

- ผิวนุ่ม ชุ่มชื่นอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกเหมือนผิวสุขภาพดี อิ่มฟู ผิวหน้าที่ก่อนที่ดูโทรมๆ ดูสดใสขึ้น เรียบเนียนขึ้น

- สิวไม่ขึ้นเพิ่ม ไม่อุดตัน ไม่แพ้เลย ชอบมาก

- เรื่องของการกระชับรูขุมชนเราว่ายังไม่เห็นผลชัดเจนนัก คงต้องใช้ต่อไปให้นานกว่านี้

สิ่งที่ชอบ :

1.   เนื้อสัมผัมนุ่มมาก ตอนที่กำลังทารู้สึกดีมากเพราะเนื้อครีมนุ่ม มีกลิ่นหอมอ่อนๆ

2.   ใช้มา 9 วันรู้สึกผิวหน้าโดยรวมสดใสขึ้น หน้านุ่ม ฟูขึ้น กระจ่างใสขึ้นเล็กน้อย หน้าเรียบเนียนขึ้นด้วย ผิวเหมือนชุ่มชื่นจากภายใน (แต่หน้าไม่มันเลยค่ะ)

3.   เราเป็นคนเป็นสิวง่าย แต่ใช้ครีมตัวนี้สิวอุดตันกลับน้อยลง และไม่มีสิวเพิ่มขึ้นเลย หน้าก็ไม่มัน

4.   อ่อนโยนมาก ปราศจากสารอันตรายต่างๆ ไม่มีสารลอกผิว กัดผิว ไม่มีซิลิโคนทำให้เกิดสิวอุดตัน เลิฟฟฟฟฟฟฟฟ

สิ่งที่ไม่ชอบ : เราว่าราคามันสูงไปนิดนึงสำหรับปริมาณ 30 มล. (1,590 บาท) ถ้าปริมาณสัก 50 มล.จะโอเคมากๆเลย แต่ก็เข้าใจได้แหละว่าส่วนผสมที่ใส่มาคือทรงคุณค่าทั้งนั้น อีกทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ออแกนิกส์ได้รับสัญลักษณ์ Ecocert ด้วย แต่สำหรับเราเราก็ว่ามันแพงไปอยู่ดี ใช้ไม่นานก็หมด (เราใช้เปลืองเพราะชอบทาให้ทั่วๆหน้าจริงๆ)

สรุป : ให้ 4/5 ดาวนะคะ หัก 1 ดาวเพราะราคาสูงไปนิด แต่เรื่องคุณภาพ ประสิทธิภาพให้เต็ม 100 เลย ชอบมากๆๆๆ เหมาะสำหรับทุกสภาพผิวจริงๆ ผิวแพ้ง่ายใช้ได้สบาย เป็นแบรนด์ไทยที่ทำคุณภาพได้ดีมากๆเทียบเท่าเคาเตอร์แบรนด์เลยนะสำหรับเรา ถ้าเราคาเบากว่านี้หรือปริมาณมากกว่านี้คงจะเป็นครีมที่เราจะซื้อใช้ประจำแน่นอน J

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ลดริ้วรอย, กระจ่างใส, เหมาะกับผลิตภัณฑ์นี้, ชุ่มชื้น, ลดจุดด่างดำ, ใช้งานง่าย, ซึมซาบเร็ว
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 28 มิ.ย. 2563, 15:25

รีวิว SENKA Perfect Gel Gentle Wash
เราเป็นคนที่ใช้โฟมล้างหน้า Senka มาครบทุกสูตรแล้ว ใช้ตั้งแต่ยังไม่เข้าเมืองไทย ต้องไปญี่ปุ่นแล้วหิ้วมาเอง พอเข้ามาที่ไทยเราก็ซื้อใช้เป็นประจำ ตระกูล Perfevt whip ใช้มาตลอดทุกสูตรเลยค่ะ

วันนี้ได้มีโอกาสมาลอง Perfect Gel Gentle Wash ใช้แล้วเป็นยังไงบ้าง มาดูกัน

Package : ไม่มีอะไรมาก เป็นหลอดหัวคว่ำตามสไตล์ของ Senka หลอดสีฟ้าอ่อน ให้ความรู้สึกเหมือนน้ำ (Aqua) ค่อนข้างสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ด้านใน เราชอบที่ปริมาณ 100 g เพราะถ้าปริมาณเยอะกว่านี้จะเอาขึ้นเครื่องบินไม่ได้ แบบนี้สะดวกเลย ไม่ต้องไปหาหลอดเล็กเพื่อเอาขึ้นเครื่องบินให้ยุ่งยาก

เนื้อผลิตภัณฑ์ : บีบออกมาเป็นเนื้อเจลใสๆ เหมือนน้ำ ไม่มีสี แต่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นกลิ่นอมเปรี้ยวคล้ายผลไม้ตระกูลส้ม

ขณะที่ใช้ผลิตภัณฑ์ : เราล้างหน้าให้เปียก บีบเจลลงบนฝ่ามือ แล้วก็ลูบๆไปทั่วใบหน้า ตอนที่กำลังล้างๆอยู่ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ สดชื่นดีค่ะ เหมือนช่วยปลุกความเหนื่อยล้าหลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน ส่วนถ้าล้างตอนเช้าก็รู้สึกสดชื่นดี เจลล้างหน้าไม่มีสี ความลื่นจะเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาโดนน้ำ

หลังใช้ : หลังจากซับหน้าให้แห้ง รู้สึกว่าผิวมีความชุ่มชื่น ไม่แห้งเลย ไม่ตึง ไม่เอี๊ยด รู้สึกสะอาดใช้ได้เลย
หลังจากใช้ต่อเนื่องวันนี้เป็นวันที่ 11 ของการใช้ ผลก็คือ สิวไม่ขึ้น ไม่แพ้ ล้างหน้าได้สะอาด และผิวไม่แห้งตึง ผิวชุ่มชื่นดีค่ะ

สิ่งที่ชอบ :
1. ปริมาณบรรจุ 100g กำลังดี ไม่เยอะ ไม่น้อยเกินไป ถ้าเทียบกับราคาก็อยู่ในเรทกลางๆ ซื้อได้ง่ายสบายกระเป๋า
2. ชอบกลิ่นหอมอ่อนๆ รู้สึกสดชื่น ทำให้ตอนที่ล้างหน้าเหมือนปลุกความเหนื่อยล้า
3. ล้างหน้าได้สะอาด เพราะสิวไม่ขึ้น ไม่มีสิวอุดตัน
4. โอนโยน ไม่แพ้
5. ผิวนุ่มชุ่มชื่น ไม่เอี๊ยด

สั่งที่ไม่ชอบ :
1. เนื่องจากเจลไม่มีฟองและไม่มีสี เวลาที่ลูบลงไปที่หน้า ต้องตั้งสติดีๆและใช้การสัมผัสว่า ตอนนี้เราลูบเจลไปถึงไหนแล้ว ครอบคลุมหน้าหรือยัง นอกจากนี้ เนื้อเจลเมื่อผสมกับน้ำ จะมีความเหลวเพิ่มขึ้นทำให้บางครั้งเจลไหลไปตามน้ำ ตามมือตามแขน หรือตามคอ เพราะฉะนั้นเวลาที่ทำให้หน้าเปียก ต้องทำให้เปียกแค่พอหมาดๆ ถ้าเปียกมาก มีหยดน้ำเกาะหน้ามากๆ เนื้อเจลจะหายไปกับน้ำหมดค่ะ เลยจะต้องเปลืองเพื่อบีบออกมาล้างเพิ่ม

สรุปโดยรวม ชอบค่ะ ให้ 4/5 ดาวเลย เหมาะกับคนผิวแห้ง แต่ผิวมันก็ใช้ได้สบาย (เราเป็นคนผิวมัน) ล้างหน้าได้สะอาดดี สิวไม่ขึ้นค่ะ

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : กระจ่างใส, ทำความสะอาดได้ดี, เหมาะกับผลิตภัณฑ์นี้, อ่อนโยน, ชุ่มชื้น, ล้างออกง่าย, คุ้มราคา, ไม่มีสารตกค้าง
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 16 มิ.ย. 2563, 15:01

รีวิวครีมกันแดด  Bioré UV Aqua Rich SPF 50+ PA++++

บอกก่อนตั้งแต่ต้นเลยว่าเราให้ 5 ดาวค่ะ ตามปกติเราได้รับรางวัลจากการเป็น beauty tester เราจะให้ 5 ดาวยากมากกกกกกกก เต็มที่ก็ 4 ดาว แต่ครั้งนี้ให้ 5 ดาวเลย ไม่ได้อวยเวอร์ เราเคยใช้ biore สูตรอื่นๆมาก่อนหน้านี้แล้วแต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ รอบนี้คือ “ใช่” ทุกอย่าง แต่เป็นเพราะอะไร ไปดูรีวิวกัน

แพกเกจ : เราประทับใจตั้งแต่ได้ของมาแล้ว เวลาจะแกะใช้ แค่ดึงพลาสติกด้านนอกออก (มันจะมีเส้นปะ) ดึงตามเส้นปะเลย ทำให้แกะผลิตภัณฑ์ออกมาใช้ได้อย่างง่ายดาย มีความเป็นญี่ปุ่นสุดๆ เพราะญี่ปุ่นเค้ามักจะใส่จรายละเอียดเล็กๆน้อยๆแบบนี้

เนื้อครีม : เป็นเนื้อ essence สีขาว-เหลืองๆขุ่นๆนิดๆ มีความเป็น jelly ดึ๋งๆนิดหน่อย

กลิ่น : กลิ่นหอมมมมม หอมชัดเจน เราว่าหอมเหมือนกลิ่นสบู่ หลายคนบอกว่าได้กลิ่นแอลกอฮอล์แต่เราไม่ได้กลิ่นนะ ได้กลิ่นหอมอย่างเดียว (หรือจมูกเราผิดเพี้ยนไป ฮ่าๆๆ)

ทาลงบนผิว : เราใช้ตามที่แนะนำเลยคือ 2 ข้อ เนื้อ essence เกลี่ยง่าย ซึมไว ตอนที่ลูบลงไปที่ผิวให้ความรู้สึกเย็นผิวนิดๆ ชุ่มชื่นเหมือนน้ำ  แต่ไม่หนักหน้า สบายๆ แป๊ปเดียวก็ซึมลงบนผิวหมด

หลังจากที่ทาแล้ว : หลังจากลูบเนื้อครีมจนซึมลงบนผิวหมด จะมีความเหนอะขึ้นมานิดหน่อย เข้าใจว่าน่าจะมาจาก Hyaluronic Acid ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวค่ะ แต่ก็ไม่ได้เหนอะมากมายอะไร เพราะสุดท้ายเราก็ต้องทาแป้งอยู่ดี

เรื่องคุมมัน : ได้ในระดับนึง ตกบ่ายหน้าก็จะมันบ้าง แต่ไม่ได้หน้าเยิ้มอะไรขนาดนั้น และเราไม่ซีเรียสในจุดนี้เพราะช่วงบ่ายก็ต้องเติมแป้งบ้างอยู่แล้ว

เรื่องการกันแดด : อันนี้เราไม่รู้จริงๆว่ากันแดดได้ดีมั้ย แต่จากที่แบรนด์บอกว่า ค่าSPF50+ PA++++ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะถือว่ากันแดดได้สูงมากๆๆๆๆ ถ้าเทียบกับแดดเมืองไทยในบ้านเรา

เรื่องกันน้ำ-กันเหงื่อ : จริงๆเรายังไม่มีโอกาสได้ทดสอบเรื่องการกันน้ำ-กันเหงื่อ แต่เราเป็นนักกีฬาและเล่นกีฬากลางแจ้ง(วิ่ง) คิดว่าถ้าแบรนด์บอกว่ากันน้ำได้ งั้นคุณสมบัติก็ตอบโจทย์เรา

สิ่งที่ชอบ :

1. เราชอบค่าการกันแดด SPF50+ PA++++ ที่ถือว่าสูงมากๆ

2. กลิ่นหอม หอมเหมือนสบู่ (เราไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอล์)

3. เราชอบที่ทาทับเครื่องสำอางระหว่างวันได้, เติมได้ เพราะแดดเมืองไทยร้อน เหงื่อออก ควรเติม และเวลาที่เติมก็ใช้มือตบๆลงบนบนผิว ซึมง่ายมาก  ไม่เป็นคราบด้วย

4. เนื้อครีมไม่หนักหน้าเลย เป็นลักษณะเหมือน Jelly ดึ๋งๆ ตอนที่ทาก็เหมือนจะแตกตัวเป็นน้ำ ถ้าไม่บอกว่าเป็นครีมกันแดด เรานึกว่านี่เป็นครีมบำรุงมากกว่า ทั้งๆที่ครีมกันแดดส่วนใหญ่ถ้าค่า SPF สูงๆจะเหนียวเหนอะหนะ

5. เราใช้มา 12 วันเต็มๆ สิวไม่ขึ้นค่ะ ไม่มีสิวอุดตันด้วย ทั้งๆที่เราเป็นคนหน้ามันและสิวขึ้นง่ายมาก โดยเฉพาะสิวอุดตัน แต่ครั้งนี้ไม่มีเลย

6. ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นได้ดี มีวันนึงเรารีบเลยไม่ลงครีมบำรุงผิว ใช้กันแดดตัวนี้ตัวเดียวเลย หน้าก็ชุ่มชื่นดีค่ะ เพราะมีสาร Hyaluronic Acid ทำให้ประหยัดเวลา ถ้ารีบจริงๆก็ไม่ต้องลงครีมบำรุงก่อนก็ได้

7. เราหาครีมกันแดดที่ค่า SPF สูงๆ และไม่เหนียวเหนอะหนะ และต้องกันน้ำได้ ยากมากๆ โชคดีที่ได้มาเจอครีมกันแดดตัวนี้ ถือว่าตอบโจทย์มากๆ

8.  ราคาไม่แรง สมเหตุสมผล หาซื้อง่าย ฮ่าๆๆ

สิ่งที่ไม่ชอบ : ไม่มีค่ะ บอกแล้วว่าครั้งนี้ให้ 5 ดาวเพราะเป็นครีมกันแดดที่ตามหามานานค่ะ

สรุป : นานๆจะเจอผลิตภัณฑ์ที่โดนใจจริงๆ และครีมกันแดดตัวนี้ถูกใจเรามากค่ะ เนื้อครีมดี กลิ่นหอม ทาง่าย ไม่เป็นสิว ชุ่มชื่นพอประมาณ และไม่เหนียวเหนอะหน่ะ

***ย้ำอีกครั้ง ไม่ได้อวยนะคะ นานๆทีเราจะให้ 5 ดาว และครีมกันแดดตัวนี้ตรงกับความต้องการของเราจริงๆ โคตรดีใจที่เราได้รับเลือกให้ทดลองใช้ในครั้งนี้ เพราะทำให้เราได้เจอครีมในฝันแล้วค่ะ และถ้าหมด เราซื้ออีกแน่นอน***

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : กลิ่นหอม, อ่อนโยน, ชุ่มชื้น, กันแดดได้ดี, ล้างออกง่าย, ไม่ระคายเคือง, ไม่เหนอะหนะ, เหมาะกับผิวแพ้ง่าย
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 5 เม.ย. 2563, 15:21

เคยใช้สูตรสีเขียว daily moisturizing lotion มาก่อนหน้านี้แล้ว ลองมาดูกันว่า พอได้ใช้สูตรนี้แล้วเป็นยังไง

เนื้อครีมเป็นสีเหลืองๆนิดหน่อย (ถ้าเทียบกับสูตรสีเขียว daily moisturizing แล้ว สูตรสีเขียวจะมีสีขาวกว่านิดนึง) มีกลิ่นเหมือนสูตรสีเขียวเลย กลิ่นเดียวกับเปะ ทางแบรนด์บอกว่าโลชั่นตัวนี้ไม่ใส่น้ำหอม ดังนั้นเราเข้าใจว่าน่าจะเป็นกลิ่นของข้าวโอ๊ต สำหรับเราเราว่ามันไม่ใช่กลิ่นหอมนะ เป็นกลิ่นยังไงก็ไม่รู้ อฺธิบายไม่ถูก

เนื้อครีมบีบออกมาแล้วค่อนข้างเข้มข้นและมีความหนืด เมื่อเอามือมาถูกๆกันมีความหนืด-หนักนิดหน่อย เมื่อทาลงบนผิว ต้องใช้เวลาไม่นานมากด็ซึมลงผิว 

ความรู้สึกหลังใช้ : ความรู้สึกทันทีที่รู้สึกได้คือ ผิวชุ่มชื่นขึ้นทันที ปกติจะเป็นคนผิวตัวแห้ง ถึงแม้หน้าร้อน ก็ยังมีผิวแห้งอยู่ และลอกเป็นขุย และก็คันด้วย ถ้าหน้าหนาวนี่จะแห้งมากและคันมาก แต่พอใช้ตัวนี้ปุ๊ปอาการดีขึ้นทันที และผิวนุ่มขึ้นทันที รู้สึกได้เลยค่ะ และหลังจากที่ทิ้งไว้หลายๆชั่วโมง ผิวก็ยังชุ่มชื่นอยู่ค่ะ เรานอนในห้องแอร์ ตื่นมาตอนเช้า ผิวยังชุ่มชื่นอยู่ สิ่ง

ที่ชอบ : แก้ปัญหาผิวแห้งได้ดีมากกกก ผิวชุ่มชื่นทันที และชุ่มชื่นนาน ผิวไม่แห้ง ไม่เป็นขุยเลย อาการคันหายเป็นปลิดทิ้ง ผิวนุ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทาตอนกลางคืนนอนในห้องแอร์ ตื่นเช้าขึ้นมาผิวก็ยังชุ่มชื่นอยู่ ตัวนี้เอาอยู่จริงๆ และนอกจากนี้ ช่วงนี้เราล้างมือบ่อยมากๆเพราะกลัว covid-19 มือแห้งมากๆ ทา hand cream ตัวไหนก็ยังแห้งอยู่ ไม่ช่วยเลย พอทาตัวนี้คือชุ่มชื่น มือหายแห้งไปในพริบตา ดีมากๆๆๆ และที่ชอบเพราะสารสกัดมาจากธรรมชาติ และไม่มีสเตียรอยด์ ค่อยข้างอ่อนโยน

ที่ไม่ชอบ : โลชั่นเนื้อหนักไปนิด และเหนียวเหนอะ  ถ้าทาตามข้อพับแขนจะรู้สึดอัดอัดมาก ทาแล้วนั่งบนโซฟา ก็รู้สึกผิวเหนียวไปกับโซฟา และไม่ชอบกลิ่นค่ะ กลิ่นแปลกๆ ถ้าเป็นกลิ่นของข้าวโอ๊ตจริง สำหรับเรามันไม่ใช่กลิ่นหอมนะ เป็นกลิ่นยังไงก็ไม่รู้ แต่เราไม่ชอบ โชคดีหน่อยที่สักพักกลิ่นจะจางไป ไม่อยู่ติดผิวนาน ได้กลิ่นเฉพาะตอนแรกๆที่ทา

สรุป ช่วยเรื่องความชุ่มชื่นดีสุดๆ น่าจะดีที่สุดในบรรดาโลชั่นที่เราใช้มา และชุ่มชื่นยาวนานนนนนน ขอคราวะเรื่องความชุ่มชื่น แก้ปัญหาผิวคัน ผิวลอกเป็นสีขาวๆได้ดี ผิวนุ่มขึ้นอย่าชัดเจน แต่เนื้อหนักและเหนียวเหนอะหนะเกินไป ทาหน้าหนาวอาจพอได้ แต่หน้าร้อนจะอึดอัดนิดหน่อย

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ชุ่มชื้น
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 4 มี.ค. 2563, 09:38

ได้ขนาดทดลองมาลองใช้ เราลองใช้ไปทั้งหมด 10 วันเต็มค่ะ ผลเป็นไง มาดูกัน

เนื้อเซรั่ม : เป็นเนื้อที่มีความเหลว แต่ไม่มาก สีเหลืองๆขุ่นๆเล็กน้อย ไม่มีกลิ่น (เราอ่านรีวิวของคนอื่นบอกว่ามีกลิ่นอ่อนๆ แต่เราไม่ได้กลิ่นอะไรเลย) เวลาลูบลงบนผิวซึมค่อนข้างไวค่ะ

เมื่อทาลงบนหน้า : เรากดปั๊มออกมา แต้ม 5 จุดบนหน้าแล้วลูบ เนื้อเซรั่มซึมลงผิวเร็วมากค่ะ ใช้เวลาไม่นานก็ซึมหมด พอซึมแล้วไม่มีความเหนียวเหนอะหนะเลย หลังจากซึมหมด เอามือสัมผัสหน้า จะมีความชุ่มชื่นเล็กน้อยค่ะ แต่ไม่มาก (น้อยมากๆ)  

เมื่อใช้ครบ 10 วัน : เซรั่มตัวนี้ช่วยเรื่องความชุ่มชื่นเล็กน้อยค่ะ ไม่มาก ไม่สามารถใช้แทนครีมบำรุงที่เน้นเรื่องความชุ่มชื่นได้ ต้องตามด้วยครีมบำรุงผิวอีกทีนะคะ แต่ก็ไม่แปลก เพราะรุ่นนี้เน้นเรื่องจุดด่างดำค่ะ ไม่ได้เน้นเรื่องความชุ่มชื่นเป็นหลัก

เราใช้มาครบ 10 วัน รู้สึกหน้ากระจ่างใสขึ้นเล็กน้อย สีผิวสม่ำเสมอขึ้นนิดหน่อย จุดด่างดำจางสิวจางลงนิดนึง (สังเกตุจุดด่างดำที่แก้มเราได้ มันจางลงจริงๆ) แต่ก็ยังไม่มากอาจเป็นเพราะเราใช้แค่ 10 วันค่ะ ถ้าอยากให้เห็นความชัดเจนเด่นๆอาจต้องใช้นานกว่านี้

เราชอบที่เซรั่มตัวนี้เต็มไปด้วยสารสกัดพรีเมียมจากธรรมชาติทั้งนั้น และเน้นหนักไปเรื่องของการลดจุดด่างดำ สารสกัดที่ใส่มาแท็กทีมทำหน้าที่ในการลดเลือนจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี ไม่ลอกผิว ใช้ง่าย ลูบแป๊ปเดียวซึมลงผิวหมด มันเหนียวเลย ถ้าใช้ต่อเนื่องยาวนานกว่านี้น่าจะเห็นผลชัดกว่านี้ค่ะ

สรุป ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นในระดับนึง ปรับสีผิวให้สว่างขึ้นนิดหน่อยแบบไม่ทำร้ายผิว ผิวไม่ลอก ไม่แห้ง ไม่ระคายเคืองเลย ค่อนข้างอ่อนโยน ไม่อุดตันรูปขุมขน ซึมง่าย เราว่าค่อนข้างอ่อนโยนเหมาะกับทุกสภาพผิว แต่ไม่ค่อยช่วยเรื่องความชุ่มชื่นค่ะ

เราให้ 3 ดาวนะ เพราะราคาสูงไปนิด (ก็เพราะเป็นเคาเตอร์แบรนด์เนอะ ก้เข้าใจได้แหละ) ช่วยเรื่องลดจุดด่างดำและกระจ่างใสได้ดี แต่เราอยากให้เพิ่มเรื่องความชุ่มชื่นอีกหน่อยค่ะ

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : กระจ่างใส, ชุ่มชื้น, ไม่เหนอะหนะ, เหมาะกับผิวแพ้ง่าย
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 26 ก.พ. 2563, 16:51

แพกเกจ : เป็นกระปุกแก้วสีแดงสด สวย ดูไฮโซค่ะ

เวลาใช้ ต้องเปิดกระปุก แล้วใช้นิ้วแตะลงไปที่เนื้อเจล ซึ่งส่วนตัวเราไม่ชอบแบบนี้นะ คิดว่ามันสกปรก อาจทำให้เชื้อโรคตกลงไปได้ ก่อนใช้แนะนำให้ล้างมือให้สะอาดก่อนนะคะ

เนื้อผลิตภัณฑ์ : เป็นเนื้อเจลสีขาว หยุ่นๆ คล้ายเนื้อพุดดิ้ง ถ้าเอานิ้วลงไปแตะจะไม่ติดเนื้อผลิตภัณฑ์ขึ้นมา ต้องใช้ลักษณะการ “ควัก” ลงไป ซึ่งเราไม่โอเคตรงนี้มากๆเพราะรู้สึกสกปรก ถึงจะล้างมือแล้วก็ยังไม่อยากเอานิ้วลงไปควักขึ้นมาอยู่ดี เราจึงใช้ช้อนพายของยี่ห้ออื่นขึ้นมาตักเจลค่ะ ซึ่งแบบนี้ทำให้ใช้ได้ง่ายขึ้น เราเลยใช้แบบนี้มาตลอด เจลสีขาว เนื้อไม่บาง-ไม่หนักเกินไป มีกลิ่นหอมอ่อนๆ

เมื่อทาลงผิว : ด้วยความที่เป็นเนื้อเจล เวลาทาจึงรู้สึกเย็นๆผิว ลูบๆ นวดๆ ตามที่แบรนด์แนะนำไว้ สักพักนึงเนื้อเจลก็จะซึมลงผิว เวลาที่นวดเนื้อไม่หนักมากเท่าไหร่ ใช้เวลาในการซึมไม่นานค่ะ

หลังจากทาเสร็จ : เมื่อซึมหมดแล้ว finished look จะไม่ได้ทำให้ผิวดูดิวอี้เหมือนสาวญี่ปุ่น-เกาหลีมากนะคะ แต่ถ้าเอามือแตะๆลงไปที่ผิวจะรู้สึกเลยว่าผิวชุ่มชื้น และฉ่ำน้ำค่ะ ทาตอนกลางคืนดีมากเพราะชุ่มชื้นดี นอนในห้องแอร์ตื่นเช้าขึ้นมาผิวยังชุ่มชื่นอยู่เลย แต่ถ้าทาตอนกลางวัน อาจะรู้สึกเหนอะๆ ผิวนิดหน่อย ต้องทาแป้งทับค่ะ

ผลลัพธ์หลังใช้ : มีโอกาสได้ลองใช้แค่ประมาณ 1 อาทิตย์ ในเรื่องของการช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นนี่โอเคมากๆเลยค่ะ ผิวชุ่มชื่นดี ทาตอนกลาคืนตื่นเช้ามาผิวยังชุ่มชื่น อิ่มน้ำ แต่เรื่องช่วยให้ผิวเรียบเนียนมั้ยเรายังรู้สึกเฉยๆนะ ส่วนในเรื่องของช่วยให้ผิวเต่งตึงหลังใช้เราก็ยังรู้สึกเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกชัดเจนอะไร ส่วนในเรื่องของการช่วยลดเลือนรื้วรอยให้จางลงอย่างเป็นธรรมชาติ เราก็ยังรู้สึกเฉยๆอยู่ค่ะ อาจจะเป็นเพราะเราเพิ่งใช้ไปแค่ 1 อาทิตย์เอง เราคิดควรควรต้องใช้ให้ยาวนานต่อเนื่องมากกว่านี้จึงจะเห็นผลค่ะ

สรุป : ปริมาณ 40 มล. เทียบกับราคา 320 บาทถือว่าในเรทที่ไม่แพงค่ะ จับต้องได้ แต่ไม่ชอบแพกเกจที่ต้องเอานิ้วลงไปควักเนื้อเจลออกมาทำให้ดูสกปรก (แนะนำทำเป็นหัวปั๊มหรือบีบจะดีกว่า) ชอบเรื่องของความชุ่มชื่นมากๆ ผิวชุ่มชื่น อิ่มน้ำชัดเจน  ตื่นขึ้นมาผิวดูอิ่มน้ำ หน้าดูสดใสดี แต่ในความชุ่มชื่นนั้นอาจรู้สึกเหนอะๆผิวนิดหน่อย เจลไม่ทำให้หน้ามัน และไม่อุดตันผิว แต่เรายังไม่เห็นผลเรื่องช่วยให้ผิวเต่งตึงหลังใช้ และเรื่องช่วยลดริ้วรอยเท่าไหร่  อาจเพราะเพิ่งใช้ไปได้แค่ 1 อาทิตย์ คงต้องใช้นานกว่านี้ค่ะ

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ชุ่มชื้น, คุ้มราคา
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 20 ก.พ. 2563, 16:52

เห็นแบรนด์นี้มานานแต่ไม่มีโอกาสได้ลองใช้ ครั้งนี้ได้มาลองในช่วงอากาศหนาว และผิวปริเวณแก้มเกิดความคัน จากอากาศแห้ง และลอกเป็นขุยพอดี ได้ลองใช้ 12 วันเต็มๆ ผลเป็นไงมาดูกัน 

ส่วนตัวเราชอบแพกเกจนะ ปริมาณบรรจุกำลังดี ไม่ใหญ่ไปไม่เล็กไป เอาขึ้นเครื่องบินได้ น้ำหนักไม่เยอะ พกพาสะดวก หลอดเป็นหัวปั๊มทำให้สะอาดเพราะเชื้อโรคไม่เข้า เราชอบหัวปั๊มแบบนี้มากๆ แต่มันจะมีบางจังหวะ ที่เวลากดปั๊มแล้วเนื้อครีมไม่ออก เข้าใจว่าเนื่องจากอากาศข้างในที่ไม่สัมพันกัน เลยต้องปั๊มหลายๆรอบ หลอดถึงจะไปดึงเนื้อครีมมาใหม่ จริงๆเราเคยเจอปัญหากับผลิตภัณฑ์ที่เป็นหลอดปั๊มแบบนี้เหมือนกัน มันจะไม่เหมือนกับบรรจุภัณฑ์ที่เป็นปั๊มแบบสูญญากาศ คือมันจะมีตัวดันครีมขึ้นมาเรื่อยๆ แบบนั้นจะดีกว่า 

เนื้อโลชั่นเป็นสีขาว ไม่มีกลิ่น ตอนแรกเราคิดว่าต้องเหนียวและหนักแน่ๆ เพราะเคยใช้ครีมที่เน้นเรื่องความชุ่มชื่นแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเนื้อหนัก แต่ CereVe สูตรนี้ไม่หนักเลย แถมบางเบามากกกกก เกลี่ยง่ายสุดๆ ทาแล้วซึมลงผิว หายไปเลย ไม่มัน ไม่เหนอะผิว สบายหน้ามากๆ ขนาดเราเป็นคนผิวมัน (T-zone) ก็ยังสบายผิว 

พอตื่นมาตอนเช้ารู้สึกหน้านุ่มขึ้นเยอะ แต่ไม่มีน้ำมันบนหน้ามาก เราใช้ต่อเนื่อง 2-3 วัน รู้สึกผิวบริเวณแก้มที่เกิดอาการคันจากช่วงอากาศหนาวลดลงจนหายสนิท แก้มไม่คันแล้ว และผิวที่ลอกๆเป็นขุยๆก็หายแล้ว 

ใช้ต่อเนื่อง 12 วัน หน้านุ่ม ชุ่มชื่นดีค่ะ เราเป็นคนผิวมันแต่ครีมนี้ไม่มันเลย ไม่อุดตันรูขุมขน สิวไม่ขึ้น หน้าด้วยความที่หน้าชุ่มชื่นดีเราจึงรู้สึกว่าหน้าดูใสและมีน้ำมีนวลขึ้นด้วย แต่ไม่ช่วยทำให้สิวลดลงนะ เหมือนสิวยังอยู่เหมือนเดิม

แต่ด้วยความที่ครีมตัวนี้เน้นเรื่องความชุ่มชื่น และไม่ได้ช่วยลดเลือนริ้วรอยหรือจุดด่างดำอะไรมาก และเราเป็นสาวอายุ 30อัพ ซึ่งมีปัญหาผิวอื่นๆด้วย เราจึงทา CereVe ก่อน รอให้ซึมลงผิว และเราจึงทาครีมที่มีส่วยช่วยบำรุงด้านอื่นอีก 

สรุปโดยรวม เป็นครีมที่อ่อนโยนมาก ไม่มีน้ำหอม ไม่อุดตัน ไม่แพ้ ใข้ได้กับทุกสภาพผิวรวมทั้งผิวมัน (เราผิวมัน) คนผิวมันจะช่วยเติมความชุ่มชื่นและไม่ทำให้ต่อมไขมันผลิตไขมันมากเกินไป หน้าจึงไม่มัน เราชอบมาก ปัญหาผิวแห้ง คัน ลดลง เหมือนช่วยให้ผิวแข็งแรงสุขภาพดีขึ้น ราคากลางๆสมเหตุสมผล อาจจะไม่ชอบนิดหน่อยที่เวลาบีบครีมออกมา หัวปั๊มไม่ดูดครีม

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : เหมาะกับผลิตภัณฑ์นี้, ชุ่มชื้น, ใช้งานง่าย, คุ้มราคา, ซึมซาบเร็ว
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 31 ธ.ค. 2562, 23:44

ได้แชมพูนี้มาเพราะไปหาหมอที่โรงพยาบาลเนื่องจากผมร่วงหนักมาก ก่อนหน้านี้ใช้มาหลายยี่ห้อซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแชมพูสมุนไพร แต่ก็ไม่หายจนต้องไปหาหมอ หมอที่โรงพยาบาลเลยให้ตัวนี้มา 

เนื้อแชมพูเป็นใสๆ ค่อนข้างเหลว มีกลิ่นน้ำหอมค่อนข้างแรง แต่เวลาที่ฟอกไปบนหัวกลิ่นก็จะจางลง ฟองไม่เยอะมาก เป็นลักษณะฟองเบาๆ ไม่หนัก ล้างออกง่ายค่ะ 

ใช้ตอนแรกรู้สึกผมร่วงหนักกว่าเเดิม แต่ก็ทนใช้ไปเรื่อยๆ เราใช้แค่แชมพูตัวนี้ตัวเดียว ไม่ได้กินยา ไม่ได้กินวิตามินเสริม พอเริ่มใช้ได้ครึ่งขวด เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงคือผมร่วงน้อยลง จากปกติเวลาสระผม ผมจะร่วงลงมาตามตัว ตกลงมาเรื่อยๆเลย และ1 วัน ผมก็ร่วงเต็มท่อระบายแล้ว แต่เดียวนี้ 3-4 วันท่อถึงเริ่มเต็ม และสังเกตุได้ว่า ผมที่หลุดร่วงไหลตามน้ำตามตัวเวลาที่สระผมลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด 

ตอนนี้ใช้ไปหมดครึ่งขวดก็เริ่มๆจะประทับใจแล้วค่ะ หลังจากทีคิดว่าไม่เวิร์คแน่ๆ กำลังคิดว่าถ้าหมดขวดแล้วจะตัดสินใจใช้ต่อหรือเปลี่ยนยี่ห้อดี

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : กลิ่นหอม, ผมนุ่มลื่น/ไม่พันกัน, ช่วยฟื้นฟูสภาพผม, ช่วยให้ผมจัดทรงง่าย
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : คลินิก/โรงพยาบาล
รีวิวเมื่อ 25 พ.ย. 2562, 16:13

รีวิว Clinique Fresh Pressed™ Repair Clinical MD Multi-Dimensional Age Transformer Duo

ขอเกริ่นสภาพผิวเราก่อนนะคะ เราเป็นสาว 30+ มีริ้วรอย ร่องลึก ตีนกา สีผิวไม่สม่ำเสมอ และรูขุมชนกว้างค่ะ

ขอเริ่มที่สูตรเนื้อเจล Resculpte (สีม่วงอ่อน) ก่อน

เนื้อเจลค่อนข้างหนัก มีขาวขุ่น ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น (หรือถ้ามีกลิ่นก็เบามากๆค่ะ แทบไม่ได้กลิ่นเลย) ตัวนี้เค้าบอกว่าเน้นเรื่องยกกระชับ เสรอมสร้างคอลลาเจนและเติมริ้วรอบแห่งวัย เราทาตัวนี้เท่าหน้าเลยค่ะ แต่เว้นบริเวณใต้ตาและร่องแก้มไว้ เพราะเรากะจะเอาไว้ทาสูตร Revolumise ด้วย

ถึงจะเป็นเนื้อเจลก็จริง แต่เป็นเจลหนักๆ เกลี่ยยากนิดนึง อาจจะเพราะเข้มข้นมาก ซึมลงผิวยากหนิดหน่อย ให้ความชุ่มชื่นดี แต่ก็แอบเหนียวๆนิดนึงค่ะ

หลังจากใช้เป็นเวลาเกือบ 2 อาทิตย์เต็มๆ รู้สึกว่าหน้ากระชับขึ้นนิดหน่อย แต่ถ้าถามว่าเห็นความแตกต่างขนาดนั้นมั้ย คือไม่ แต่แค่รู้สึกว่ามันเด้ง และผิวฟูขึ้น ผิวชุ่มชื่นขึ้น และรู้สึกเหมือนผิวใสขึ้นนิดหน่อยค่ะ

สำหรับสูตร Revolumise (สีม่วงเข้ม) ลองทาทั่วหน้าแล้ว ไม่ไหว เพราะเหนียวมาก สูตรนี้เป็นเนื้อครีมหนักๆ เนื้อครีมสีม่วงอ่อนๆ เหนียว แทบจะไม่มีกลิ่นเลยกลิ่นจางมากๆ ตอนที่ทาทั่วหน้าคือเหนียวมาก เหนอะผิวสุดๆ ทาตอนกลางวันไม่ได้เลย ต้องทาแต่ตอนกลางคืน แต่ด้วยความที่สูตรนี้เค้าบอกว่า ช่วยให้ผิวอวบอิ่มและเต่งตึง เติมเต็มผิว ลดเลือนริ้วรอย เราจึงทาสูตรนี้แค่เฉพาะที่ใต้ตา คือใช้เป็น eye cream ไปเลย และทาที่ร่องแก้มด้วย

หลังจากใช้ไปเกือบ 2 อาทิตย์ ผลลัพทธ์คือ ใต้ตาเราก็ยังมีริ้วรอยและตีนกาเหมือนเดิม เราเชื่อว่าแค่ 2 อาทิตย์ คงไม่มีครีมตัวไหนลดเลือนริ้วรอยได้ขนาดนั้น แต่ๆๆๆ แต่ที่รู้สึกได้คือ เหมือนใต้ตามันกระชับขึ้น และผิวบริเวณใต้ตาก็ชุ่มชื่นขึ้นด้วย เราว่ามันเป็นครีมทาใต้ตาและร่องแก้มที่ดีเลยแหละ เพราะเหมือนจะช่วย “ชะลอ” ริ้วรอยบริเวณนี้ได้เป็นอย่างดี ส่วนบริเวณร่องแก้ม เราก็รู้สึกว่าชุ่มชื่นดีค่ะ

โดยภาพรวม หลังจากใช้ทั้ง 2 สูตรต่อเนื่องเกือบ 2 สัปดาห์ สรุปว่า เรื่องผิวกระชับยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่ แต่ที่รู้สึกได้แน่ๆคือ ผิวแน่น ฟู เต่งตึง และเหมือนผิวจะใสขึ้น  ผิวชุ่มชื่นขึ้นมากๆจากภายใน อันนี้รู้สึกชัดเจนเลย สีผิวดูสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น ผิวเนียนละเอียดขึ้น หยาบกร้านน้อยลง ส่วนเรื่องลดเลือนริ้วรอยยังไม่เห็นชัดเจนมากนัก ต้องรอใช้นานกว่านี้ แต่รู้สึกเหมือนผิวจะใสขึ้น ชุ่มชื่นมีน้ำมีนวล และเหมือนจะช่วยชะลอผิวให้แก่ช้าลงได้ค่ะ

สิ่งที่ชอบสำหรับ 2 สูตรนี้ค่ะ เป็นครีมที่เข้มข้นมากๆ อุดมไปด้วยสารบำรุงที่ดีต่อผิว ถ้าใช้ไปนานกว่านี้เรามั่นใจว่าต้องเห็นผลชัดเจนตามคำเคลมแน่ๆ และยังอ่อนโยนมากๆ ไม่อุดตัน ไม่แพ้ค่ะ โดยรวมเราชอบมากนะ จริงๆอยากซื้อกระปุกใหญ่มาใช้นะแต่ราคาแอบแรงไปนิดนึง (ก็มันเป็นสินค้าเค้าเตอร์แบรนด์เนอะ อันนี้เข้าใจได้)  แต่สิ่งที่ไม่ชอบคือ เนื้ออาจจะหนักไปนิดนึง ต้องใช้เวลาเกลี่ยนานหน่อยกว่าจะซึมเข้าผิว ส่วนถ้าจะทาใต้ตาก็ต้องวอร์มครีมดีๆไม่งั้นต้องไปเกลี่ยตอนทาตา เกลี่ยยากและกลัวตามีริ้วรอยเพิ่มขึ้นค่ะ

ให้ 4/5 ดาวนะคะ

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ลดริ้วรอย, กระจ่างใส, เหมาะกับผลิตภัณฑ์นี้, ชุ่มชื้น, ลดจุดด่างดำ
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 29 ต.ค. 2562, 16:55

รีวิว Cream De Latex All In One Detoxifying Deep Cleansing Water Gel

ต้องบอกก่อนว่า เราเป็นคนผิวมัน เป็นสิวง่าย มีสิวอุดตันที่กรอบหน้า และสิวอุดตันขึ้นง่ายมากๆ ส่วนการแต่งหน้าในทุกๆวัน เราจะไม่ค่อยใช้ make up แต่ที่ลงครีมบำรุง ครีมกันแดด และแป้งผสมรองพื้น

หลังจากใช้ De Latex ครบ 11 วัน .. มารีวิวกัน ^^

เนื้อผลิตภัณฑ์ใส ไม่เหลว มีน้ำหนัก ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เนื้อนุ่ม

เราบีบลงมาขนาดเท่าเหรียญ 10 บาท (ถึงแม้ว่าแบรนด์แนะนำว่า คนที่แต่งหน้าเบาๆใช้ขนาดเท่าเหรียญ 5 บาทก็พอ แต่เราว่าเราขอใช้เยอะหน่อย สบายใจกว่า) เนื่องจากเราจะไม่ล้างหน้าด้วยโฟมต่อเลย เราจะใช้ De Latex เพียวๆ ดังนั้นเพื่อความสบายใจ เราขอใช้ปริมาณเยอะหน่อยแล้วกัน

เราแต้มเนื้อครีมบนใบหน้าที่แห้ง ทั้งหมด 5 จุด นวดๆ วนๆ สักพักเนื้อครีมจะเปลี่ยนเป็นเนื้อน้ำเย็นๆ (แต่ไม่เหลวมาก แค่เหลวกว่าแต่ก่อน) ทำให้นวดหน้าที่ง่ายขึ้น สักพักก็จะแห้ง เราก็จะล้างออกด้วยน้ำสะอาด จบ .. เราไม่ได้ใช้โฟมล้างหน้า หรือ cleansing ใดๆต่อเลย ใช้ตัวนี้ทั้งเช้า-เย็น ตลอด 10 วัน

ความรู้สึกหลังใช้ หน้าสะอาด ไม่แห้งตึง หน้าไม่เอี๊ยด ทำความสะอาดผิวได้ดี ไม่จำเป็นต้องล้างหน้าใดๆอีก

หลังจากใช้มา 10 วัน สิวอุดตันลดลงอย่างชัดเจน เราคิดว่าอาจจะเป็นเพราะ De Latex ทำให้เราล้างหน้าได้สะอาดขึ้น สิวอักแสบก็ไม่ขึ้นมาอีก

สิ่งที่ชอบ : เราว่ามันเป็นครีมแบบ all in one จริงๆแหละ คือหลอดเดียวจบ ล้างครีมกันแดดและแป้งผสมรองพื้นได้ดี (ส่วนตัวยังไม่ได้ลองล้างเครื่องสำอางแบบจัดเต็ม เลยบอกไม่ได้ว่าล้างสะอาดจริงมั้ย) ชอบที่ไม่ต้องล้างหน้าด้วยอย่างอื่นตามอีก ทำให้ประหยัดเวลา ประหยัดขึ้นตอน ไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศพกไปหลอดเดียวจบเลย ล้างหน้าได้สะอาดดี ทำให้สิวอุดตันน้อยลง อ่อนโยนมากๆ เข้าตาก็ไม่แสบ ไม่ระคายเคืองผิวเลย ผิวชุ่มชื่นด้วย

สิ่งที่ไม่ชอบ : เวลาที่นวดๆหน้าไป พอนวดไปถึงจุดๆนึง เหมือนเจลมันแห้งๆไป ทำให้เป็นการบังคับไปในตัวว่า “ต้องล้างออกได้แล้วนะ” ซึ่งบางที เรายังรู้สึกอยากนวดๆต่อ

สรุป : ช่วยลดสิวได้ เนื่องจากล้างหน้าได้สะอาดดีมาก ช่วยประหยัดเวลาเพราะทำแค่ขั้นตอนเดียวจบ ไม่จะเป็นต้องล้างหน้าตามอีก อ่อนโยนมากๆ ไม่ระคายเคือง ใช้ได้กับผิวทุกประเภทโดยเฉพาะคนที่มีผิวบอบบาง ล้างหน้าแล้วไม่เอี๊ยด ผิวชุ่มชื่นดีมากๆค่ะ

ให้ 4/5 ดาว (หักเวลาที่นวดหน้าแล้ว ถึงจุดๆนึงเจลมันแห้งๆไปทำให้ต้องล้างหน้าค่ะ)

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : รักษาสิว, ทำความสะอาดได้ดี, อ่อนโยน, ล้างเครื่องสำอางได้หมดจด
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 7 ต.ค. 2562, 15:08

รีวิว La Roche Posay Anthelios Shaka Fluid SPF 50+ PA++++

รู้จัดแบรนด์นี้มีนานแล้ว แต่ไม่เคยลองใช้สักที รู้แต่เป็นเวชสำอางที่น่าใช้มาก และมีรีวิวจากหลายๆคนบอกว่าใช้ดีค่ะ

สูตรที่ได้วันนี้เป็นสูตรสำหรับผิวธรรมดา (เนื้อฟลิอิด-เนื้อน้ำ)

แพกเกจ : ขนาดพอดีมือ ต้องเขย่าก่อนใช้ มีรูเล็กๆสำหรับให้เนื้อฟลูอิดไหลออกมา (รูค่อนข้างเล็กแต่ก็ถือว่าขนาดเหมาะมาก เพราะเนื้อฟลูอิดเหลวมาก ถ้ารูใหญ่กว่านี้จะหกเลอะไปหมด)

เนื้อผลิตภัณฑ์ : เป็นเนื้อน้ำ เหลวมาก (ต้องระวังเวลาเท) สีขาวครีมๆขุ่นๆ ไม่มีกลิ่น เนื้อบางเบา เมื่อสัมผัสลงบนผิว พอลูบๆก็หายไปเลย (เพราะเป็นเหมือนน้ำ)  

ขณะใช้ผลิตภัณฑ์ : เนื้อฟลูอิดซึมลงผิวทันที เกลี่ยง่ายมาก ไม่รู้สึกว่าทำให้หน้ามัน แต่เรารู้สึกว่า เวลาที่ลูบๆลงไป จะมีความรู้สึกเหมือนมันสากๆ เหมือนมีเม็ดเล็กๆ แบบเล็กมากๆ เราไม่รู้ว่ามันเป็นส่วนผสมที่อยู่ในตัวผลิตภัณฑ์รึเปล่า แต่เราใช้มา 9 วันก็รู้สึกได้ว่าตอนที่ลูบๆให้ลงผิว มันแอบสากๆนิดๆจริงๆ

ความรู้สึกหลังใช้ : เบา สบายหน้าสุดๆ ไม่หนักผิวเลย หน้าไม่มันเยิ้ม แต่ไม่ช่วยเรื่องควบคุมความมันนะ ถ้าเวลาผ่านไป หน้าก็จะมันเป็นปกติ (เราเป็นคนผิวมัน) แต่ไม่ได้มันมากกว่าแต่ก่อนอะไร ไม่อุดตุนรูขุมขน สิวไม่ขึ้น ไม่แพ้ อ่อนโยนมาก แต่เรื่องกันน้ำเราไม่รู้ เพราะช่วงที่ผ่านมาไม่มีโอกาสได้ทดสอบกับน้ำ หรือยังไม่มีโอกาสใช้ตอนเหงื่อออกมากๆเลยค่ะ

สิ่งที่ชอบ : ชอบที่สามารถกันแดดได้ค่อนข้างสูง และกันน้ำ กันเหงื่อได้ ชอบความบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่อุดตันรูขุมขน อ่อนโยนสำหรับผิวบอบบาง ชอบที่สุดตรงที่ อ่อนโยนขนาดที่จะสามารถใช้รอบดวงตาได้ เพราะบางทีเวลาที่เล่นกีฬากลางแจ้ง เราก็เป็นห่วงผิวรอบดวงตา อยากหาครีมกันแดดมาทาบริเวณนี้อยู่แล้ว แต่ครีมกันแดดยี่ห้อทั่วๆไปทาไม่ได้ จุดนี้ถือว่าตอบโจทย์มาก

สิ่งที่ไม่ชอบ : เนื้อฟลูอิดเหลวเกินไปหน่อย บางทีเวลาบีบลงมาที่มือ ก็ไหลหกจากนิ้ว เปื้อนไปตามนิ้ว เลอะเทอะ  แต่จริงๆก็เข้าใจได้แหละว่าเนื้อมันเป็นฟลูอิด มันต้องเป็นเลวๆ น้ำๆ แบบนี้อยู่แล้ว และเราไม่ชอบความรู้สึกที่ตอนที่ลูบๆลงไปที่ผิวเพื่อให้ครีมซึม เรามีความรู้สึกว่าเนื้อจากสากๆค่ะ (เหมือนเป็นสครับเล็กๆ แบบเล็กมากๆค่ะ แต่รู้สึกได้) เนื้อมันไม่สมูท อ่อ..ราคาแรงไปนิด ถึงแม้ว่าจะอัดแน่นไปด้วยคุณภาพก็เถอะ เสียดาย ต้องเก็บไว้ใช้ตอนจะออกแดดแรงๆ หรือเล่นกีฬากลางแจ้งจ้า กลัวหมดเร็ว T_T

สรุป : เป็นครีมกันแดดที่เนื้อบางเบาสุดๆ ทาแล้วไม่หนักหน้า หน้าไม่วอก ไม่ลอย เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายๆสุดๆ เพราะอ่อนโยนขนาดทารอบดวงตาได้ เราว่าเป็นครีมกันแดดที่เหมาะกับทุกสภาพผิวเลย ใครๆก็ใช้ได้ ทาแล้วหน้าไม่มันเพิ่ม (แต่ไม่ช่วยควบคุมความมัน) ไม่อุดตันรูขุมชน ไม่ทำให้สิวขึ้น แต่เราไม่ชอบที่เนื้อเหลวเกินไป เวลาบีบออกมาคุมผลิตภัณฑ์ยาก เนื้อผลิตภัณฑ์ชอบไหลไปตามนิ้ว และที่ไม่ชอบสุดๆคือ เรามีรู้สึกได้ว่า ตอนที่ลูบๆลงไปที่หน้าจะสากผิวค่ะ มีความรู้สึกเหมือนมันจะบาดๆหน้ายังไงไม่รู้

สรุป ให้ 4/5

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : อ่อนโยน, ชุ่มชื้น, กันแดดได้ดี, กันน้ำ/กันเหงื่อ, ล้างออกง่าย, ไม่ระคายเคือง, ไม่เหนอะหนะ, เหมาะกับผิวแพ้ง่าย
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 29 ก.ย. 2562, 11:48

รีวิว  SENKA Perfect Whip Acne Care

ต้องบอกก่อนว่า ถ้าพูดถึงกลุ่มที่เป็น Whip เราเป็นแฟนพันธ์แท้ Senka เลยนะ ใช้ตั้งแต่ยังไม่เข้าไทย พอเข้าไทยเราได้ใช้ทุกสี ทุกสูตรเลย ย้ำว่าทุกสูตร !! ไม่ว่าจะเป็นสีฟ้าสูตรออริจินอล สูตร whip fresh, whip white, whip collagen คือใช้มาหมดแล้ว ตอนนี้ได้มีโอกาสลอง whip acne care ดู ขอบอกว่าแอบตื่นเต้นที่ทางแบรนด์เคลมว่า “ลดโอกาสการเกิดสิวใน 4 สัปดาห์” จะไปยังไง มาเริ่มอ่านรีวิวกันเลย

สภาพผิวตอนนี้ : เราเป็นคนผิวมัน ตอนนี้กำลังมีสิวค่ะ สิวขึ้นที่หน้าฝากเป็นสิวอักเสบ และกำลังอักเสบเป็นสิวหัวขาวอยู่แถวๆคาง มีสิวอุดตันแถวแก้มและคางด้วยด้วย และมีสิวผดทั่วๆหน้าค่ะค่ะ ตอนนี้สภาพหน้าแย่สุดๆ

แพกเกจสีเขียว หลอดทุกสิ่งอย่างก็เหมือน senka whip สูตรอื่นๆที่ผ่านมา เวลาบีบออกมา เนื้อผลิตภัณฑ์จะเหมือนกับสูตรอื่นๆ คือ เนื้อเข้มข้น ไม่เหลว หนักๆ มีความอยู่ตัว แต่สูตรนี้สีจะออกเขียวๆ เทาๆนิดๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ตามสไตล์ Senka บางคนบอกว่ากลิ่นเหมือนยา แต่เราว่าไม่เหมือนนะ เราบอกไม่ถูกว่ากลิ่นมันเป็นยังไง แต่เป็นกลิ่นหอมแบบสะอาดๆ หอมอ่อนๆ ไม่ฉุน เวลาที่ตีโฟมสร็จตอนเอามาลูบที่หน้าก็ไม่ค่อยได้กลิ่นแล้ว กลิ่นจางๆค่ะ

เราใช้คู่กับตาข่ายตีฟอง เวลาใช้ก็บีบผลิตภัณฑ์ลงบนตาข่าย ผสมน้ำ แล้วขยี้เกิดฟอง ฟองฟู นุ่ม เยอะ ตามแบบฉบับ Senka แต่พอเอาลูบลงที่หน้า ก็ไม่ค่อยได้กลิ่นแล้ว กลิ่นจางมากๆ เราคิดว่าเป็นเพราะว่า กลิ่นมันก็อ่อนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าเราตีฟองให้ได้ปริมาณมากขึ้น ความเข้มข้นของกลิ่นมันก็ต้องจางลง แปรผันตามมวลที่มันใหญ่ขึ้นอยู่แล้วค่ะ ด้วยความที่ฟองเยอะ นุ่ม และแน่นมาก สามารถล้างหน้าได้แบบสะใจมากๆ ถูคอได้หมดเลย และล้างออกง่ายด้วย

ความรู้สึกหลังล้าง : ล้างออกง่าย ไม่ลื่น ล้างหน้าได้สะอาด หน้าไม่เอี๊ยด ให้ความรู้สึกชุ่มชื่น และผิวนุ่มดีค่ะ

หลังจากใช้มา 10 วัน : หน้าเนียนเรียบขึ้นในระดับนึง สิวผดเล็กๆเหมือนหายไปนิดหน่อย สิวอักเสบหายไปนิดหน่อย แต่บริเวณหน้าผากที่สิวอักเสบกำลังจะขึ้น (เริ่มเจ็บๆ) หายไปเลย ส่วนที่แก้มและคางที่มีสิวอุดตันอยู่ ก็ยังมีสิวอยู่เหมือนเดิมค่ะ นอกนั้นที่ยังมีสิวอักเสบในจุดอื่นๆ ก็ยังมีอยู่ค่ะ พูดง่ายๆว่า สิวที่มีอยู่แล้วหายนิดหน่อย แต่สิวที่จะเกิดขึ้นใหม่ไม่มีค่ะ

สิ่งที่ชอบ : เป็นโฟมล้างหน้าที่ถือว่าอ่อนโยนมาก ใช้ได้กับทุกสภาพผิว ถึงไม่เป็นสิวก็ใช้ได้ ไม่สบตา ใช้แล้วยังคงความชุ่มชื่นอยู่ หน้าไม่แห้งตึง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ และด้วยความที่สามารถตีเป็นฟองได้เยอะ ดังนั้นจึงถือว่าคุ้มค่าค่ะเพราะกว่าจะใช้หมดอีกนานเลย ประหยัดไปได้เยอะ

สิ่งที่ไม่ชอบ : เราว่ามันไม่ได้ช่วยเรื่องสิวอะไรเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะมันค่อนข้างอ่อนโยน และอะไรที่อ่อนโยนมากๆเรื่องการรักษาสิวมันจึงค่อยเป็นค่อยไป เราไม่ถึงขนาดว่าไม่ชอบ แต่เราคาดหวังว่ามันน่าจะช่วยลดสิวได้ดีกว่านี้ (หรืออาจจะเป็นเพราะเพิ่งใช้ได้ 10 วันก็ไม่รู้นะคะ ถ้าใช้นานกว่านี้อาจจะเห็นผลลัพทธ์ที่ดีกว่านี้ค่ะ) ..จริงๆก็เข้าใจได้นะว่า ถ้าอยากได้ผลในการรักษาสิวดีๆ อาจต้องแลกกับอะไรที่แรงๆกับหน้า หน้าแห้ง ซึ่ง Senka ค่อยข้างอ่อนโยน การรักษาสิวก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปอยู่แล้ว

ถ้าเทียบแบบนี้อาจจะมองภาพได้ง่ายกว่า

ความชุ่มชื่น 5/5

อ่อนโยน ไม่ระคายเคือง 5/5

รักษาสิวที่มีอยู่แล้ว 2.5/5

สิวใหม่ไม่ขึ้น 5/5

สรุป เรามองว่าเป็นโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนมากๆ ใช้ได้กับทุกสภาพผิวถึงแม้จะมาได้เป็นสิว ล้างแล้วหน้ายังคงความชุ่มชื่น แต่ไม่ได้มีผลกับการรักษาสิวเท่าไหร่ (สิวลดลงนิดเดียว) แต่สิวใหม่ไม่ขึ้นค่ะ

**รีวิวนี้ได้ลองใช้แค่ 10 วันเพราะต้องรีบทำการีวิว..ถ้าใช้ครบ 4 อาทิตย์ น่าจะเห็นผลลัพธ์เรื่องการรักษาสิวที่ชัดเจนกว่านี้ค่ะ***

ภาพรวมให้ 4/5 ค่ะ (หักเรื่องการลดสิว-ไม่ค่อยเห็นผลเท่าไหร่)

 

 

 

 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : รักษาสิว, ทำความสะอาดได้ดี, อ่อนโยน, ชุ่มชื้น
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 29 ก.ย. 2562, 10:58

รีวิว Pond’s age miracle ultimate youth essence

เคยใช้ผลิตภัณฑ์ของ Pond’s มากก่อน โดยเฉพาะในไลน์ของ Age miracle วันนี้ได้ลองใช้ ultimate youth essence รู้สึดตื่นเต้นมากค่ะ

หลังการใช้งาน 5 วัน รู้สึกยังไงบ้าง มาอ่านกันเลย >>

เริ่มที่แพกเกจ สวย หรู ดูแพง เป็นขวดแก้วฝาสีเงิน ดูมีน้ำหนัก เวลาจะใช้ต้องใช้การหมุนฝาออกมาค่ะ และลักษณะคือ จะเป็นหัว Dropper ให้เรากดที่ด้านบน จะมีปุ่มยื่นออกมา ให้ตัว dropper ทำการดูดเนื้อเอสเซ็นส์ เวลาจะใช้ก็ใช้ประมาณ 2-3 หยดค่ะ ทาให้ทั่วหน้า

เนื้อเอสเซ็นส์เป็นลักษณะสีขาว ขุ่น ไม่เหลว ค่อนข้างหนืด มีกลิ่นหอมอ่อนๆค่ะ (กลิ่นหอมแบบเครื่องสำอางผู้ใหญ่ ฮ่าๆๆ)

บีบเซรั่มแค่ 2-3 หยด สามารถลูบและทาได้ทั่วหน้าเลย เนื้อเอสเซ็นส์ซึมง่าย ซึมเร็วมาก เกลี่ยแปปเดียวก็ซึมลงผิวหมด พอซึมแล้วผิวจะแห้งไปเลย ไม่ทิ้งความมันไว้ 

สำหรับการทาตอนกลางคืน ผลลัพธ์ที่ได้ตอนตื่นขึ้นมา คือรู้สึกว่าหน้าชุ่มชื่น ผิวดูนิ่ม ยืดหยุ่น อิ่มฟูค่ะ

สำหรับการทางตอนกลางวันก็ปกติ เพราะต้องตามด้วยเครื่องสำอางและแป้งอยู่แล้ว เนื้อครีมซึมลงผิวง่าย ไม่ทำให้หน้ามันเพิ่มขึ้น เอสเซ็นส์แห้งและซึมลงผิวเร็ว ไม่เหนอะระหว่างวัน ค่อนข้างสบายผิวค่ะ

หลังจากใช้ต่อเนื่อง 5 วัน ในเรื่องริ้วรอยและจุดด่างดำยังสังเกตุไม่ได้ เพราะใช้ไปเพียงแค่ 5 วัน เรามองว่าต้องใช้ต่อเนื่องและรอดูผลระยะยาวค่ะ ทางแบรนด์เคลมว่าจะสัมผัสถึงความปลี่ยนแปลงได้ใน 7 วัน แต่เราเพิ่งใช้มาแค่ 5 วัน แต่ที่เราสัมผัสได้ชัดเลยคือเรื่องของผิวกระชับ ยืดหยุ่น นุ่มฟู และชุ่มชื้นมีน้ำมีนวลขึ้นเล็กน้อยค่ะ

สิ่งที่ไม่ชอบ : ไม่ชอบแพกเกจค่ะ รู้สึกว่าออกแบบมาไม่เข้ากับผลิตภัณฑ์ ด้วยความที่เนื้อเอสเซ็นส์มีความหนืด ไม่ได้เหลวเป็นน้ำ ดังนั้นคิดว่าแพกเกจทำเป็นหัวปี๊มจะสะดวกกว่า อีกอย่าง ทำเป็น dropper อย่างงี้ แต่ตรงปากขวดรูค่อนข้างแคป ถ้าไม่ดึง dropper ตรงๆ อาจจะทำให้เซอสเซ็นส์ไปเปื้อนบริเวณปากขวดข้างๆ เละเทอะค่ะ  แลพเวลาที่ดูดผลิตภัณฑ์ขึ้นมา ดูดได้ทีละครึ่งทางของหลอดแก้ว เวลาที่ปั๊มลงไปที่หน้าก็ไม่สามารถที่จะ control ปริมาณเนื้อผลิตภัณฑ์ได้ บางครั้งไหลออกมาเยอะ บางครั้งไหลน้อย ใช้งานยากจริงๆ

และไม่ค่อยชอบกลิ่นค่ะ รู้สึกกลิ่นแอบ “ป้า” ไปหน่อย ถึงจะเป็นกลิ่นอ่อนๆก็เถอะ ไม่ใส่เลยจะดีกว่า ^^

และเรารู้สึกว่า เรื่องความชุ่มชื้นยังไม่ค่อยเท่าไหร่ คือตัวนี้เป็น triple hyuluronic ดังนั้นเราเลยคาดหวังว่ามันจะต้องให้ความชุ่มชื่นในระดับสูง แต่พอเอาเข้าจริงเราว่ามันชุ่มขื้นในรัดับธรรมดาค่ะ ตัวนี้น่าจะเหมาะกับผิวมันมากกว่าผิวแห้ง (เราว่าผิวแห้งยังเอาไม่อยู่)

สิ่งที่ชอบ : เป็นเอสเซ็นส์ที่เหมาะจะช่วยป้องกันและดูแลไม่ให้ผิวแก่ค่ะ เพราะอุดมไปด้วยวารที่มีประโยชน์กับผิวหลายชนิด มีสาหร่ายสีแดงช่วยลดเลือนริ้วรอบร่องลึก มี fermented bifida ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของชั้นผิว มีคอลลาเจนช่วยให้ผิวอิ่มฟู มี peptide booster ช่วยเรื่องผิวเด้ง เต่งตึง และมี vitamin B3 ช่วยเครื่องผิวกระจ่างใส ซึ่งถือว่าครบเครื่องมากๆ ทุกสิ่งอย่างที่ใส่มาช่วยผิวที่อ่อนโรยในวัย 30 up+ ได้เป็นอย่างดีค่ะ  และชอบตรงที่เนื้อเอสเซ็นส์ซึมง่าย ไม่อุดตันด้วย และไม่เหนอะค่ะ

***อ่านดูแล้วอาจจะรู้สึกว่ามันย้อนแย้งนิดนึง ตรงที่ มันไม่ค่อยให้ความชุ่มชื้นเท่าไหร่ และเอสเซนส์ซึมง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ คือเราคิดว่า น่าจำทำครีมที่ให้ความชุ่มชื้นได้มากๆ แต่ไม่เหนียวเหนอะหนะค่ะ***

สรุป เป็นเอสเซ็นส์ที่ซึมง่ายแต่ให้ความชุ่มชื่นแค่ปานกลางค่ะ ไม่เหนียวเหนอะหนะ ทาได้สบายทั้งตอนกลางวันและตอนกลางคืน  เหมาะกับผิวมันมากกว่าผิวแห้ง ทาแล้วผิวยืดหยุ่นดี ถ้าทาต่อเนื่องมากกว่านี้ น่าจะช่วยเรื่องของริ้วรอยร่องลึกและจุดด่างดำได้ดีทีเดียวค่ะ

ให้ 3 ดาวค่ะ

 

 

 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ลดริ้วรอย, กระจ่างใส, อ่อนโยน, ลดจุดด่างดำ, ไม่ระคายเคือง, ไม่เหนอะหนะ
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 20 ก.ย. 2562, 10:27

รีวิว โฟมล้างหน้า St.Ives Facial cleanser สูตร Renewing avocado & coconut

เคยใช้แบรนด์นี้ตอนอยู่อเมริกา เป็นแบรนด์ดังมากค่ะ วันนี้เข้าไทยแล้ว ดีใจๆ และดีใจที่มีโอกาสได้ลองโฟมล้างหน้าของเค้าด้วย โดยสูตรที่เราเลือกวันนี้ เป็นสูตร avocado & coconut ค่ะ 

ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่า โฟมเค้าเคลมว่า made with 100% natural extract ฟังดูแล้วมันน่าสนใจจริงๆ และสูตรนี้เค้าบอกว่าเป็นสูตรที่ช่วยให้ผิวเด้ง โกล์ว ดูอ่อนเยาว์ด้วย

เริ่มกันเลยที่ package : หลอดขนาดพอดีมือ แต่ฝาเปิดยากและปิดยากมากค่ะ และโชคร้ายที่ เราได้หลอดที่แตกมาพอดี เนื้อโฟมเยิ้มตั้งแต่แรกๆ เราต้องรีบบีบโฟมทั้งหมดเปลี่ยนไปใส่ภาชนะอย่างอื่น อันนี้เศร้ามา T_T จำใจต้องทิ้งหลอดไปตั้งแต่วันแรกๆ

กลิ่น : ชอบกลิ่นมาก เป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ กลิ่นไม่แรง เป็นกลิ่นหอมของผลไม้ค่ะ (แต่เราไม่ได้กลิ่นของมะพร้าวตามชื่อสูตร coconut นะ แต่ถึงไม่ได้กลิ่น coconut ก็ไม่ซีเรียส เพราะกลิ่นแบบนี้ก็หอมดี) จังหวะตอนที่ล้างหน้าก็จะได้กลิ่นอ่อนๆนิดๆ ไม่แรง ไม่ฉุนค่ะ ชอบๆ

เนื้อโฟม : ผลิตภัณฑ์เป็นลักษณะ cleanser ค่ะ จะมีความเหลวนิดๆ จะไม่จับตัวแข็งเป็นก่อนๆเหมือนโฟมทั่วไป สีขาว มีความเข้มข้น ถ้าผสมน้ำก็ต้องใช้มือถูๆให้เกิดฟองเพราะเนื่องจากเนื้อผลิตภัณฑ์ค่อนข้างเข้มข้น จึงใช้เวลาถูสักหน่อยกว่าเนื้อโฟมจะเกิดฟองทั้งหมดค่ะ

ลักษณะเนื้อผลิตภัณฑ์จะไม่แน่นเพราะไม่ใช่ประเภทวิป แต่สังเกตได้ชัดๆเลยคือ เนื้อจะนุ่มค่ะ ฟองเยอะ (แต่ฟองไม่ฟู) พอผสมน้ำถูจนเป็นฟองแล้วสามารถล้างได้ทั่วใบหน้าและคอเลย เป็นผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างอ่อนโยน เข้าตาไม่แสบ ไม่ระคายเคืองผิวเลย

เวลาจะล้างออกก็ล้างออก จะรู้สึกว่ามีความลื่นๆนิดนึงค่ะ ไม่ได้ล้างออกง่ายซะทีเดียว ต้องถูๆด้วย แต่ก็ไม่ได้ถือว่าล้างยากอะไรมากมาย

หลังใช้เสร็จ : ผิวไม่แห้งตึง ผิวไม่เอี๊ยด แต่ถ้าปล่อยไว้นาน ไม่รีบทาครีมบำรุงก็จะรู้สึกว่าผิวแห้งเหมือนกัน รู้สึกหน้าสว่างกระจ่างใสขึ้นเล็กน้อย และหน้านุ่มขึ้นทันทีหลังใช้

หลังจากใช้ต่อเนื่อง : สิวไม่ขึ้น และหน้า/คอ นิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ผิวเด้ง อิ่มน้ำค่ะ

สรุป เป็นผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน  เหมาะกับทุกสภาพผิว ทำความสะอาดได้ดี และให้ความชุ่มชื่นดีในระดับนึง ไม่ทำให้หน้าแห้งเอี๊ยด แต่ก็ไม่ได้บำรุงอะไรมากมาย เป็นผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่สามารถใช้ได้ทุกๆวันค่ะ แต่ก็คิดว่ายังไม่มีอะไรโดดเด่นเท่าที่ควร โดยรวมคือ มันทำหน้าที่ของมันได้ดีแล้วคือ 1 ทำความสะอาด และ 2 ไม่ระคายเคืองและทำให้หน้านุ่มชุ่มชื่นค่ะ

สิ่งที่ชอบ : กลิ่นหอม สดชื่น ผ่อนคลาย ฟองเยอะ และค่อนข้างอ่อนโยนค่ะ เข้าตาไม่แสบ ใช้ได้กับทุกสภาพผิว ใช้แล้วผิวเด้งๆ นุ่มๆค่ะ ชอบที่ว่าสารสกัด 100%มาจากธรรมชาติ ราคาไม่แรง สมเหตุสมผล

สิ่งที่ไม่ชอบ : ไม่ถึงขนาดไม่ชอบ เพราะไม่ได้เป็นอุปสรรค์อะไรมาก คือเหมือนๆจะแอบล้างยากนิดนึง แต่ก็ไม่มาก 

ให้ 3/5 ดาวค่ะ

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : อ่อนโยน, ชุ่มชื้น
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 3 ก.ย. 2562, 17:51

รีวิว Pond’s age miracle ultimate youth essence mask

เป็นคนที่มาส์กหน้าเป็นประจำอยู่แล้ว วันนี้ได้ลองใช้มาส์กของพอนส์ เป็นยังไง มาดูกัน

แกะห่อออกมา ค่อนข้างประหลาดใจ เพราะเนื้อมาส์กข้างในจะมีลักษณะสีขาวขุ่น (ตามปกติจะเคยใช้แต่แบบที่เป็นน้ำใสๆ) ให้ปริมาณเนื้อมาส์กค่อนข้างเยอะค่ะ

สำหรับแผ่นมาส์ก เมื่อแกะออกมา จะเป็นแผ่นมาส์กค่อนข้างหนา (หนากว่ายี่ห้ออื่น) เนื้อนุ่มมาก มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เวลาทาบลงไปที่หน้าแนบสนิทไปกับใบหน้าค่ะ

เมื่อทิ้งไว้ 10 นาที ดึงแผ่นมาส์กออก ส่วนที่เหลือยังชุ่มชื้นอยู่ เราเอาแผ่นมาส์กมาทาที่คอ ตามแขนตามขาก่อนที่จะทิ้งค่ะ ส่วนน้ำมาส์กที่เหลืออยู่ในซอง เราเก็บใส่ตู้เย็นไว้ เพื่อเอาไปใช้กับเม็ดมาส์กอัดก้อนทั่วๆไป สามารถใช้ได้อีก 1 วันเลยค่ะ ^^

เมื่อดึงแผ่นมาส์กออก ใช้มือลูบๆเพื่อให้ตัวผลิตภัณฑ์ซึมลงสู่ผิว สังเกตว่า เนื้อมาส์กซึมลงค่อนข้างง่ายและเร็ว แตกต่างจากมาส์กยี่ห้ออื่นที่ค่อนข้างจะซึมช้า ต้องใช้เวลาลูบลงผิวนานกว่าจะซึมหมด ตัวนี้หลังจากซึมลงแล้ว จะให้ความรู้สึกชุ่มชื่น ผิวมีความยืดหยุ่น และนุ่มอย่างชัดเจน และไม่เหนียวเหนอะหนะ ต่างกับมาส์กยี่ห้ออื่นตรงที่ มาส์กยี่ห้ออื่นจะเหนอะหนะผิวมากๆ

หลังจากลูบจนเนื้อมาส์กซึมลงผิวหมดแล้ว เราทาด้วย night cream ตามปกติ ตื่นเช้าขึ้นมาหน้าชุ่มชื้นมาก รู้สึกผิวยืดหยุ่น ฟู กระชับดีค่ะ ส่วนเรื่องช่วยลดริ้วรอย หรือทำให้ผิวกระจ่างใส เราว่ามันยังบอกอะไรไม่ได้เพราะเป็นการมาส์กแค่ครั้งเดียว ของแบบนี้ต้องใช้ระยะเวลา แต่ที่แน่ๆคือ เป็นการบำรุงอย่างล้ำลึกและเข้มข้น เหมาะกับหน้าโทรมๆ เหี่ยวๆ เพราะอุดมไปด้วยสารที่มีประโยชน์กับผิวหลายอย่างค่ะ จริงอยู่ สารบางตัวอาจจะตรงกับตัวที่เป็นเอสเซนส์ (POND'S Age Miracle Ultimate Youth Essence) แต่ก็มีสารบางตัวที่ใส่แตกต่างกันเช่น ในแผ่นมาส์กจะมี plankton และสารสกัดจากยีสต์ แต่ในส่วนของ Ultimate Youth Essence จะไม่มี แต่จะมี fermented bifida และ collagen แทน ถามว่า ส่วนผสมที่ไม่เหมือนกันทั้ง 2 ตัวนี้ ถึงจะแตกต่างกัน แต่คุณสมบัติก็ค่อนข้างใกล้เคียงค่ะ คือช่วยเรื่องผิวเนียนเรียบ อิ่มฟู นุ่ม สุขภาพผิวดีเหมือนๆกัน เราว่า พอที่จะทดแทนกันได้ค่ะ ไม่ได้แตกต่างอะไรมาก

เรื่องกลิ่นไม่มีผลอะไรค่ะ กลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ได้รู้สึกอะไรขนาดนั้น ลักษณะกลิ่นเหมือนใส่มาเฉยๆ ไม่ได้ช่วยเรื่องการบำบัดให้รู้สึกผ่อนคลายอะไรค่ะ เป็นเหมือนแค่กลิ่นน้ำหอมที่ใส่เข้ามา

สิ่งที่ชอบ :

-ชอบที่ระยะเวลาในการมาส์กค่อนข้างสั้น เพราะแค่ 10 นาที ต่างจากแบรนด์อื่นๆ เพราะแบรนด์อื่นส่วนใหญ่จะบอกให้ทิ้งไว้ประมาณ 20-25 นาที

-ชอบที่หลังจากมาส์กเสร็จ ลูบต่อนิดเดียวเนื้อมาส์กซึมลงผิวหมด ไม่ทิ้งความเหนอะหนะไว้ แต่ยังคงความชุ่มชื้นอยู่ ต่างจากญี่ห้ออื่นๆที่เคยใช้เพราะยี่ห้ออื่นเยหอะผิวมากๆ

สิ่งที่ไม่ชอบ : ไม่มี

สรุป: เป็นมาส์กที่อัดแน่นไปด้วยสารอาหารบำรุงผิวครบถ้วยค่ะ ช่วยหลายเรื่องโดยเฉพาะการเติมเต็มความชุ่มชื่น ริ้วรอย ผิวเด้ง กระชับ และอีกมากมายก่ายกอง เหมาะสำหรับวันที่หน้าล้ามากๆ และต้องการการบำรุงเป็นพิเศษ เนื้อมาส์กซึมง่ายไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมาะกับผิวทุกประเภทค่ะ

ให้ 4/5 ดาวค่ะ

 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ไม่ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ลดริ้วรอย, กระจ่างใส, อ่อนโยน, ชุ่มชื้น
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 6 ส.ค. 2562, 16:50

รีวิว Parrot Oil in Bath ตอน ถ่ายภาพยังไงไม่ให้ติดเรท (เดี๋ยวเค้าจะหาว่าใช้ไม่จริง ฮ่าๆ)

ก่อนอื่นของชม packaging ก่อนนะคะว่าทำออกมาได้ดีมาก สวย หรู ดูแพง คล้ายๆแพกเกจของ Victoria’s secret เลย ชอบมากๆค่ะ วางในห้องน้ำแล้วรู้สึกหรูขึ้นไปอีก 1 ระดับ

เนื้อครีมของทุกสูตรเป็นสีขาวมุก เนื้อค่อนข้างเหลว ลองดมดูมีกลิ่นหอมอ่อนๆ

เมื่อผสมน้ำ และถูลงไปที่ผิว ให้ปริมาณฟองปานกลางค่ะ ฟองไม่หนา ไม่แน่น ถ้าใช้คู่กับใยถูกตัวจะทำปริมาณฟองเพิ่มขึ้น แต่จะเป็นฟองหลวมๆค่ะ ไม่หนา ไม่หนัก ไม่ใช่ฟฟองแบบวิป ทั้ง 3 กลิ่น หอมมาก เป็นกลิ่นหอมแบบผู้ดี นิ่มๆ เบาๆ แต่กลิ่นไม่ได้ฟุ้งกระจาย หรือชัดเจนอะไรขนาดนั้น ขนาดเอามาขึ้นมาอังที่จมูกดมดู ก็ยังรู้สึกว่ากลิ่นเบามาก (ถ้าสระผมด้วยแชมพูกลิ่นแรงๆ กลิ่นของ Parrot อาจถูกกลบ)

กลิ่น Soft Romance : กลิ่นหอมละมุนค่ะ ให้ความรู้สึกเหมือนสาวแรกรุ่น ใสๆ ดูเป็นเค้าหญิงวัยทีนมากๆ รู้สึกเหมือนมีส่วนผสมอะไรสักอย่างที่ให้ความรู้สึกสดชื่นนิดๆ เหมือนผสมกลิ่นที่ออกเปรี้ยวๆนิดหน่อยด้วยค่ะ

กลิ่น White perfect : กลิ่นหอมลุ่มลึกค่ะ ลักษณะหอมหวาน แบบทุ่งดอกไม้มาเองเลย ถ้าเปรียบเหมือนผู้หญิงก็คงจะเป็นผู้หญิงวัยทำงานค่ะ

กลิ่น Hydro Fresh : กลิ่นหอมสะอาด สดชื่น แต่เป็นความสดชื่นที่ได้จากพวกดอกไม้ใบหญ้า มากกว่าจะเป็นความสดชื่นจากผลไม้ค่ะ อาบแล้วสดชื่นดี ชอบใช้กลิ่นนี้อาบตอนกลางคืน (เราว่าถ้าผู้ชายจะใช้ต้องใช้กลิ่นนี้)

ถ้าให้เรียงลำดับความชอบ จากมากไปหาน้อย ได้ตามนี้ค่ะ Soft Romance >> Hydro Fresh >> White perfect

ความรู้สึกหลังใช้ : เนื่องจากมีส่วนผสมของ argan oil ดังนั้นเรื่องความชุ่มชื้นสังเกตได้อย่างชัดเจนค่ะ เพราะเวลาอาบน้ำเสร็จ ผิวไม่แห้ง ยังมีความชุ่มชื้นติดผิวอยู่ ทั้งๆที่เป็นคนอาบน้ำอุ่น ล้างออกง่ายมาก ผิวมีความยืดหยุ่นดี อาจจะเพราะไฮยาลูลอนที่เป็นส่วนผสมด้วย แต่ถามว่ากลิ่นหอมติดผิวมั้ย คำตอบคือไม่ค่ะ พอล้างออกแล้วกลิ่นก็หายไปตามน้ำ เวลาเดินเข้าไปที่ห้องน้ำ กลิ่นก็ไม่ได้ฟุ้งกระจายติดห้องน้ำ

สำหรับสูตร White perfect ที่มีส่วนของ VitamonB3 เพิ่มความกระจ่างใส เราว่าไม่ได้มีผลอะไรมากนัก เพราะจริงๆเวลาที่เราอาบน้ำถือว่าเป็นช่วงเวลาสั้นๆ Vitamin B3 ไม่น่าจะมีผลทำให้ผิวกระจ่างใสได้ภายในระยะเวลาที่รวดเร็วแค่นี้ค่ะ  ทำนองเดียวกัน สูตร Soft romance ที่มีส่วนผสมของเชียบัตเตอร์ที่ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม น่าสัมผัสหรือสูตร  Hydro Fresh ที่ผสมน้ำแร่เพิ่มความชุ่มชื้นก็เหมือนกัน คือมันเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆที่เราอาบน้ำ เชียบัตเตอร์ ก็ทำหน้าที่เพิ่มความชุ่มชื้นเหมือน argan oil และ Hyaluron ที่ใส่มาอยู่แล้ว ส่วนสูตร Hydro fresh ถึงจะมีส่วนผสมของน้ำแร่ที่บอกว่าช่วยให้รู้สึกสดชื่น แต่ตัวผลิตภัณฑ์เองก็ผสมกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่นอยู่แล้ว ส่วนตัวเราเลยไม่ได้อะไรกับส่วนผสมนี้ที่ใส่เข้ามาในแต่ละสูตรเท่าไหร่ค่ะ (แต่ก็ยืนยันว่า ใส่ดีกว่าไม่ใส่นะคะ ^^)

(หากจะให้เปรียบเทียบกับแบรนด์เดียวกันของ Parrot เราว่า Parrot Hyaluron Micellar กลิ่น morning peony กลิ่นฟุ้งกว่ามากกกกก แบบว่าหอมติดผิว ฟุ้งกระจายเต็มห้องน้ำ เดินเข้าห้องน้ำอีกรอบกลิ่นก็ยังฟุ้งอยู่)

 สิ่งที่ชอบ :
-แพกเกจจิ้ง สวย หรู ดูแพง บ่งบอกถึงความเป็น premium
-ล้างออกง่าย
-กลิ่นหอม (ถ้าทำเป็นน้ำหอมออกมาด้วยน่าจะดี ชอบกลิ่นค่ะ )
-ผิวชุ่มชื่น และยืดหยุ่น ไม่แห้งตึง

สิ่งที่ไม่ชอบ
-กลิ่นหอมก็จริง แต่หอมแบบเบาบางมาก กลิ่นอ่อนสุดๆ ความจริงตอนที่ผสมน้ำแล้วถูตัว กลิ่นมันควรจะแตกตัว และชัดกว่านี้ (เมื่อโดนน้ำ กลิ่นมันควรจะ “ระเบิด” ออกมา) เวลาอาบควรได้กลิ่นชัดกว่านี้เพราะจะได้สดชื่น ผ่อนคลายไปด้วย อันนี้กลิ่นเบามากจริงๆ คือกลิ่นหอม แต่ไม่ฟุ้งกลิ่นไม่ติดผิวค่ะ

ข้อแนะนำ
-ไหนๆ perfume master ระดับโลกก็รังสรรค์กลิ่นได้พรีเมี่ยมแล้ว อยากให้ทำกลิ่นให้หอมฟุ้งไปเลย เสียดายที่อุตส่าห์ผสมกลิ่นออกมาได้ดี แต่คนใช้ไม่ค่อยได้กลิ่นค่ะ จริงๆช่วงเวลาอาบน้ำมันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ และเพราะมันเป็นเวลาสั้นๆ เราควรทำช่วงเวลาตรงนี้ให้ชัดเจนไปเลย การอาบน้ำนอกจากเป็นเรื่องของการทำความสะอาดร่างกายแล้ว เรื่องของกลิ่นก็มีผลไม่น้อย การอาบตอนเช้า กลิ่นควรช่วยกระตุ้นความรู้สึก ให้ตื่น แจ่มใส พร้อมรับวันใหม่ อาบตอนเย็นควรช่วยผ่อนคลาย สดชื่นหลังจากที่เหนื่อยมาระหว่างวัน แต่ถ้ากลิ่นบางเบาเกินไปก็จะทำให้ประโยชน์ตรงนี้หายไปค่ะ

สรุป: โดยรวมโอเคนะคะ กลิ่นหอม ล้างออกง่าย ชุ่มชื่น แต่เสียดายไม่ค่อยได้กลิ่น กลิ่นเบาเกินไป

ให้ 2/5 ค่ะ

 

 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : กลิ่นหอม, ชุ่มชื้น, ล้างออกง่าย
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 24 ก.ค. 2562, 09:43

ขอบอกก่อนนะคะว่าเราเป็นคนผิวมันค่ะ มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย และมีสิวอุดตันบริเวณกรอบหน้า มีสิวอักเสบบ้างค่ะ

ได้ยินชื่อแบรนด์นี้มานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้ลองใช้ค่ะ วันนี้ที่ได้มาทดลองจะเป็น เฌอ สูตร acne oil control serum ค่ะ ซึ่งส่วนผสมของเค้าจะสกัดจากธรรมชาติค่อนข้างเยอะ อ่านแล้วจะช่วยเรื่องควบคุมความมันและปัญหาสิวค่ะ

แพกเกจเป็นขวดพลาสติกดูสะอาดค่ะ มีรูเพื่อให้หยดเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ออกมา เนื้อผลิตภัณฑ์ค่อนข้างใส (ขุ่นๆนิดหน่อย) ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เนื้อค่อนข้างเหลวเหมือนน้ำ แต่ก็ไม่เหลวมาก จะมีความหนืดของเซรั่มนิดนึงค่ะ

เมื่อทาไปที่ผิว เกลี่ยค่อนข้างง่าย ลื่น ให้ความชุ่มชื่นนิดหน่อยค่ะ เมื่อทาวนไปที่หน้า แป๊ปเดียวก็ซึมลงผิวหมด ไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่ทิ้งความชุ่มชื่นไว้บนผิวเล็กน้อยค่ะ

ความรู้สึกหลังใช้ ไม่เหนอะหนะผิวอะไรนะคะ ในตอนเช้า เราจะตามด้วยครีมบำรุง ครีมกันแดด และลงแป้ง ซึ่งถามว่าตัวนี้ช่วยเรื่องควบคุมความมันมั้ย เราว่าไม่เท่าไหร่ค่ะ เพราะบริเวณT-zone โดยเฉพาะที่จมูก ก็ยังมีความมันอยู่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้หน้ามันเพิ่มค่ะ (สังเกตที่รูป บริเวณจมูกได้เลยว่ายังมีความมัน ทั้งๆที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง)

ส่วนเรื่องของการรักษาสิว สำหรับสิวอุดตัน เราว่าไม่ได้ช่วยอะไรนะคะ แต่ถ้าเป็นสิวอักเสบ เราว่าเหมือนจะช่วยนิดนึง แต่ไม่มาก ดูเหมือนสิวอักเสบจะแห้งลงนิดหน่อยค่ะ (ดูจากรูป ที่เราเอานิ้วชี้ที่สิวอักเสบค่ะ อันนี้คือทามา 4 วัน ตอนแรกสิวอักเสบบวมมากกว่านี้ แต่ตอนนี้สิวแห้งแล้ว เหลือแต่รอย กับรอให้แผลแห้งค่ะ)

เรื่องของการลดรอยสิว  หรือเม็ดสีเมนานิน เรายังไม่เห็นผลชัดเจนนะคะ อาจจะเพราะเพิ่งใช้มาได้ 6-7 วัน คิดว่าอาจจะต้องใช้ต่อเนื่องให้นานกว่านี้ค่ะ

สิ่งที่ชอบ :

-สารสกัดจากธรรมชาติ ค่อนข้างอ่อนโยน ไม่อุดตันรูขุมขน และทาลงไปที่แผลที่เป็นสิวได้ก็ไม่แสบ คนที่ผิวบอบบางน่าจะใช้ได้สบาย

-ช่วยให้สิวอักเสบแห้งไวขึ้น

สิ่งที่ไม่ชอบ

-แพกเกจใช้งานยาก เวลาหยดผลิตภัณฑ์ออกมาจะมีบางส่วนหกเปื้อนบริเวณขอบๆค่ะ ตามหลักเวลาจริงต้องหยดผลิตภัณฑ์ลงมาใช้แค่ 2-3 หยด ซึ่งถ้าเนื้อผลิตภัณฑ์เป็นของเหลวหนืดแบบนี้ เราว่าทำเป็น dropper หรือหัวปั๊ม จะใช้งานง่ายกว่า

-ยังไม่คุมมันเท่าไหร่

-ไม่ได้ช่วยเรื่องสิวอุดตัน

โดยสรุป : เราว่ามันไม่ได้ช่วยเรื่องควบคุมความมันเท่าไหร่ หน้าเรายังมันเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความมันมากขึ้น ส่วนเรื่องสิว เราว่าสิวอุดตันไม่ช่วย แต่สิวอักเสบช่วยนิดหน่อย แต่จะให้ได้ผลดีเหมือนยารักษาสิวคงไม่ใช่ แต่เรามองว่าไม่สามารถใช้แต้มสิวแทนยารักษาสิวได้ มันดูอ่อนโยนเกินไปค่ะ



  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ชุ่มชื้น, ไม่เหนอะหนะ, เหมาะกับผิวแพ้ง่าย
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 9 ก.ค. 2562, 13:35

เคยใช้ครีมทาฝ้าของยี่ห้อนี้มาก่อนค่ะ ยี่ห้อนี้ออกแนวเวชสำอาง ค่อนข้างอ่อนโยนและปลอดภัยค่ะ ครั้งนี้ได้มีโอกาสลองครีมกันแดดตัวใหม่ที่ทางแบรนด์เคลมว่าเนื้อครีมจะแตกตัวเป็นน้ำ น่าสนใจมาก ..

อ่านที่กล่องดูมีค่า SPF สูงพอสมควร สูงถึง 50 และค่า PA+++ เพราะเหมาะกับแดดบ้านเราค่ะ

ก่อนใช้ : บีบออกมาเป็นลักษณะเนื้อครีม สีเบจ เนื้อไม่หนักมากค่ะ

ระหว่างใช้ : เราลองตบๆดูแบบที่เขียนในวิธีใช้ และดูตามคลิป แต่เราก็ว่ามันไม่ได้แตกตัวเป็นน้ำอะไรขนาดนั้นนะ (ใช้มาหลายวันแล้ว) พยายามตบดูแล้วก็ไม่เห็นเป็นหยดน้ำนะคะ (หรือเราใช้ไม่เป็น) แต่ที่สังเกตได้อย่างชัดเจนคือ ความเป็นเนื้อครีมจะเปลี่ยนเป็นเหลวๆเหมือนน้ำค่ะ คือจากเนื้อครีมก็จะเกลี่ยง่ายไปเลย กลายเป็นครีมกันแดดสูตรน้ำไป ทำให้เกลี่ยง่ายค่ะ มีกลิ่นหอมบางๆ หอมอ่อนๆมากค่ะ (กลิ่นไม่ชัด ไม่แรงค่ะ)

หลังใช้ : เด่นๆเลยคือหน้าเนียนขึ้น ด้วยความที่เป็นเนื้อครีมสีเบจจึงทำให้มีคุณสมบัติเหมือน make up base และเป็นรองพื้นเบาๆได้ค่ะ ในวันที่รีบๆ คนที่สภาพผิวดีอยู่แล้วสามารถทาตัวนี้ตัวเดียวจบเลย เนื้อครีมก็ไม่หนักเลย เกลี่ยง่าย ทำให้ผิวขาวขึ้น 1 สเตปค่ะ สังเกตรูปที่ถ่ายมา รูป After คือหลังจากทาครีมกันแดดเสร็จ ยังไม่ได้ลงแป้งใดๆทั้งสิ้น หน้าขาว/เนียนขึ้นชัดเจนเลย

สิ่งที่ชอบ:

-เป็นครีมกันแดดแบบ Physical 100% คือไม่มีเคมี และเป็นการสะท้อนรังสี UV ออกไป ชอบมากค่ะ

-กันน้ำ กันเหงื่อ เหมาะกับบ้านเรา และกิจกรรมกีฬากลางแจ้ง ทาแล้วออกแดดได้เลย ไม่ต้องรอ 20 นาที ช่วยประหยัดเวลา

-สีเบส ช่วยให้หน้านวล เนียน เรียบขึ้น และขาวใสขึ้นค่ะ และยังช่วยประหยัดเวลาในการลง make up base และรองพื้น

-ไม่มีส่วนผสมของสารกันเสียจำนวนพาราเบน อ่อนโยน คนผิวบอบบางก็น่าจะใช้ได้

-เนื้อครีมเกลี่ยง่าย ไม่หนักหน้า ระหว่างที่ทาเหมือนทาครีมกันแดดสูตรน้ำมากกว่าสูตรครีม

สิ่งที่ไม่ชอบ:

-ไม่เชิงไม่ชอบ แต่ยังไม่รู้สึกว่าแตกเป็นสูตรน้ำเท่าไหร่ (คือเราคาดหวังว่ามันจะแตกตัวเป็นหยดน้ำมากกว่านี้) เพราะเคยใช้ครีมบำรุงยี่ห้ออื่นที่แตกตัวเป็นสูตรน้ำเหมือนกัน ซึ่งยี่ห้อนั้นคือแตกเป็นหยดเห็นชัดกว่านี้ (หรือเราใช้ไม่เป็น แต่ตอนใช้ก็ตบๆอยู่นะคะ)

-สาวผิวคล้ำ เราไม่แน่ใจว่าทาแล้วจะหน้าลอยรึเปล่าค่ะ

สรุป : ใช้ง่ายค่ะ เนื้อครีมบางเบาเกลี่ยง่ายมาก เนื้อไม่หนัก กันน้ำ กันเหงื่อ ออกแดดได้ทันที ค่า SPF ก็สูงเหมาะกับบ้านเรา เนื้อครีมช่วยปรับผิวให้สว่างกระจ่างใสขึ้น ส่วนเรื่องที่มีสาร ACE PEP & White Ten ที่ช่วยลดเลื่อนริ้วรอยและความหมองคล้ำคงต้องดูกันไปยาวๆค่ะ ตอนนี้เพิ่งใช้มา 5 วันเลยยังบอกไม่ได้ ราคาก็อยู่ในเรทกลางๆสบายกระเป๋าใครๆก็ซื้อได้ค่ะ

ให้ 4.5/5 ค่ะ

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : กลิ่นหอม, อ่อนโยน, ชุ่มชื้น, ควบคุมความมัน, กันแดดได้ดี, กันน้ำ/กันเหงื่อ, ไม่ระคายเคือง, ไม่เหนอะหนะ, เหมาะกับผิวแพ้ง่าย
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 1 ก.ค. 2562, 10:16

Senka perfect Whip White เคยใช้ยี่ห้อ Senka มานานแล้วค่ะ และเคยใช้บ่อยด้วย ตั้งแต่สมัยที่ Watson ยังไม่นำเข้ามาอย่างเป็นทางการ ตอนนั้นไปญี่ปุ่นต้องซื้อมาตุนหลายหลอดมากๆ เพื่อนไปก็ฝากเพื่อนหิ้วมาอีก พอนำเข้ามาจำหน่ายที่เมืองไทยก็ซื้อจากที่ Watson ใช้มาหลายสูตรค่ะ สูตรปกติ สูตร collagen in ก็ใช้ แต่ยังไม่เคยลองสูตร whip white กับสูตร whip fresh

กลิ่น : หอมอ่อนๆค่ะ เราว่ากลิ่นไม่ค่อยแตกต่างจากสูตรก่อนๆนะ เป็นกลิ่นหอมที่เป็นกลิ่นเฉพาะของโฟมล้างหน้ายี่ห้อนี้ บางคนบอกว่าหอมกว่า แต่ทำไมเรารู้สึกไม่แตกต่างก็ไม่รู้ เราว่ากลิ่นคล้ายๆสูตรก่อนๆ

เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมสีขาว เหนียว หนืด เหมือนสูตรก่อนๆค่ะ

ความรู้สึกขณะใช้ : ด้วยความที่เนื้อโฟมค่อนข้างข้มเข้น ผสมน้ำแล้วใช้มือตีทำให้เนื้อฟองที่เกิดขึ้นค่อนข้างเข้มข้นและเยอะกว่าฟองทั่วไปตาม concept ของวิปโฟมของยี่ห้อนี้ค่ะ แต่ถ้าใช้คู่กับตาข่ายตีฟองก็จะได้ฟองเยอะกว่า และมีความเข้มข้นน้อยลง แต่ก็ถือว่าเนื้อฟองยังเข้มข้นและแน่นอยู่ดี เนื้อโฟมจะเน้นมากแบบไม่มีฟองอากาศมาผสมค่ะ เวลาถูกไปที่น่าจะสบายหน้ามากเพราะฟองเยอะ ถูได้ถึงคอ รู้สึกผ่อนคล้ายมากๆตอนที่ถูเพราะได้กลิ่นหอมอ่อนๆด้วย และชอบที่เนื้อวิปช่วยลดแรงที่มือเราต้องไปสัมผัสกับหน้า ทำให้หน้าเราไม่เกี่ยว หรือเป็นการทำร้ายหน้าจนเกินไปค่ะ

หลังใช้ : เนื้อวิปล้างออกง่าย ไม่ทิ้งความรู้สึกลื่นผิวเอาไว้ ไม่รู้สึกว่ามีฟิลม์บางๆเคลือบผิว แต่หน้าชุ่มชื่นมากค่ะ รู้สึกผิวนุ่มมาก ไม่แห้งเลย หน้ากระจ่างใสขึ้นเล็กน้อย

สรุป : Senka สูตรนี้ก็เหมือนสูตรอื่นๆค่ะ ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย มีกลิ่นหอม ตีฟองทำวิปโฟมก็ง่าย ฟองเยอะ อ่อนโยนกับผิว ล้างหน้าได้สะอาด และชุ่มชื่นมากค่ะ ผิวไม่แห้ง ไม่เอี๊ยดเลย ส่วนความแตกต่างของสูตรนี้ที่เน้นเรื่องความกระจ่างใส และเรารู้สึกว่าหน้ากระจ่างใสทันทีหลังล้างเล็กน้อย แต่เรื่องลดจุดด่างดำนี่ยังไม่สามารถตอบได้ค่ะเพราะเพิ่งใช้ไป 4-5 วัน อาจจะต้องใช้ให้นานกว่านี้

ให้ 5/5 ค่ะ

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : กระจ่างใส, ทำความสะอาดได้ดี, อ่อนโยน, ชุ่มชื้น
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 2562, 09:11

รีวิว.. Neutrogena deep clean foaming cleanser คูชั่นโฟมล้างหน้า

บอกตามตรงว่า เป็นคนกลัวกับการใช้โฟมล้างหน้าลักษณะแบบนี้ ส่วนตัวมักใช้ที่เป็นสบู่เหลวค่ะ เพราะให้ความชุ่มชื้นมากกว่า เพราะส่วนใหญ่เวลาล้างเสร็จโฟมหลอดๆแบบนี้จะทำให้หน้าจะแห้งตึง แต่ Neutrogena หลอดนี้ทางแบรนด์เคลมว่ามีส่วนผสมของกลีเซอรีนมากกว่า 33% ซึ่งจะช่วยให้หน้าไม่แห้งตึง แถมยังทำความสะอาดฝุ่น PM 2.5 ได้ด้วยซึ่งฟังดูแล้วน่าสนใจมาก

แพกเกจจิ้ง : เป็นหลอดโฟมทั่วๆไป มีแผ่นฟอยล์ปิดไว้ ของใหม่ก่อนใช้ต้องแกะออกก่อน

เนื้อโฟม : เมื่อบีบออกมา โฟมมีความเหนียวและไม่เหลวจนเกินไป คงตัวได้ดี

กลิ่น : หอมอ่อนๆ ไม่ฉุน ไม่แรง (แต่แสดงว่ามีน้ำหอม)

Feeling ตอนที่ใช้ : เมื่อผสมน้ำ ถูกให้เกิดฟองแล้วฟอก ให้ฟองกำลังดีค่ะ เนื้อฟองค่อนข้างแน่น ฟองไม่ได้เยอะ และไม่ได้น้อย อยู่ในบริมาณที่พอเหมาะ  เราใช้แบบธรรมดานะคะ ไม่ได้ใช้คู่กับตาข่ายตีฟอง เวลาล้าง ล้างออกง่ายมากค่ะ ไม่มีความรู้สึกลื่นๆเหมาะบางยี่ห้อที่จะรู้สึกเหมือนมีฟิลม์เคลือบผิวไว้ แต่ของ Neutrogena จะเป็นลักษณะเหมือนล้างแล้วสะอาดเลย ไม่ทิ้งความลื่นเอาไว้ ล้างไม่ยาก เสียดายจริงๆที่เราไม่ได้ใช้กับตาข่ายตีฟอง เพราะอยากรู้ว่าถ้าใช้กับตาข่าย จะให้ฟองที่เยอะกว่านี้มั้ย และฟองที่ได้จากตาข่ายจะหนามั้ย

Feeling หลังใช้ : ถึงแม้ว่าจะไม่มีความรู้สึกเหมือนมีฟิล์มลื่นๆมาเคลือบผิว (เหมือนบางยี่ห้อที่เคยใช้) แต่ผิวไม่แห้งเลย ทั้งๆที่โฟมทำความสะอาดและล้างความมันได้ดีมาก ความจริงพวกที่ทำความสะอาดได้ดีน่าจะต้องทำให้ผิวแห้ง แต่นี่ไม่เคย ผิวยังคงมีความชุ่มชื่น ไม่เอี๊ยด (รูป Before คือตื่นนอนมาแล้วมีความมันบนหน้า // รูป After คือหลังล้างหน้าแล้วหน้ากระจ่างใสเลย)

สิ่งที่ชอบ :

1.กลิ่นหอมอ่อนๆ ขณะล้างหน้าช่วยให้ผ่อนคลาย

2.ล้างหน้าได้สะอาดดี และผิวไม่แห้งเอี๊ยด หน้าชุ่มชื้นดี ขอบคุณกลีเซอรีนที่ใส่มา ^^

3.ราคาสบายกระเป๋า

สิ่งที่ไม่ชอบ : ยังไม่มีค่ะ

สรุป : เป็นโฟมล้างหน้าที่ล้างหน้าได้สะอาดดีค่ะ แต่จะทำความสะอาดลึกถึงรูขุมขนแบบล้าง PM2.5 ได้หมดจดมั้ยนั้น อันนี้เราไม่รู้จริงๆเพราะไม่รู้จะเทสยังไง แต่คิดว่าน่าจะสะอาดพอสมควรเพราะเราเป็นคนผิวมันและเป็นสิวง่าย นี่ใช้มา 4 วันแล้ว สิวไม่ขึ้นค่ะ

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : รักษาสิว, ทำความสะอาดได้ดี, อ่อนโยน, ชุ่มชื้น
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 29 เม.ย. 2562, 17:06

รีวิว.. Nivea Sun Protect & White Oil Control Serum SPF50+ PA+++

ก่อนหน้านี้เคยใช้เคยใช้ Nivea Sun Whitening Perfect Protect Super Serum Spf50 light texture (ฝาสีส้ม) ตั้งแต่ช่วงแรกๆที่ Nivea ทำเป็นเนื้อ Serum ออกมา ตอนนั้นฮือฮาพอสมควรเพราะเป็นสูตรแรกๆ Nivea ทำเป็นเนื้อ serum สำหรับหน้า แต่ส่วนตัวใช้แล้วไม่ค่อยเวิร์ค รู้สึกว่าหน้ามัน และยังเหนียวอยู่ดี ทั้งๆที่แบรนด์เคลมว่าเป็น light texture และซึมง่าย พอใช้สูตรนั้นหมดเลยไม่ใช้ต่อ เพราะไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่
 
วันนี้มีโอกาสได้มาลองใช้เนื้อ serum อีกครั้ง ในสูตร Nivea Sun Protect & White Oil Control Serum SPF50+ PA+++ จริงๆไม่ได้คาดหวังอะไรมากเพราะต่อให้แบรนด์เคลมว่าเป็นสูตร oil control แต่เราก็ยังไม่แน่ใจว่าจะควบคุมความมันได้ดีจริงรึเปล่า สารสกัดจาก L-Carnitine ที่บอกว่าจะช่วยลดความมันได้ 86%+ ทำให้น่าสนใจนิดนึงเพราะก่อนหน้านี้รู้แค่ว่า L-Carnitine เป็นสารสกัดที่มักจะใส่ลงไปในอาหารเสริมจำพวกลดน้ำหนัก-ควบคุมน้ำหนัก ทำหน้าที่ช่วยให้ร่างกายดึงไขมันออกมาใช้มากขึ้น แต่พอแบรนด์นำมาใส่ในครีมกันแดดจึงเป็นอะไรที่แปลกใหม่ดีเหมือนกัน
อ้อ...เราเป็นคนผิวมันมาก-มากที่สุด มีแนวโน้มเป็นสิวง่ายโดยเฉพาะสิวอุดตันค่ะ
 
เนื้อครีม : เป็นเนื้อ serum แต่ไม่เหลวมาก สีขาว ถึงแม้ว่าทางแบรนด์จะเคลมว่าไม่มีน้ำหอม แต่เรายังได้กลิ่นอยู่นิดๆ อาจจะไม่ใช่กลิ่นของน้ำหอมก็ได้ เรารู้สึกว่ามันเป็นกลิ่นของแอลกอฮอล์มากกว่า (แต่กลิ่นไม่แรง ไม่ฉุน กลิ่นอ่อนมากๆ ต้องดมดีๆ)
 
เมื่อลูบลงไปที่ผิว : เกลี่ยง่ายมาก แป๊ปเดียวซึมหมด และแห้งสนิทหายไปเลย ไม่เหลือความมันทิ้งไว้ เหมือนมันดูความมันออกไปเลย (ครีมบำรุงอื่นๆที่ทาไว้ก่อนหน้านี้พลอยแห้งไปด้วย) พอครีมซึมลงผิวหมด ความรู้สึกที่ได้คือหน้าแห้งและแมทท์ไปเลย
 
หลังใช้ : เราทำการเทส โดยไม่ทาแป้งต่อเลยนะคะ วันที่เทสจะทาแค่ครีมบำรุง แล้วตามด้วยครีมกันแดดตัวนี้ตัวเดียวจบ เพื่อต้องการเทสเรื่องการควบคุมความมันจริงๆ (วันที่ทำการเทส อากาศอยู่ที่อุณหภูมิ 41 องศา เราทำงานอยู่ในร่มแต่ไม่ได้เข้าห้องแอร์เลย อุณหภูมิปกติตลอด ร้อนมาก เหงื่อออกตลอดค่ะ) ผ่านไป 8 ชม. เต็ม จะเห็นว่าจากกล้อง หน้าจะมีความมันเล็กน้อย ตรงบริเวณจมูกและหน้าผาก แต่หน้าไม่ drop ไม่เทา แต่ถ้าถามว่า ลองเอามือสัมผัสผิวหน้าดูจริงๆ จะไม่ได้มันเยิ้มอะไร ยังรู้สึกแห้งสบายอยู่  
 
สรุป
1. เป็นครีมกันแดดที่คุมความมันได้จริง เพราะผ่านไป 8 ชม. หน้ายังไม่เยิ้ม (มีขึ้นเงาบ้างนิดหน่อยถือเป็นเรื่องปกติที่ผิวหนังต้องผลิตน้ำมัน) ทั้งๆที่ไม่ได้ลงแป้งอะไรทับเลยแม้แต่แป้งฝุ่น หน้าไม่ drop ไม่เทา ปกติต้องใช้กระดาษซับวันมันละ 1-2 แผ่น แต่พอใช้ครีมกันแดดตัวนี้แล้วไม่ต้องซับมันก็ไหวค่ะ
2. เราว่ามันเป็นครีมกันแดดที่ไม่สามารถใช้ได้ในทุกสภาพผิวนะ จะเหมาะกับคนหน้ามัน-มันมากจริงๆเท่านั้น เพราะคุมมันอยู่จริงๆ แต่!! ไม่เหมาะกับคนผิวแห้งเลย เราว่าคนผิวแห้งไม่ควรใช้ค่ะ มันแห้งเกินไป อาจเกิดการระคายเคืองได้ และคนที่มีผิวบอบบางเราก็ไม่แน่ใจว่าจะเหมาะมั้ย เพราะเรารู้สึกว่ามันมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์พอสมควร
3. แต่เรื่องของการปกกันแสงแดดไม่แน่ใจว่าทำได้ดีมั้ยเพราะยังไม่มีโอกาสได้ออกแดดเลยค่ะ ทำงานในที่ร่มตลอด (แต่ก็อากาศร้อน 40-42 องศาทุกวัน) แต่คิดเอาเองว่าน่าจะป้องกันแสงแดดได้ดี ด้วยค่า SPF50+ PA+++ และมันไม่เยิ้มเวลาที่เหงื่อออก ครีมกันแดดซึมไปหมด ไม่หลุดออกมา คงคิดว่าสารกันแดดน่าจะเกาะผิวได้ดีค่ะ
4. เรื่องความกระจ่างใสจาก Licorice extract ที่ผสมอยู่ในครีมเราไม่สามารถบอกได้ว่าหน้ากระจ่างใสขึ้นมั้ย เพราะทาไปแค่ 5 วัน อันนี้เรามองว่าเป็นเรื่องของการใช้ต่อเนื่องในระยะยาวกว่านี้ค่ะ แต่ถ้าถามเราว่าทาปุ๊ปกระจ่างใสเลยมั้ย เราว่าเฉยๆนะคะ 
5.ไม่อุดตุนรูขุมขนค่ะ เนื้อครีมซึมง่าย
6. ปริมาณ 30 มล. ราคาไม่ถึง 300 บาท ถือว่าราคาสบายกระเป๋ามากค่ะ

สิ่งที่ชอบ : คุมมันได้จริง เหมาะกับคนผิวมัน-มันมาก หน้าแมทท์ไปเลย เนื้อครีมบางเบา ทาทับเครื่องสำอางหรือเติมระหว่างวันได้ ไม่มีพาราเบน

สิ่งที่ไม่ชอบ : รู้สึกว่ามันอาจจะแรงเกินไปสำหรับคนผิวแห้งหรือมีผิวบอบบาง และเรามีความรู้สึกว่าแอลกอฮอล์มันเยอะไปหน่อย

สิ่งที่อยากแนะนำ : น่าจะมีคุณสมบัติในการกันน้ำ-กันเหงื่อค่ะ water-resistant อะไรแบบนี้
สรุปอีกครั้ง เราชอบมากค่ะ เพราะเหมาะกับผิวเรามาก
 
 
 
 
 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ควบคุมความมัน, กันแดดได้ดี, ล้างออกง่าย, ไม่เหนอะหนะ
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 25 เม.ย. 2562, 16:23

รีวิว Nivea Sun Protect & Moisture SPF50+ PA++++

ขอขอบคุณ NIVEA และ Cosmenet ค่ะ

 

ครีมกันแดด Nivea และ ครีมโลชั่นบำรุงผิว Nivea เป็นยี่ห้อที่เคยใช้มาตั้งแต่แรกแล้ว จำได้ว่าความรู้สึกของพวกโลชั่นยี่ห้อนี้คือจะเหนอะและเหนียว แต่ตอนหลังๆมามีการปรับสูตรพวกโลชั่นให้เป็นเนื้อ serum ทำให้ไม่เหนียวและใช้ได้ดีพอสมควร แต่เรายังไม่มีโอกาสได้ลองใช้พวกครีมกันแดดเลยว่าเดี๋ยวนี้เค้าปรับปรุงเรื่องความเหนียวรึยัง วันนี้ได้มีโอกาสลองใช้แล้ว เป็นไงบ้าง มาดูกัน

 

เนื้อครีม : มีความเหลวนิดหน่อย ค่อนไปทางหนัก มีความเข้มข้นมาก เนื้อครีมสีขาวมาก ขาวจั๊วะ คงคอนเซปต์เดิมของครีมกันแดด Nivea สมัยก่อนเลย

 

กลิ่น : ก็เป็นกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ Nivea ถ้าใครเคยใช้สมัยแรกๆจะนึกออกเลยค่ะ

 

เมื่อทาลงผิว : เนื้อครีมเกลี่ยง่ายกว่าแต่ก่อน ไม่หนืดเท่าสมัยสูตรแรกๆ แต่ด้วยความที่เนื้อครีมเข้มข้นและขาวมาก ทำให้ต้องใช้เวลาลูบไปสักพักถึงจะซึมลงผิวหมด แต่ก็ไม่ได้ยากเย็นหรือเป็นปัญหาอะไรนัก   

 

หลังจากทา : ด้วยเนื้อครีมที่ค่อนข้างหนักและเข้มข้นมาก ทำให้รู้สึกว่ามันเหนียว โดยเฉพาะถ้าทาแล้ว ตามข้อพับจะอึดอัดมาก ยิ่งถ้าทาตอนที่อากาศร้อนๆจะรู้สึกเหนอะหนะระดับนึงเลย สุดท้าย เราเลยต้องทาแป้งที่แขนเพื่อให้ความเหนียวลดลงไม่งั้นไม่รอด  แต่ที่สังเกตได้ชัดๆคือ ช่วยปรับผิวให้ขาวขึ้น 1 ระดับเลย ถ้าสังเกตดีๆ แขนด้านซ้ายจะขาวกว่า (ไม่ได้ปรับสี หรือแต่งรูปใดๆ) ส่วนเรื่องกันน้ำกันเหงื่อมั้ยเราไม่ได้ทดสอบแบบชัดๆ แต่เชื่อว่าน่าจะกันได้ในระดับหนึ่ง เพราะลองเอาแขนไปข้างน้ำเปล่าแล้วซับด้วยผ้า (ไม่ได้ใช้สบู่ถู) ยังมีความรู้ว่าครีมยังเกาะผิวอยู่ เสียดายเราทำงานใน office ในร่มและยังไม่มีโอกาสไปสู้แดดเต็มที่ เลยไม่รู้ว่าความสามารถในการกันแดดระดับไหน

 

สิ่งที่ชอบ :

1. ด้วยนวัตกรรมใหม่ที่ออกมา ที่บอกว่าปราศจากสารอ็อกติโนเซท และ อ็อกซิเบนโซนที่ทำร้ายให้ปะการังฟอกขาว ซึ่งตรงนี้เอาใจไปเต็มๆ ชอบมากค่ะ เพราะรู้สึกว่า เวลาไปเที่ยวทะเลหรือดำน้ำ เราสามารถโบกครีมกันแดดตัวนี้ไปได้เต็มที่เลย ไม่ต้องกลัวร้ายปะการัง ดีใจที่แบรนด์หันมาให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ค่ะ  เราเคยไปดำน้ำแล้วไม่กล้าทาครีมกันแดดเพราะกลัวทำร้ายปะการังด้วย พอมีสูตรนี้ขึ้นมาก็รู้สึกดีมากค่ะ  

2. ชอบค่าการปกป้องแสงแดดที่ครอบคลุมเต็มที่ ทั้ง UVA1/UVA2  ค่า SPF50+ PA++++ ซึ่งเหมาะมากกับแดดร้อนๆของเมืองไทย

3.ชอบที่ทาแล้วออกแดดทันที ไม่ต้องรอ 20 นาที

4.ชอบที่กันน้ำได้ดี เกาะผิว เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง

 

สิ่งที่ไม่ชอบ :

หลักๆเลย คือรู้สึกเหนียว แต่ก็เข้าใจว่าอาจจะเพราะต้องการให้เกาะผิวดี เนื้อครีมไม่หลุดเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้งและกิจกรรมทางน้ำ แต่ถ้าแบรนด์สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเกาะผิวได้ดี กันแดดได้เต็มที่แบบนี้ แต่ไม่เหนียวเหนอะหนะจะดีมาก

 

สิ่งที่รู้สึกเฉยๆ :

ส่วนตัวเราไม่ได้อินกับเนื้อครีมที่ปรับให้ผิวขาวขึ้นแต่อย่างใด แต่ก็ขอชมเชยว่า Nivea ตัวนี้ปรับผิวให้ขาวขึ้นก็จริง แต่เนื้อครีมก็ไม่เกาะติดขนซึ่งโอเคมาก  และที่แบรนด์เคลมว่าปกป้องคอลลาเจนจากการถูกแดดทำร้ายเราก็ไม่รู้ว่าปกป้องได้มากน้อยแค่ไหนเพราะไม่รู้จะวัดค่าคอลลาเจนยังไง แต่เชื่อว่าน่าจะปกป้องได้จริงและดีแน่นอนเพราะเนื้อครีมที่เข้มและเกาะผิวขนาดนี้ ^^

 

สิ่งที่อยากให้แบรนด์ปรับปรุง : 3X Moisturizing Power ทำให้ผิวชุ่มชื่นก็จริง ซึ่งจะช่วยอย่างมากถ้าต้องตากแดดนานๆ ทำให้ผิวไม่แห้ง คงความชุ่มชื่นไว้ แต่ก็แลกมาด้วยความเหนียวแหนอะหนะ ถ้าปรับปรุงนี้ต้องได้จะเลิฟเลย

ราคา ปริมาณ 125 ml. ราคา 419 บาทถือว่าแอบแรงอยู่นะค่ะ แต่คิดว่าแบรนด์ต้องแลกมากับนวัตกรรมที่ช่วยรักษาธรรมชาติเราก็ยอมรับได้ค่ะ (เราเป็นคนดีนะ ฮ่าๆ)

 

โดยสรุป : ดีทุกอย่างค่ะ เราไม่ชอบเรื่องเดียวคือความเหนียวเหนอะหน่ะ แต่เชื่อว่าประสิทธิภาพในการกันแดดกันน้ำเต็มที่แน่นนอน เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง เล่นกีฬา สงกรานต์ ไปทะเล และดำน้ำสุดๆ

 

ให้ 7/10 คะแนน (3 คะแนนที่หักออกไป ยกให้เรื่องความเหนียวเหนอะหนะอย่างเดียวเลย)

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ติดทนนาน, ชุ่มชื้น, กันแดดได้ดี, กันน้ำ/กันเหงื่อ
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 27 มี.ค. 2562, 16:52

ต้องบอกก่อนว่าคุ้นเคยกับแบรนด์นี้มาตั้งแต่เด็ก สบู่นกแก้วก้อนสีเขียวในความทรงจำ ที่กลิ่นหอมติดมือมาก ก้อนแข็งๆละลายยากๆ คนที่อยู่ Generation X อย่างเรา กับพวกคุณแม่ คุณป้า พวก Gen-Baby Boomer ต้องเคยใช้ทุกคน เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมานาน สมัยนี้เค้าปรับสูตรและ Packaging ออกไปเยอะมาก แตก line ไปเยอะให้ทันสมัยกับยุคมากขึ้นค่ะ ซึ่งเร็วๆมานี้ยังได้มีโอกาสซื้อครีมอาบน้ำ Parrot ตระกูล Botanicals มาใช้อยู่เลย ใช้มาทุกสูตรทุกสีเลย ส่วนสบู่ก้อนก็ใช้ Parrot Herbal ที่เจนนี่เป็นพรีเซ็นเตอร์ซึ่งทำออกมาได้ดีมาก กลิ่นหอม ฟองเยอะ อาบสะอาด ยังไม่ได้ลองก็แต่ Parrot Beaty+ นี่แหละ มีโอกาสจะต้องลองให้ได้

วกกลับมาที่ผลิตภัณฑ์ของเรา PARROT HYALURON MICELLAR สูตร MORNING PEONY ตอนที่บีบออกมา เนื้อครีมไม่ใสเกินไป ไม่เหลวเกินไป (ถ้าเทียบกับ Parror ตระกูล Botanical กลุ่ม Botanicals จะเนื้อใสกว่าเยอะ) เป็นเสื้อสีชมพูอ่อนมุกๆ

ขณะที่ใช้เดี่ยวๆไม่ได้ใช่คู่กับใยถูตัวให้ฟองในระดับนึงค่ะ ฟองไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย ระดับฟองจัดอยู่ในเกณฑ์ปกติ (แต่ถ้าเทียบกับตระกูล Botanical แล้ว Lineนั้นฟองน้อยกว่า ใสกว่า ไม่เข้มข้นเหมือนตระกูลนี้) ที่สิ่งที่รู้สึกได้อย่างชัดเจนเลยคือ กลิ่นหอมมากกกกกก หอมดอกไม้สดชื่อ และหวานมาก สมแล้วกับที่แบรนด์เคลมว่ารังสรรค์กลิ่นโดย Perfume Master ระดับโลก หอมๆๆ ผ่อนคลายมากจริงๆ ชอบๆๆๆ

ถ้าใช้คู่กับฟองน้ำถูตัวก็ให้ฟองเยอะขึ้นเป็นธรรมดาค่ะ แต่ฟองไม่ได้แน่น/หนักอะไร 
เวลาจะล้างตัว ล้างออกง่ายมาก ซึ่งส่วนตัวชอบแบบนี้เพราะเป็นคนไม่ชอบครีมอาบน้ำที่ล้างออกยากๆ 

พออาบน้ำเสร็จ เมื่อเช็ดตัวให้ผิวแห้ง สัมผัสได้ชัดเจนเลยว่าผิวชุ่มชื่น ไม่แห้งตึง ขนาดยังไม่ทาโลชั่น ปล่อยผิวทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมงผิวก็ยังไม่แห้งค่ะ ซึ่งถ้าเทียบกับครีมอาบน้ำบางยี่ห้อ ถ้าไม่รีบลงโลชั่นผิวจะแห้งแล้ว ซึ่งตรงนี้ทำออกมาได้ดีเลย อาจจะเป็นเพราะส่วนผสมของ Hyaluron ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นค่ะ

นอกจากนี้ ที่รู้สึกคือ ถ้าดมที่ผิว (จับแขนมาดม) ยังได้กลิ่นหอมของครีมอาบน้ำติดผิวชัดเจน ซึ่งตรงนี้ชอบ กลิ่นที่อยู่บนผิวหอมต่อเนื่อง 2-3 ชั่วโมงเลย เริศๆๆ 

สำหรับส่วนผสมของ Micellar ที่ใส่เข้ามานั้น เราไม่รู้ว่าจะวัดได้จากอะไรว่าผิวสะอาดมากน้อยแค่ไหน ช่วยเรื่อง Detox ผิวมั้ย แต่ก็รู้สึกเหมือนปกติทั่วไปของคนที่อาบน้ำมาแล้วคือ ผิวก็สะอาดดี เลยคิดว่า Micellar นั่นอาจจะเป็น Gimmick นึงที่ใส่เพิ่มเข้ามาให้แบรนด์มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น แต่เราก็ชอบนะ ^^

สรุป

สิ่งที่ชอบ : 
1.หอมมากกกกก หอมติดผิวยาวนาน 2-3 ชั่วโมงเลย แถมห้องน้ำก็หอมด้วย ขนาดทิ้งช่วงแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ กลิ่นยังฟุ้งตลบอบอวนทั่วห้อง (แต่คนที่ไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมฟุ้งๆ อาจจะไม่ชอบก็ได้นะ) 
2.ล้างออกง่าย 
3.ฟองเยอะขึ้นกว่าพวกตระกูล Parrot Botanicals ที่ทำออกมา ซึ่งพวก Botanicals ฟองอ่อน/จางมาก นี่คิดว่าเค้าปรับปรุงสูตรได้ดีทีเดียวเลย แต่ถ้าสามารถทำให้ฟองเยอะๆ แน่นๆหนักๆกว่านี้อีกจะเริศที่สุด 
4.หลังอาบน้ำผิวนุ่ม และชุ่มชื่นอย่างชัดเจน รู้สึกชุ่มน้ำดีค่ะ 
5.ราคาเบาสบายกระเป๋า สมกับที่เป็นแบรนด์คนไทยมาตลอดหลายปีตั้งแต่สมัยคุณยาย

สิ่งที่ไม่ชอบ : ยังไม่มีค่ะ

สรุป โดยรวมชอบค่ะ เด่นๆเลยคือกลิ่นหอมมาก และผิวชุ่มชื่นมากๆๆ ราคาไม่แรง มาซื้อมาใช้โล้ด ส่วนตัวถ้าหมดก็จะซื้อมาใช้อีกค่ะ

ให้คะแนน 9/10 (ตัดคะแนนตรงที่อยากให้ฟองหนาและแน่นกว่านี้)

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : สดชื่น , กลิ่นหอม, ชุ่มชื้น, ลดจุดด่างดำ, ล้างออกง่าย
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 24 มี.ค. 2562, 09:39

รีวิวโลชั่นทาผิว Aveeno สูตร Daily moisturizing

ก่อนอื่นต้องบอกว่าเคยเห็นโฆษณาแบรนด์นี้มาสักพักใหญ่แล้ว รู้สึกอยากใช้เพราะ Packaging และแบรนด์เคลมว่าเป็นแบรนด์ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังของอเมริกาแนะนำเป็นอันดับ 1 ซึ่งก็หมายความว่ามันต้องดี ฮ่าๆๆ

เราชอบ Packaging มาก เพราะเป็นหัวปั๊ม สีของขวดก็ดูดี น่าใช้ มีความสะอาดและดูเป็นธรรมชาติ มีรูปข้ามโอ๊ตอยู่ที่มุมขวดด้วย หัวปั๊มใช้งานง่าย เราตกเป็นทาสการตลาดทันทีตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มใช้  

โลชั่นมีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ คือข้าวโอ๊ตและพวกมอยส์เจอร์เข้มข้น ให้ความชุ่มชื่นยาวนาน 24 ชม.

ใช้แล้วเป็นยังไง....

เนื้อครีม :  พอปั๊มเนื้อโลชั่นออกมา โลชั่นเป็นเนื้อสีขาวๆ (มีความขุ่นๆนิดๆ ไม่ได้ขาวจั๊วะ) เนื้อไม่หนัก คล้ายๆครีมๆกึ่งๆเจลนิดๆ เนื้อไม่ได้เข้มข้นอะไรมาก มีความใสนิดๆ ไม่เหลียวเกินไป ไม่หนักเกินไป กำลังดี

กลิ่น : เนื่องจากเป็นโลชั่นไม่ผสมน้ำหอม แต่ตอนที่เราทาตอนแรกเหมือนได้กลิ่นเหม็นๆบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าเป็นกลิ่นของอะไร (หรือจะเป็นกลิ่นที่มากับบรรจุภัณฑ์? แต่หลายๆรีวิวเค้าบอกว่านี่คือกลิ่นของข้าวโอ๊ต..จริงดิ !!?)  แต่พอลูบๆไปสักพักก็ไม่มีกลิ่นค่ะ กลิ่นหายไปหมดกลายเป็นโลชั่นที่ไม่มีกลิ่นตามที่แบรนด์บอกว่าไม่ได้ใส่น้ำผอม งงเหมือนกัน

ความรู้สึกหลังทา : พอเนื้อครีมซึมหมด ความรู้สึกที่แตกต่างที่สุดคือ ผิวนุ่มมากกกกกกกกกกกกกก กล้าบอกได้เลยว่าตั้งแต่เกิดมาและมีชีวิตอยู่ถึงทุกวันนี้ นี่คือโลชั่นที่ทำให้ผิวนุ่มที่สุด!! ความรู้สึกมันชัดเจนมากจริงๆ แต่ๆๆ ก็ทำให้รู้ว่าว่าแอบเหนียวนิดหน่อยด้วยเหมือนกัน อาจจะเพราะโลชั่นมีความเข้มข้นสูง และช่วยให้ผิวชุ่มชื่นแบบสุดๆ เลยจะรู้สึกว่าเหนียวๆนิดนึง นี่ขนาดแค่สูตร daily moisturizing นะ รู้สึกว่าจะมีสูตรที่ให้ความชุ่มชื่นแบบ deep มากกว่านี้ ซึ่งสูตรนั้นคงชุ่มชื่นสุดๆไปเลย (และความเหนียวคงเพิ่มมาด้วยเช่นกัน) 

สรุป

สิ่งที่ชอบ :

- ความชุ่มชื่นให้ 10/10 ไม่แปลกเลยที่แบรนด์แคลมว่าจะช่วยเรื่องของคนที่มีอาการคันจากผิวแห้งได้ เราเชื่อว่ามันช่วยจริงๆ เพราะมันสุดๆของความชุ่มชื่น

- ซึมง่าย แค่ลูบๆนิดเดียว เนื่อครีมไม่ได้เหนียวหนืดอะไร 10/10

- ผิวนุ่มขึ้นชัดเจนมากกกกก ผิวนุ่มจนตกใจ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทา ไม่เคยสัมผัสความนุ่มแบบนี้จากโลชั่นของแบรนด์ไหนมาก่อนในชีวิต !! 10/10

- ชอบสารสกัดจากธรรมชาติ รู้สึกอ่อนโยน ปลอดภัย 10/10

- จริงๆราคาสมเหตุสมผล 354 มล. 399 บาท เพราะอัดแน่นด้วยคุณภาพ แต่ส่วนตัวถ้าราคาก็เบาลงกว่านี้แต่คุณภาพเท่าเดิมจะเริศมาก อิอิ คนที่ผิวแห้งมากๆ แห้งจนคัน จนผิวอักเสบ ยังไงก็เอาอยู่

สิ่งที่ไม่ชอบ :

- ถึงแม้เนื้อครีมไม่ได้เหนียวหนืดอะไร แต่พอทาแล้วความรู้สึกแอบเหนียวนิดนึง แต่ก็เข้าใจว่าโลชั่นที่ชุ่มชื่นมากๆ ความรู้สึกเหนียวก็ต้องมาด้วยกัน ทาในห้องแอร์หรือช่วงหน้าหนาวโอเคเลย แต่ถ้าทาหน้าร้อนต้องเดินตากแดดอาจจะรู้สึกเหนอะๆได้

- ถึงแม้จะเป็นโลชั่นที่เหมาะกับผิวแพ้ง่ายและไม่ใส่น้ำหอม แต่ส่วนตัวก็คาดหวังจะให้ใส่กลิ่นลงไปนิดนึง แต่อยากได้กลิ่นที่เป็นธรรมชาติ ขอแค่นิดๆ แบบอ่อนๆ แต่ต้องเป็นกลิ่นที่สกัดจากธรรมชาตินะ ถ้าจะใส่กลิ่นของสารสังเคราะห์ก็ไม่ต้องใส่แบบนี้จะดีกว่า (แต่ถ้ากลิ่นที่เราสัมผัสได้ที่ออกจะเหม็นๆนิดๆในตอนแรกคือกลิ่นของข้าวโอ๊ต เราไม่ชอบนะ ฮ่าๆๆ) 

แนะนำเลย*** คนผิวแห้งเหมาะมากกกกกกกกกกก มันจะช่วย heal โรคผิวหนังที่มากับความแห้งได้ทุกสิ่ง พวก คัน ลอก เกาจนเป็นแผล เราเชื่อว่าช่วยได้แน่นอน แถมอ่อนโยนมาก ไม่แพ้ง่ายๆ

โดยรวม 9/10

 

 

 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ชุ่มชื้น
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 19 มี.ค. 2562, 11:43

รีวิว Neutrogena Rapid Wrinkle Repair Regenerating Cream
.
ก่อนใช้ : ก่อนอื่นต้องบอกว่าชอบ Packaging มากค่ะ เพราะเป็นแก้วทึบและหนา ดูแข็งแรง ทนทาน และกันแสงแดดได้เป็นอย่างดี เปิดออกมาเจอเนื้อครีมข้นๆ ขอบอกว่าเนื้อข้นมาก ตอนนั้นคิดเลยว่า เนื้อครีมข้นขนาดนี้เนื้อน่าจะต้องหนักมากแน่ๆ  เนื้อครีมเป็นสีครีมอ่อนๆ แต่มีกลิ่นหอมมาก หอมแบบผ่อนคลาย

.

ระว่างใช้ : พอลองสัมผัสเนื้อครีมดู เป็นครีมที่นุ่มละเอียด เนื้อค่อนข้างหนัก แต่พอสัมผัสไปที่ผิว ลูบนิดเดียวครีมหายจะซึมลงผิวไปเลย เนื้อครีมกลายเป็นกว่าไม่หนักอย่างที่คิด ทาตรงไหนซึมไปเลยตรงนั้น เกลี่ยง่าย และเมื่อมันซึมง่ายแบบนี้เลยรู้สึกว่าต้องใช้ปริมาณครีมเยอะพอสมควรต่อการทา 1ครั้ง (คิดว่าต้องหมดเร็วแน่ๆ) ระหว่างที่มาครีมจะไปกลิ่นหอมอ่อนๆ ชอบมาก รู้สึกผ่อนคลาย

เราว่าเนื้อครีมมันชุ่มชื่นมาก ด้วยความที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid  เราเลยรู้สึกว่าครีมตัวนี้ลักษณะคล้ายๆกับ Eucerin สูตรที่เติม Filler

ทางแบรนด์บอกว่าตอนที่ทาอาจรู้สึกร้อนๆ ชาๆ แต่เราไม่เป็นนะ ปกติดี

หลังใช้ : ที่เห็นชัดๆเลยคือ ผิวนุ่ม ชุ่มชื่นทันที ชุ่มชื่นมาก (แต่ไม่ใช่ความมัน) ตื่นเช้ามาหน้าก็ยังชุ่มชื่นอยู่

.

หลังใช้ 7 วัน : (รูป After คือหลังใช้ 7 วันนะคะ)  พวกริ้วรอยแลดูจางลงรึเปล่าไม่รู้ จุดด่างดำก็ยังดูไม่ออกมากนักว่างจางลงไปมั้ย เพราะคิดว่าผ่านไป 7 วันมันยังไม่สามารถวัดอะไรได้มากนัก (รูปภาพ Before – After ไม่ได้แต่งอะไรเลยนะคะ แต่กล้องหน้าชัดได้ที่สุดเท่านี้) แต่ที่แน่ๆคือ ผิวนุ่มและชุ่มชื่นมากค่ะ อาจเป็นเพราะ Hyaluronic Acid ที่น่าจะอัดแน่นอยู่เต็มกระปุก เลยรู้สึกว่าผิวนุ่มและยืดหยุ่นดี  เราเป็นคนผิวมันมาก แต่ก็สามารถทาครีมตัวนี้ได้สบาย เราทาทั้งเช้า-เย็นเลย ชอบเนื้อครีมเวลาทาเพราะนอกจากจะหอมแล้ว ความหนักของเนื้อครีมทำให้รู้สึกเหมือนครีมอุดมไปด้วยสารบำรุงเต็มๆ ชอบ feeling ตอนทา ทาปุ๊ปซึมปั๊บ แล้วชอบเนื้อสัมผัสของครีมมาก คิดว่าถ้ามีโอกาสจะใช้ต่อเนื่องนานกว่านี้น่าจะเห็นผลชัดเจนกว่านี้ และสำหรับเรา ถ้าจะใช้ครีมเพื่อลดเลือนริ้วรอย ต้องซื้อตัวนี้มาใช้แน่นอนค่ะ

10/10 ไปเลย

 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ลดริ้วรอย, กลิ่นหอม, เกลี่ยได้ง่าย, ไม่ระคายเคือง, ไม่เหนอะหนะ, ไม่อุดตัน
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 16 มี.ค. 2562, 16:23

เราเคยใช้ Body Lotion ของยี่ห้อนี้มากก่อนและชอบมาก เพราะตัวนั้นบางเบาแต่ชุ่มชื่น และหอมค่ะ พอ Deleaf Thanaka ทำแป้งฝุ่น  Deleaf Thanaka Duo Translucent Loose Powder ออกมา จึงอยากลองมากๆๆๆ

แพกเกจจิ้ง : เราชอบนะ สวย หรู ดูดี ไม่กะโหลกกะลา ตรงโลโล้เป็นสีทองเก๋ๆ  ถ้าจะให้ดีกว่านี้ ฝาเป็นฝาไม้จะเริศมาก ข้างในพอหมุนเปิดตลับออกมาจะมีที่ใส่พัฟ พัฟเนื้อนุ่มดีค่ะ แป้งมีช่องแบ่งเป็น 2 ส่วนอย่างชัดเจน ส่วนนึงไว้ใส่แป้งสีเหลืองที่สกัดจากทานาคา อีกส่วนนึงสีชมพูที่สกัดจาดทับทิม

กลิ่น: ไม่มีกลิ่น อันนี้เราชอบ รู้จึงไม่เติมแต่งดี การใช้งาน: เวลาใช้เราเลือกใช้ได้หลายแบบ ดังนี้

- ถ้าบิดแค่ครั้งเดียว ได้แป้งโทนสีเหลือง เหลืองอ่อนๆ ที่สกัดจากทานาคา สูตรนี้จะช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า ทาแล้วหน้าจะออกแมทไปเลยค่ะ เราว่าหน้ามันนวลขึ้นนะ

- บิดที่สอง ได้แป้งโทนชมพู ชมพูอ่อน เพราะมีสารสกัดจากทับทิม เราว่าสูตรนี้เนื้อแป้งออกขาวขึ้นไปอีก ขาวกว่าสูตรแรก และให้ความรู้สึกเหมือนผิวอมชมพู ที่สำคัญคือมีชิมเมอร์นิดๆด้วย เป็นชิมเมอร์เล็กๆที่เนื้อละเอียดมาก ทาแล้วรู้สึกผิวกระจ่างใสดี เราว่าสำหรับสีชมพู ใครที่จะใช้เพียวๆคือต้องเป็นคนผิวขาวมากๆ ไม่งั้นอาจลอยได้

- บิดที่สาม จะเป็นการรวมตัวกันของแป้งทั้งสองสี ซึ่งส่วนตัวเราชอบใช้แบบนี้มากที่สุด ให้มัน mix duo กันมาเลย เพราะรู้สึกว่ามันลงตัวที่สุดแล้ว เพราะผลลัพท์ที่ได้คือ หน้าไม่มัน แต่ก็ไม่แมทจนเกินไป ยังดูสดใสมีน้ำมีนวลอยู่ สีแป้งพอผสมกันแล้วก็ลงตัวมากๆ เราว่าถ้าใช้สองสีพร้อมกัน คนมีผิวโทนไหนก็ใช้ได้ และเรารู้สึกว่าทาแบบนี้ สีผิวเรากระจ่างใสขึ้น 1 ระดับเลย เบาสบายหน้ามากๆ ไม่หนา ไม่หนัก จากการใช้ในวันแรก เราทา 9 โมง หน้าเริ่มมันตอนบ่าย 3 ซึ่งถือว่าการคุมมันโอเคมากๆ คุมมันได้ 6 ชั่วโมงเต็ม !! เราเป็นคนหน้ามันมากกกกกกด้วย แป้งตัวนี้ถือว่าโอเคเลยนะ หน้าไม่วอก ไม่ลอย ไม่ดรอบ ไม่หมอง ไม่เทา ผ่านๆๆๆ

สรุป เราว่าทาแบบ 2 สีผสมกันเวิร์คสุด เพราะหน้าไม่แมทจนเกินไป แต่ก็ไม่ขาวลอยจนเกินไป เนื้อแป้งละเอียดมาก เนื้อแป้งเบา ไม่เป็นคราบ สบายหน้า การคุมมัน 6 ชั่วโมงเต็มสำหรับเราถือว่าใช้ได้เลย ช่วยปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใส (ถ้าดูจากรูป Before และ After เราว่าเห็นชัดเลยว่า รูป After ของเรา สีผิวกระจ่างใส มีน้ำมีนวลอมชมพูนิดๆ)  แพกเกจจิ้งดี ใช้ง่ายง่าย แข็งแรง แถมแป้งตัวนี้อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสารกันเสีย และผ่านการทดสอบการระคายเคืองจากแพทย์ผิวหนังมาแล้ว เพราะฉะนั้น เราว่ามันโอเคมากๆ ราคา 270 บาท ต่อปริมาณ 15 กรัม ก็เป็นราคาสบายๆ จับต้องได้ค่ะ เริศๆๆๆ :)

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : เริ่มใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : กระจ่างใส, ปกปิดรูขุมขน, ติดทนนาน, ควบคุมความมัน, สีสม่ำเสมอ, เกลี่ยได้ง่าย
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 23 ก.ย. 2561, 16:58

ลองอาบน้ำด้วย SNAILWHITE Crème Body Wash สูตร 4 AROMA SWISS LAVENDER มาได้ 3 วัน

ต้องบอกก่อนเลยว่า ความคาดหวังคือ กลิ่นที่เชื่อว่าน่าจะหอมฟุ้งมากแน่ๆ และเนื้อครีมที่ต้องเยอะและนุ่ม

เริ่มใช้ครั้งแรก ขวดเป็นขวดปั๊ม สามารถกดล๊อคได้ ที่ปั๊มกดง่ายค่ะ

ก่อนใช้ : เนื้อครีมเป็นสีขาวข้น เป็นเนื้อโลชั่นที่ข้นมาก แตกต่างจากครีมอาบน้ำทั่วไป

กลิ่น : ถ้าดมจากเนื้อครีมเพียวๆ ที่ยังไม่ผสมน้ำ ได้กลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ และกลิ่นของเมือกหอยทาก (เอกลักษณ์ของยี่ห้อนี้เลย) ถ้าใครเคยใช้ครีมบำรุงของยี่ห้อนี้ กลิ่นเดียวกันเลยจ้า แต่ที่เพิ่มเติมคือ จะมีกลิ่นลาเวนเดอร์แทรกเข้ามาด้วย

ระหว่างใช้ : เราลองใช้ 2 แบบ แบบที่อาบไปเลยเพียวๆ กับแบบที่บีบใส่ใยถูตัว     เรารู้สึกว่า อาบเพียวๆฟองไม่ได้เยอะมากนะ ผสมน้ำแล้วถูก ก็มีฟองระดับนึง ไม่ได้เยอะอะไร ต้องกดหลายครั้ง ทำให้แอบเปลือง แต่ถ้าใช้กับใยถูตัว ก็จะได้ฟองเยอะขึ้นมาหน่อยนึง แต่ฟองไม่แน่น เป็นฟองหลวมๆ (ลองสังเกตจากรูปที่ถ่ายกับใยถูกตัวนะ ลักษณะฟองยังบางๆอยู่)     กลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ เอาเข้าจริงเราว่ามีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ได้หอมฟุ้งทั่วห้องน้ำ หรือติดผิวอะไรขนาดนั้น บวกกลิ่นของเมือกหอยทากตามแบบฉบับของยี่ห้อ snail white     ล้างออกง่าย ไม่ลื่น

หลังใช้ : ผิวชุ่มชื่นระดับนึงค่ะ    

ใช้มาครบ 3 วันแล้ว เราสรุปได้ดังนี้

1.ในความคิดเรา เราว่าฟองน้อยนะ คืออาจจะปานกลาง แต่ฟองไม่เยอะ ทำให้ต้องบีบหลายๆครั้ง และเราว่ามันเปลือง เราขอเทียบกับครีมอาบน้ำอีกยี่ห้อนึงที่เป็นเมือกหอยทากเลี้ยงด้วยโสม ยี่ห้อนั้นเนื้อครีมเหนียวหนืด แต่พอผสมน้ำออกมาฟองเยอะมากเวอร์

2.เราคาดหวังว่ากลิ่นวาเวนเวอร์จะแรงกว่านี้ ตอนอาบจะต้องหอมฟุ้งทั่วห้อง แต่นี่เป็นฟอมลาเวนเดอร์จางๆ ต้องมาดมที่ฝ่ามือถึงจะได้กลิ่น และเราคิดว่า คนที่ไม่ชอบกลิ่นครีมทาผิวของ snailwhite อาจจะไม่ค่อยถูกใจนัก เพราะมันไม่ได้มีแต่กลิ่นลาเวนเวอร์เพียวๆ แต่มันมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของยี่ห้อนี้มาด้วย

3.เราชอบที่ ล้างออกง่าย ไม่แห้ตึง ใช้แล้วผิวชุ่มชื่นดีค่ะ พอเช็ดตัวเสร็จรู้สึกผิวมีความยืดหยุ่นดี ที่สำคัญคือ กำจัดแบททีเรียได้  ตรงนี้โอเคมากๆเลย          

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : สดชื่น , กลิ่นหอม, ชุ่มชื้น, ช่วยให้ผ่อนคลาย, ล้างออกง่าย
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 23 ก.ย. 2561, 16:55

ปกติไม่เคยใช้ cleansing ยี่ห้อนี้เลย ครั้งนี้ได้ลองตื่นเต้นมาก และ Nivea MicellAIR skin breathe ตัวนี้ยังเป็น dry oil ด้วย ฟังดูแล้วน่าสนใจมาก

ขวดเป็นสีดำเทา ดูท่ห์ไม่เหมือนใคร 

เนื้อสัมผัสไม่มีความเป็นออยล์ อาจจะเป็นเพราะที่บอกว่าเป็นนวัตกรรม DRY OIL รึเปล่าก็ไม่รู้นะ แต่มันคือ cleansing water ดีๆนี่เอง เป็นน้ำใสๆ ไม่มีกลิ่น (แบรนด์บอกอยู่แล้วว่าตัวนี้ไม่มีน้ำหอม) ด้วยความที่แบรนด์เคลมว่า removes water proof mascara, no rubbing เราลองมาดูกัน

มีโอกาสได้แต่งหน้าจัดเต็มแบบ Full Coverage เครื่องสำอางที่ใช้วันนี้มีหลายตัวที่กันน้ำได้ดี มาดูกันเราใช้อะไรบ้าง

รองพื้น - Estee lauder รุ่น double wear

คอนซีลเลอร์ - Collection

Eye shadow – Naked 1

Blush on – Tart

Lips – KOKO JAPAN, 42U

Mascara – Maybelline

แป้ง : Sasi

ระหว่างใช้ : ตอนเช็ด eye shadow ไม่แสบตา ไม่ระคายเคือง ไม่แสบปาก

ผลลัพท์ : ตอนแรกเราใช้เช็ดเครื่องสำอางไป 9 แผ่น คิดว่าหมดดีแล้ว แต่พอมาโฟกัสดีๆ เหมือนยังรู้สึกถึงเนื้อรองพื้นบางๆอยู่ เลยเช็ดซ้ำอีก 3 แผ่น รวมเป็น 12 แผ่น อย่างที่รู้ๆกันอยู่แล้วว่ารองพื้นรุ่น Double wear เป็นรองพื้นแบบ full coverage อยู่แล้ว กันน้ำ กันเหงื่อได้ที่สุด ถ้าจะให้สะอาดจริงๆ ต้องเช็ดให้ละเอียดจริงๆ ไม่งั้นเอานางไม่อยู่ ดังนั้นจากที่เราเคยใช้ยี่ห้ออื่นมา เราว่า Nivea ยังเช็ดเครื่องสำอางได้ไม่สะอาดมากนัก ต้องเช็ดซ้ำหลายรอบหน่อย หน้าถึงจะสะอาดจริงๆ ส่วนการเช็ดมาสคาร่ากันน้ำก็ไม่ได้แย่ เช็ดออกได้ดีค่ะ เราชอบที่ไม่แสบตา และไม่มีกลิ่นนะ (ถ้าเทียบกับยี่ห้ออื่นที่เคยใช้ ยี่ห้ออื่นจะแสบตากว่า และก็เช็ดออกดีกว่า)  เราว่า nivea สูตรนี้อ่อนโยนมากนะ ผิวบอบบางแพ้ง่ายใช้ได้สบาย แต่อาจจะเพราะความอ่อนโยนนี่แหละ เลยทำให้เช็ดเครื่องสำอางไม่สะอาดนัก เราว่าเหมาะกับคนที่แต่งหน้าแบบ Everyday look ค่ะ แต่ถ้าใครจัดหนักมาก็เช็ดหลายรอบหน่อยละกันเนอะ

สรุป เราให้ 3/5 ดาวค่ะ      

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : เริ่มใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : อ่อนโยน, ชุ่มชื้น, ไม่ระคายเคือง
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 10 ก.ย. 2561, 10:24

ทดลองใช้ Natural Power C Miracle Brightening Complex Advanced Brightening Serum with 100% Pure Vitamin C 10% มาเกือบ 2 อาทิตย์ (13 วันเต็ม) ได้เวลารีวิวแล้ว
 
ก่อนอื่นเลยจะเล่าให้ฟังว่าเฉิ่มมาก พอแกะกล่องออกมาจะลองใช้ เรานึกว่าเป็นลักษณะดึงฝาออกมา พอดีฝาออกมาสรุปหัวหลุดเลย ต้องมาประกอบใส่เข้าไปใหม่ สรุปว่าขวดนี้เป็นเป็นแบบสุญญากาศนะจ้ะ แค่หมุน ฝาที่ซ้อนไว้ก็จะถูกดันขึ้นมาข้างบน แล้วพอมันล๊อคเข้าที่ก็กดเนื้อผลิตภัณฑ์ออกมาใช้ได้เลย เวลาใช้เสร็จ ก็หมุนกลับเข้าไปแค่นั้นเอง
 
พอใช้ครั้งแรก ที่สัมผัสได้เลยคือ เป็นเนื้อเจลสีใส มีกลิ่นหอมอ่อนๆตามสไตล์ไลน์ของกลุ่ม vitamin C ของยี่ห้อนี้ พอลูบลงไปที่หน้าถึงรู้ว่า มันเป็นลักษณะคล้ายๆซิลิโคนเคลือบผิว ผิวลื่นอย่างชัดเจน เกลี่ยง่าย ตอนที่เกลี่ยก็หอมผ่อนคลายดี
 
เราว่าตัวนี้ไม่ทำให้หน้ามันและอุดตันนะ เราเป็นคนหน้ามันอุดตันง่ายแต่ใช้แล้วก็ไม่มีปัญหา ตลอด 13 วันที่ใช้มาไม่เกิดอาการแพ้ เราใช้เช้า-เย็น ก่อนตามด้วยครีมบำรุงตัวอื่น
ความรู้สึกหลังใช้ครั้งแรกที่สัมผีสด้ชัดๆเลย คือ รู้สึกว่าผิวนุ่มดีค่ะ  
 
ตอนนี้ใช้ครบ 13 วันแล้ว ต้องบอกตามตรงว่า เราเป็นคนผิวขาว และมีจุดด่างดำเล็กน้อย มีรอบสิวที่คาง (ดูได้จากในรูป) แต่เนื่องจากสิวใกล้ๆคงเป็นสิวอุดตัน ถ้าไม่เอาสิวตรงนี้ออก รอบดำรอยนูนก็จะยังไม่หายไป ซึ่งของเรายังอุดตันอยู่ รอบดำตรงคางเลยยังอยู่
เราพยายามถ่ายรูปโดยใช้ตำแหน่งเดิม ไฟเท่าเดิม และไม่ได้แต่งรูป ตอนแรกคิดว่าไม่เห็นผลอะไร แต่พอถ่ายรูปออกมาถึงสังเกตว่า มีจุดรอยดำบางจุดที่จางลง และสีผิวโดยภาพรวมขาวกระจ่างใสขึ้น (ไม่รู้จะมองกันออกมั๊ย ต้องลอง focus เปรียบเทียบรูป before กับ after ทีละจุดๆดูนะคะ)
 
สรุป
เราชอบนะ เราว่าโอเค เพราะสกัดจาก vitaminซีแท้บริสุทธิ์ 100% ถ้าดูจากรูปจะรู้เลยว่าผิวกระจ่างใส่ขึ้น (แต่ถ้าไม่ถ่ายรูปเราดูไม่ออก) จุดด่างดำจางลงบ้าง กลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่แรงมาก คิดว่าคนที่มีผิวบอบบางน่าจะใช้ได้ เนื้อเซรั่มไม่เหนียว เกลี่ยง่าย ทาแล้วลื่น ไม่เหนอะหนะ เราเชื่อว่า ถ้าใครมีผิวหมองคล้ำจากแดดและใช้ต่อเนื่องน่าจะเห็นผลชัดเจนเลย
เราให้ 4/5 ดาว
 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : กระจ่างใส, ชุ่มชื้น, ไม่เหนอะหนะ, เหมาะกับผิวแพ้ง่าย
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 26 ส.ค. 2561, 14:11

ได้ยินชื่อเสียงของยี่ห้อนี้มานาน แต่ไม่เคยลองใช้สักครั้ง ครั้งนี้มีโอกาสลองใชสูตร Anti-brillance/Anto-shine ดู เนื่องจากเป็นเวชสำอาง เรื่องแพ้เราจึงมีความมั่นใจระดับหนึ่ง เนื้อครีมสีขาว เราว่าอามรณ์มันคล้ายๆกับพวก Eucerin หรือ Cetaphil เลย เป็นลักษณะเนื้อครึ่มกึ่งๆจะเป็นเจล เหมือนจะหนาหนักแต่พอลงผิวเนื้อไม่หนักเลย เกลี่ยง่าย ตอนแรกๆเหนอะผิวเล็กน้อย แต่ซึมไว พอสักพักซึมลงผิวก็สบายขึ้น แต่เรารู้สึกว่าหนึบๆผิวนิดๆ แต่ถือว่าน้อยมาก อยู่ในเกณฑ์ปกติของครีมกันแดด แต่ถ้าบอกว่ามันไม่เหนียวไม่มันเลยมั้ย ตรงนี้เรายังรู้สึกว่ามันก็ยังเหนียวอยู่นะ 

กลิ่นไม่มีนะ หรือถ้ามีก็เป็นกลิ่นแบบครีมกันแดดจางๆ ไม่ได้เลวร้ายอะไร 

เราเป็นคนเล่นกีฬากลางแจ้ง ตัวนี้กันน้ำ กันเหงื่อได้ดี พอเหงื่อออกครีมไม่หลุด และไม่ทำให้หน้าขาววอก ทาทุก 2 ชั่วโมงป้องกันผิวไหม้และคล้ำได้ดี 

กลับมาบ้าน ใช้ cleansing ล้างให้สะอาด แล้วค่อยตามด้วยโฟม สิวไม่ขึ้น ไม่อุดตัน โอเคเลย

เราให้ 4/5 นะ หักเรื่องความหนึบผิวนิดนึง 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ไม่ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : เริ่มใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : อ่อนโยน, ชุ่มชื้น, กันแดดได้ดี, กันน้ำ/กันเหงื่อ, ไม่ระคายเคือง, ไม่เหนอะหนะ, เหมาะกับผิวแพ้ง่าย
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : ได้รับตัวอย่างทดลองใช้
รีวิวเมื่อ 9 ส.ค. 2561, 10:16

จะบอกว่ารักมากกกกกก ชอบสุดๆ

เป็นสบู่ล้างหน้าแบบก้อนที่หอมมากกกกก หอมสดชื่น บอกไม่ถูก ตอนแรกแค่เปิดซองออกมาแล้วดมก็ชอบแล้ว กลิ่นมันดีมากกกก เป็นกลิ่นหอมสะอาด

ปกติใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าในลักษณะโฟม หรือเจล ไม่ค่อยใช้แบบสบู่ก้อนแบบนี้ ตัวสบู่มีความชาวขุ่น มาพร้อมตาข่ายตีฟอง

วิธีใช้ก็ตามที่แบรนด์บอกเลย คือเอาสบู่ใส่ข้างใน ทำให้สบู่และตาข่ายเปียก แล้วก็ขยี้ๆ ถูกๆ จากนั้นค่อยเอาฟองนั้นมาล้างหน้า แต่เรารู้สึกว่าแบบนี้ใช้ยาก เพราะตอนที่จะเอาฟองมาใช้ มันมีบางส่วนติดที่สบู่ แล้วต้องเอามือลูบๆที่สบู่ออกมาอีกซึ่งบางทีมันก็ติดออกมาไม่หมด เราเลยชอบที่จะเอาสบู่ออกจากถุงตาข่าย พอทำสบู่กับตาข่ายให้เปียก ก็เอาสบู่มาถูที่ตาข่าย ให้ตาข่ายติดๆเนื้อสบู่ออกมา แล้วก็ขยี้เฉพาะตาข่ายเปล่าๆ พอฟองเยอะ ก็เอามือรูดตาข่ายเลย แบบนี้ได้ฟองเต็มเม็ดเต็มหน่วยดี

เนื้อฟองสีขาว เนื้อวิปแน่นมาก ละเอียด ที่สำคัญคือหอม !! เอาสบู่ถูตาข่ายนิดเดียว แต่ได้ฟองอื้อเลย ถูกได้สะใจมาก สามารถถูไปถึงคอได้เลย ฟองมีความเป็นเนื้อวิปโฟมมาก (ทำได้ดีไม่ต่างจากโฟมล้างหน้าวิปโฟมหลอดฟ้ายี่ห้อหนึ่งจากประเทษญี่ปุ่น...รู้นะหมายถึงยี่ห้อไหน) ตอนที่ถูกับหน้าก็ผ่อนคลายมาก เพราะกลิ่นหอม

ตอนที่จะล้างก็ล้างออกง่าย และผลลัพท์ที่ได้คือ หน้ากระจ่างใจอย่างชัดเจน(ตั้งแต่ครั้งแรก) ผิวนุ่ม ไม่แห้งตึง ยืดหยุ่น เราใช้มาได้สักพักรู้สึกว่าสิวลดลงด้วย เราว่าล้างหน้าได้สะอาดใช้ได้เลยนะ แต่ไม่เคยลองล้างเครื่องสำอางสักที แต่ส่วนตัวมองว่าถ้าแต่งหน้า ยังไงก็ควรทำความสะอาดด้วย cleansing ก่อนทุกครั้ง แล้วตามด้วยสบู่ตัวนี้จะดีกว่า

ก้อนนึงใช้ได้นานนนนน แต่เวลาใช้เสร็จ ต้องแยกสบู่ออกจากตาข่าย ต้องไปผึ่งตาข่ายให้แห้ง ถ้าเอาสบู่เปียกๆใส่ไว้ในตาข่ายจะทำให้สบู่เปียกและเหลว จะทำให้สบู่หมดง่าย และอย่าให้น้ำขังที่ก้อนสบู่ เพราะสบู่จะละลายนะ เราใช้มา 1 เดือนแล้ว ใช้ทุกวัน เช้า-เย็น ยังไม่มีทีท่าว่าจะหมด ก้อนนึงร้อยกว่าบาทถือว่าไม่แพงเลย ถ้าหมดซื้อต่อแน่นอนเพราะชอบมากๆๆๆจริงๆ

สบู่ตัวนี้มีสารบำรุงที่ดีต่อผิวเยอะมากๆนะ ล้างหน้าแล้วก็ได้บำรุงผิวไปด้วย เป็น item ที่ดีมากๆเลยนะสำหรับเรา

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : รักษาสิว, ทำความสะอาดได้ดี, กลิ่นหอม, ชุ่มชื้น, ล้างออกง่าย, ไม่แห้งเป็นขุย
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : อื่นๆ
รีวิวเมื่อ 7 ส.ค. 2561, 13:17

สูตรนี้เป็นสูตรใหม่ Anti-Aging Lotion เหมือนสำหรับซ่อมแซมเรื่องผิวแก่ เหมาะสำหรับคนที่มีริ้วรอยโดยเฉพาะ

ซึ่งสูตรนี้ใช้เทคโนโลยี Elasgrow  เป็นการสร้าง Elastin เพื่อนยึกเกาะ collagen ใต้ชั้นผิว ให้ผิวมีความยืดหยุ่น กระชับ และยังประกอบด้วย 3D Hyaloronic Acid ล๊อคความชุ่มชื่นด้วย

 

โลชั่นตัวนี้เป็นโลชั่นหนืดๆ สีขาวขุ่นๆ ไม่มีกลิ่น เนื้อสัมผัสเหมือนจะเหนียว ทาลงไปที่หน้าตอนแรกคิดว่าจะเหนียว แต่แป๊ปเดียวก็ซึมลงผิว พอซึมลงผิวแล้ว รู้สึกว่าหน้าชุ่มชื่นทันทีเลย อันนี้เห็นชัดมาก โลชั่นตัวนี้ไม่มีความมันเลย ไม่ต้องกลัวอุดตัน

ตามปกติ ยี่ห้อ Hada Labo เด่นในเรื่องของ Hyaloronic Acid อยู่แล้ว เพราะเน้นเรื่องของความชุ่มชื่นของผิว ดังนั้น สูตรใหม่ตัวนี้ก็ยังคงคอนเซปต์เดิม ไม่ทำให้ผิดหวัง คือผิวชุ่มชื่น เหมาะมากสำหรับคนผิวแห้ง เพราะเติมน้ำให้ผิว กักเก็บความชุ่มชื่นได้ดีมาก ส่วนคนผิวมันก็ใช้ได้นะ อย่างเราเป็นคนผิวมันก็ใช้ได้สบาย เพราะมันเป็นการล๊อคความชุ่มชื่นใต้ผิว ให้ผิวอิ่มน้ำ มันไม่ได้ไปเพิ่มความมันทำให้หน้ามันเลย ทั้งผิวแห้งและผิวมันใช้ได้สบาย เมื่อผิวมีความชุ่มชื่น ริ้วรอยต่างๆก็จะเกิดได้ยาก เรารู้สึกว่า พอผิวชุ่มชื่น อิ่มน้ำ มันทำให้หน้าดูฟู สดใส กระชับนะ นี่ขนาดใช่แค่ 3-4 วัน

สำหรับเรื่องริ้วรอย เราว่าต้องใช้ต่อไปให้นานกว่านี้ แต่ที่แน่ๆคือ รู้สึกว่าผิวมีความยืดหยุ่นขึ้นเยอะ เรารู้สึกว่าหน้านุ่ม ฟู และชุ่มชื่นดี

Hada Labo ไม่ทำให้ผิดหวังนะ เป็นโลชั่นที่อ่อนโยน และควรใช้ประจำก่อนกี่บำรุงขั้นตอนอื่นๆ เราคิดว่าถ้าใช้ต่อเนื่อง น่าจะช่วยเรื่องซ่อมผิวแก่ได้ (ถึงตอนนี้จะยังไม่เห็นผล) เพราะแค่ลองใช้ไม่กี่วัน ก็รู้สึกว่าสุขภาพผิวดีขึ้นแล้ว คนอายุ 30 อัพ น่าจะเป็น must have item!!

 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : เริ่มใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : อ่อนโยน, ชุ่มชื้น, ไม่เหนอะหนะ, ไม่แห้งเป็นขุย
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : ได้รับตัวอย่างทดลองใช้
รีวิวเมื่อ 7 ส.ค. 2561, 12:19

ซื้อมาจากที่ญี่ปุ่น เวลาไปทุกครั้งก็จะขนกลับมา พอหมดก็มาซื้อต่อที่ watson เป็นยี่ห้อแรกที่ใช้เนื้อโฟมแบบวิป

เนื้อผลิตภัณฑ์ : ชอบที่เนื้อโฟมหนักและแน่นมาก เนื้อครีมสะขาวหนืด ถ้าผสมน้ำจะแตกตัวและลื่นขึ้น เกิดฟองมหาศาน บีบมานิดเดียวแต่ทำเป็นวิปโฟมได้เยอะ ประหยัดมาก ยิ่งถ้าใช้คู่กับตาข่าวตีฟองยิ่งได้ฟองเยอะ ล้างคอได้หมดเลย แต่วันไหนถ้าเราขี้เกียจก็จะผสมน้ำเฉยๆ ไม่ได้ใช่คู่กับตาข่ายตีฟอง แต่ก็โอเคมากแล้ว เนื้อวิปก็ยังเยอะและนุ่มอยู่ดี 

เรื่องกลิ่น : เรารู้สึกว่ามันไม่มีกลิ่นนะ หรือถ้ามีกลิ่นก็มีนิดๆ แต่ไม่ใช่กลิ่นที่หอม เป็นกลิ่นธรรมดามากๆ ส่วนตัวถ้าใส่กลิ่นอ่อนๆจะยิ่ง work

ความรู้สึกหลังใช้ : ล้างหน้าสะอาดและชุ่มชื่น ไม่แห้งเอี๊ยด  หลังล้างหน้าจะรู้สึกหน้านุ่มและชุ่มชื่น และหน้าเหมือนจะกระจ่างใสขึ้น ล้างหน้าได้สะอาดและไม่ทำให้เกิดสิวค่ะ แต่ไม่เคยใช้ล้างเครื่องสะอางเพียวๆนะ ถ้าแต่งหน้าจัดแนะนำให้ใช้ cleansing ก่อนจะดีกว่า 

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

รีวิวนี้จะพูดถึง Senka สูตรใหม่นะคะ ซึ่ง

อย่างที่บอกไปว่า ก่อนหน้านี้ใช้ Senka perfect whip หลอดสีฟ้า ซึ่งตอนนั้นไปได้มาจากญี่ปุ่น และใช้มาตลอด (คาดว่าจะเป็นสูตรเก่า) แต่ตอนนี้ได้ลองสูตรใหม่ ที่ทางแบรนด์เคลมว่า ฟองหนานุ่ม และเนียนละเอียดยิ่งกว่าสูตรเดิม ผลที่ใช้ออกมา ไม่ผิดหวังค่ะ !!

 

เราบีบประมาณ 2 เซน ผสมน้ำ และใช้คู่กับตาข่ายตีฟอง ซึ่งยี่ห้อนี้ตีฟองง่ายอยู่แล้ว เนื้อฟองหนักและขึ้นง่ายมากกกก ฟองแน่นมากๆๆๆ เวลาล้างหน้าเข้าจมูกเลย ฮ่าๆๆๆ ฟองละเอียดและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เวลาที่ถูกไปกับหน้า เนื้อฟองมันหนาและเยอะคนมือเราไม่สามารถที่จะสัมผัสหน้าได้ ซึ่งนี่เป็นข้อดีเพราะการใช้ฟองทำความสะอาดหน้าจะช่วยลดการเกิดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี ฟองเยอะขนาดนี้เราเอามาล้างได้ทั่วเลย ล้างสะอาดไปถึงคอเลยค่ะ

 

ต่อมาเราลองบีบโฟมในปริมาณที่น้อยลง คือ 1 ซม. และไม่ได้ใช้ตาข่ายตีฟอง แค่ผสมน้ำนิดหน่อยแล้วถูๆ (ต้องผสมน้ำเพิ่มนะ เพราะเนื้อโฟมมีความเข้มข้นและหนืด ถ้าไม่ผสมน้ำจะไม่มีฟอง) ค่อยๆเหยาะน้ำเพิ่มเข้าไป ถึงแม้ว่าฟองจะไม่ได้ฟูขึ้นอลังกาลเหมือนใช้คู่ตาข่าย แต่ก็ถือว่าฟองเยอะมากถ้าเทียบกับโฟมล้างหน้าทั่วไป สามารถล้างได้ทั่วหน้าและทั้งคอเลยค่ะ

 

กลิ่นของ Senka หลอดสีฟ้าจะอ่อนๆนะ ไม่เข้ม แต่เราไม่รู้ว่ากลิ่นเหมือนอะไร แต่ไม่ใช่พวกแนวดอกไม้แน่นอน

 

หลังใช้รู้สึกว่าหน้ากระจ่างใสขึ้น และที่สำคัญคือไม่แห้งตึง (แต่ถ้าซับหน้าแล้วปล่อยไว้นานไม่รีบทาครีมบำรุงหน้าก็แห้งเหมือนกัน) และรู้สึกว่าหน้านุ่มชุ่มชื่นดี

 

สรุปโดยรวมแล้วเราชอบนะ เพราะเหมือนมันจะฟองหน้าและละเอียดกว่ารุ่นเก่า ที่สำคัญคือหลอดใหญ่ ใช้ปริมาณน้อย ราคาไม่แพงเลย ใช้ไปได้ยาวๆๆๆ คุ้ม ^^

 

Senka ตัวนี้ เราว่าค่อนข้างอ่อนโยนและใช่ได้กับทุกสภาพผิว ทั้งผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม หรือเป็นสิว (แต่ไม่ได้ช่วยลดสิวเพราะไม่มีสารกำจัดสิว) แต่ระวังอย่างเดียวสำหรับคนที่ผิวแพ้ง่ายเพราะมีน้ำหอมนิดนึง (แต่ไม่มาก) อยากรู้ว่าจะแพ้หรือไม่แพ้ต้องลองพิสูจน์นะ แต่เราเลิฟฟฟฟฟฟ

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : ใช้ซ้ำ
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : กระจ่างใส, ทำความสะอาดได้ดี, อ่อนโยน, ชุ่มชื้น
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 6 ส.ค. 2561, 17:13

ได้รับ Anti-Melasma Cream ของ Concept จากการร่วมกิจกิจกรรม แต่ก่อนหน้านี้ได้อ่านรีวิวมาบ้างแล้ว รู้สึกว่าน่าใช้เพราะทางแบรนด์เคลมว่าเห็นผลภายใน 3 อาทิตย์ 

ส่วนตัวเราเป็นคนไม่ค่อยมีฝ้าเพราะจะทาครีมกันแดดตลอด (ตรงใต้ตาที่เป็นวงๆไม่ใช่ฝ้านะ อันนั้นเกิดจากความผิดปกติของผิวหน้าส่วนตัว เค้าถามหมอมาแล้ว) อาจจะมีสีผิวไม่สม่ำเสมอบ้างเล็กน้อย เราเคยได้ยินมาตลอดว่า คนที่ใช้ยาทาฝ้า พอหยุดยาปุ๊บฝ้าก็จะกลับมาเป็นมากกว่าเดิม เราจึงกลัวครีมทาฝ้ามาตลอด แต่ของ concept ตัวนี้ เคลมว่าสามารถหยุดทาได้เลย โดยไม่ต้องกลัวว่าฝ้าจะเป็นเยอะขึ้น ไม่มีผลข้างเคียง หน้าไม่บาง ฟังดูแล้วน่าสนใจมาก 

หลอดมีลักษณะปลายแหลม ทำให้สามารถควบคุมปริมาณเนื้อครีมได้ง่าย พอบีบเนื้อครีมออกมา เป็นครีมสีขาวขุ่น เนื้อไม่หนัก และไม่เหลวจนเกินไป ลักษณะครีมกึ่งเจล มีกลิ่นแรงพอสมควร เราว่ากลิ่นมันเหมือนยานะ

ลองทาไปที่แก้มบางๆก่อน ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้เลยคือ แสบๆผิวเล็กน้อย เราไม่เคยใช้ครีมทาฝ้ายี่ห้ออื่นมาก่อนเลยไม่รู้ว่ายี่ห้ออื่นเป็นมั้ย หรือนี่คืออาการแพ้ของเราที่มีต่อยี่ห้อนี้ แต่แสบไม่มาก ไม่ถึง 1 นาทีก็หาย เราเลยไม่ได้ล้างออกอะไร เพราะคิดว่าถ้าแพ้ มันควรจะแสบนานกว่านี้ หรือคันกว่านี้ สรุปเลยทนไปก่อน

วันถัดมาลองใช้อีกครั้ง มีอาการแสบเล็กน้อยเหมือนเดิม เป็นช่วงสั้นๆไม่กี่วินาที แล้วก็หาย หลังจากนั้นอีก 2-3 วัน พอทาครีมตัวนี้ อาการแสบก็ไม่มีแล้ว เราจึงคิดว่า น่าจะเป็นอาการปกติของผู้ใช้เริ่มแรกมากกว่า ตอนนี้ใช้ครบ 4 อาทิตย์แล้ว ก็ไม่มีปัญหาจ้า

ย้อนกลับมาเรื่องระหว่างใช้งาน เนื้อครีมสีขาว พอทาไปที่หน้าจะให้ความรู้สึกชุ่มชื่นเล็กน้อย เราเลือกทาเฉพาะปริเวณแก้มที่มีรอยดำบางๆ เช้าและเย็น หลังจากลงเซรั่มหรือน้ำตบต่างๆ ทาไปไม่นานเนื้อครีมก็ซึมลงผิว มาเหนียว ไม่เหนอะหนะ เกลี่ยง่าย

หลังจากใช้จนครบ 4 สัปดาห์ (เราใช้ 1 เดือนเลย) เรารู้สึกว่าจุดด่างดำจางลง และสีผิวปริเวณแก้มสม่ำเสมอมากขึ้น ฝ้า(ที่มีจางๆ) ก็จางลง เราพยายามถ่าย before กับ after ให้ดู แต่ไม่แน่ใจว่าจะเห็นกันมั้ยนะคะ เพราะใช้กล้องหน้าจากมือถือถ่าย นี่พยายามถ่ายให้ชัดที่สุดแล้ว

สรุป เรามองว่าเป็นครีมที่ฝ้าที่อ่อนโยนนะ เกลี่ยง่าย บางเบา ไม่หนักผิว ที่สำคัญคืออ่อนโยนและไม่ทำร้ายผิวด้วย หยุดทาได้ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นฝ้ามากขึ้น

เราให้ 4/5 คะแนน หักเรื่องกลิ่น รู้สึกเหมือนยาไปหน่อย +ความรู้สึกแสบช่วงแรกๆไปล่ะกัน

 

 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : กระจ่างใส, อ่อนโยน, ชุ่มชื้น, ลดจุดด่างดำ, ไม่เหนอะหนะ
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 5 ส.ค. 2561, 10:16

บอกตามตรงเลยว่าที่ซื้อเพราะเห็นโฆษณาของลิเดีย และเหล่า Blogger หลายๆคนที่มาทำการเทสผ่านเครื่องทดสอบแล้วจำนวนเส้นริ้วรอยมันลดลง 

ตอนแรกก่อนใช้เราชอบแพกเกจจิ้งนะ เพราะเป็นลักษณะบีบออกมา มือไม่ต้องสัมผัสกับครีมเลยรู้สึกว่าครีมจะได้สะอาดเสมอ แต่พอซื้อมาแล้ว เราว่าตรงหลอดมันนิ่มเกินไป มีส่วนหัวปั๊มอย่างเดียวที่แข็ง เลยรู้สึกว่าบีบยาก ที่สำคัญคือ พอใช้ไปนานๆ หัวปั๊มไม่ยอมปั๊มครีมขึ้นมา ต้องใช้มือบีบเนื้อครีมที่หลอดให้มากองๆกันอยู่ใกล้ๆหัวปั๊ม แล้วถึงบีบได้ ซึ่งเราว่าถ้าจะทำแบบนี้ ทำเป็นขวดสูญญากาศที่ค่อยๆไล่เนื้อครีมขึ้นมาเองจะดีกว่า

เนื้อครีมสีเหลือง เป็นเนื้อครีมเกือบๆจะกึ่งซิลิโคน มีกลิ่นหอมนิดๆ เนื้อค่อนข้างเข้มข้น แต่ทาแล้วไม่หนักหน้ามากเพราะค่อนข้างเกลี่ยง่าย ทาแล้วไม่ขาววอก (ไม่เหมือน day cream ในไลน์เดียวกัน ตัวนั้นปรับสีขาวขึ้นมาก) 

ตอนแรกเรางงว่าใช้ตอนไหน ใช้ก่อนลงครีมบำรุง หรือใช้แทน day cream night cream ไปเลย จึงถามไปทางแอดมินของเพจ ponds ทางแอดมินแนะนำว่าควรทาเฉพาะกลางคืนเพราะมีส่วนผสมของวิตามินเออยู่ ถ้าทาตอนกลางวันจะไวต่อแสง แต่ด้วยความที่ฉลากระบุว่าทาได้ทั้งกลางวันและกลางคืน และโฆษณาที่ Blogger ทำออกมาเค้าก็ทาทั้งกลางวันและกลางคืน เราเลยทาตั้ง 2 เวลา แต่ไม่ลืมที่จะทาครีมกันแดดแน่นอน 

สำหรับการใช้ที่ถูกต้อง มีสองวิธีคือ 1)ทาโดยลงก่อนการทาครีมบำรุง หรือ 2) จะทาแทนครีมบำรุงไปเลยก็ได้ สำหรับเรา ถ้าวันไหนรีบก็ทาตัวนี้แล้วตามด้วยครีมกันแดดต่อเลย ง่ายดี แต่ถ้ามีเวลา เราจะลงตัวนี้ก่อน แล้วค่อยลงด้วย day หรือ night cream อีกที 

เราใช้มาเกือบจะค่อนหลอดแล้ว ไม่รู้ว่าริ้วรอยมันลดลงมั้ย เราคิดว่าถ้าอยากรู้ว่ามัน work มั้ยก็ต้องไปทดสอบด้วยเครื่องทดสอบแบบที่พวก beauty blogger เค้าทำ แต่จากการสังเกตุเองตามปกติก็รู้สึกว่าหน้ามีความยืดหยุ่นมากขึ้น ชุ่มชื่น และเนียนเรียบขึ้นนะ แต่ที่สำคัญคือ เรารู้สึกว่า เป็นครีมที่ต้องทา เพราะด้วยคำเคลมที่บอกว่าใช้ เทคโนโลยี Retinol-C Complex ช่วยลดเลือนริ้วรอยแบบ non-stop เราเลยรู้สึกว่า ต่อให้ช่วยเรื่องริ้วรอยได้หรือไม่ได้ยังไง แต่ทาไว้อุ่นใจกว่า 

ถ้าหมดคงซื้อต่อ (เพื่อความอุ่นใจ) เพราะราคาไม่แพง สมเหตุสมผล ใช้ได้นานค่ะ 

โอเคอยู่นะ ให้ 5/5 เลย 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ลดริ้วรอย, เหมาะกับผลิตภัณฑ์นี้, ไม่เหนอะหนะ
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : ดรักสโตร์ (วัตสัน, บู๊ทส์, ซูรูฮะ, โอเกนกิ)
รีวิวเมื่อ 4 ส.ค. 2561, 10:02

เราไม่เคยใช้ครีมของ Ponds มาก่อน แต่พอตัวนี้ออกมา อ่านคำโฆษณาของแบรนด์เลยตัดสินใจลองใช้ดู 

เราซื้อมาจากเซเว่น เนื้อครีมหอม มีสีชมพู เนื้อค่อนข้างหนัก ทาแล้วปรับสีผิวให้ขาวขึ้นเฉดนึง (เพราะเนื้อครีม) เราไม่ใช่พวกเน้นผิวขาว ตอนแรกที่ทาตกใจมากเพราะหน้าลอย วันหลังเลยลดปริมาณการทาลงซึ่งก็โอเค หน้าไม่ลอยมาก แต่ออกขาวนวล ดูเนียบเรียบและกระจ่างใสดี หลังจากนั้นเราเลยไม่ทาเยอะมาก เราคิดว่าคนที่ชอบให้หน้าขาวๆน่าจะถูกใจ

ความรู้สึกหลังทาคือ ผิวมันกระจ่างใสขึ้น และรู้สึกว่าผิวฟูๆเต็มๆขึ้นนะ ให้ความชุ่มชื่นปานกลาง ไม่ได้ทำให้ผิวมันเยิ้มอะไรมาก และไม่อุดตัน แต่ด้วยความที่เรารู้สึกว่าเนื้อครีมจะเป็นลักษณะ "เกือบๆจะเป็นซิลิโคนแต่ก็ยังไม่ใช่ซิลิโคน" เรากลัวจะอุดตัน เลยแนะนำให้ล้างหน้าให้สะอาด

ครีมตัวนี้ผสมสารกันแดดด้วยแต่ยังถือว่าอยู่ในปริมาณที่น้อย เพราะยังไงมันก็คือครีมบำรุงไม่ใช่ครีมกันแดด ดังนั้น ก่อนออกจากบ้านเราแนะนำว่าต้องทาครีมกันแดดอยู่ดี หวังพึ่งตัวนี้ตัวเดียวไม่ได้

ตอนนี้ใช้จะหมดแล้ว เราไม่รู้สึกว่าช่วยเรื่องริ้วรอยเท่าไหร่ (อาจจะเพราะซื้อกระปุกเล็ก) คิดว่าน่าจะต้องใช้ต่อเนื่องให้นานกว่านี้ แต่โดยรวมก็โอเคนะ 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ลดริ้วรอย, ชุ่มชื้น, ไม่ระคายเคือง, ไม่เหนอะหนะ
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : ร้านสะดวกซื้อ (7-11, แฟมิลี่ มาร์ท, ลอว์สัน)
รีวิวเมื่อ 4 ส.ค. 2561, 09:38

จริงๆเราว่าเนื้อแป้งโอเคเลยนะ ทาแล้วหน้าเนียนดี แต่มีเฉดเดียวและค่อยข้างเข้ม เราเป็นคนผิวขาว พอทาแล้วตายสนิท มีแต่คนทักว่าทำไมหน้าดำขึ้น (เราก็ว่ามันเปลี่ยนสีผิวให้ดำไปเลย) ดังนั้น เราว่าเหมาะกับคนผิวสองสีมากกว่า คนขาวไม่ผ่าน แต่เรื่องความเนียนเรียบโอเคเลย

เราคาเบาๆ คุ้มนะ คุมมันได้ปานกลาง 

สรุป 3/5 ถ้ามีสัก 2 เฉดสีจะดีมาก คนผิวขาวใช้ไม่ได้จ้า T_T 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ไม่ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : เคยใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ปกปิดรูขุมขน, ควบคุมความมัน, เกลี่ยได้ง่าย, เรียบเนียน
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : ซุปเปอร์มาร์เก็ต (โลตัส, บิ๊กซี, ท็อปส์, แม็กซ์แวลู, โฮม เฟรช มาร์ท)
รีวิวเมื่อ 4 ส.ค. 2561, 09:25

เป็นคนชอบใช้ออยล์อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพวก rose hip oil หรือ argan oil สำหรับตัวก็ใช้พวก baby oil ตลอด เพราะรู้สึกว่ากักเก็บความชุ่มชื่นได้ดีกว่าโลชั่น พอ nivea ออกตโปรดักส์ใหม่เป็น Oil in lotion ขึ้นมาเลยรู้สึกว่าน่าลองมาก 

 

ลองซื้อสูตร Cherry Blossom & Jojoba Oil มาใช้ก่อน ไม่ผิวหวังเลย ก่อนอื่นคือหอมมากกกกก หอมแบบสดชื่น แต่เราว่ากลิ่นอาจจะแรงไปนิดนึงนะ แต่ไม่ถึงกับฉุน ใครที่จมูกไวหรือภูมิแพ้อาจจะรู้สึกว่ามันกลิ่นแรงไปนิด เวลาทารู้สึกเลยว่า พอทาให้ซึมหมด มือมันจะเป็นลื่นๆมันๆเหมือนออยล์ คือไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่ความรู้สึกหลังจากใช้คือมันต่างจากโลชั่นธรรมดาแน่นอน คือจะมีความชุ่มชื่น และหลงเหลือความมันวาวนิดๆของออยล์เอาไว้ แต่ไม่ต้องห่วงว่ามันจะมัน จะเหนียวนะ เพราะมันจะสัมผัสความรู้สึกนี้แค่ช่วงสั้นๆหลังจากที่ออยล์ซึมลงผิวใหม่ๆ สักพักก็จะหายเป็นปกติ (แต่เราคอนเฟิร์มว่า ความรู้สึกหลังใช้ oil in lotion ของ nivea ตัวนี้ ต่างจากโลชั่นธรรมดาแน่นอน) ชุ่มชื่นดีระดับนึงเลย ทาหน้าร้อนได้นะ ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพราะเนื้อครีมไม่หนักมาก มีลักษณะเกือบจะเหลียว (แต่ไม่เหลว) อารมณ์กึ่งๆครีม กึ่งๆเซรั่ม ค่อนข้างบางเบา เกลี่ยง่่าย ส่วนถ้าจะทาหน้าหนาวก็เอาอยู่ โอเคมากๆ 

ชอบมากจนต้องสอยกลิ่น rose มาด้วย เพราะอยากตัวหอมๆ แต่สรุป แพ้จ้า กลิ่นแรงและฉุนเกินไป เราแสบสมูก เลยยกให้น้องสาวไปแล้ว แต่หอมใช้ได้เลยนะ (คือเรามีโรคประจำตัวคือภูมิแพ้ แล้วบังเอิญไปแพ้กลิ่น rose ของ nivea ตัวนี้พอดี เราว่ามันฉุนไปนิด) 

 

สรุป ว่ามันเป็นโลชั่นที่โอเคมากๆ หมดแล้วซื้อต่อแน่นนอน ราคาไม่แพง ชุ่มชื่นดี หอม เกลี่ยง่าย โอเคเลย 

สำหรับสูตรที่เราใช้อยู่ Cherry Blossom & Jojoba Oil เราให้ 5/5 

 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : กลิ่นหอม, ชุ่มชื้น, ไม่เหนอะหนะ
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : ดรักสโตร์ (วัตสัน, บู๊ทส์, ซูรูฮะ, โอเกนกิ)
รีวิวเมื่อ 3 ส.ค. 2561, 18:02

ตัวนี้คือครีมกันแดดสำหรับคนหน้ามันที่ดีที่สุดตั้งแต่ใช้มา เราเป็นคนชอบลองของใหม่และเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่เท่าที่ใช้มา ตัวนี้หน้าไม่มันเลย เหมาะกับคนหน้ามันมากๆๆๆๆ เอาอยู่จริงๆ แต่อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับคนหน้าแห้งเพราะอาจจะทำให้ผิวแห้งเกินไป 

ทาแล้วผิวไม่วอก ซึมลงทันที กันแดด กันน้ำได้ดี เพราะค่า SPF สูงปรี๊ด 

แต่ส่วนตัวเรามองกว่ามีแอลกอฮอล์นะ (แต่ไม่แน่ใจไม่ได้อ่านฉลากว่ามีส่วนผสมอะไรบ้าง) เพราะกลิ่นมันแอบแรง แต่ถ้าไม่ใช่คนผิวแพ้ง่ายอะไรคิดว่าใช้ได้ไม่มีปัญหา 

ถึงเป็นครีมกันแดดที่มีลักษณะเป็นเนื้อครีมสีขาว แต่ไม่หนักหน้าเลย ครีมไม่ได้เหนียวหนืดแต่กลับซึมลงผิวเร็วมาก พอซึมหมดแล้วหน้าจะมีความแมทท์มากๆ ชอบๆๆๆ 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : เคยใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ควบคุมความมัน, ไม่ระคายเคือง, ไม่เหนอะหนะ
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : ดรักสโตร์ (วัตสัน, บู๊ทส์, ซูรูฮะ, โอเกนกิ)
รีวิวเมื่อ 31 ก.ค. 2561, 10:12

ได้ทดลองใช้ Ultimate Renewal Concentrated Serum มาแล้ว 1 อาทิตย์ 

ต้องบอกก่อนว่า serum ตัวนี้ผลิตที่ประเทศญี่ปุ่น แพคเกจจิ้งมีความหรูหรามาก ทางแบรนด์เคมว่าเน้นช่วยในเรื่องของริ้วรอยและยกกระชับ เราว่าเหมาะกับคนที่อายุ 30 อัพนะ ถึงจะยังไม่มีริ้วรอยก็ควรเริ่มใช้ได้แล้ว แต่ถ้ามีริ้วรอยแล้วต้องรีบใช้ด่วนเลย เพราะมันจะช่วยทั้งเรื่องความตึงกระชับและความหย่อนคล้อย 

เนื้อเซรั่มเป็นสีขาวขุ่น เนื้อบางเบา ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่คงความนุ่มชุ่มชื่น เนื้อเซรั่มมีความข้นในระดับกลางๆ ไม่เหลวจนเกินไป มีกลิ่นหอมอ่อนๆ 

พอทาปุบจะให้ความรู้สึกชุ่มชื่นและฉ่ำนำ้ทันที แต่ไม่ทำให้หน้ามันนะ เพราะไม่กี่นาทีก็ซึมลงผิวหมด แต่ยังให้ความรู้สึกชุ่มชื่นอยู่ ส่วนตัวเราไม่ทาที่ใต้ตา เพราะมีส่วนผสมของน้ำหอม เรากลัวระคายเคือง คนผิวแพ้ง่ายอาจต้องลองเทสให้ดีก่อน แต่ถ้าไม่แพ้ บอกได้เลยว่าตอนที่ค่อยๆทาเซรั่มและได้กลิ่นหอมอ่อนๆไปด้วย ทำให้รู้สึกผ่อนคลายจริงๆ 

เราทาเป็นอันดับแรก ก่อนลงครีมบำรุงตามปกติ ทาเช้าและเย็น ผ่านมา 1 อาทิตย์ ผลลัพท์ที่สังเกตุได้คือ รู้สึกว่าผิวกระชับและเด้งกว่าเดิมนิดนึง มีความยืดหยุ่นและชุ่มชื่น ผิวฟูขึ้นและดูสุขภาพดี ผิวไม่โทรม ไม่เหี่ยว  แต่เรื่องของริ้วรอยเราคิดว่าอาจจะต้องใช้ต่อเนื่องให้ยาวนานกว่านี้ 

เซรั่มตัวนี้ เหมาะจริงๆกับคนที่มีริ้วรอยและผิวไม่กระชับนะ และยังเหมาะกับคนผิวแห้งด้วย เพราะมีส่วนผสมของเซอรามายด์ที่ช่วยให้ความชุ่มชื่น แต่ไม่ต้องกังวลว่าหน้าจะมันนะ (เราก็เป็นคนผิวมัน) เพราะมันให้ความชุ่มชื่นแต่ไม่ทำให้หน้ามันจ้า 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ลดริ้วรอย, ชุ่มชื้น, ไม่เหนอะหนะ
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 25 ก.ค. 2561, 14:26

สูตรนี้เป็นสูตรใหม่ ผสม collagen เห็นแพคเกจจิ้งแล้วเป็นสีชมพูสดใสน่าใช้มาก

เป็นสูตรที่สกัดจาก สารสกัดจากรังไหมสีขาว (ไวท์ โคคูน) และดับเบิ้ล ไฮยาลูรอนิคแอซิด ที่ช่วยมอบผิวเนียนนุ่ม และคงความชุ่มชื่นไม่ให้ผิวแห้งตึง และคอลลาเจนที่ทำให้ผิวหน้าดูกระชับ

 

ที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือ เนื้อครีมจะเป้นสีครีม-เหลืองๆ แตกต่างจากสูตรสีฟ้าที่เนื้อครีมขาวสนิท แต่ยังคงกลิ่นอ่อนๆเช่นเดิม ทางแบรนด์เคลมว่าเป็นกลิ่นดอกไม้ แต่ส่วนตัวเราไม่รู้ว่ามันคือกลิ่นของอะไร แต่คิดว่ากลิ่นมันก็คล้ายๆกับสูตรสีฟ้านะ

เนื้อครีมยังคง concept เหนียวๆ ข้นๆเช่นเดิม บีบออกมา 1 -2 เซน. ผสมน้ำเล็กน้อย ฟองเพียบ ถ้าใช้คู่กับตาข่ายตีฟองก็จะได้ฟองนุ่มๆ ฟูๆ หนาๆ ฟอกได้ทั่วหน้าและลำคอเลย

 

หลังจากการใช้ เรารู้สึกว่าหน้ากระจ่างใสขึ้น ไม่แห้งตึง แต่ชุ่มชื้นดี ส่วนเรื่องความกระชับรึเปล่าเรายังสังเกตุไม่ออก อาจจะต้องใช้เวลาทดลองให้นานกว่านี้ เพราะนี่เพิ่งลองใช้ต่อเนื่องมา 3-4 วันเอง

 

โดยรวมคือดี ไม่ผิดหวัง เป็นโฟมที่คุ้มค่า หลอดใหญ่ ใช้นิดเดียว ฟองเยอะ คือว่าคุ้มมาก และทำความสะอาดได้เป็นอย่างดีแต่ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ราคาก็น่ารัก สบายกระเป๋ามากๆค่ะ

 

 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : เริ่มใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : กระจ่างใส, ทำความสะอาดได้ดี, อ่อนโยน, ชุ่มชื้น
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : กิจกรรม cosmenet.in.th
รีวิวเมื่อ 23 ก.ค. 2561, 16:36

ถ้าเป็น eye shadow ต้องยี่ห้อนี้เท่านั้นค่ะ เพราะเม็ดสีชัดเจนมาก ลงนิดเดียวก็เห็นสีแล้ว และมีความติดทนมาก สีสวย เป้นธรรมชาติ จะใช้เป็นแบบ everyday use โทน natural look ก็ดี หรือถ้าต้องออกงานก็สามารถแต่งให้เข้มได้ ราคาอาจสูงแต่ไม่ผิดหวังแน่นอน 

  • เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
  • รีวิวผลิตภัณฑ์เมื่อ : กำลังใช้
  • ผลลัพธ์หลังการใช้ : ติดทนนาน, เม็ดสีชัดเจน, กันน้ำ/กันเหงื่อ, สีสม่ำเสมอ, เฉดสีหลากหลาย, ใช้งานง่าย
  • ซื้อผลิตภัณฑ์จาก : ชอปปิ้งออนไลน์
รีวิวเมื่อ 20 ก.ค. 2561, 09:42

REVIEW

Whitening Roll On Less Shave
Twelve Plus
Whitening Roll On Less Shave


ทเวลพลัสคือแบรนด์โรลออนแรกๆเลยที่เรารู้จัก เพราะพี่สาวใช้ เลยได้แอบลองใช้บ้างค่ะ จนมามีโอกาสได้กลับไปทดลองใช้อีกครั้ง โดยเราเลือกสูตร Stealing Heart แบรนด์เคลมว่าช่วยเรื่องของผิวใต้วงแขนที่ขาวมากขึ้นกว่าเดิม +ช่วยลดการเกิดขนช้า

*แพ็คเก็จ
ขวดแก้วสีขาว มีน้ำหนัก ฝาหมุนเปิดง่าย แต่หัวลูกกลิ้งต้องหมุนเองก่อนค่ะ ถึงจะเจอเนื้อโรลออน

*กลิ่น
จะมีความหอมตามสไตล์ทเวลพลัสเลยค่ะ คิดว่าใส่น้ำหอมมาพอสมควร กลิ่นติดตัวไปเลย

*ราคา 67 บาท หาซื้อได้ง่าย

*ผลลัพธ์หลังใช้ผลิตภัณฑ์
เนื้อโรลออนจะมีความทิ้งตัวเล็กน้อยหลังทา แต่ไม่เมือก ไม่มันมาก เคล็ดลับของเราคือทาไว้กแล้วเป่าพัดลมก่อน แล้วค่อยสวมเสื้อ คือจะไม่สวมทันทีค่ะ แต่ไม่มีคราบเหลือง เรื่องของความขาว ด้วยเราเป็นคนผิวขาวอยู่แล้วเลยไม่เห็นความต่างมาก ส่วนเรื่งอชะลอการเกิดขน รู้สึกว่าโอเค ขนมีความอ่อนนิดนึงค่ะ คืออยากเก็บผลให้ครบ 2สัปดาห์ แต่เราจะเจออาการคันภายหลัง แล้วมีตุ่มแดงๆเลยจำเป็นจะต้องหยุดใช้ น่าจะเป็นอาการแพ้ค่ะ ถ้าหากใครมีผิวใต้วงแขนที่แข็งแรง อันนี้เราว่าช่วยได้ดีเลย เพราะราคาไม่แรง ดับกลิ่นได้ แต่ไม่ต้องทาเยอะนะคะ เดี๋ยวจะรบกวนกับกลิ่นหอมน้ำประจำ เคยลองมาแล้วค่ะ 5555

ขอบคุบณcosmenet.com ทีให้เราได้ร่วมทดลองผลิตภัณฑ์ด้วยนะคะ

Whitening Roll On Less Shave
3 hour ago
OffoCee
1.5% Hyaluronic Acid Plumping Serum
L'OREAL PARIS
1.5% Hyaluronic Acid Plumping Serum

เห็น unbox จาก cosmenet รรั้งแรกก็รู้เลยว่าต้องลอง!!!

เซรั่มของลอรีอัลตัวนี้จะเน้นไฮยาลูรอนแบบหนักๆ ใครผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ หรือมีปัญหารูขุมขนกว้าง เราว่าช่วยได้นะ เราเองก็มีรูขุมขนกว้าง ผิวขาดน้ำ พอได้ตัวนี้มาแล้วรู้สึกหน้าอิ่มขึ้น แน่นขึ้น แต่งหน้าติดทนกว่าก่อนหน้านี้เยอะเลยค่า

สรุปรีวิวลอรีอัลไฮยาลูรอน เราให้สิบคะแนนเต็มเลยยย
1.5% Hyaluronic Acid Plumping Serum
12 hour ago
Queen F.
Anti-Melasma Perfect White Serum & Spot Corrector
Melamii
Anti-Melasma Perfect White Serum & Spot Corrector

มารีวิวครีมทาฝ้าเมลามี่ แทนคุณแม่ค่าา ชีชอบมาก บอกว่าเห็นผลแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่แสบหน้า เพราะแกเจ็บมาเย้อออ 555

เนื้อครีมสีขาว หลอดปลายเล็ก บีบง่าย คุมปริมาณได้ดี เกลี่ยแล้วซึมไว ไม่เหนอะหนะ

อาจจะด้วยส่วนผสมของเค้าที่ไม่ได้มีไวท์เทนนิงอะไรรุนแรง เลยทำให้ผิวบางๆอย่างแม่เราใช้ได้ ใครมีปัญหาเรื่องฝ้าแล้วแพ้ง่ายก็ไปลองกันดูนะคะ
Anti-Melasma Perfect White Serum & Spot Corrector
12 hour ago
Queen F.
Purifying Cleansing Water
AquaPlus
Purifying Cleansing Water

เห็นรีวิวอะควาพลัสคลีนซิ่งวอเตอร์ของ cosmenet เลยต้องไปตำตาม เช็ดสะอาดดีค่ะ ไม่แสบผิวเลย เช็ดแล้วหน้านุ่ม ไม่แห้งไม่ตึง กลิ่นโอเคด้วย ติดที่ราคาแพงไปหน่อยค่า
Purifying Cleansing Water
12 hour ago
Queen F.
more +