• Home
  • Webboard
  • Lifestyle
  • แนะนำแคลเซียมอาหารเสริมกระดูก อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของร่างกายที่ไม่ควรมองข้าม

WEBBOARD

แนะนำแคลเซียมอาหารเสริมกระดูก อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของร่างกายที่ไม่ควรมองข้าม

12/10/2017 09:59:57
315   1
หากจะพูดถึงแคลเซียมบำรุงกระดูก โดยปกติร่างกายของคนเราควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงให้ได้ปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน คือ ประมาณ1,000 มิลลิกรัม เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง ช่วยบำรุงให้กับกระดูกและฟัน เนื่องจากกระดูกของคนเราจะหนาแน่นได้เต็มที่เมื่ออายุประมาณ30 ปี หลังจากนั้นกระดูกก็จะเริ่มหนาแน่นน้อยลงไปอย่างช้าๆ
ดังนั้น เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ จะมีการสลายของมวลกระดูก ซึ่งจะก่อให้เกิดโรคกระดูกพรุนทุกคน การป้องกันภาวะกระดูกพรุนที่มีประสิทธิภาพ ควรเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อยหรืออายุก่อน40 ปี โดยการรับประทานอาหารบำรุงกระดูกและแคลเซียมให้เพียงพอ คือประมาณวันละ1,000 มิลลิกรัม แต่ผู้หญิงในช่วงวัยหมดประจำเดือน (อายุ50 ปีขึ้นไป) 

เราจึงควรรับประทานอาหารเสริมแคลเซียมเพื่อเสริมกระดูกวันละ 1,500 มิลลิกรัม เช่น นมไม่มีไขมัน ปลาเล็กปลาน้อยพร้อมกระดูก กุ้งแห้ง กุ้งฝอย ถั่วแดง งาดำ อาหารทะเล ผักใบเขียวทุกชนิด เป็นต้น หรือรับประทานอาหารเสริมแคลเซียมชนิดเม็ดเพื่อเสริมกระดูกทดแทน วันนี้จะพาไปแนะนำให้รู้จักกับแคลเซียมอาหารเสริมกระดูกประเภทต่างๆให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับร่างกายของเรา 

แคลเซียมซิเตรด เป็นเกลือแคลเซียมของกรดมะนาว ส่วนใหญ่ถูกใช้ในอุตสาหกรรมการถนอมอาหาร แต่บางครั้งก็ใช้เพื่อเพิ่มรสเปรี้ยวของอาหาร ได้รับความนิยมนำทำเป็นอาหารเสริมแคลเซียมมากชนิดหนึ่งในปัจจุบัน 

แคลเซียมคาร์บอเนตส่วนผสมที่พบได้ในหินทั่วไปตามธรรมชาติ พบได้ในสัตว์ทะเลเปลือกแข็ง เปลือกไข่ มักถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมในยาลดกรดและประเภทอาหารเสริมถูกนำมาใช้มากที่สุด ราคาถูก คุณสมบัติไม่ละลายน้ำ แต่ละลายได้โดยอาศัยกรดในกระเพาะ มีความสามารถในการดูดซึมได้พอๆกับแคลเซียมจากน้ำนม เมื่อเราทานแคลเซียมคาร์บอเนต1,000 มิลลิกรัม จะมีปริมาณแคลเซียม40% คือ400 มิลลิกรัม แต่จะดูดซึมได้น้อยเพียง15% ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียม 60 มิลลิกรัม โดยปกติร่างกายต้องการแคลเซียมอยู่ที่ 800 – 1200 มิลลิกรัม/วัน จึงไม่เพียงพอต่อร่างกาย 

แคลเซียมแอล-ทรีโอเนต สกัดมาจากข้าวโพด แคลเซียมชนิดที่ละลายน้ำได้ดีมาก สามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้เกือบ100% สามารถทานก่อนหรือหลังอาหารได้ การรับประทานแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 1,000 – 2,000 มิลลิกรัม ก็เพียงพอแก่ความต้องการของร่างกาย ด้วยการดูดซึมได้ดีจึงทำให้ไม่ตกตะกอนค้างในไต(นิ่ว) ไม่ทำให้ท้องผูก พร้อมๆกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในกระดูกและกระดูกอ่อน สร้างน้ำไขข้อ ฯลฯ 

สำหรับการรับแคลเซียมจากอาหารเสริม (อาหารเสริมแคลเซียม) อีกหนึ่งทางเลือกสำคัญรองลงมาจากอาหารปกติที่เราทานกันอยู่ทั่วไป หากเราเป็นคนที่ทานอาหารได้สัดส่วนและได้แคลเซียมที่เพียงพอต่อวันอยู่แล้ว อาหารเสริมแคลเซียมก็มีบทบาทน้อยลง แต่ในความเป็นจริง ยุคปัจจุบันที่หลายๆคนมีช่วงเวลาการใช้ชีวิตที่เร่งรีบก็อาจจะไม่มีเวลามาดูแลตนเองเรื่องอาหารการกินของตนเองได้ในทุกๆมื้ออาหาร ดังนั้น อาหารเสริมแคลเซียมจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกและเข้ามามีบทบาทในการเสริมปริมาณของแคลเซียมที่เราอาจทานได้ไม่ครบในแต่ละวัน 

สำหรับสาระน่ารู้และบทความดีๆเกี่ยวกับแคลเซียมเสริมกระดูก วิธีสังเกตโรคกระดูก ฯลฯ สามารถติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่https://www.facebook.com/CAL-T-872106819604543/ หรือLine@ : https://line.me/R/ti/p/%40cal-t
1 ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 0
12/10/2017 09:59:57
หากจะพูดถึงแคลเซียมบำรุงกระดูก โดยปกติร่างกายของคนเราควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงให้ได้ปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน คือ ประมาณ1,000 มิลลิกรัม เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง ช่วยบำรุงให้กับกระดูกและฟัน เนื่องจากกระดูกของคนเราจะหนาแน่นได้เต็มที่เมื่ออายุประมาณ30 ปี หลังจากนั้นกระดูกก็จะเริ่มหนาแน่นน้อยลงไปอย่างช้าๆ
ดังนั้น เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ จะมีการสลายของมวลกระดูก ซึ่งจะก่อให้เกิดโรคกระดูกพรุนทุกคน การป้องกันภาวะกระดูกพรุนที่มีประสิทธิภาพ ควรเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อยหรืออายุก่อน40 ปี โดยการรับประทานอาหารบำรุงกระดูกและแคลเซียมให้เพียงพอ คือประมาณวันละ1,000 มิลลิกรัม แต่ผู้หญิงในช่วงวัยหมดประจำเดือน (อายุ50 ปีขึ้นไป) 

เราจึงควรรับประทานอาหารเสริมแคลเซียมเพื่อเสริมกระดูกวันละ 1,500 มิลลิกรัม เช่น นมไม่มีไขมัน ปลาเล็กปลาน้อยพร้อมกระดูก กุ้งแห้ง กุ้งฝอย ถั่วแดง งาดำ อาหารทะเล ผักใบเขียวทุกชนิด เป็นต้น หรือรับประทานอาหารเสริมแคลเซียมชนิดเม็ดเพื่อเสริมกระดูกทดแทน วันนี้จะพาไปแนะนำให้รู้จักกับแคลเซียมอาหารเสริมกระดูกประเภทต่างๆให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับร่างกายของเรา 

แคลเซียมซิเตรด เป็นเกลือแคลเซียมของกรดมะนาว ส่วนใหญ่ถูกใช้ในอุตสาหกรรมการถนอมอาหาร แต่บางครั้งก็ใช้เพื่อเพิ่มรสเปรี้ยวของอาหาร ได้รับความนิยมนำทำเป็นอาหารเสริมแคลเซียมมากชนิดหนึ่งในปัจจุบัน 

แคลเซียมคาร์บอเนตส่วนผสมที่พบได้ในหินทั่วไปตามธรรมชาติ พบได้ในสัตว์ทะเลเปลือกแข็ง เปลือกไข่ มักถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมในยาลดกรดและประเภทอาหารเสริมถูกนำมาใช้มากที่สุด ราคาถูก คุณสมบัติไม่ละลายน้ำ แต่ละลายได้โดยอาศัยกรดในกระเพาะ มีความสามารถในการดูดซึมได้พอๆกับแคลเซียมจากน้ำนม เมื่อเราทานแคลเซียมคาร์บอเนต1,000 มิลลิกรัม จะมีปริมาณแคลเซียม40% คือ400 มิลลิกรัม แต่จะดูดซึมได้น้อยเพียง15% ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียม 60 มิลลิกรัม โดยปกติร่างกายต้องการแคลเซียมอยู่ที่ 800 – 1200 มิลลิกรัม/วัน จึงไม่เพียงพอต่อร่างกาย 

แคลเซียมแอล-ทรีโอเนต สกัดมาจากข้าวโพด แคลเซียมชนิดที่ละลายน้ำได้ดีมาก สามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้เกือบ100% สามารถทานก่อนหรือหลังอาหารได้ การรับประทานแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 1,000 – 2,000 มิลลิกรัม ก็เพียงพอแก่ความต้องการของร่างกาย ด้วยการดูดซึมได้ดีจึงทำให้ไม่ตกตะกอนค้างในไต(นิ่ว) ไม่ทำให้ท้องผูก พร้อมๆกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในกระดูกและกระดูกอ่อน สร้างน้ำไขข้อ ฯลฯ 

สำหรับการรับแคลเซียมจากอาหารเสริม (อาหารเสริมแคลเซียม) อีกหนึ่งทางเลือกสำคัญรองลงมาจากอาหารปกติที่เราทานกันอยู่ทั่วไป หากเราเป็นคนที่ทานอาหารได้สัดส่วนและได้แคลเซียมที่เพียงพอต่อวันอยู่แล้ว อาหารเสริมแคลเซียมก็มีบทบาทน้อยลง แต่ในความเป็นจริง ยุคปัจจุบันที่หลายๆคนมีช่วงเวลาการใช้ชีวิตที่เร่งรีบก็อาจจะไม่มีเวลามาดูแลตนเองเรื่องอาหารการกินของตนเองได้ในทุกๆมื้ออาหาร ดังนั้น อาหารเสริมแคลเซียมจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกและเข้ามามีบทบาทในการเสริมปริมาณของแคลเซียมที่เราอาจทานได้ไม่ครบในแต่ละวัน 

สำหรับสาระน่ารู้และบทความดีๆเกี่ยวกับแคลเซียมเสริมกระดูก วิธีสังเกตโรคกระดูก ฯลฯ สามารถติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่https://www.facebook.com/CAL-T-872106819604543/ หรือLine@ : https://line.me/R/ti/p/%40cal-t
ความคิดเห็นที่ 1
12/10/2017 16:54:01
ขอบคุณค่ะ